ตอนที่ 7 ช่วยชีวิต
แนวปะการังกว้างใหญ่ปรากฏขึ้นตรงหน้าพวกเขาเสี่ยวเหลียนกับฉีโตวพากันวิ่งเล่นอย่างร่าเริง หยูฮังสงบนิ่งกว่าเล็กน้อย แต่เมื่อเขาเห็นอาหารทะเลจำนวนมากบนแนวปะการังเขาก็รีบก้มลงเก็บอย่างรวดเร็ว
หยูเสี่ยวเฉายืนบนปะการังอย่างเงียบ ๆ พร้อมกับปล่อยให้ลมทะเลเย็นๆ พัดผ่านใบหน้า มองไปก็เห็นแต่สีฟ้าเต็มไปหมดทั้งท้องฟ้าและทะเล ช่างเป็ภาพที่มองแล้วสบายตายิ่งนักแม้แต่หยกสีฟ้าที่คุณภาพดีที่สุดก็ยังเทียบมิได้กับความใสและเปล่งประกายของทะเลและท้องฟ้า
นี่คือทะเล ! เป็ทะเลที่ไม่มีมลพิษเลยสักนิด !หยูเสี่ยวเฉาตกอยู่ในภวังค์ นางถูกสะกดโดยภาพทิวทัศน์ที่งดงามตรงหน้า
“เฉาเอ้อร์มานี่ ! ใส่รองเท้าหนังฉลามนี่ไว้ เท้าของเ้าต่างจากพวกพี่น้องของเ้านักพวกเขาเคยวิ่งรอบ ๆ ชายหาดกันแล้ว ถ้าเ้าวิ่งรอบ ๆ ปะการังเช่นนั้น เท้าต้องแตกเป็แน่”นางไม่คิดว่าชายร่างกำยำอย่างหยูไห่จะเอาใจใส่ลูก ๆ ของเขามากถึงเพียงนี้เขาคิดถึงเื่เท้านุ่มนิ่มของลูกสาวจะทนพื้นผิวหยาบ ๆ ไม่ได้
หยูเสี่ยวเฉาที่มัวแต่เคลิ้มกับภาพสวย ๆ ตรงหน้าหลุดจากภวังค์และสวมรองเท้าอย่างมีความสุขถึงรองเท้าจะใหญ่ไปสักหน่อย แต่ก็ยังสามารถใส่ได้อยู่ นางเรียนรู้จากคนอื่น ๆ และก้มลงหาอาหารทะเลตามปะการังอย่างละเอียด
แน่นอนว่าคนอื่นยังไม่ค้นพบที่นี่ ดังนั้นหยูเสี่ยวเฉาจึงพบหอยสีดำชนิดหนึ่งในเวลาไม่นานนางหยิบมันขึ้นมาอย่างระมัดระวังและเอาไปอวดหยูไห่ราวกับเจอสมบัติเสี่ยวเฉาพูดอย่างตื่นเต้นว่า “ท่านพ่อ ข้าเจอหอยด้วยล่ะท่านพ่อว่ามันกินได้หรือไม่ ? ”
หยูไห่มองแล้วตอบยิ้ม ๆ ว่า “ นี่คือหอยแมลงภู่เนื้อมันอร่อยนะ อีกทั้งยังมีสรรพคุณบำรุงร่างกายดีมากด้วย เขาเรียกกันว่า ‘ไข่แห่งท้องทะเล’ เ้าเก็บมาให้มากที่สุด ถ้าหากเก็บได้เยอะเราจะนำไปตากแห้ง แล้วพอถึงฤดูหนาวก็นำไปขายในเมือง ! ”
‘ไข่แห่งท้องทะเล’ ? เช่นนั้นก็หมายความว่ามันมีประโยชน์มากมิใช่รึ ? ครอบครัวเราต้องกินอาหารที่มีประโยชน์ให้มากๆ เอาล่ะ นางจะเก็บให้เยอะ ๆ และเราจะไม่ขายมัน เพราะเราจะกินมันเอง ! แค่จินตนาการถึงหอยผัดเผ็ดที่เคยกินในชาติก่อน เสี่ยวเฉาก็น้ำลายไหลเสียแล้ว
ข้าจะเก็บ ข้าจะเก็บ ข้าจะเก็บให้หมดเลย !
“หือ ? ท่านพี่ใหญ่ เคาะไอ้นั่นทำไมล่ะ ?มันกินได้ด้วยรึ ? ” เสี่ยวเฉาเดินมาข้าง ๆ หยูฮัง เมื่อมองดูดี ๆ นางก็เห็นเขากำลังใช้พลั่วตีอะไรบางอย่างที่แข็งเหมือนหินปูนสีเทานางจึงถามด้วยความอยากรู้
เป็ครั้งแรกที่น้องสาวคนเล็กของเขามาหาอาหารที่ทะเลดังนั้นหยูฮังจึงอดทนอธิบายให้ฟังว่า “ไอ้นี่เรียกว่าเพรียง เ้าเข้ามาดูสิ รูปร่างของมันเหมือนฟันม้ารึไม่? เพรียงดูมิเหมือนของพิเศษอะไร แต่มันอร่อยมากเลยนะเวลาเอาไปเคี่ยวกับน้ำสะอาด”
หยูเสี่ยวเฉารับพลั่วที่พี่ชายส่งให้มาเคาะแรงๆ อย่างที่คาด นางเจอเนื้อนุ่ม ๆ ข้างในเปลือกที่แตกออก นางเก็บมันขึ้นมาอย่างดีใจและวางมันลงในตะกร้าไม้ไผ่
“อ๊ะ !นี่ใช่หอยนางรมหรือไม่ ? เอาไปย่างแล้วอร่อยมากเลยล่ะ ! ” หลังจากนั้นไม่นานเสี่ยวเฉาก็แปลกใจที่พบอาหารทะเลอย่างอื่นนางะโอย่างประหลาดใจขณะที่แงะมันออกจากรอยแตกของปะการัง
ฉีโตวหัวเราะให้กับความไม่รู้ของพี่สาว“พี่สาม ไอ้นั่นคือไห่ลี่ซือ คนเมืองเรียกมันว่าหอยอีรม พอตากแห้งแล้วสามารถนำไปขายให้ร้านยาได้”
หอยอีรมก็คืออีกชื่อของหอยนางรมเยี่ยงนั้นรึ? ก็แค่ชื่อต่างกันแต่มันก็อันเดียวกันนั่นแหละ หยูเสี่ยวเฉามองน้องชายตาขวางแล้วจึงหันมาล่าสมบัติบนปะการังต่อ
หอยทาก ? เล็กจัง แต่ก็กินได้ล่ะน่า ! เก็บโลด !
ปลาดาว ? ก็ดูสวยดีนะ ! มันสามารถกินได้รึไม่ ? ช่างเถอะ เก็บก่อนแล้วกัน !
หอยเม่น ? เหมือนเม่นเลย กินได้เหมือนกันมิใช่รึ? เก็บ ๆ ๆ !
ว้าว !ดูสิว่าข้าเจออะไร ? มีปลาหมึกอยู่ตรงรอยแตกของหินด้วย ฮ่า ๆ ๆ ! เ้าช่างดวงซวยแท้ ๆ เ้าหนีข้าไม่รอดหรอก !
...................
หยูเสี่ยวเฉายุ่งมากเสียทีเดียวและยัดสิ่งที่หาได้ลงตะกร้าแบบไม่รู้เื่รู้ราวแต่นางก็ยังเที่ยวค้นหาและเก็บต่อไปอย่างตื่นเต้น
หยูเสี่ยวเฉากระตือรือร้นมากในการมาเก็บของทะเลครั้งแรกนอกจากนั้นนางก็รู้สึกตื่นเต้นและพอใจกับผลลัพธ์ที่คุ้มค่า ด้วยความไม่รู้ทำให้นางค่อยๆ ออกห่างจากพ่อและพี่น้องของนางมากขึ้นเรื่อย ๆ นางเดินตามแนวปะการังจนไปถึงริมหน้าผา
หือ ? อะไรอยู่ในน้ำ คนรึ ?หยูเสี่ยวเฉาสะดุ้ง ศพคนจมน้ำตายรึ ? ช่างโชคร้ายเสียจริง !
“ท่านพ่อ !ท่านพ่อ ! เร็วเข้า มานี่เร็วเข้า ! ” แม้แต่น้ำเสียงของหยูเสี่ยวเฉาก็เปลี่ยนไปมันแฝงไปด้วยความเครียดและความกลัวเอาไว้ด้วย
หยูไห่รีบเดินตามเสียงของนางมา“เกิดอะไรขึ้น ? มีอะไร ? เ้าเป็อะไรหรือไม่เสี่ยวเฉา ? ”
“ท่านพ่อดูโน่นสิ นั่นใช่ศพคนรึไม่ ? ” หยูเสี่ยวเฉาะโเสียงดังพร้อมกับชี้ไปยังสิ่งที่ลอยอยู่ไม่ไกลจากจุดที่นางยืนอยู่
หยูไห่มองไปตามนิ้วที่ลูกสาวชี้ นางพูดถูก! ชาวประมงจากหมู่บ้านใกล้ ๆ เรือแตกงั้นรึ ? ลมเริ่มแรงตอนราว ๆ เที่ยงและคลื่นในทะเลก็จะแรงขึ้นด้วยจึงเป็ไปได้ที่จะมีเรืออับปาง !
หยูไห่ตัดสินใจทันทีเขาถอดเสื้อและว่ายน้ำออกไปในทะเล ดูเหมือนลมแรงขึ้นมากกว่าเดิมนักเสียงฟ้าผ่าดังกึกก้อง ขณะที่คลื่นซัดหน้าผาและแนวปะการัง
หยูเสี่ยวเฉาะโอย่างร้อนใจ “ท่านพ่อระวังด้วย! มีโขดหินอยู่ด้านล่างเต็มไปหมด ระวังตัวด้วย อย่าาเ็นะเ้าคะท่านพ่อ ! ”
เมื่อหยูไห่โผล่ขึ้นเหนือน้ำเขาก็อยู่ห่างจากเสี่ยวเฉาหลายเมตรแล้วเขาได้ยินเสียงะโอย่างห่วงใยของลูกสาวจึงโบกมือให้ หลังจากนั้นก็ว่ายเข้าไปหาคนที่กำลังลอยอยู่ในทะเล
หยูฮังกับน้อง ๆ ไม่ได้สนใจเื่เก็บของทะเลอีกแล้วพวกเขารวมตัวกันเฝ้ามองพ่อว่ายน้ำเข้าไปใกล้คนที่หมดสติ
หยูไห่ว่ายน้ำต้านกระแสคลื่นและลากคนจมน้ำกลับเข้ามาที่แนวปะการังแต่ตอนขากลับเขาก็เหนื่อยมากแล้ว หยูฮังกับเสี่ยวเหลียนช่วยพ่อของพวกเขาดึงคนผู้นั้นขึ้นไปบนแนวปะการัง
เขาเป็ชายหนุ่มที่สวมชุดดำทั้งตัวอายุประมาณ 15 - 16 ปี ใบหน้าของเขาซีดขาว ดวงตาปิดสนิทขนตายาวเรียงเป็แพราวกับพัดอันเล็กติดอยู่ที่ตา ริมฝีปากอวบอิ่มซึ่งปราศจากสีเื
“เหมือนว่า...เขาจะยังหายใจอยู่ ! ”หยูเสี่ยวเฉาเอานิ้วไปจ่อที่จมูกโด่งของชายหนุ่มและอุทานเสียงดังอย่างแปลกใจ
หยูไห่ที่ยังเหนื่อยอยู่ เขาจึงแบกชายหนุ่มคนนั้นขึ้นบ่าโดยให้หน้าคว่ำลงเขาใช้บ่าตัวเองกดท้องของชายหนุ่มคนนั้นและหลังจากนั้นไม่นานก็มีน้ำทะเลกระฉอกออกมาจากปากของชายหนุ่มหยูไห่กระแทกตัวเขาอีกสองสามครั้งจนกระทั่งชายหนุ่มหยุดสำรอกน้ำออกมาจึงวางเขาลง
“ท่านพ่อ เขาจะรอดรึไม่ ? ”หยูเสี่ยวเฉาถามอย่างเป็ห่วงเมื่อเห็นหนุ่มหล่อคนนั้นยังไม่ได้สติ
หยูไห่สำรวจแขนขาของชายหนุ่มคนนั้น“เขาไม่ได้จมน้ำนาน ถ้ามิมีข้อผิดพลาดอันใดก็น่าจะรอด มีใครเอาน้ำมาบ้างรึไม่ ?เอามาป้อนเขาหน่อยเถอะ”
“ท่านพ่อ เขาจมน้ำมิใช่รึ ?น้ำเต็มท้องแล้วเหตุใดถึงจะให้เขากินน้ำอีกเล่า ? ” หยูเสี่ยวเฉาแก้มัดถุงหนังที่ใส่น้ำหินศักดิ์สิทธิ์จากข้อมือของนางเอาไว้แล้วถามออกมาอย่างสับสน
“ ข้ารู้ ข้ารู้ ! ” ฉีโตวพูดพลางตบมือ “ น้ำทะเลมันเค็ม ถ้าหากดื่มน้ำเค็ม ๆ มากเกินไปจะรู้สึกหิวน้ำ พอหิวน้ำก็ต้องดื่มน้ำไง ”
หยูเสี่ยวเฉาขำคำพูดเด็ก ๆ ของน้องชาย นางหยิกแก้มเขาแล้วหัวเราะ“ รู้เยอะดีนี่เรา ! ”
หยูไห่ที่นั่งหมดแรงอยู่บนปะการังมองลูก ๆของเขาแล้วหัวเราะเบา ๆ “การเอาน้ำให้คนที่จมน้ำกินก็เพื่อป้องกันอาการขาดน้ำ ที่ฉีโตวก็พูดถูกเหมือนกันถ้าดื่มน้ำทะเลมากเกินไปจะเป็อันตรายต่อร่างกาย”
หยูเสี่ยวเฉาบอกให้หยูฮังช่วยพยุงชายคนนั้นขึ้นมานางป้อนน้ำแช่หินศักดิ์สิทธิ์เข้าปากของเขาอย่างระมัดระวัง