ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่786 คุกกรงขังของผู้ไม่ดับสูญ และการฟื้นคืน

       อี้เฉินที่ควรจะตายตก ไม่น่าจะหลงเหลือ จิตนึกคิดอีกต่อไป จู่ๆ เขาก็ราวกับหลุด เดินอยู่ภายในความมืดมิด มองไปรอบด้านเห็นคุกกรงขัง ปราณพลังสีดำชั่วร้ายลอยตลบอบอวล ภายในกรงขังมีชายแก่ หญิงชรา เหล่าหนุ่มสาว ที่อี้เฉินไม่คุ้นตา แต่ที่เหมือนๆ กันคือพวกเขา ดวงตานุ่มลึกหม่นแสง เปี่ยมไปด้วยพลัง มองอย่างไร พวกเขาต่างก็เป็นผู้เยี่ยมยุทธ์ ในยามที่ยังมีชีวิตอยู่
 


       ก่อนสายตาหม่นแสงเหล่านั้น จะจับจ้องมองลัดเลาะเฉิน มาด้วยสายตาประหลาดใจ อี้เฉินที่เดินลัดเลาะไปตาม คุกกรงขัง ไม่มีทีท่าว่าจะเจอจุดสิ้นสุด ของคุกกรงขังแห่งนี้ เขาหวังว่าจะพบเจอใครสักคน ที่เขาพอจะรู้จักคุ้นตา แต่ไม่รู้ว่าวันเวลาผ่านไปยาวนานเท่าใด ที่เขายังคงล่องลอย อยู่ภายในคุกกรงขังกว้างใหญ่ ไร้ทางออกแห่งนี้

 


       ก่อนสายตาอี้เฉิน จะมาหยุดบริเวณกงขังหนึ่ง ที่มีสตรีชุดขาวนั่งหลับตาพริ้มอยู่ อี้เฉินเขาจดจำนางได้ในทันที นางก็คือเยว่ฉาน สตรีที่ข้ามผ่านแม่น้ำกาลเวลา มาช่วยเหลือตัวเขา ในยามอดีต “นี่มันหมายความว่าอย่างไร!!” ร่างวิญญาณนึกคิดอี้เฉิน สั่นสะท้านขึ้นมาทันที

 


       ก่อนเสียงปัง!! ที่อี้เฉินจับกรงขังเอาไว้แน่น พยายามจะช่วยนางออกมา จะดังออกมาก้องฟ้า แต่เขาก็ไม่อาจทำได้ ส่งให้สายตาทุกคู่ ล้วนจับจ้องมาที่อี้เฉิน แม้แต่สายตา ของเยว่ฉานเองก็เช่นกัน ที่มีท่าทีตกใจอย่างเห็นได้ชัด “อี้เฉินเจ้าไม่ควรจะมาอยู่ที่นี่”

 


        อี้เฉินสีหน้าเขา มึนงงเป็นอย่างมาก “ที่เจ้าพูดหมายความว่าอย่างไร เยว่ฉาน?” ครั้นเห็นสายตาเยว่ฉาน นางสิ้นหวังเป็นอย่างมาก ครั้นเห็นใบหน้าอี้เฉินเต็มสองตานาง

 


        ก่อนนางจะกล่าวพูดพึมพำออกมา “แม้แต่เจ้าก็ไม่สามารถ ปลดปล่อยพวกเราจากคุก กรงขังของผู้ไม่ดับสูญได้หรือ?” ทว่าในทันใดที่เยว่ฉานกล่าวพูดพึมพำ นางก็คลี่ยิ้มออกมากว้างทันที

 


        ครั้นเห็น แสงหนึ่งสาดส่องมายังตัวของอี้เฉิน มันพร่างพราว อย่างไม่เคยปรากฏ ภายในคุกมืดแห่งนี้มาก่อน พร้อมร่างสตรีอาบแสงเพลิงนางหนึ่ง จะเอื้อมมือมาดึง ร่างวิญญาณนึกคิดอี้เฉินไปจากคุก กรงขังของผู้ไม่ดับสูญ ถึงอี้เฉินจะมีความไม่จำยอม อยู่ในกรอบสายตา ตะโกนออกมาก้อง ส่งหาเยว่ฉานก็ตาม “ข้าจะมาช่วยเจ้าอย่างแน่นอน เยว่ฉาน”

 


        แม้แต่ดวงตาคู่หนึ่ง ยังปรากฏ ฉายดวงตากลอกกลิ้งไปมา กวาดสำรวจลงมายังคุกกรงขัง ครั้นรับรู้สิ่งผิดปกติ ทำให้ผู้คนภายใน คุก กรงขัง ต่างก็ร่างสั่นเทิ้ม กลับไปมีสายตาหม่นแสงลงอีกครั้ง ด้วยความหวาดกลัว เมื่อเห็นดวงตาคู่นั้น ที่กลอกกลิ้งไปมาฉายประกาย ความตายเย็นเหยียบออกมา

 


        ด้านหลินเฟยที่เก็บรวบรวม เศษดวงวิญญาณที่แตกกระจัด กระจายของอี้เฉิน มาร่วม20ปีเศษ พลังของนางเหลือ ไม่มากอีกต่อไป ครั้นผสานเมล็ดพันธุ์พิภพภายในกายนาง เข้ากับร่างวิญญาณดั้งเดิมของอี้เฉิน มันก็ส่งผลให้ อี้เฉินค่อยๆ ถือกำเนิดเกิดขึ้นมาใหม่

 


        พร้อมร่างวิญญาณของนางที่ค่อยๆ แตกกระจัดกระจาย ทว่านางก็ยังคงเฝ้ามองอี้เฉินค่อยๆ เติบโต ภายในแสงพร่างพราว ชีวิตขึ้นมาช้าๆ แม้แต่อี้เฉินที่ลืมตาตื่นขึ้นมา เขายังรับรู้ได้ว่าเขาได้รับการช่วยเหลือ จากตัวของหลินเฟย พร้อมด้วยหัวใจที่เจ็บปวด สุดแสนทรมานครั้นเห็นคนที่เขารัก ร่างวิญญาณ กำลังจะแตกดับ สลายไปต่อหน้าต่อตาเขา

 


        ความลับที่หลินเฟยปกปิดเขามาตลอด เกรงว่าจะเป็นเมล็ดพันธุ์ ประหลาดที่มอบชีวิตให้เขาขึ้นมาใหม่ ยิ่งทำให้อี้เฉินยิ่งปวดใจ เมื่อเขาบัดนี้ไม่อาจพูดคุยสื่อสารกับนางได้ พร้อมความรู้สึกผิดต่อหลินเฟย ที่ไม่เคยเกิด ปรากฏขึ้นมาภายในใจ อี้เฉินมากมายขนาดนี้มาก่อน

 


        หลินเฟยที่รับรู้ถึงคลื่นอารมณ์ ที่รุนแรงของอี้เฉิน ฉายความโศกเศร้าออกมา นางเพียงฝืนคลี่ยิ้มบาง เอ่ยพูดประโยคหนึ่งออกมาเท่านั้น “เจ้าอย่าโทษตัวเองเลยอี้เฉิน บางทีมันอาจจะเป็นชะตาของข้า ที่ถูกกำหนดไว้แล้วก็เป็นได้”

 


       ...ร่างอี้เฉินจากที่เป็นทารก ค่อยๆ เติบโตขึ้นมาช้าๆ ตามกาลเวลาที่ไหลผ่าน แม้อี้เฉินร่างเล็กจ้อยจะพูดไม่ค่อยชัด แต่เขาก็พยายามจะพูดคุยกับหลินเฟยในทุก ทุกวัน เมื่อรับรู้ว่าร่างวิญญาณของนาง ยิ่งนับวันยิ่งค่อยๆ แตกสลาย กระจัดกระจายออกไปทั่ว

 


จนอี้เฉินได้รับรู้ว่า หลินเฟยนางได้ผนึกลูกของนางกับเขาไว้ สิ่งที่นางเป็นกังวล คงจะมีแต่เรื่องลูกของนางที่ยังเป็นบ่วงรัด ติดตัวนางอยู่ตอนนี้

 


อี้เฉินเอ่ยพูดรับปากหลินเฟย ด้วยความหนักแน่น “เจ้าไม่ต้องเป็นกังวลหลินเฟย ข้ารับปากเจ้า   ข้าจะตามหาลูกของเราให้เจอ”

 


       หลินเฟยได้ยิน นางมีท่าทีไม่ค่อยจะยินยอมเท่าใดนัก เมื่อเห็นอี้เฉิน บัดนี้อยู่ในช่วงอายุแค่ราวๆ 14ปี อยู่ในขั้นเทพสวรรค์เท่านั้น “เจ้ายังไม่ฟื้นตัวเต็มที่เลยนะอี้เฉิน ไม่รออีกหน่อยหรือ?”

 


       อี้เฉินส่ายหัวสีหน้าแววตา เขาเศร้าสร้อยขึ้นมาทันที “ข้าไม่อาจมองเห็นเจ้า ดวงวิญญาณ แหลกสลาย ไปต่อหน้าต่อตาข้าได้หลินเฟย อีกอย่างเวลาภายในมิติแห่งนี้ ผันผวนมากเกินไป ข้าเกรงว่าหากออกไปจะไม่เหลือสิ่งใด ให้ข้าปกป้องอีกต่อไป ..เจ้าอย่าฝืนต่อไปเลย น้องหญิงข้าจะหาวิธี ฟื้นคืนพลังของข้าเอง”

 


       หลินเฟยได้ยินน้ำเสียงที่หนักแน่นของอี้เฉิน น้ำตานางไหลรินออกมาทันใด ก่อนจะกลับร่างมนุษย์ ทว่าดวงวิญญาณนางแตกเสียหายไปนานแล้ว มันจึงแตก ปัง!! กระจัดกระจายออกไปทั่วในทันใด

 


       อี้เฉินน้อย ในร่างเด็ก14ขวบน้ำตาเขาไหลพราก ด้วยความเสียใจสุดแสน รีบเก็บร่างของหลินเฟย เข้าไปภายในโลงศพทอง พร้อมรวบรวม เศษดวงวิญญาณ หลินเฟยกลับมาได้บางส่วน หวังว่าภายภาคหน้า เขาจะสามารถชุบชีวิตหลินเฟยได้ ก่อนเสียงร้องคำราม อ๊ากกก อี้เฉิน จะดังออกมาก้องยาว ด้วยความเจ็บปวดไม่มีขาด

 


       ความเสียใจมากมายของอี้เฉิน ทำให้ผมสีขาวเด็กน้อย อายุ14ปี ยุ่งเหยิงเป็นอย่างมาก ก่อนอี้เฉินจะค่อยๆ รวบรวมสติ กลับไปเผชิญหน้ากับความเป็นจริง สืบฝีเท้าแบกโลงศพสีทอง ที่มีร่างหลินเฟย พร้อมเศษดวงวิญญาณนาง ออกไปจากแดนลับหยวนเทียน กลับสู่ดินแดนเทพอีกครั้ง

 


       ภาพความจริง ที่แสนเจ็บปวดเบื้องหน้าครรลองสายตาอี้เฉิน มองเห็นดินแดนเทพ กลายเป็นเพียงดินแดนรกร้าง ถูกความมืดปกคลุมไปทั่วอาณา มันก็ทำให้อี้เฉินร้องคำราม ออกมาก้องฟ้าด้วยความเจ็บปวด อีกครั้ง “ผู้คนมากมาย ตายตกลงไปเท่าไหร่ ท่านปู่ ท่านลุง ท่านย่า ที่เขาพบเจอ มิตรสหายของข้า บัดนี้พวกเขายังจะมีชีวิตอยู่หรือไม่”

 


        ร่างอี้เฉินที่ห้อตะบึง ออกไปด้วยหัวใจที่สั่นสะท้าน เขาไม่พบเจอสิ่งมีชีวิต แม้แต่ตัวเดียว เมืองหลวงใหญ่เองก็ยัง กลายเป็นเมืองร้าง มันทำให้อี้เฉินที่ห้อตะบึง ต้องกุมหัวใจเอาไว้แน่น ด้วยความเจ็บปวด ราวกับโลกนี้ กำลังโหดร้ายกับตัวเขา

 


        ...ก่อนอี้เฉินจะเดินทางลัดเลาะ มาถึงหุบเขาบรรพชน บัดนี้อยู่ในสภาพที่ทรุดโทรมมาก แม้แต่เจดีย์สายฟ้า ที่ยืนตระหง่าน งดงามในยามอดีต มันยังพังเสียหาย ไม่หลงเหลือดวงจิต ต้นกำเนิดของมันอีกต่อไป ปราณมังกร พรจักรพรรดิของหุบเขาบรรพชนเองก็เหือดแห้ง จวนแทบไม่หลงเหลือให้ใช้งานอีกต่อไป

 


       อี้เฉินที่แบกโลงศพ สืบฝีเท้าขึ้นไปยังสุสานบรรพชน เขาคาดหวังว่า เขาจะไม่เจอป้ายรายชื่อ ของมิตรสหายเขา ถูกดินเหลืองกลบฝังหน้า ทว่าทันใดอี้เฉินก็ต้องรีบหลบเลี่ยง

 


       ครั้นเห็น หนุ่มสาวรุ่นเยาว์ กลุ่มหนึ่งเดินสืบฝีเท้ามาพร้อม ช่อดอกไม้ในมือ ก่อนอี้เฉินจะกล่าวพูดพึมพำออกมา “หืม!! ยังมีคนหนุ่มสาว อยู่ภายในหุบเขาบรรพชน อีกเช่นนั้นหรือ?”

 


       ก่อนเสียงถอนหายใจ เฮ้อ!! พวกเขาจะดังออกมายาว เมื่อเอาช่อดอกไม้ ไปวางไว้บริเวณหลุมศพหนึ่ง “หากจักรพรรดิ อี้เฉินไม่ตายตก เพราะไอ้พวกคนดินแดนจักรพรรดิ มีหรือดินแดนเทพ เราจะตกอยู่ในสภาพเช่นนี้”

 


       หญิงสาวในกลุ่ม เองก็กล่าวเห็นด้วยขึ้นมาเช่นกัน “ท่านพ่อ ท่านแม่ข้าบอกว่า สักวันจักรพรรดิอี้เฉิน จะกลับมา นำกองทัพเหยียบย่ำไปทั่วสิบทิศ ไม่หวาดเกรงผู้ใด แม้แต่พวกคนดินแดนจักรพรรดิ เองก็ตาม”

 


ฝีเท้าอี้เฉิน ที่คิดจะก้าวถอยหลัง เขาดันชะงัก กับคำพูดนั้นของหนุ่มสาว เหยียบกิ่งไม้แห้ง ข้างต้นไม้ใหญ่ที่เขาแอบมอง ดัง แกร็บ!! ขึ้นมาทันใด

 


“ใครกัน!!” แววตาพวกเขา จับจ้องไปที่อี้เฉินเป็นสายตาเดียว

 


“เจ้าคงจะไม่ใช่ ศัตรูต่างดินแดนหรอกกระมัง”

 


หญิงสาวในกลุ่มชี้มือชี้ไม้ พร้อมกล่าวพูดขึ้นมา “ไม่ใช่ดูซิ เขาไม่มีแต้มสีดำ ที่กลางหน้าผาก เขาไม่ใช่คนทวีปมืด”

 


ชายหนุ่มอีกคนในกลุ่ม กล่าวพูดขึ้นมาเช่นกัน “แล้วเจ้าแบกโลงศพสีทอง มาทำบ้าอะไร เจ้าหนูน้อย”

 

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน