“หน้าเจ้าไปโดนอะไรมา” หม่าต้วนถามทันทีที่เห็นรอยฝ่ามือบนแก้มลูกสาว “อีกไม่กี่วันก็จะเข้าเมืองแล้วทำไมไม่รู้จักระวัง”
หม่าชิงเหยาที่กำลังคิดหาหนทางที่ตนจะได้แต่งกับกู้เฉินซี เมื่อได้ยินคำถามของบิดา นางจึงคิดแผนการบางอย่างขึ้นมาได้ นางเริ่มร้องไห้ “ท่านพ่อ ท่านพ่อต้องช่วยข้านะเจ้าคะ”
“ช่วยเจ้า? ช่วยเรื่องอะไร”
“ข้าไม่อยากเข้าไปทำงานในเมืองเจ้าค่ะ”
หม่าต้วนได้ยินคำพูดของลูกสาวก็พูดขึ้นอย่างโมโห “ข้ายังต้องกินข้าว น้องชายเจ้าก็ยังต้องกินข้าว ส่วนท่านแม่ของเจ้าก็ยังต้องกินยารักษาอาการป่วย หากเจ้าไม่ไปทำงานแล้วเราจะเอาอะไรกิน”
“ท่านพ่อฟังข้าก่อน ข้ามีวิธีแก้ปัญหาเรื่องนี้เจ้าค่ะ” หม่าชิงเหยาเห็นบิดาถกแขนเสื้อขึ้นจึงรีบอธิบาย “ข้าแอบรักคุณชายกู้เฉินซี หากท่านช่วยทำให้ข้าได้แต่งกับเขา ข้ารับรองว่าต่อไปพวกเราต้องมีกินมีใช้ไปตลอดชีวิตแน่นอนเจ้าค่ะ”
“กู้เฉินซี?” หม่าต้วนทำท่าคิด “หากข้าจำไม่ผิด เขาคือน้องชายของแม่นางกู้ เจ้าของสวนผักและสวนผลไม้ที่ฝั่งตะวันออกของหมู่บ้านเราใช่หรือไม่”
“ใช่เจ้าค่ะ” หม่าชิงเหยาตอบพร้อมกับรีบพูดต่อ “ข้าไปสอบถามมาแล้วว่าคุณชายกู้ยังไม่มีสัญญาหมั้นหมายกับผู้ใด หากข้าได้แต่งกับเขา ข้าก็จะได้เป็นภรรยาเอก ต่อให้ในอนาคตเขาจะรับสตรีคนอื่นเข้ามา สตรีเหล่านั้นก็มีสิทธิ์เป็นได้แค่อนุ สถานะของข้านับว่ามั่นคงมาก อีกอย่างท่านพ่อลองคิดดูนะเจ้าคะ สมบัติของแม่นางกู้มีมากมาย อีกทั้งสวนผักและสวนผลไม้ของนางก็มีรายได้เข้ามาเป็นจำนวนมาก หากวันใดวันหนึ่งเกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้นกับนาง ท่านคิดว่าสมบัติเหล่านั้นจะตกเป็นของผู้ใดเจ้าคะ”
“แต่แม่นางกู้ยังมีสามีกับลูกชายอีกสามคนเชียวนะ สมบัติของนางจะตกมาถึงกู้เฉินซีหรือ?” หม่าต้วนพูดอย่างไม่แน่ใจ ความจริงแล้วข้อเสนอของลูกสาวก็น่าสนใจมาก คนในหมู่บ้านอาจจะคิดว่าการขายผักและผลไม้คงมีรายได้ไม่มาก แต่เขาใช้ชีวิตอยู่ในเมืองเป็นส่วนใหญ่ แล้วเขาจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าผักและผลไม้จากสวนของแม่นางกู้ทั้งขายดีและมีราคาแพง หากลูกสาวได้แต่งกับกู้เฉินซีจริงๆ พ่อตาอย่างเขาคงมีเงินใช้ไม่ขาดมือ ต่อไปเวลาที่เขาจะเข้าไปเล่นพนันในบ่อน แค่อ้างชื่อลูกเขย มีหรือที่เจ้าของบ่อนจะไม่ปล่อยเงินกู้มาให้
“สามีของนางก็แค่คนพิการ ส่วนลูกชายของนางก็เป็นเด็กอายุไม่กี่ขวบ ท่านพ่อจะจัดการพวกเขาไม่ได้เชียวหรือเจ้าคะ” หม่าชิงเหยาเห็นท่าทางลังเลของบิดาก็รู้ว่าบิดาเห็นด้วยความคิดของนางแล้ว “ท่านพ่อ ท่านจะช่วยให้ข้าสมหวังกับกู้เฉินซีได้หรือไม่เจ้าคะ”
หม่าต้วนนึกไปถึงเงินทองและทรัพย์สอนของคนสกุลกู้ แค่กำจัดคนไม่กี่คน ทรัพย์สินมากมายเหล่านั้นก็จะตกมาเป็นของเขา หากเขาไม่มีกำลังพอจะจัดการกับคนเหล่านั้น สหายในบ่อนหรือแม้แต่เจ้าของบ่อนที่เขารู้จักย่อมช่วยเขาได้ “เจ้าจะให้ข้าช่วยอย่างไร”
หม่าชิงเหยามองบิดาอย่างลังเล
หม่าต้วนเห็นท่าทางของลูกสาวก็ถามขึ้นอย่างอารมณ์เสีย “อย่าบอกนะว่าพอข้าตกลง เจ้าก็เปลี่ยนใจเป็นไม่กล้าลงมือแล้ว”
“ไม่ใช่เจ้าค่ะ เพียงแต่...เพียงแต่วิธีการของข้าอาจทำให้ท่านพลอยเสียชื่อเสียงไปด้วย ข้ากลัวท่านจะตำหนิข้าเจ้าค่ะ”
“มีอะไรต้องตำหนิ ขอแค่แผนการของเราสำเร็จ ที่เหลือข้าก็ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น”
หม่าชิงเหยายิ้มออก “ข้าอยากเปลี่ยนข้าวสารให้กลายเป็นข้าวสุกเจ้าค่ะ ท่านพ่อพอจะมีวิธีช่วยข้าได้หรือไม่เจ้าคะ”
ตอนที่หม่าต้วนยังเป็นเด็กหนุ่มที่ไม่ประสา และภรรยาเป็นหญิงคณิกาที่กำลังจะถูกขายไปในหอนางโลมชั้นต่ำ นางได้หลอกพาเขาไปหลับนอนจนเขาติดใจกับเรื่องอย่างว่า เหตุผลเดียวก็เพราะนางอยากให้เขารักเขาหลงจนยอมไถ่ตัวนางออกจากหอนางโลม
แต่ไม่นึกว่าลูกสาวที่เขาเลี้ยงดูมาสิบหกปีจะมีความคิดไม่ต่างจากมารดา เพียงเพื่อตอบสนองความต้องการ แม้แต่ร่างกายและศักดิ์ศรีของสตรี ลูกสาวก็พร้อมที่จะโยนมันทิ้ง หากแผนการสำเร็จก็นับว่าดี แต่หากแผนการไม่สำเร็จ นางจะต้องถูกผู้คนตราหน้าว่าเป็นสตรีไร้ยางอาย หม่าต้วนจึงมองลูกสาวด้วยสายตาดูถูก
หม่าชิงเหยามองสบตาบิดาก็ต้องตกใจ “ท่านพ่อ! เหตุใดท่านถึงมองข้าด้วยสายตาแบบนั้น ท่านไม่เห็นด้วยกับแผนการของข้าหรือเจ้าคะ”
หม่าต้วนปรับสายตาให้เป็นปกติ ช่างเถอะ...อย่างไรนางก็ไม่ใช่ลูกสาวแท้ๆ ของเขา ไม่ว่านางจะต้องแบกรับกับชื่อเสียงแบบใดก็ไม่เกี่ยวกับเขา เวลานี้เขาต้องการแค่เงิน หม่าต้วนยิ้มให้ลูกสาว “เจ้าไม่ต้องตกใจไป ข้าแค่คิดว่าจะทำอย่างไรให้แผนของเจ้าสำเร็จเท่านั้น”
“ท่านพ่อเห็นด้วยกับแผนของข้าแล้วหรือเจ้าคะ”
“เห็นด้วยสิ ทำไมข้าจะไม่เห็นด้วย เพราะหากแผนการของเจ้าสำเร็จ ข้าก็จะสบายไปด้วยไม่ใช่หรือ”
“ท่านพ่อจะช่วยข้าอย่างไรหรือเจ้าคะ”
“หากเป็นเจ้าที่แอบรักเขาอยู่ฝ่ายเดียว เช่นนั้นก็มีเพียงวิธีเดียวที่จะทำให้เจ้าสมหวังได้” หม่าต้วนจ้องลูกสาว “ข้าจะหายาปลุกกำหนัดมาให้ ที่เหลือก็เป็นหน้าที่ของเจ้าว่าเจ้าจะล่อกู้เฉินซีออกมาได้อย่างไร”
“เรื่องนั้นไม่มีปัญหาเจ้าค่ะ ข้าไปแอบดูที่บ้านหลังนั้นมาหลายครั้งแล้ว ต้นยามไฮ่[1] ของทุกวัน พี่จื่อเหวินจะออกจากบ้านหลังนั้น และทุกครั้งกู้เฉินซีจะเดินออกมาส่งพี่จื่อเหวินที่หน้าบ้าน ข้าจะอาศัยจังหวะนั้นเข้าหาแล้วก็จะวางยาเขาเจ้าค่ะ”
“เช่นนั้นอีกสองวันเราค่อยลงมือ”
ณ บ้านสวนของกู้หยูม่าน
“ข้าปกป้องชื่อเสียงของเจ้าดีถึงเพียงนี้ เจ้าไม่คิดจะให้รางวัลข้าบ้างหรือ” ฮูหยินผู้เฒ่าถามกู้หยูม่าน
หลังกลับจากบ้านของหัวหน้าหมู่บ้าน ฮูหยินผู้เฒ่าก็เล่าเรื่องที่นางไปได้ยินหม่าชิงเหยาพูดถึงกู้หยูม่านในทางที่ไม่ดี และยังบอกว่านางได้ตบสั่งสอนหม่าชิงเหยาไปอย่างไร ส่วนกู้เฉินซีก็ตำหนิหม่าชิงเหยาที่กล้ามาพูดจาให้ร้ายพี่สาว
ผิดกับจงจื่อเหวินที่ทำหน้าไม่ถูก เรื่องวุ่นวายทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะหม่าชิงเหยาต้องการแต่งงานกับเขาแต่ท่านแม่กับท่านย่าไม่ยินยอม ทำให้หม่าชิงเหยาไม่พอใจจนได้พูดจาว่าร้ายพี่หญิงกู้ อีกทั้งยังได้พูดจาล่วงเกินฮูหยินผู้เฒ่า
“ฮูหยินผู้เฒ่า พี่หญิงกู้ ข้าต้องขอโทษด้วยนะขอรับ ที่พวกท่านต้องถูกหม่าชิงเหยาพูดจาไม่ดีใส่ก็เป็นเพราะข้า” จงจื่อเหวินขอโทษอย่างรู้สึกผิด
“เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับเจ้าด้วย” ฮูหยินผู้เฒ่ามองจงจื่อเหวิน นางมาอยู่ที่บ้านสวนแห่งนี้นานพอที่จะรู้จักนิสัยใจคอของแต่ละคน และนางก็รู้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้เป็นคนจิตใจดี “หม่าชิงเหยาเป็นคนทำให้เกิดเรื่องวุ่นวาย เจ้าไม่จำเป็นต้องแบกรับความผิดไว้กับตัวทั้งที่เจ้าไม่ได้เป็นต้นเหตุ หรือว่าที่เจ้าออกรับแทนเพราะเจ้ามีใจให้นาง”
“ไม่ใช่ขอรับ ข้าไม่ได้คิดอะไรกับนาง ที่ผ่านมาข้าเห็นนางเป็นเพียงน้องสาว” จงจื่อเหวินรีบบอก
“เช่นนั้นก็แล้วไปสิ ที่ข้ากลับมาเล่าให้ฟังไม่ใช่เพราะข้าอยากหาคนรับผิดชอบเสียหน่อย” ฮูหยินผู้เฒ่าหันไปยิ้มกับกู้หยูม่าน “ข้าแค่อยากมาบอกกับม่านม่านว่าข้าได้ทำเรื่องดีๆ ไว้ก็เท่านั้น”
“ท่านย่าพูดถูก เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับท่านสักหน่อย” กู้เฉินซีพูดขึ้น “พี่จื่อเหวิน ข้าคิดว่าหม่าชิงเหยาต้องไม่หยุดอยู่เท่านี้แน่ ต่อไปท่านอยู่ให้ห่างจากนางสักหน่อยจะดีกว่า”
“อืม...ต่อไปข้าจะไม่ยอมให้นางเข้าใกล้และจะอยู่ห่างจากนางให้มากที่สุด” จงจื่อเหวินรับคำ
“ว่าอย่างไรม่านม่าน เจ้าจะไม่ให้รางวัลย่าสักหน่อยหรือ” ฮูหยินผู้เฒ่ายังรบเร้า
กู้หยูม่านจึงยิ้ม “วันนี้ข้าจะเอาอาหารสูตรใหม่ไปให้เถ้าแก่อวิ๋น จากนั้นก็จะไปพบกับนายอำเภอเวินที่ที่ว่าการอำเภอ ข้าคิดว่าจะพาท่านพี่กับเด็กๆ ไปเดินเล่นในเมืองด้วยกัน ท่านย่าอยากไปเดินเล่นกับเราหรือไม่เจ้าคะ”
ฮูหยินผู้เฒ่าย่นจมูก “แค่ไปเดินเล่นในเมืองเองหรือ?”
“เช่นนั้นท่านย่าอยากได้รางวัลอะไรหรือเจ้าคะ” กู้หยูม่านถาม แม้ในใจจะคิดไว้แล้วว่าคงหนีไม่พ้นเรื่องอาหาร เพราะระยะนี้นางเห็นว่าท่านย่ามีน้ำหนักเพิ่มขึ้นไม่น้อย เพื่อเป็นการดูแลสุขภาพ นางจึงจำกัดอาหารและให้ท่านยาทานเนื้อน้อยลง
“ข้าไม่ได้กินสามชั้นทอดน้ำปลา กระดูกหมูทอดกระเทียม กะเพราหมูกรอบ สันคอหมูย่าง แล้วก็ไก่ต้มน้ำปลานานแล้ว”
“ข้าให้ท่านเลือกอาหารที่อยากทานมาได้แค่อย่างเดียวเท่านั้นเจ้าค่ะ” กู้หยูม่านบอก
“ตั้งแต่ที่เจ้าได้ตำราอาหารไทยแล้วทำอาหารไทยให้ข้ากิน ข้าก็กินอาหารอย่างอื่นไม่อร่อยแล้ว” ฮูหยินผู้เฒ่าทำท่าคิดหนัก “ตอนนี้ในหัวของข้ามีอาหารที่อยากกินเต็มไปหมด เจ้าให้ข้าเลือกสักสองสามอย่างไม่ได้หรือ”
เป็นเพราะกู้หยูม่านยังมีความชอบเดิมที่ติดตัวมา นางจึงมักจะทำอาหารไทยขึ้นโต๊ะอยู่เสมอ และดูเหมือนว่าคนในบ้านจะชอบอาหารไทยที่นางทำเป็นอย่างมาก ทำให้บางครั้งนางไม่รู้แล้วว่านางมาอยู่ในยุคโบราณหรือยังอยู่ในโลกอนาคต
“ได้หรือไม่ม่านม่าน เจ้าให้ย่าเลือกอาหารสักสองอย่างเถอะนะ” ฮูหยินผู้เฒ่าถามเมื่อเห็นกู้หยูม่านนั่งนิ่ง
“ท่านย่าเบื่ออาหารรสจืดใช่หรือไม่เจ้าคะ” กู้หยูม่านถาม
“ก็ทำนองนั้น แม้ข้าจะกินเผ็ดไม่เก่ง แต่ให้ข้ากินอาหารจืดชืดทุกวันมันก็เบื่อเหมือนกัน”
“เย็นนี้ข้าทำยำหมูสามชั้นต้มกับปลานิลนึ่งมะนาวดีหรือไม่เจ้าคะ ช่วงนี้ปลานิลของเราโตพอที่จะจับขายได้แล้ว หากท่านลองชิมแล้วคิดว่ามันอร่อย ข้าจะได้เขียนสูตรไปขายให้เถ้าแก่อวิ๋น”
“ได้ๆ อาหารสองอย่างนี้ข้ายังไม่เคยกินพอดี เดี๋ยวข้าจะเป็นหนูทดลองให้เจ้าเอง” ฮูหยินผู้เฒ่ารีบตอบรับ
หลังทานมื้อเช้าเสร็จ กู้หยูม่านก็พาทุกคนเข้าตัวอำเภอ เมื่อถึงตัวอำเภอ นางให้ท่านย่าและกู้เฉินซีพาเด็กชายทั้งสี่คนไปเดินเล่นที่ตลาดก่อน ส่วนนาง เฮ่อหลานจวิน และมู่หรงซีซวนเดินทางไปพบนายอำเภอเวินที่ที่ว่าการอำเภอ
“คารวะคุณชายสาม คุณชายเฮ่อ แม่นางกู้” เวินถิงเซินทำความเคารพ เป็นเพราะต้องปกปิดฐานะที่แท้จริงของมู่หรงซีซวน เขาจึงไม่ได้ทำความเคารพอีกฝ่ายในฐานะองค์ชาย
“พี่ชายอย่าทำเป็นคนอื่นคนไกล” มู่หรงซีซวนบอก “เป็นอย่างไรขอรับ คุ้นเคยกับตำแหน่งนายอำเภอแล้วหรือยัง”
“เจ้าช่างโยนปัญหาใหญ่มาให้ข้าโดยแท้” เวินถิงเซินถอนหายใจ “เจ้ารู้ไหมว่านอกจากนายอำเภอฉินกับพวกจะทุจริตเงินสนับสนุนจากราชสำนัก เขายังขูดรีดเงินภาษีจากพ่อค้าและชาวบ้านในอัตราที่สูงจนแทบจะกินเลือดพวกเขาแล้ว มิน่า...ตอนที่ข้าย้ายมารับตำแหน่งใหม่ๆ พวกเขาพยายามกีดกันและไม่ให้ข้ายุ่งเกี่ยวกับงานอะไรเลย พอข้าไม่ยอม พวกเขาถึงกับส่งคนมาลอบสังหารจนข้าต้องพักรักษาตัวเป็นเดือนๆ ดีที่องค์ชายใหญ่กับองค์ชายรองส่งเจ้ามา ไม่เช่นนั้นข้าคงตายก่อนที่จะทำงานได้สำเร็จแล้ว”
เวินถิงเซินพูดกับมู่หรงซีซวนอย่างเป็นกันเอง เพราะมารดาของเวินถิงเซินได้ช่วยชีวิตฮองเฮาไว้ ฮองเฮาจึงรับเขาเป็นบุตรบุญธรรม แต่เพราะเวินถิงเซินไม่ชอบทำตัวโดดเด่น เขาจึงขอไม่ให้ฝ่าบาทกับฮองเฮาประกาศถึงสถานะที่แท้จริงให้ผู้อื่นรู้ แม้เขาจะถูกเลี้ยงดูมาพร้อมกับองค์ชายทั้งสาม แต่ทุกคนต่างก็คิดกันว่าเวินถิงเซินเป็นเพียงบุตรของข้าราชบริพารคนใดคนหนึ่งเท่านั้น
“จับตัวคนผิดมาลงโทษได้ก็ดีแล้วไม่ใช่หรือ ต่อไปชาวบ้านก็ไม่ต้องเสียภาษีแพงๆ อีกแล้ว” มู่หรงซีซวนพูดขึ้น
“มันไม่ได้มีแค่ปัญหาเรื่องภาษีอย่างเดียวแล้วน่ะสิ ยังมีเรื่องปากท้องของชาวบ้านด้วย” เวินถิงเซินถอนหายใจอีกครั้ง “อำเภอฉางกินพื้นที่กว้างขวาง แต่มีเพียงตำบลซิ่นถงที่เจ้าอาศัยอยู่เท่านั้นที่มีที่ดินอุดมสมบูรณ์ แต่พื้นที่รอบนอกกลับเพาะปลูกอะไรไม่ขึ้น ที่ตำบลไห่ถงยิ่งแล้วใหญ่ ที่นั่นเริ่มมีผู้คนอพยพย้ายถิ่นเพราะหนีภัยแล้งกันแล้ว”
กู้หยูม่านกับเฮ่อหลานจวินหันมาสบตากัน เพราะตำบลไห่ถงที่พูดถึงเป็นบ้านเดิมของหลิ่วซานกั๋ว หากมีผู้คนเริ่มอพยพย้ายถิ่นฐานเพราะภัยแล้ง เช่นนั้นครอบครัวหลิ่วก็น่าจะย้ายมาพึ่งพาหลิ่วซานกั๋ว แล้วถ้าวันหนึ่งนางกับลูกชายทั้งสามต้องเจอกับคนไร้เหตุผลพวกนั้นก็ไม่รู้ว่าจะมีปัญหาอะไรตามมาอีกบ้าง แค่คิดถึงตรงนี้กู้หยูม่านก็เตรียมปวดหัวไว้รอแล้ว
____________________
[1] ยามไฮ่ เริ่มนับตั้งแต่ 21.00 – 23.00 น.