ณ ป่าแห่งการทดสอบ
เปลือกตาบางของณิชากระพริบถี่ แสงสลัวจากกองไฟที่มอดลงแล้วลอดผ่านเปลือกเต็นท์เข้ามา เสียงซุบซิบแผ่วเบาดังมาจากด้านนอก ณิชาค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นนั่ง ความรู้สึกปวดเมื่อยยังคงหลงเหลืออยู่บ้าง แต่โดยรวมแล้วรู้สึกดีขึ้นมาก
เมื่อณิชาเปิดประตูเต็นท์ออกไป ก็พบกับบริเวณที่พักแรมซึ่งถูกจัดเตรียมไว้อย่างเรียบร้อย รุจี มาริน และเชียร์ร่ากำลังนั่งล้อมวงรอบกองไฟที่ถูกจุดขึ้นใหม่เพื่อไล่ความหนาวเย็นยามเช้าตรู่ ส่วนดารานั่งอยู่ห่างออกไปเล็กน้อย กำลังจัดเตรียมสมุนไพรบางอย่าง
"โอ๊ะ! ณิชาตื่นแล้ว!" รุจีเป็นคนแรกที่สังเกตเห็น นางรีบลุกขึ้นเดินเข้ามาหาด้วยรอยยิ้ม "เป็นอย่างไรบ้าง? อาการดีขึ้นแล้วใช่ไหม?"
เชียร์ร่าละสายตาจากแผ่นบันทึกในมือ เดินตรงเข้ามาตรวจดูอาการของณิชาอย่างละเอียด "อืม...ลมหายใจดูสม่ำเสมอขึ้นแล้ว แต่ยังคงอ่อนกำลังอยู่มากนะ" นางบ่นเล็กน้อย "เจ้าฝืนตัวเองมากเกินไปจริงๆ แต่ก็...ขอบใจเจ้ามากนะณิชา ถ้าไม่ได้เจ้าเมื่อวาน พวกเราก็ไม่รู้ว่าจะฝ่าวงล้อมของพวกนั้นออกมาได้อย่างไร ข้าคนเดียวคงรับมือไม่ไหวแน่"
ขณะที่เชียร์ร่ากำลังจะพูดต่อ นางก็พลันหรี่ตามองไปยังดาราที่เดินตรงเข้ามาหาณิชาอย่างนอบน้อม
"ท่านณิชาเจ้าคะ...นี่ยาบำรุงที่ข้าเพิ่งต้มเสร็จใหม่ๆ เจ้าค่ะ ดื่มตอนอุ่นๆ จะช่วยให้ท่านฟื้นกำลังได้เร็วขึ้น" ดาราวางถ้วยยาลงบนโต๊ะเล็กๆ ข้างที่นั่งของณิชาอย่างระมัดระวัง กิริยาท่าทางของนางดูราวกับเป็นสาวรับใช้ผู้ภักดี
"ขอบใจเจ้ามาก...ดารา" ณิชารับถ้วยยามา เป่าเบาๆ ให้คลายร้อน "เจ้าไปพักผ่อนเถอะ ไม่ต้องกังวลเรื่องข้า"
"เจ้าค่ะ ท่านณิชา" ดาราก้มศีรษะเล็กน้อย ก่อนจะถอยกลับไปนั่งที่เดิมอย่างเงียบๆ
เชียร์ร่ามองตามดาราไปด้วยแววตาครุ่นคิด เมื่อดาราออกไปพ้นระยะแล้ว นางจึงหันกลับมาถามณิชาด้วยน้ำเสียงที่เจือความกระอักกระอ่วนใจ "ณิชา...คือ...มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ทำไมคุณหนูแห่งตระกูลนันทกุล...ถึงได้กลายมาเป็นเหมือนสาวรับใช้ของเจ้าไปได้ล่ะ?"
รุจีกับมารินเองก็มีสีหน้าอยากรู้ไม่แพ้กัน
ณิชายกถ้วยยาขึ้นจิบเล็กน้อย ก่อนจะวางลง "ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนหรอกเจ้าค่ะท่านพี่เชียร์ร่า" นางยิ้มบางๆ "แต่ข้าคิดว่า...ข้าแค่เติบโตขึ้นมาอีกหน่อยเท่านั้นเอง"
เชียร์ร่าขมวดคิ้วเล็กน้อย นางรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่างในตัวณิชา ท่าทีและคำพูดดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นอย่างกะทันหัน แต่ที่ทำให้นางรู้สึกกังวลใจอย่างบอกไม่ถูกคือ...แววตาที่เย็นชาและเฉียบคมที่ปรากฏขึ้นเพียงชั่ววูบในดวงตาของณิชาเมื่อครู่นี้ ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยแววตาสดใสสว่างเหมือนเดิมอย่างรวดเร็ว เชียร์ร่าไม่รู้ว่าทำไมนางถึงรู้สึกว่า...สายตาที่เย็นชานั่นต่างหาก คือตัวตนที่แท้จริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความอ่อนโยนนี้ ทำให้เธออดรู้สึกกังวลไม่ได้
"ว่าแต่...พวกเราจะเริ่มทำภารกิจของท่านอาจารย์มทินากันเมื่อไหร่หรือเจ้าคะ?" เสียงของณิชาปลุกเชียร์ร่าจากภวังค์ความคิด
เชียร์ร่าเหลือบมองเวลาที่กำไลมิติ "พวกเรารอเจ้าตื่นนี่แหละ การทดสอบเหลือเวลาอีกแค่วันเดียวเท่านั้น พวกเราคงไม่มีเวลามากพอที่จะทำทุกอย่างได้" นางถอนหายใจ "ดังนั้น ข้า รุจี และมาริน ตกลงกันแล้วว่าพวกเราจะมุ่งหน้าไปยังสถานที่เป้าหมายของภารกิจที่ท่านอาจารย์มทินามอบหมายให้ทันที ส่วนเรื่องรางวัล...เดี๋ยวพวกเราจะนำมาแบ่งให้เจ้าเท่าๆ กัน ไม่ต้องเป็นห่วง"
นางมองณิชาด้วยแววตาเห็นใจ "เจ้านอนพักต่ออีกหน่อยเถอะ เจ้าทำผลงานได้ยอดเยี่ยมมากแล้วเมื่อวานนี้ พวกที่เหลือรอดไปได้คงไม่กล้ามาระรานพวกเราอีกสักพักใหญ่แน่"
ถ้าเป็นเมื่อก่อน ณิชาคงจะรีบปฏิเสธและยืนยันที่จะไปด้วยอย่างแน่นอน แต่นางในตอนนี้...
"ฝากด้วยนะเจ้าคะ" ณิชายิ้มตอบอย่างง่ายดาย "แต่ถ้ามีอะไรให้ข้าช่วยเหลือ หรือต้องการกำลังเสริมเมื่อไหร่ บอกข้ามาได้ทุกเมื่อเลยนะเจ้าคะ"
"หืมม?" เชียร์ร่าเลิกคิ้วเล็กน้อย ไม่คิดว่าณิชาจะตอบรับง่ายดายถึงเพียงนี้ นางนึกว่าอาจจะต้องเสียเวลาเกลี้ยกล่อมนานกว่านี้เสียอีก "ไว้ใจได้เลย! พักผ่อนให้เต็มที่เถอะ" นางปัดความสงสัยที่ไม่เกี่ยวข้องกับภารกิจทิ้งไปก่อน แล้วหันไปเรียกรุจีกับมารินเพื่อเตรียมตัวออกเดินทาง เชียร์ร่าตัดสินใจไม่ชวนดาราไปด้วย แม้ว่าดาราจะไม่ได้บาดเจ็บที่แขนแล้วก็ตาม แต่พวกนางสามคนประสานงานกันได้อย่างลงตัว การเพิ่มคนที่ไม่คุ้นเคยเข้าไปในภารกิจที่เวลากระชั้นชิดเช่นนี้ มีแต่จะทำให้เกะกะและขัดขากันเสียมากกว่า สักพักทั้งสามคนก็ออกเดินทางจากแคมป์ไป
ที่ณิชาปฏิเสธที่จะร่วมเดินทางไปกับพวกเชียร์ร่านั้น เป็นเพราะมีบางสิ่งที่สำคัญกว่าที่นางต้องการจะทำ...บางสิ่งที่นางรู้สึกได้ตั้งแต่ตอนที่ใช้ทักษะ "ดาบจำแลง" เมื่อวานนี้...นางสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายพลังงานที่คล้ายคลึงกัน...มันกำลังเรียกหานางอยู่!
หลังจากที่พวกเชียร์ร่าออกไปแล้ว ดาราก็ยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิมด้วยท่าทีเกร็งๆ นางรู้สึกวางตัวไม่ถูกเมื่อต้องอยู่กับณิชาตามลำพังสองต่อสอง พยายามเลียนแบบกิริยาของสาวใช้ในตระกูลที่เคยเห็น แต่ก็ดูไม่เป็นธรรมชาติ
ทันใดนั้น ณิชาก็ลุกขึ้นยืน เตรียมจะเดินออกจากแคมป์ไปอีกทางหนึ่ง
"ทะ...ท่านณิชา จะไปที่ใดหรือเจ้าคะ?" ดาราอดที่จะเอ่ยถามไม่ได้ ไม่รู้ว่าตนเองควรจะติดตามไปด้วยหรือไม่
ณิชาหันมามองดาราด้วยสายตาที่เย็นชาและเฉยเมยอีกครั้ง "ไม่ต้องตามมา" นางเอ่ยเสียงเรียบ ก่อนจะหันหลังเดินจากไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ดารานั่งตัวแข็งทื่ออยู่ตามลำพังด้วยความรู้สึกหวาดหวั่นระคนสับสน
ณิชาเดินลึกเข้าไปในป่าเพียงลำพัง นางลองสำรวจพลังเวทย์ในร่างของตนเองอีกครั้ง ก่อนจะพบว่าพลังของนางได้กลับคืนสู่ระดับสองดาวอย่างสมบูรณ์แล้ว! 'เป็นฝีมือของ 'นิชา' อีกแล้วสินะ' นางคิด พลางนึกถึงท่าทีแปลกๆ และคำพูดทิ้งท้ายของตัวตนในกระจกเมื่อคืนก่อน นางถอนหายใจเบาๆ สลัดความคิดฟุ้งซ่านออกไป แล้วมุ่งหน้าไปยังทิศทางที่สัญชาตญาณร้องบอก
ไม่นานนัก ณิชาก็มาถึงยังสถานที่เป้าหมาย...
เบื้องหน้าของนางคือป่าไม้ที่ดูแตกต่างจากบริเวณอื่นอย่างสิ้นเชิง ต้นไม้สูงใหญ่มีเถาวัลย์เลื้อยพันอย่างงดงาม แสงแดดอ่อนๆ ส่องลอดลงมาเป็นลำ ทำให้บรรยากาศดูอบอุ่นและลึกลับ เสียงนกร้องและเสียงน้ำไหลแว่วมาจากไม่ไกล ณ ใจกลางของป่าแห่งนี้ มีน้ำตกขนาดเล็กไหลลงมาจากหน้าผาหินสู่แอ่งน้ำใสเบื้องล่าง ละอองน้ำฟุ้งกระจายต้องแสงอาทิตย์เกิดเป็นประกายรุ้งจางๆ ช่างเป็นสถานที่ที่ดูสวยงามและศักดิ์สิทธิ์...ราวกับเป็นที่สถิตของเหล่าเทพารักษ์
'ถ้าจำไม่ผิด...ตอนที่ข้าศึกษาเรื่องสัตว์อสูรต่างๆ ก่อนจะเข้ามาในการทดสอบ...สถานที่แบบนี้น่าจะเป็นที่อยู่ของเหล่าพรายไม้' ณิชาคิดในใจ 'พรายไม้เป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่ชอบความรุนแรง พวกมันมักจะเลือกหลบซ่อนตัวมากกว่าการปะทะโดยตรง'
แต่ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับตรงกันข้าม!
ฝูงพรายไม้จำนวนนับสิบตน! ปรากฏกายออกมาจากเงาไม้และพุ่มใบไม้อย่างพร้อมเพรียง! พวกมันมีรูปร่างคล้ายมนุษย์สตรี ผิวสีเขียวอ่อน ดวงตาสีทองเป็นประกาย แต่ในมือของพวกมันกลับถืออาวุธที่ทำจากไม้และเถาวัลย์แหลมคมครบมือ! สายตาของพวกมันจับจ้องมาที่ณิชาอย่างไม่เป็นมิตร ราวกับรอคอยการมาของนาง...เพื่อที่จะปะทะกันโดยเฉพาะ!
...ณิชาหยุดยืนนิ่ง มองเหล่าพรายไม้ด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป...ความอ่อนโยนและสดใสเมื่อครู่หายไปสิ้น เหลือเพียงความเย็นชาและเฉียบคม มุมปากของนางยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน แฝงไว้ด้วยอำนาจอันน่าสะพรึงกลัว
"ไม่เจียมตัว" เสียงที่เปล่งออกมานั้นเยือกเย็นและทรงอำนาจ กังวานไปทั่วอาณาบริเวณที่เคยเงียบสงบ ทำให้เหล่าพรายไม้ที่เคยยืนประจันหน้าอย่างองอาจถึงกับชะงักงัน บางตนถึงกับถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
สิ้นเสียงของนาง! วงแหวนสีเหลืองทองอันเป็นสัญลักษณ์ของจอมเวทย์ทวิลักษณ์ระดับสองดาวก็พลันส่องสว่างวาบขึ้นที่ด้านหลัง! รัศมีแห่งพลังอันบริสุทธิ์และศักดิ์สิทธิ์แผ่กระจายออกไปเป็นระลอกคลื่น กดดันจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว! เถาวัลย์และใบไม้รอบกายสั่นไหวอย่างรุนแรงราวกับหวาดกลัวต่อพลังที่อุบัติขึ้น!
พร้อมกันนั้น! เงาร่างของเทพธิดาผู้สง่างามในชุดเกราะสีทองอร่ามก็ปรากฏขึ้นเบื้องหลังร่างของณิชาอีกครั้ง! ปีกสีทองคู่ใหญ่งอกออกมาจากกลางหลัง สยายออกอย่างองอาจ ดวงตาสีทองของเทพธิดาจ้องมองไปยังเหล่าพรายไม้ด้วยแววตาที่ไร้ความปรานี ไร้ความรู้สึกใดๆ นอกจากความว่างเปล่าอันน่าหวาดหวั่น
"ทักษะเวทย์...จำแลงดาบ!!!"
เสียงประกาศิตดังก้อง! พลังงานมหาศาลระเบิดออกจากร่างของณิชา! ดาบสีเงินเล่มงามปรากฏขึ้นในมือนางอีกครั้ง แต่ครานี้...มันไม่ได้ส่องประกายสีเงินบริสุทธิ์เช่นที่มทินามอบให้ หากแต่ถูกอาบย้อมไปด้วยไอพลังสีทองคำอันเจิดจ้าและศักดิ์สิทธิ์ ผสมผสานกับไอสังหารสีดำแดงที่มองไม่เห็นแต่สัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบ! ลวดลายโบราณอันซับซ้อนปรากฏขึ้นบนใบดาบ ปลดปล่อยกลิ่นอายแห่งความตายและความเหนือกว่าออกมาอย่างท่วมท้น!
เหล่าพรายไม้เบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด! อาวุธไม้ในมือสั่นเทา! พวกมันสัมผัสได้ถึงพลังอำนาจที่แตกต่างจากที่เคยรับรู้มาโดยสิ้นเชิง! นี่ไม่ใช่พลังของมนุษย์ธรรมดา! แต่มันคือพลังแห่งเทพ! พลังที่สามารถบดขยี้พวกมันให้เป็นธุลีได้ในพริบตา!
ความมั่นใจและความกร้าวกระด้างเมื่อครู่ของเหล่าพรายมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความหวาดกลัวจับขั้วหัวใจ! บางตนถึงกับทรุดกายลงกับพื้นด้วยความอ่อนแรง! บางตนพยายามจะหันหลังวิ่งหนี! แต่ก็สายเกินไปเสียแล้ว!
"พวกเจ้า...มารนหาที่ตายเอง" ณิชา เอ่ยเสียงเย็นยะเยียบ ดาบในมือถูกยกขึ้นช้าๆ ปลายดาบชี้ไปยังกลุ่มพรายไม้ที่กำลังสับสนอลหม่าน
"จงรับทัณฑ์...จากสรวงสวรรค์!"
แสงสีทองจากดาบพลันสว่างวาบ! เตรียมพร้อมที่จะปลดปล่อยคลื่นพลังทำลายล้างเข้ากวาดล้างทุกชีวิตที่ขวางหน้า! ชะตากรรมของเหล่าพรายไม้แขวนอยู่บนเส้นด้าย! การสังหารหมู่...กำลังจะเริ่มขึ้น!!!