ตอนที่แปดสิบเจ็ด ดัดลี่ย์แชมป์เยาวชนแห่งเกาะอังกฤษ
เราอาจจะดูถูก ดัดลี่ย์เดอสลี่ย์ไปว่าเขาเป็นมักเกิ้ลที่ไม่มีเวทย์และโดนแฮกริดเสกคาถาใส่อย่างง่ายดายแสดงความไร้พลังของมักเกิ้ลต่อหน้าพ่อมด
ว่าแม้แต่พ่อมดที่เรียนมาแค่ปีสามอย่างแฮกริดดัดลี่ย์ก็ไม่สามารถตอบโต้ได้
แต่หากมองจากสายตาของมักเกิ้ล
ดัดลี่ย์คือแชมป์มวยเยาวชนอายุไม่เกินสิบแปดปีรุ่นเฮฟวี่เวทจากเขตทางใต้ของอังกฤษที่มีประชากรหนาแน่นมากที่สุด
ไม่ใช่ดัดลี่ย์ไม่เก่งหากมองจากแนวการ์ตูนโชวเน็นกีฬา
คนที่อยู่ระดับแชมป์เยาวชนอังกฤษนี่ก็ระดับบอสของเรื่องที่พระเอกแนวชกมวยต้องมาเจอหลังจากเอาชนะทุกคนในประเทศญี่ปุ่นได้แล้ว
เป็นระดับบอสคนหนึ่งหากเรามองจากมุมมองของโชวเน็นกีฬา
ไม่ใช่ว่าเขาไม่เก่งแค่พวกเขาเทียบกับพวกพ่อมดไม่ได้เลยแม้แต่น้อยเท่านั้นเอง
แต่อาจจะแสดงความสามารถของดัดลี่ย์ได้ว่าสามารถชกหน้าตอนแฮร์รี่เผลอได้ครั้งหนึ่ง แสดงความสามารถของดัดลี่ย์ที่เก่งกาจในการชกคนที่ขี่ไม้กวาดด้วยความเร็วนับร้อยไมล์ต่อชั่วโมงได้อย่างแฮร์รี่
ดังนั้นผมเลยไม่เคยประมาท
กดคอลงไปและเอามือไพล่หลังกดลงกับพื้นไม่มีทางพลิกตัวได้ต่อหน้าพลังที่เหนือกว่า
บิฟไม่ใช่คนอ่อนแอ เขาเล่นกีฬามาตั้งแต่เกรดหนึ่งหรือชั้นประถมนั่นเอง
แต่ต่อหน้าพลังของแอนนา เวทย์เหนือธรรมชาติที่ตอนนี้ผมใช้อยู่คนธรรมดาก็ไม่สามารถสู้แรงได้ ไม่ว่าเราจะพยายามฝึกมาตลอดตั้งแต่ชั้นประถมแบบพระเอกโชวเน็นก็ตาม
ผมไม่ทราบว่าคนเขียนเรื่องนี้กำลังจะสื่ออะไรระหว่าง
“คนธรรมดาไม่สามารถต่อสู้กับสิ่งเหนือธรรมชาติได้”
โดยให้แอนนากระทืบบิฟได้อย่างง่ายดายและแสดงฉากแวมไพร์ฆ่าหน่วยรบพิเศษ
หรือติดนิสัยที่พยายามจะอธิบายว่าไม่ว่าใครก็มีพลังหรือฝึกเวทย์ได้พวกคลั่งศาสนาเป็นพวกโง่เขลาที่หัวโบราณ ห้ามการมีเซ็กหมู่ต่อหน้ารูปปั้นพี่แพะบาโฟเมท
ทั้งที่อาจารย์มิอุระแห่ง Berserk เล่นมุกนั้นหลายครั้งเพื่อแสดงว่าปีศาจจะออกมาจริงๆหากทำอย่างนั้นกัน
แต่อนิจจา เรื่องนี้ดันบอกว่ามีเซ็กส์ต่อหน้าพี่แพะ ปีศาจงู เทพเจ้าต่างๆทำได้ ตามใจเถิด เปิดผ้าก็ได้
ผมเลยไม่รู้สึกผิดอย่างชาวแดนอาทิตย์อุทัยที่หากมีความสามารถก็จะเก็บซ่อนไว้
ไลท์แห่งเด้ดโน้ตแสดงให้เห็นแล้วว่า ของที่อยู่ในมือของเนิร์ดชาวอเมริกันจะกลายเป็นแค่เครื่องแก้แค้นคนอย่างเจ้าบิฟ
ไลท์สามารถใช้ของแบบนั้นเป็นพระเจ้าของโลกใหม่ได้
ผมเองก็เช่นกัน
ไม่ได้รู้สึกผิดแต่ประการใดที่ใช้เวทย์ทำให้ร่างกายแข็งแกร่งขึ้น
“อึกเลโอนาร์ดนาย—“
บิฟอึกอักตอนอยู่กับพื้น
“ตามกติกา พูดมาว่าอังเคิ้ล”
เกมส์อังเคิ้ลคือเกมส์ที่เหล่าเด็กบูลลี่จะจับเนิร์ดบิดร่างกายหรือกดกับพื้นบิดแขนบิดขาจนอีกฝ่ายทนไม่ไหว
เป็นเกมส์ที่สนุกมากสำหรับคนอย่างบิฟและบูลลี่คนอื่นๆในทีมฟุตบอล
สายตาของทุกคนเปิดกว้าง
“ตกใจอะไรกัน?พวกเธอก็เห็นพวกบิฟเล่นอังเคิ้ลกันมาตลอดหลายปีไม่ใช่หรือ?” อย่าแล้งลืมกันสิ”
ผมดึงแขนบิฟเล็กน้อย
“อ๊ากก”
บิฟร้องอย่างเจ็บปวด
“ร้องอังเคิ้ลแบบที่เราเล่นกันตลอดสิพวก”
ผมกล่าวก่อนที่จะพลิกตัวจับเท้าที่เตะเข้ามาและทุ่มร่างกายของอีกคนไปทับเจ้าบิฟและสะบัดตัวจับอีกคนที่พุ่งเข้ามาพร้อมกันไปทับเจ้าบิฟอีกครั้ง
“โอ๊ยยอมแล้ว อังเคิ้ล อังเคิ้ล”
พวกเชียร์ลีดเดอร์บางคนจะขยับตัวเข้ามาห้ามผมบอกว่า
“เข้ามาช่วยพวกนี้ได้ แต่พวกเธอต้องพูดมาก่อนว่าที่ผ่านมาพวกบิฟเล่นอังเคิ้ลกันรุนแรงเกินไปและพวกเธอควรจะเข้ามาห้ามกันมาตั้งแต่ห้าปีก่อน”
พวกเชียร์ลีดเดอร์ที่จะเข้ามาห้ามชะงักและหน้าซีดไปนิดหนึ่งเมื่อเห็นสายตาของผม
“แล้วนายต้องเป็นอย่างพวกเขาด้วยหรือ?”
“เป็นสิผมบอกตอนไหนหรือว่าผมเป็นคนดีไม่เจ้าคิดเจ้าแค้น?”
ผมกล่าวตอบลินดา แฮมิลตันแฟนสาวของเจ้าบิฟ
ผมเรียกเหตุการณ์นี้ว่า ขีดจำกัดของบูลลี่หากเราทำพฤติกรรมโหดร้ายจนเป็นเรื่องปรกติ คนจะยอมรับได้
แต่หากคนที่เป็นเหยื่อโต้กลับทุกคนจะรู้สึกรับไม่ได้มองว่ารุนแรงเกินไป
นั่นคือจิตใจของมนุษย์