หลังจากที่ใช้เวลาปลอบประโลมอยู่สักพักใหญ่อารมณ์ของป้าสะใภ้ก็เริ่มดีขึ้นและกลับมาเป็นปกติ ทั้งดูจะยิ้มแย้มแจ่มใส ตื่นเต้นและมีความสุขมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมด้วย เนื่องจากอี้ชิงได้มอบความหวังใหม่แก่นาง ทำให้นางกลับมามีความฝันอีกครั้ง
พอเห็นนางสงบสติอารมณ์ได้บ้างแล้ว
ชายหนุ่มก็หยอกล้อร้องขอเย็ดเอาในยามเช้าให้สบายตัว
ป้าคนงามก็หน้าแดงซ่านอาศัยเม็ดยาวิเศษ สภาพร่างกายจึงฟื้นฟูจนเกือบสมบูรณ์พร้อม รอยแดงรอยช้ำจางหายไม่เจ็บหรือปวดระบมเนื้อตัว นางเลยตามใจเขา ยอมถ่างขาอ้าหีให้เย็ดอย่างขวยเขินเอียงอายหลานผู้เป็นผัว?
ตั่บ ตั่บ ตั่บ!
“อ้า อ้า อ้า!~♥”
ตั่บ ตั่บ ตั่บ!
“อ้า อ้า อ้า!~♥”
.
.
“เสี่ยวชิง!! เสี่ยวชิง!!~~♥”
“อร๊ายยยยยยยส์ๆ!!~~♥ ซี๊ดดดดดดดดดส์ๆๆ!!~~♥”
“อู๊ยยยยยยยส์ๆๆๆ!!~~~♥♥”
.
.
เสียงกายเนื้อบดกระแทกและเสียงครางกระเส่าเสียวสวาทของชายหญิงดังสนั่นห้องเรือนอีกครั้งท่ามกลางแสงแดดที่ส่องเข้ามานั้น กายเปลือยเปล่าขาวเนียนที่ปกคลุมไปด้วยหยาดเหงื่อของพวกเขาได้พัวพันกันไปมาอย่างเร่าร้อนมัวเมา!
เสร็จสมน้ำCวยแตกน้ำหีราดอย่างกระส่ำ!
ทั้งCวยหลาน! ทั้งหีป้าสะใภ้!
ใช้เวลาทั้งช่วงเช้าจวบจนกระทั่งมาถึงยามสายๆ
ชายหนุ่มจึงลุกขึ้นจากเตียงใช้ผ้าชุบน้ำทำความสะอาดเนื้อตัวที่เต็มไปด้วยเหงื่อและกลิ่นกามสวมใส่อาภรณ์สีขาวดุจหิมะ ก่อนที่จะหันกลับมามองและส่งรอยยิ้มบางๆให้กับเรือนกายที่สั่นกระตุกนอนหีบานๆแหกๆน้ำCวยฉ่ำๆย้อยๆบนเตียง
“ข้าขอตัวก่อนนะขอรับป้าเหนียง”
“อะ... อื้อ...♥”
“ข้าขอพักเหนื่อยหน่อยนะ...เสี่ยวชิง หลานรัก...♥” ฟางเหนียงมองเขาอย่างหยาดเยิ้มในแววตาที่เลื่อนลอยของนางมีความรักหลงลึกล้ำ ไม่ต่างกับภรรยาสาวที่กำลังมองสามีหนุ่มยอดรักของตน
อี้ชิงจูบหน้าผากของนางอย่างอบอุ่นอ่อนโยนเขาห่มผ้าผืนบางๆไว้บนกายและจุดธูปหอมที่ช่วยให้การนอนหลับสบายมากยิ่งขึ้นให้แก่นางแปะยันต์ วางค่ายกลอาคมแบบง่ายๆ แล้วจึงเดินออกมาจากห้องอย่างโล่งCวยสบายอารมณ์
แต่ในขณะที่เขากำลังอารมณ์ดีอยู่นั้น
คนได้เหลือบไปเห็นเงาร่างอันคุ้นเคยที่กำลังยืนรออยู่ใกล้กับบันไดทางลง
เรือนร่างทรงเสน่ห์และบริสุทธิ์งดงามและวิจิตรไม่ต่างกับนางเซียนจากแดนสวรรค์ในตำนานที่ลงมาจุติอาภรณ์สีขาวเขียวที่ปักลวดลายวิหคโบยบินของนางนั้นพลิ้วไหว เส้นผมยาวดำดุจน้ำตกสะโพกก้นอวบอัดนูนเว้าเป็นลูกๆดั่งดวงจันทร์
สง่างาม สูงศักดิ์ และไร้ที่ติ...
นางมิใช่ใครอื่นแต่เป็นมารดาคนงามของเขาที่กำลังเฝ้าคอย(ดัก)ตนอยู่
“ท่านแม่? บังเอิญนัก? ท่านมาหาท่านป้าเหนียงงั้นหรือขอรับ?”ชายหนุ่มปั้นหน้าตาใสซื่อ ราวกับเขาบังเอิญผ่านมาและกำลังจะกลับ “ท่านป้าทำงานจนมืดค่ำ เลยเหน็ดเหนื่อยนิดหน่อยท่านคงต้องมาเวลาอื่นแล้วล่ะ”
“อ้อ? เหนื่อยรึ?”
คิ้วเรียวงามดุจหางหงส์เลิกขึ้นเล็กน้อยรับรู้ได้ถึงการแกล้งแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ของเจ้าลูกชายตัวแสบตัวดีหลิงรั่วซีก็เพียงหัวเราะหึๆในลำคออย่างชิงชัง “ข้าก็เหนื่อยเหมือนกัน ว่าจะปิดด่านสักเดือนสองเดือนเจ้าคงไม่ว่าอะไรใช่ไหม?”
“อ่า! ท่านแม่ ข้าผิดไปแล้ว!” อี้ชิงเร่งยอมรับผิดทันควันเขาจะทนได้ยังไงหากมารดาคนงามของเขาปิดประตูใส่เขาไม่ยอมขึ้นเตียงเย็ดกับเขานานเป็นเดือนๆ? อย่าว่าแต่เดือนเลยแค่ไม่เกินสัปดาห์ก็เสี้ยนอยากจนจะขาดใจแล้ว!
“ข้าขอโทษข้าผิดเองที่โกหกท่าน”
“เหอะ”
“รู้ความผิดก็ดีแล้วคราวหลังอย่าได้มาโป้ปดกับแม่อีก เข้าใจไหม?” เห็นว่าเขายอมก้มศีรษะและถอยให้นางอย่างยอมจำนนต่อแม่(เมีย)อารมณ์หึงหวงในใจของนางก็ค่อยๆสลายหายไป กลับมาควบคุมบงการบุตรชายได้อีกครั้ง
“แล้วเป็นอย่างไรบ้าง?เจ้าได้เล่าเรื่องใดให้นางฟัง?”
“ฮี่ๆ...เป็นเช่นนี้ขอรับ...” ชายหนุ่มยิ้มมุมปากสองไม้สองแขนโอบกอดเรือนกายทรงเสน่ห์ของนางเอาไว้หลวมๆ สูดดมกลิ่นกายหอมรัญจวนจิตและไออุ่นที่ถวิลคิดถึงก่อนที่จะเริ่มอธิบายรายละเอียดให้อีกฝ่ายฟัง
“...”
“โอ้?นางยังไม่รู้เรื่องความสัมพันธ์ของเจ้ากับข้าสินะ?” หลิงรั่วซีลูบคางนางเข้าใจสถานการณ์ปัจจุบันแล้ว และเดาได้ว่าพี่หญิงยามนี้กำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ต้องปรับตัวปรับอารมณ์ให้ตระหนักถึงสถานภาพและวาสนาของอี้ชิง
โชควาสนาของลูกชายของนางนั้นยิ่งใหญ่และท้าทายสวรรค์มากมันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะสงบลงได้เพียงระยะเวลาสั้นๆ ที่นางได้เห็นเป็นแค่ยอดภูเขาน้ำแข็งก้อนเล็กๆยังไม่ได้เห็นความมั่งคั่งและร่ำรวยที่แท้จริงที่เขาเก็บซ่อนเอาไว้
ทั้งอย่าว่าแต่ฟางเหนียงเลยแม้แต่นางก็มิอาจคาดเดาโชคลาภของเขา!
คนงามทราบเรื่องวุ่นวายที่เกิดเมื่อวานแล้วบุคคลลึกลับที่กว้านซื้อสินค้าล้ำค่าของกองคาราวานของตระกูลถังคงหนีไม่พ้นลูกชายของนาง เพราะลักษณะในข่าวลือและช่วงเวลาช่างเหมาะเจาะกันมากทั้งเขาก็เคยมอบหินปราณวิญญาณครามนับพันก้อนแก่นางมาแล้วนั่นเป็นสิ่งช่วยยืนยันได้ดี!
ทว่า...
ถึงความมั่งคั่งของเขาจะทำให้นางตกตะลึงแต่นางก็ไม่อยากไถ่ถามอะไรมากนัก
นางต้องให้ความสนใจกับพี่หญิงก่อนเป็นอันดับแรก
“ดีแล้วที่เจ้ามิได้เปิดเผยนางทั้งหมด... ควรให้เวลานางเตรียมตัวเตรียมใจสักพัก” นางพยักหน้าอย่างเรียบเฉย ในหัวเริ่มวางแผนว่าจะหว่านล้อมอย่างไร เพื่อให้ทั้งนางและพี่เหนียงสามารถอยู่ด้วยกันโดยไม่อึดอัดใจสามารถมองหน้ากันติด
เพราะอย่างไร... ต่างคนก็ต่างได้ก้าวข้ามเส้นแบ่งและกระทำผิดศีลธรรมไปแล้ว
คิดถึงเรื่องนี้...
นางก็อดเหลือบมองดวงหน้าหล่อเหลาที่กำลังส่งรอยยิ้มเจ้าเล่ห์และยียวนกวนประสาทมาให้นางไม่ได้เขายื่นใบหน้าเข้ามาใกล้ๆ มองนางที่ใช้ความคิดอย่างสนอกสนใจ จนปลายจมูกแทบจะชนกันรอมร่อ
มารดาคนงามหน้าแดง เบนศีรษะหลบและทุบตีเขาอย่างหงุดหงิด
“ท่านแม่พวกเรายังเหลืออีก 50-60 น้ำสินะ? ท่านถึงจะกลายเป็นเมียของข้า?” ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอและพูดกระซิบกระซาบที่ข้างหูเห็นท่าทางน่ารักน่าเอ็นดูของนาง ก็ทนไม่ไหวเป็นต้องจุมพิตที่พวงแก้มของนางอย่างหลงใหล
ท่านแม่คนงามของเขาช่างมีเสน่ห์ล้นเหลือมากเกินกว่าที่เขานั้นจะต้านทานไหวนัก
ขนาดที่ร่วมรักร่วมเย็ดกันมานานทั้งสัปดาห์ในป่าเขาลำเนาไพรอันงดงามสำรวจทุกซอกทุกมุมบนเรือนร่างแล้ว คนก็มิวายปรารถนาต้องการนางอย่างมิสร่างซาความรักและความผูกพันของเขาที่มีต่อนางนั้นลึกซึ้งยิ่ง มันมากขึ้นเรื่อยๆตามกาลเวลา
ราวกับเขาไม่สามารถหยุดรักนางได้เลยสักลมหายใจเดียว
“ฮึ! ผายลม! เจ้าเด็กนิสัยเสียวันๆเอาแต่คิดเรื่องลามกสกปรกข้าไม่เข้าใจเลยจริงๆว่าเหตุใดท่านผู้อาวุโสจึงเลือกเจ้า? เจ้ามีดีอะไร?วาสนานี้ได้ตกถึงเจ้า กลับเอาไปใช้ล่อหลอกสตรี บำเรอความต้องการของตนเอง?” นางแค่นเสียงเย็นชาและบ่นอย่างโกรธเคืองให้กับความขี้เงี่ยนไม่รู้จักพอ
แต่ก็ยังยอมให้เขาโอบกอดแนบเคียงกาย
ปล่อยให้เขาลูบเนินหน่าวหีปล่อยให้เขาจับขยำนมเต้าอย่างละเหี่ยตามใจ
มือเรียวหยกเองก็ซุกซนก็เผลอเรอ เลื่อนไปลูบไล้และกอบกุมท่อนCวยใหญ่ๆแข็งๆในกางเกงของเขาอย่างหมั่นไส้หมั่นเขี้ยวสามีผู้ผัวรักจอมเจ้าชู้?
โดนมารดาที่รักสบประมาทอี้ชิงไม่เพียงเสียใจ เขากลับยิ้มกว้างมากกว่าเดิมอย่างมั่นใจมั่นหน้า “อาจจะเพราะข้าหล่อและน้ำใจงามกระมังขอรับ?ลูกชายของท่านแม่ทั้งหล่อและรวยขนาดนี้เชียวนะ? ท่านไม่หลงรักข้างั้นหรือ?”
“ทำเป็นพูด...♥ เด็กสารเลว...♥”
แม่และลูกสบประสานสายตากันอย่างหยาดเยิ้มอย่างรู้ใจกันริมฝีปากของพวกเขาประกบผนึกหลอมรวมกันลิ้นเรียวหอมกรุ่นและลิ้นสากใหญ่พัวพันอุตลุดดูดดื่มน้ำลายสุดแสนหอมหวานดุจน้ำผึ้งสวรรค์
สองมือเรียวคล้องคอ สองมือใหญ่คล้องเอว
เพลิดเพลินไปกับรสจูบที่ตราตรึงจิตวิญญาณนัวเนียอย่างพิศวาส...♥♥
……
……
ณ เมืองไม้คราม จวนตระกูลอี้
ย้อนกลับไปหลายวันก่อน
หลังจากที่นายหญิงและนายน้อยออกเดินทางไปได้ไม่นานจวนก็ได้ต้อนรับแขกลึกลับคนหนึ่ง โดยปกติแล้วหากเป็นแขกที่ไม่ได้รับเชิญหรือนัดหมายเอาไว้สาวใช้ทั้งสองจะไม่ยอมให้ก้าวเท้าเข้ามาในธรณีประตูเด็ดขาด
แต่เนื่องจากแขกผู้นี้นั้นมาพร้อมกับป้ายไม้ที่เขียนสลักคำว่า “วังอมตะ” ตามที่นายน้อยได้เคยบอกกล่าวแก่พวกนาง
ป้าเฉียงกับเสี่ยวเหมาที่อยู่เฝ้าจวน จึงต้องปฏิบัติดูแลสตรีปริศนานางนี้
นางกล่าวแนะนำตัวว่าตนนั้นคือหุ่นเชิดมนุษย์ที่มีชีวิตสวมใส่อาภรณ์รัดรูปสีเขียวอ่อน สวมหน้ากากไม้ราบเรียบปิดบังโฉม และแผ่กลิ่นอายปราณวิญญาณธาตุไม้ออกมารอบๆตัวพลังตบะของนางนั้นลึกล้ำและทรงพลังยิ่ง จนมิอาจคาดหยั่งความลึกตื้นหนาบางได้
คราแรกที่ได้ยินว่านางนั้นคือหุ่นเชิดมนุษย์ที่มีชีวิตหงเฉียงและหงเหมาก็พากันตกอกตกใจและระวังตัว แต่พอได้รับคำอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับหุ่นเชิดมีชีวิตและทัศนคติที่เป็นมิตรไร้วี่แววประสงค์ร้ายเยี่ยงดั่งวิถีทางที่ชั่วช้าของผู้ฝึกตนมารไม่
ความระแวดระวังสงสัยก็ค่อยๆลดน้อยลง
นางคือมู่ป่าย หรือ ผู้อาวุโสมู่
แต่ 2-3 วันต่อมา สองสาวใช้ได้เรียกนางว่าอาจารย์มู่อย่างเคารพและสนิทสนมแทน
เพราะระหว่างที่นางรออี้ชิงอยู่ที่นี่นางได้ช่วยชี้แนะแนวทางการบ่มเพาะแก่สองแม่ลูกอย่างใจกว้าง สอนสั่งอย่างละเอียดไม่คิดหมกเม็ดเต็มไปด้วยประสบการณ์บ่มเพาะบำเพ็ญที่มากกว่านายน้อยที่จ้องแต่จะลากขึ้นเตียงเสียอีก?
“อาจารย์มู่! ข้าทะลวงขั้นอีกแล้ว!?”
“ท่านอาจารย์ขอบคุณที่เมตตาสอนสั่งพวกเราสองแม่ลูกนะเจ้าคะ! ข้าไม่รู้ว่าจะขอบคุณและตอบแทนท่านอย่างไรดี?ท่านมีอาหารอะไรที่ต้องการทานหรือไม่? มีน้ำชาหรือสุราที่ต้องการไหม?ข้าจะได้เร่งจัดเตรียมให้ท่าน!”
“อ่า...จริงสิ ท่านคือหุ่นเชิด...”
“ขออภัยที่พูดอะไรไม่คิดได้โปรดอภัยให้ข้าด้วยเจ้าค่ะ”
พวกนางทั้งสองคนกล่าวอย่างซาบซึ้งในบุญคุณดวงตาแดงเรื่อชุ่มหยาดน้ำ อาศัยทรัพยากรบ่มเพาะที่นายน้อยทิ้งไว้ให้และคำชี้แนะของผู้อาวุโสมู่ตบะพลังของพวกนางจึงเลื่อนขั้นอย่างรวดเร็วดุจวิหคทะยาน!
ได้สัมผัสกับความแข็งแกร่งที่เพิ่มมากขึ้นทุกวี่วันช่วยไม่ได้ที่จะตื่นเต้นมีความสุข
“ขอบคุณนายน้อยของพวกเจ้าเถอะทรัพยากรปราณวิญญาณเหล่านี้มีมากมายนัก เพียงพอให้พวกเจ้าเลื่อนระดับใหญ่...”
“และหากมิใช่เพราะว่าเขาเอ็นดูพวกเจ้าข้าก็คงไม่คิดเปลืองแรง ช่วยสอนพวกเจ้าหรอก ฉะนั้นอย่าได้มองข้าในแง่ดีเกินไปนักเลยคำขอบคุณของพวกเจ้า จงไปมอบแก่เขาเสีย ข้าไม่อาจรับไว้ได้”
มู่ป่ายเอ่ยอย่างถ่อมตนในน้ำเสียงมีความเฉยชาและไร้อารมณ์ความรู้สึกเล็กน้อย ราวกับว่าการช่วยเหลือทั้งสองแม่ลูกนั้นมิได้สำคัญอันใดมันเหมือนเป็นการฆ่าเวลาเล่นๆสำหรับนางที่กำลังคอยอี้ชิงอยู่เสียมากกว่า
แต่ทั้งป้าเฉียงและเสี่ยวเหมาต่างก็สัมผัสได้ถึงความใจดีของนางได้อย่างชัดเจนสองแม่ลูกจดจำหนี้บุญคุณของนางและนายน้อยไว้ในใจ แล้วพยายามดูแลรับใช้อย่างดีเพียงเพื่อหวังว่าอย่างน้อยๆนางจะได้รู้สึกสุขสบายมากขึ้นอีกสักนิด
สำหรับนายน้อย...
ย่อมรู้ดี...ว่าจักตอบแทนเขายังไง ให้สมน้ำ(Cวย)สมเนื้อ(หี)...♥
คิดแล้วก็จิตใจปั่นป่วนจนร้อนรุ่มกายเงี่ยนง่านน้ำหีแฉะ คิดถึงCวยใหญ่ๆอวบๆยาวๆของนายน้อยอี้ชิงผู้หล่อเหลาขึ้นมาอย่างจับใจจนต้องแอบไปเขี่ยติ้วหีช่วยตัวเองหลายๆน้ำในเรือน ร่ำร้องเรียกหาแต่นายน้อยๆอย่างคะนึงหา...♥