พอขึ้นรถม้าได้ฮัวหยางก็ยอมให้อู๋จือทุบตีตนระบายความแค้นไปหลายที เขาทำท่าร้องอักๆ คล้ายจะเจ็บแต่ก็หัวเราะปนเปไปด้วย ทำให้อู๋จือยิ่งรู้สึกโมโห
“ท่านคิดจะหลอกข้าให้อาบน้ำกับท่านอีกใช่หรือไม่ ”
พอเห็นอู๋จือลดแรงทุบลง ท่านหมอหนุ่มก็รวบข้อมือสองข้างไว้ ยื่นจมูกมาชิดแก้มของมือปราบหญิง
“ทีแรกข้าก็คิดว่าจะหลอกล่อจนกว่าเ้าจะยอมข้า แต่ตอนนี้คงไม่ต้องแล้ว พวกเราเลยเถิดกันไปไกล หากคิดจะอาบน้ำ คงไม่ต้องหลอกเ้าแล้ว”
“เ้าหมอชั่ว! ข้าคิดแล้วเชียวว่าการรักษาของท่านมันต้องมีเื่ผิดปกติ ว่าแต่น้ำยาที่ข้าแช่เป็ยาสลายพิษจริงหรือไม่ ”
ฮัวหยางหัวเราะหึๆ เขาไม่คิดว่าอู๋จือจะรู้ไวเยี่ยงนี้
“อันที่จริง ก็เป็แค่น้ำยาที่แช่เพื่อให้มีกำลังวังชาเพราะยาต้มที่ข้าให้เ้าดื่มมาสองวันนั่นก็สลายพิษได้แล้ว”
“น้ำยาที่แช่เพื่อให้มีกำลังวังชา” อู๋จือทวนคำ ครั้นเห็นใบหน้ามีเลศนัยของฮัวหยาง นางก็ยื่นมือสองข้างไปบีบคอคนพูด “ข้าว่าน้ำยานั่นต้องไม่ใช่ของปกติแน่ๆ พูดมา มันเป็น้ำยาอันใดกันแน่ ”
“แค่กๆ ฮ่าๆ เพิ่งเสพสุขไม่กี่คืน เ้าคิดจะปลิดชีพสามีแล้วหรือ” ฮัวหยางไม่ตอบตรงๆ เขาไอทั้งหัวเราะ ยกมือขึ้นโอบเอวของอู๋จือให้เข้ามาแนบชิด
“ข้าไม่น่าถูกท่านหลอกเอาเลย” อู๋จือคลายมือออกด้วยความหงุดหงิด
ฮัวหยางกุมมือหนึ่งของอู๋จือขึ้น จูบนิ้วชี้ของหญิงสาวที่เกยอยู่บนตักแล้วดูดเบาๆ จนคนร่างบางสะดุ้ง “หากไม่แช่น้ำยาเพิ่มกำลังจะรู้ได้อย่างไรว่าเ้าเองก็ปรารถนาในตัวข้า ”
“ท่าน...ท่านมันช่าง...”
ฮัวหยางประคองท้ายทอยของอู๋จือแล้วฉกริมฝีปากเข้าหาอย่างแม่นยำ มือปราบหญิงส่งเสียงอึกอักเล็กน้อยก่อนจะโอนอ่อนผ่อนตามอย่างจนใจ
ในรถม้าเงียบลงจนกระทั่งถึงเรือนปรุงยา
ฮัวไห่เทามองหลานชายด้วยความประหลาดใจ นานทีปีหนจึงจะได้เห็นฮัวหยางมาเยือนที่โรงยาสมุนไพร เฉี่ยนซือ พอมองเห็นมือปราบหญิงหน้าตาแฉล้มที่เดินมาตามหลังก็ยิ้มน้อยๆ
“ทุกวันนี้เ้าต้องมีสาวใช้ติดตามด้วยหรือ ”
“คารวะท่านอา” ชายหนุ่มค้อมศีรษะด้วยความนอบน้อม
“ข้าชื่ออู๋จือเ้าค่ะ”
ฮัวไห่เทามองอู๋จือแล้วหันไปมองหลานชาย “เข้าใจเลือกนี่ เสี่ยวหยาง”
“ท่านอา ข้าให้นางติดตามมาช่วยถือของน่ะขอรับ”
“อย่างนั้นหรือ ที่ผ่านมาไม่เห็นเ้าจะชอบให้สาวใช้ติดตาม” น้ำเสียงของคนเป็อาคล้ายไม่เชื่อถือ
ตอนที่ทั้งสองเดินผ่านประตูเข้ามา จังหวะหนึ่งเหมือนอู๋จือจะล้ม หลานชายของเขาหันไปช่วยดึงแขนนางด้วยความใส่ใจ
ฮัวหยางยิ้มเขินๆ “ถ้าอย่างนั้น ข้าก็คงจะเริ่มชอบแล้วขอรับ”
“อืม น่าสนใจ น่าสนใจจริงๆ” คนเป็น้าหัวเราะพลางส่ายศีรษะ ฮัวไห่เทาคาดว่าสตรีผู้นี้คงจะติดตามมาด้วยเหตุผลอื่นมากกว่า
“เ้ามาที่นี่ด้วยเหตุใด ”
ฮัวหยางเดินเข้าไปกระซิบกระซาบบอกชื่อคนที่น่าสงสัย ฮัวไห่เทาดวงตาขึงเครียด จ้องมองหลานชายด้วยความใ
“จริงหรือ ”
“ข้าจึงมาตรวจดูเองอย่างไรเล่า ท่านอาก็ระวังตัวให้ดีล่ะ ครั้งก่อนเื่ของในเรือนหายยังจับคนร้ายไม่ได้ คราวนี้ยังมีเื่ยาปลอมอีก ข้าเกรงว่าหากเป็คนกลุ่มเดียวกันกำลังสร้างเื่”
ฮัวไห่เทานึกถึงใบหน้าคนที่หลานชายเอ่ยนามแล้วก็รู้สึกหนักใจ “เ้าเองก็ระวังตัวด้วย เขาอยู่โรงยาอบสมุนไพรด้านหลังแน่ะ”
คุณชายใหญ่ฮัวตรงไปดูโรงเก็บและอบสมุนไพรด้านหลัง ที่นี่แม้จะอยู่ในเมืองหลวงแต่เป็ถนนสายนอกที่ไม่ค่อยมีคนผ่าน เป็โรงเก็บสมุนไพรขนาดใหญ่ที่ถูกนำส่งมาจากทั่วแคว้นิ จากโรงยาแห่งนี้ค่อยกระจายส่งยาสมุนไพรไปตามร้านสาขา
ชื่อเสียงของร้านเฉี่ยนซือโด่งดังขึ้นหลังจากที่ฮัวหยางได้ริเริ่มทำยาลูกกลอนรักษาโรคต่างๆ ออกขาย ร้านค้าของพวกเขาจึงขยายสาขาออกไปอย่างรวดเร็วจนมีในทุกย่านของเมืองหลวง
“ในนี้มีคนสกุลฉางทำงานหลายคน เ้าอย่าอยู่ห่างจากข้า คอยสังเกตคนรอบข้างที่น่าสงสัยก็พอ” ชายหนุ่มกระซิบบอกกับอู๋จือ
มือปราบหญิงรู้สึกว่าั้แ่นางกับฮัวหยางเดินเข้ามาถึงโรงยาสมุนไพรก็มีสายตาคนมากมายคอยจับจ้อง บุรุษชราผู้หนึ่งมองเห็นฮัวหยางก็รีบวิ่งมาหา
“คุณชายใหญ่ เกิดอันใดท่านจึงได้มาที่นี่ได้เล่าขอรับ”
ฮัวหยางมองดูคนเก่าแก่ของบิดาที่ทำหน้าที่เฝ้าโรงเก็บและอบสมุนไพรแห่งนี้มาร่วมยี่สิบปี
“ข้าคิดอยากจะปรุงยาชนิดใหม่ก็เลยมาดูว่าเราสมุนไพรอะไรบ้าง จะพอผลิตขายในจำนวนมากหรือไม่ ”
“อ๋อ คุณชายใหญ่คิดสูตรยาใหม่ได้อีกแล้วหรือขอรับ ถ้าเช่นนั้นเชิญข้างในเลย หัวหน้าฉางกำลังตรวจดูสมุนไพรที่เข้ามาใหม่พอดี”
พอบุรุษทั้งสองเข้าไปถึงด้านใน ฉางซวี่ตงที่กำลังสั่งคนงานวุ่นวายอยู่ก็หันมายิ้มพร้อมทั้งเข้ามาคารวะคุณชายใหญ่ ครั้นได้ยินจุดประสงค์ในการมาของฮัวหยาง ดวงตาของหัวหน้าฉางก็คล้ายจะเบิกบานยิ่งกว่าเดิม
“เชิญเลยขอรับคุณชายใหญ่ สมุนไพรเที่ยวนี้ที่มาจากเมืองฉู่จิ้งล้วนแต่เป็ของหายากทั้งนั้น ว่าแต่ท่านหมอคิดจะปรุงยารักษาโรคอันใดหรือขอรับ ”
เมืองฉู่จิ้งเป็เมืองใหญ่ฝั่งตะวันตกที่มีูเาสลับซับซ้อนเป็แหล่งสมุนไพรชั้นดี ชาวบ้านและชาวเขานิยมเก็บสมุนไพรลงมาขาย
“ข้าเห็นว่ายาแก้หวัดสูตรเดิมกว่าจะหายก็ใช้เวลาหลายวันและยังต้องละลายน้ำ ยุ่งยากไปหน่อย จะปรับปรุงใหม่ให้เป็แบบลูกกลอนและกินเพียงสองวันก็ฟื้นไข้ได้”
“โอว ถ้าอย่างนั้นก็ดีเลยขอรับ เห็นทีคงจะทำเงินได้อีกไม่น้อย”
“ก็หวังว่าจะเป็เช่นนั้น” ฮัวหยางยิ้มละไม “ข้าขอดูสมุนไพรในนี้ให้ทั่วๆ หน่อยนะ เดี๋ยวจะเลยไปดูคนงานที่ผสมยาด้วย”
“เชิญเลยขอรับ”
ฉางซวี่ตงมองตามหลังคนทั้งสองที่เดินคู่เคียงกันไป
‘เคราะห์ดีเป็ของเ้าที่ยังไม่ตายและข้าก็จัดการเื่คนร้ายพวกนั้นเรียบร้อยแล้ว แต่เคราะห์ดีก็เป็ของข้าเช่นกันที่เ้ากำลังจะคิดค้นยาตัวใหม่ ครั้งนี้ข้าคงจะซื้อเรือนใหม่ได้หลายหลังเชียว’
อู๋จือสังเกตลูกจ้างในโรงอบสมุนไพรทีละคน ดูแล้วมีคนท่าทางหลุกหลิกอยู่สองสามคน มือปราบหญิงพยายามจดจำคนเหล่านี้ในใจ
“เราไปดูที่โรงผลิตยาลูกกลอนกันเถอะ” ฮัวหยางปรายตามองตามสายตาของอู๋จือเหมือนจะไม่ใส่ใจนัก เขายกมือขึ้นแตะข้อศอกนาง
ทั้งสองเดินไปโรงเรือนอีกฝั่ง ที่มีบุรุษและสตรีหลายสิบคนกำลังนั่งอัดผงสมุนไพรเหนียวๆ ลงไปในแม่พิมพ์ไม้ที่เป็หลุมเล็กๆ พออัดยาเสร็จก็ใช้ไม้แท่งสี่เหลี่ยมเรียบปาดให้หน้าเสมอกัน
“นี่ล่ะวิธีการผลิตยาลูกกลอนของเรา เดี๋ยวพอมันแห้งก็ใช้แผ่นไม้อันนั้นอัดเข้าไปเพื่อดันให้แท่งลูกกลอนออกมา”
อู๋จือมองดูยาเม็ดทรงกระบอกเล็กๆ ที่ถูกดันออกมาจากแม่พิมพ์ไม้กองอยู่ในอ่าง โดยมีคนงานอีกกลุ่มหนึ่งนับจำนวนยาลูกกลอนใส่ในขวดอันเล็กๆ แล้วใช้ฝาปิด
“ยาแก้ผื่นคันพวกนี้จำหน่ายไปแล้วนับพันขวด อีกไม่นานจะส่งไปขายในร้านสาขาทั่วแคว้น ต้องผลิตเพิ่มขึ้น หากว่ามีผู้คิดเลียนแบบก็จะทำให้สูญเสียรายได้ไปไม่น้อย แต่หากมีผู้คิดทำลายชื่อเสียงด้วย นี่นับเป็หายนะ”
“ตอนนี้ยาพวกนั้นเป็อันตรายนะเ้าคะ ”
“นี่ล่ะที่ข้ากังวล พวกเขาได้เงินไปแล้ว แต่คนที่เสียชื่อเสียงก็คือข้า หากจับกุมคนที่ทำไม่ได้ ต่อไปร้านยา เฉี่ยนซือก็จะหมดความน่าเชื่อถือ เอาไว้ข้าทำยาสูตรใหม่เสร็จก่อนเถอะ เราจับคนร้ายได้แน่”
*********************
