ตอนที่ 24 ผู้ที่เหยียบย่ำ
ตอนที่ 24 ผู้ที่เหยียบย่ำ “ ไม่คิดเลยว่าวันนี้จะเจอพวกสวะเยอะขนาดนี้~ ” ชายที่อยู่ด้านหน้าได้พูดออกมาพร้อมกับแสยะยิ้มหลังจากที่มันได้เห็นคีย์ที่ยืนอยู่บริเวณด้านหน้าของมันแดนที่นอนราบลงไปกับพื้นใบหน้าของเขามีเลือดสีแดงสดไหลออกมาจากบาดแผลที่เกิดขึ้นหลังจากที่โดนเท้าถีบลงมาอย่างเต็มแรง สติของเขากำลังเลือนลางดวงตาทั้งสองข้างพร่ามัวร่างของแดนค่อยๆเรียกสติของตัวเองก่อนที่จะค่อยๆลุกขึ้นมาอย่างช้าๆชายหนุ่มคนนั้นเมื่อมันเห็นว่าแดนกำลังจะลุกขึ้นมา ตัวของมันก็ได้ออกแรงเตะเข้าไปที่กลางร่างของแดนอีกครั้ง ตูบ!!!! เท้าที่เตะเข้าไปที่กลางอย่างเต็มแรงมันทำให้แดนเกลือกกลิ้งไปกับพื้น เมื่อมันจะทำท่าทางก้าวเท้าไปด้านหน้าเพื่อเข้าไปหาแดนที่กลิ้งไปลิซที่อยู่ด้านหลังของมันก็ได้ใช้มือของเธอชุดดึงแขนของมันเอาไว้“ พอแล้วน่า!!! ”“ เธอนั้นแหละไม่มีสิทธิ์มาห้ามฉัน ” มันได้ออกแรงสะบัดมือของเธอออกไป ร่างของลิซได้เซไปด้านหลัง ชายผู้นั้นเดินตรงเข้าไปพร้อมที่จะซ้ำร่างของแดน แต่ว่าในขณะที่มันเดินตรงเข้าไปแล้วก่อนจะถึงร่างของแดน คีย์ที่ยืนนิ่งอยู่สักพักก็ได้เคลื่อนที่เข้ามาขวางหน้าของมันเอาไว้ เขาใช้ดวงตาที่ราบเรียบของตนเองมองเป็นชายที่อยู่ด้านหน้า ระดับความสูงที่เท่าเทียมกันดวงตาของทั้งสองจ้องมองกันและกันอย่างไม่กระพริบ“ แกกล้าจ้องฉันด้วยสายตาแบบนั้นอย่างงั้นเหรอ? ” มันได้ง้างแขนของมันออกพร้อมกับจะใช้หมัดของมันต่อยเข้าไปที่คีย์ แต่ทว่าลิซได้วิ่งเข้ามาแล้วคว้าจับแขนของมันเอาไว้ “ ปล่อยฉันนะ!!! ”“ ตำรวจมาแล้ว!! ” เสียงของใครสักคนที่อยู่ภายในกลุ่มคนได้ดังขึ้นมาพร้อมกับตำรวจที่มาระงับเหตุการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้น แห่งการทุกอย่างมันเริ่มวุ่นวายและอลหม่านมากขึ้นชายผู้นั้นไม่ได้คิดจะหนีออกไปจากสถานที่แห่งนี้เลยสักนิดสุดท้ายแล้วพวกเขาทั้งหมดก็ถูกนำพาไปที่สถานีตำรวจที่อยู่ใกล้ๆมีผู้ที่หวังดีเมื่อเห็นการทะเลาะวิวาทได้เกิดขึ้นเขาก็เลยโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาระงับเหตุการณ์ ภายในสถานีตำรวจตอนนี้คู่เจรจาทั้งสองฝ่ายมานั่งเผชิญหน้ากัน แดนที่โดนอีกฝ่ายทำร้ายร่างกายจนมีบาดแผลรอยแตกและมีเลือดออกก็ถือว่าเป็นผู้ที่เสียหาย คีย์ที่เป็นผู้ที่อยู่ภายในเหตุการณ์เขาก็ถูกเชิญมาด้วยเช่นเดียวกันทั้ง 4 คนนั่งเรียงหน้ากันอยู่บริเวณด้านหน้าของคุณตำรวจที่เป็นผู้ที่ไกล่เกลี่ยและเจรจาเรื่องนี้ให้ “ ผมไม่มีทางยอมอย่างแน่นอนครับ ยังไงก็ต้องเอาเรื่องคนคนนี้ให้ได้!! ” แดนที่ยังคงใช้ผ้าปิดบริเวณบาดแผลที่เกิดขึ้นและมีเลือดสีแดงสดไหลออกมาอยู่นั้นได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงดังลั่น “ ไม่เจียมตัวเองเลยจะเอาเรื่องฉันอย่างนั้นหรอ ” ชายคนนั้นที่นั่งถัดออกไปจากแดนและคีย์ได้พูดออกมาอย่างแผ่วเบาพลางกับปัดหน้าหนีไปอีกทาง แถมมันยังทำน้ำเสียงจะหลุดหัวเราะเล็กๆออกมาด้วยราวกับว่าไม่มีผู้ใดทำอะไรมันได้ “ ฉันขอบัตรประชาชนพวกเธอหน่อย ” ตำรวจที่นั่งอยู่ด้านหน้าได้ยื่นมือออกมาพร้อมกับขอบัตรประชาชนของพวกเขา แน่นอนว่าพวกเขาก็มอบให้ตำรวจไปตามหน้าที่เจ้าหน้าที่ตำรวจคนนั้นได้ลองเลือกเปิดดู เมื่อเปิดมาถึงบัตรประชาชนของผู้ที่เป็นผู้ก่อเหตุดวงตาของมันก็เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก เม็ดเหงื่อบนใบหน้าของเจ้าหน้าที่ตำรวจเริ่มไหลซึมออกมาก่อนที่มันจะหันไปมองชายผู้ที่เป็นคนลงมือก่อเหตุ“ เธออย่าบอกนะว่า!! ” เจ้าหน้าที่ตำรวจคนนั้นแสดงท่าทางจะตื่นตระหนกตกใจออกมา“ รู้ว่าฉันเป็นใครก็รีบปล่อยฉันไปสักที อยู่ที่นี่มันน่าเบื่อจะตาย ” มันยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆเจ้าหน้าที่ตำรวจด้านหน้าพร้อมกับแสดงท่าทางวางท่าทันที เจ้าหน้าที่ตำรวจคนนั้นได้กระแอม 1 ครั้งก่อนที่มันจะหันไปหาคู่กรณีอีก 2 คนที่นั่งอยู่ถัดออกไปนั่นคือคีย์และแดน “ เธอไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรใช่ไหม ” ดวงตาของเจ้าหน้าที่ตำรวจคนนั้นมองตรงมาที่คีย์ โดยเขาก็ตอบกลับไปโดยการพยักหน้า“ คนที่บาดเจ็บก็มีเพียงแค่เธอคนเดียว ยอมความซะเรื่องนี้จะได้จบๆไปอย่างง่ายๆก็แค่เสียค่าปรับแล้วก็จ่ายค่าทำขวัญ ” เจ้าหน้าที่ตำรวจคนนั้นมีท่าทางเปลี่ยนไปทันทีหลังจากที่มันได้เห็นบัตรประชาชน“ อะไรนะครับ!! ” แดนนั่งอยู่ด้านหน้าได้แสดงท่าทางตื่นตระหนกตกใจออกมา นี่มันเรื่องอะไรกันเขาโดนทำร้ายจนได้แผลใหญ่ขนาดนี้แล้วตำรวจจะบอกให้เขายอมความแล้วจบเรื่องนี้ไปอย่างงั้นเหรอ แต่ว่าคีย์ที่นั่งอยู่ข้างๆกลับไม่ได้แสดงท่าทางตื่นตระหนกตกใจอะไรเลยเขากลับนั่งอยู่ด้วยท่าทางเรียบเฉยด้วยซ้ำอาจจะเป็นเพราะว่าเขารู้อยู่แล้วก็ได้ว่าการที่ท่าทางของเจ้าหน้าที่ตำรวจด้านหน้าที่เปลี่ยนออกไปเช่นนั้นมันเป็นเพราะอะไร“ ตามนั้นแหละยอมความซะจะได้ไม่มีปัญหาเชื่อฉันเถอะ ”“ ผมไม่มีทางยอมความอย่างแน่นอน!!! เรื่องนี้ผมไม่ผิดเลยสักนิดก็แค่เห็นเพื่อนของตนเองโดนชายคนนี้ฉุดลากขึ้นบนรถแล้วผมก็ไปช่วยเธอแล้วเขาก็มาทำร้ายผม!!! ” “ จะให้ผมยอมความอย่างงั้นเหรอ เพื่อนของผมก็สามารถเป็นพยานให้กับเรื่องนี้ได้และผมก็จะไม่มีทางยอมความเด็ดขาด ” แดนได้พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความฉุนเฉียวเจ้าหน้าที่ตำรวจคนนั้นได้หันไปมองที่คีย์ “ เธอจะเป็นพยานให้กับเขาอย่างงั้นเหรอ ”“ ครับ!! ผมจะเป็นพยานให้กับเขา ” คีย์ตอบกลับไปอย่างไม่ลังเลเลยสักนิด ก็เห็นคู่กรณี 2 คนยืนยันว่าจะเอาผิดกับผู้ที่ทำร้ายร่างกายให้ได้เจ้าหน้าที่ตำรวจก็หันไปมองผู้ที่ลงมือกระทำเรื่องนี้ “ เธอล่ะ!! ว่าอย่างไรพวกเขาบอกว่าพวกเขาเป็นเพื่อนของเธอแล้วก็เข้าไปช่วยเธอ ถ้าเธอบอกว่าเธอไม่ได้เป็นเพื่อนกับพวกเขาทุกอย่างมันก็จะจบ ” ลิซที่นั่งอยู่ข้างๆกับชายคนนั้นได้ก้มหน้าลงแล้วกัดฟันแน่น คดีนี้ถ้าตัวของเธอบอกว่าเธอไม่ได้เป็นเพื่อนกับพวกคีย์ทุกอย่างมันก็จะจบเช่นเดียวกันแต่ว่ามันจะจบในอีกรูปแบบหนึ่ง ชายที่นั่งอยู่ข้างๆลิซได้ฉีกยิ้มออกมาก่อนที่จะยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆหูของเธอแล้วก็กระซิบบางอย่าง ดวงตาของลิซเบิกกว้างขึ้นก่อนที่เธอจะตัดสินใจแน่วแน่แล้วก็เงยหน้าขึ้นมา“ ฉันไม่ได้เป็นเพื่อนกับพวกเขาค่ะ!! ชายคนนี้ก็เป็นแฟนของฉันด้วย พวกเขาเป็นใครก็ไม่รู้ที่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องของพวกเรา ” เธอพูดออกไปอย่างจำใจซึ่งคำตอบของเธอมันทำให้แดนที่นั่งอยู่ถึงกับอึ้งไปในทันทีราวกับว่าเขาโดนมีดเล่มเล็กๆที่ทิ่มแทงมาจากด้านหลังแล้วทะลุเข้ามาภายในร่างกายอย่างเต็มๆ ใบหน้าของเขาที่เต็มไปด้วยเลือดมันเต็มไปด้วยความสับสนมากมายเกิดขึ้นภายในจิตใจ ตอนนี้เขาเข้าใจถึงความรู้สึกของคนที่โดนหักหลังแล้ว “ อะไรกันลิซ.. ” แดนได้หันไปถามเธอด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสับสน ปฏิกิริยาที่ได้ตอบกลับมาก็คือลิซเบนหน้าหนีไปอีกทางหนึ่ง“ ถ้าอย่างนั้นเรื่องนี้ก็จบแล้ว ”คีย์ที่นั่งอยู่ด้วยท่าทางราบเรียบจ้องมองเจ้าหน้าที่ตำรวจด้านหน้าของตนเอง ท่าทางของเขาสงบนิ่งเรียบเฉยราวกับว่าของเขาคาดการณ์ทุกอย่างได้ตั้งแต่ต้นแล้วว่ามันจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นมา “ เฮ้อ!!! ฉันบอกไปแล้วไงว่าไอ้พวกหนูโสโครกอย่างพวกแกไม่มีทางจะทำอะไรฉันได้หรอก ” มันได้ค่อยๆลุกขึ้นมาหลังจากที่พ้นความผิดในเรื่องนี้แต่ก่อนที่มันจะเดินจากไปดวงตาของมันเหลือบไปมองเห็นน้ำแก้วนึงที่ถูกตั้งเอาไว้ด้านหน้า มือข้างขวายื่นไปก่อนที่จะหยิบยกแก้วน้ำขึ้นมาก่อนที่จะใช้แก้วน้ำภายในมือสาดเข้าไปที่ใบหน้าของคีย์อย่างเต็มๆ ถึบ!!! ผมและใบหน้าของคีย์ได้เปียกปอนไปด้วยน้ำที่มันซัดสาดเข้ามา แม้จะโดนกระทำเช่นนั้นท่าทางของเขากับเรียบนิ่งและไม่ได้ตอบโต้อะไรกลับ คีย์ไม่แม้แต่จะใช้ดวงตาของตนเองเหลือไปมองกับผู้ที่กระทำเรื่องนี้ภายในสถานีตำรวจเงียบสนิทเหล่าตำรวจมากมายเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่ก็ไม่มีใครลุกขึ้นมาห้ามปรามการกระทำของชายหนุ่มผู้นั้น แดนที่เห็นเช่นนั้นเขาก็ทำท่าทางฉุนเฉียวพลางกับจะลุกขึ้นมา “ เธอจะทำอะไรน่ะนั่งลงซะ!!! ” เจ้าหน้าที่ตำรวจที่นั่งอยู่ด้านหน้าได้ชี้นิ้วสั่งแดน “ ว่าอย่างไงนะ!! พวกคุณไม่เห็นที่มันทำกับเพื่อนของผมอย่างงั้นเหรอ? ” แดนทำท่าทางประหลาดใจเป็นอย่างมากใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความโกรธจนแดงก่ำและแยกไม่ออกเลยว่าเป็นสีของใบหน้าหรือสีของเลือด ท่าทางของเขาฉุนเฉียวและเกรี้ยวกราดเมื่อเห็นสิ่งที่อีกฝ่ายก็ทำกับเพื่อนของตนเอง “ ถ้าเธอไม่นั่งลงฉันจะจับเธอเข้าคุก!! ” เมื่อคำนั้นหลุดออกมาจากปากของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แดนได้แต่กัดฟันแน่นแล้วก็นั่งลงชายคนนั้นได้จูงมือลิซที่มันจะนำพาเธอออกไปแต่ในจังหวะที่เดินผ่านร่างของคีย์ มันได้ใช้มือของมันมาวางไว้บนหัวของคีย์ “ แล้วเจอกันใหม่นะไอ้สวะ!! ” มันแสยะยิ้มออกมาก่อนที่จะเดินออกไป คีย์พี่นั่งอยู่บนเก้าอี้ด้านหน้าก็ยังคงนั่งอยู่ด้วยท่าทางราบเรียบและไม่คิดจะตอบโต้กลับไป ก่อนที่เขาจะได้ยินเสียงรถของมันที่ค่อยๆวิ่งพ้นออกไปจากสถานีตำรวจแห่งนี้จึงจะค่อยๆลุกจากโต๊ะแล้วพาเพื่อนของตนเองที่บาดเจ็บออกจากสถานีตำรวจ ทั้งสองเดินออกมาด้วยท่าทางอิดโรยก่อนที่พวกเขาจะมานั่งพักกันใกล้ๆต้นไม้ใหญ่ที่ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าสถานี ตอนนี้ใบหน้าของแดนที่เต็มไปเรื่อยๆเขาทั้งโกรธและเจ็บใจเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น“ นี่มันอะไรกัน!! ทำไมเรื่องทุกอย่างมันถึงเป็นอย่างนี้!! แล้วทำไมยัยลิซถึง!! ” แดนระบายความในใจที่มันอัดอั้นอยู่ของตนเองออกมาโดยการเปล่งเสียงดังลั่น“ มันชื่อภพ ”“ ว่าอย่างไงนะ? ” เขาหันไปมองเมื่อได้ยินเสียงของคีย์ได้พูดขึ้นมา“ เป็นลูกของนักการเมืองใหญ่ภายในประเทศของเราเอง ตอนที่ตำรวจเห็นบัตรประชาชนของมันนายไม่เห็นหรอว่าท่าทางของตำรวจเปลี่ยนไป ”“ ลูกของนักการเมืองใหญ่อย่างงั้นเหรอ!!! ไม่ตลกเลยนะทำไมตำรวจถึงถามแบบนั้น ” จะได้รู้เหตุผลมันยิ่งทำให้อารมณ์ที่อยู่ภายในอกยิ่งพลุ่งพล่านออกมา“ นี่แหละความจริง! ” คีย์พูดขึ้นทำให้ท่าทางที่ฉุนเฉียวของแดนหยุดชะงักไป“ โลกใบนี้ไม่มีอะไรที่ใสสะอาดหรอก ผู้ที่มีอำนาจอย่างพวกมันก็ได้เปรียบกว่าพวกเราอยู่แล้ว ”“ แล้วยังไงนายก็ยอมรับมันอย่างงั้นเหรอ? ไอ้วงจรอุบาทว์เนี่ย!! ” แดนลุกขึ้นจากท่านั่งของตนเองพร้อมกับโวยวายออกมาอีกครั้งคีย์ค่อยๆยกมือของตนขึ้นมาเสยผมที่เปียกปอนขึ้นไปด้านบนพลางกับใช้ปากพูดออกมา “ ฉันไม่ได้ยอมรับมันซักหน่อย~ แต่ว่าเวลาที่จะถีบใครสักคนตกมาจากที่สูงให้เจ็บที่สุดน่ะนายรู้หรือเปล่าว่าทำตอนไหนดีที่สุด มันคือตอนที่ให้มันขึ้นไปอยู่บนจุดสูงสุดอย่างไงล่ะ ในจุดที่มันคิดว่ามันมีทุกอย่างมันสามารถกระทำได้ทุกอย่าง จากนั้นฉันก็ถีบมันลงมาจากจุดนั้น มันจะได้เจ็บปวดที่สุด มันจะหมดสิ้นทุกอย่างและสูญเสียทุกอย่าง ”ดวงตาของคีย์เต็มไปด้วยความเยือกเย็นจนแม้แต่แดนที่ยืนอยู่ข้างๆร่างกายของเขายังสั่นกลัวไปเองตามสัญชาตญาณของมนุษย์ “... ”จบตอน