นิยายแปล ทุ่งรวงทอง **จบแล้ว**

    Re-new ตอนที่ 78 วันเปิดร้าน

    ตอนที่ 78 วันเปิดร้าน

     

    “นั่นเสี่ยวเฉามิใช่รึ ? ป้ามิได้จำผิดคนใช่หรือไม่? ” ป้าใหญ่ทักทายสองพี่น้องอย่างเป็นกันเองด้วยรอยยิ้ม

     

    “ท่านป้าใหญ่ ! ” ฉีโตวตะโกนอย่างใจร้อน “ท่านป้าใหญ่ขอรับ พี่สามทำอาหารตุ๋นอร่อยมาก ๆเลยขอรับ วันนี้พวกเราจะเอามาขายที่ท่าเรือ อาหารของพี่สามอร่อยมากเลยนะขอรับ ท่านป้าใหญ่พี่ใหญ่ ลองชิมดูหรือไม่ขอรับ ? ”

     

    ป้าใหญ่ส่ายหน้า “เจ้าจะเอามาขายนี่ ป้ามิอยากกินหรอกแต่อาหารที่มีเนื้อก็ขายถูก ๆ มิได้น่ะสิ เช่นนี้อาจจะขายยากนะ... ”

     

    “ถ้าอยากสนทนากันก็ไปสนทนากันที่อื่น ! ยืนตรงนี้มันขวางหน้าร้านของข้า ! ”ด้านหลังของพวกเขาเป็นร้านขายก๋วยเตี๋ยวร้อน ๆ ในเพิงที่ถูกสร้างขึ้นชั่วคราวด้านในมีโต๊ะกับเก้าอี้ที่ดูเก่าๆ โทรม ๆ อยู่ 2 ชุด คนที่พูดแทรกขึ้นแบบคนอารมณ์ร้ายเป็นผู้หญิงคนเดียวที่อยู่ตรงนั้นนางมีโหนกแก้มสูง ตัวผอม คิ้วบาง และตาตี่

     

    “ท่านป้าเจ้าคะ ข้าจะขายอาหารแค่ 2 อย่างมิได้จะขายแข่งกับท่านป้า ขอข้า...” เสี่ยวเฉารู้ว่าพวกคนงานที่มีเงินซื้อก๋วยเตี๋ยวย่อมไม่ขี้เหนียวขนาดจ่ายเงินสัก1 อีแปะเพื่อลองอาหารตุ๋นเป็นแน่

     

    “ไม่ ๆ !ออกไป ตอนนี้เจ้าก็ขวางการขายของข้าอยู่ ! มีปัญญาชดใช้หรือไม่เล่า? ” ผู้หญิงโหนกแก้มสูงคนนั้นมองพวกเขาอย่างดูถูกด้วยหางตา สีหน้าของนางที่มองพวกเขาราวกับว่าพวกเขาเป็นขอทาน

     

    ป้าใหญ่ดึงเสี่ยวเฉาที่กำลังจะเอ่ยอะไรบางอย่างออกแล้วเอ่ยเบา ๆ ว่า “ไปกันเถอะ ผู้หญิงคนนี้มีชื่อเสียเรื่องชอบทำตัวมีปัญหา เจ้าไปที่ซุ้มของท่านตาหลิวก็ได้ครอบครัวของเขาก็ขายก๋วยเตี๋ยวเช่นกัน ! ”

     

    ขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยกันอยู่พวกคนงานก็ถูกปล่อยออกมาพัก เหล่าคนงานเริ่มไหลทะลักมาทางนี้

    เมื่อป้าใหญ่เห็นกลุ่มคนงานกำลังมา นางจึงรีบเอ่ยกับสองพี่น้อง“ได้เวลาขายอาหารแล้ว  พวกเจ้าต้องรีบไปเรียกลูกค้าได้แล้วรู้ใช่หรือไม่ว่าจะต้องทำเยี่ยงไร ? ต้องให้ป้าช่วยหรือไม่ ? ”

     

    เสี่ยวเฉาส่ายหน้าและเอ่ยว่า “ท่านป้าใหญ่กลับไปขายของๆ ท่านป้าเถอะเจ้าค่ะ ท่านพ่อได้บอกพวกเราว่าต้องเรียกลูกค้าเยี่ยงไรก่อนมาที่นี่แล้วเจ้าค่ะ”

     

    หลังจากป้าใหญ่จากไป สองพี่น้องก็เดินไปที่เพิงที่มีชายชราแววตาใจดีอยู่แล้วเอ่ยขึ้นอย่างสุภาพว่า “ท่านตาเจ้าคะ ขอพวกเราขายอาหารข้าง ๆ ร้านของท่านตาหน่อยได้หรือไม่เจ้าคะ? ”

     

    ชายชราผู้นี้คือท่านตาหลิวที่ป้าใหญ่เอ่ยถึงเมื่อครู่เขาเป็นคนที่สนทนาด้วยได้ง่ายยิ่งนัก ตาเฒ่าหลิวรู้สึกสงสารสองพี่น้องที่ต้องมาขายของตั้งแต่อายุเท่านี้จึงตอบตกลงอย่างง่ายดาย

     

    สองพี่น้องได้วางขายอาหารที่ข้างร้านของตาเฒ่าหลิวฉีโตวเริ่มตะโกนขึ้นทันที “เนื้อ 1 อีแปะจ้า อาหารจานเนื้อแค่ 1 อีแปะเท่านั้น ! ขอโทษด้วยขอรับ ท่านลุงที่เตรียมอาหารมาจากบ้านสนใจซื้อเนื้อสักห่อไปลองหรือไม่ขอรับถ้าหากมิอร่อยพวกเรายินดีคืนเงินให้ขอรับ ! ”

     

    “อะไรกัน ? มีคนขายอาหารที่มีเนื้อด้วยรึ? ห่อละ 1 อีแปะจริงรึ ? ”

     

    “เจ้าโง่หรือเยี่ยงไรกัน ?ตอนนี้เนื้อสัตว์แพงจะตายไป ถ้าขายเนื้อเพียงแค่ 1 อีแปะจริง ๆ ก็ขาดทุนแทนที่จะได้กำไรน่ะสิ! ”

     

    “อาหารที่มีเนื้อราคา 1 อีแปะมิน่าจะพอแหย่ขี้ฟันได้...ช่างมันเถอะพวกเราไปซื้อผักดองมากินแทนดีกว่า ! ”

     

    .........

     

     

    ถึงการเรียกลูกค้าของฉีโตวจะทำให้คนงานท่าเรือสนใจได้หลายคนแต่ก็ไม่มีใครคิดที่จะซื้อจริง ๆ เลยสักคน

     

    ฉีโตวเริ่มรู้สึกกังวลเขามองไปที่พี่สาวและเอ่ยว่า “พี่สามพวกเราจะทำเยี่ยงไรดี ? อาหารตุ๋นของพวกเราอร่อยมากเลยนะเหตุใดพวกเขาถึงมิซื้อเล่า ? ”

     

    เสี่ยวเฉาทายไว้แล้วว่าอาจจะเกิดเหตุการณ์เยี่ยงนี้ขึ้นคนส่วนใหญ่ต้องการเวลาทำความคุ้นเคยกับของใหม่ ๆ นางคิดเพียงชั่วครู่แล้วจึงเปิดตะกร้าหยิบอาหารขึ้นมาแกะห่อออกนางขอยืมมีดของตาเฒ่าหลิวมาหั่นเครื่องในไก่เป็นชิ้นเล็ก ๆจากนั้นก็เดินเข้าไปหาชายที่กำลังกินก๋วยเตี๋ยวอยู่แล้วยิ้มให้ “ท่านลุงเจ้าคะลองชิมอาหารของข้าหน่อยได้หรือไม่เจ้าคะ มิเสียเงินหรอกเจ้าค่ะ ถ้ามิอร่อยท่านลุงก็มิได้เสียอะไรเลยนี่ใช่หรือไม่เจ้าคะ? ”

     

    ชายผู้นั้นลังเลอยู่แวบนึงและเกือบจะรับเครื่องในไก่มาลองชายที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็ได้เอ่ยห้ามเขาไว้ “อย่า !เฒ่าจ้าว ใครจะรู้ว่าเด็กนี่จะเป็นพวกหลอกลวงหรือไม่ ? หากกินเข้าไปแล้วนางกล่าวว่าเจ้าติดเงินนางเล่าเช่นนั้นเจ้าจะทำเยี่ยงไร ? ”

     

    เมื่อชายคนนั้นได้ยินเข้า เขาจึงดึงมือกลับทันทีฉีโตวลืมตาโตอย่างกังวลและร้อนใจ

     

    แต่เสี่ยวเฉาใจเย็นดังเช่นแตงกวา นางยิ้มสดใสแล้วเอ่ยว่า“ท่านลุงเจ้าคะ ดูข้ากับน้องสิเจ้าคะ พวกเราตัวเล็กเท่านี้มิมีทางสู้ท่านลุงได้อยู่แล้วจะไปหลอกท่านลุงได้เยี่ยงไรเจ้าคะ ? ”

     

    เฒ่าจ้าวลูบคางแล้วตัดสินใจว่าเด็กหญิงผู้นี้กล่าวได้ถูกถ้าเขาบอกว่าอาหารไม่อร่อยและไม่ยอมจ่ายเงิน พวกเขาก็คงจะขายมิได้แล้วเงินอยู่ในกระเป๋าของเขา มิมีทางที่เด็กสองคนนี้จะขโมยไปจากเขาได้หากเขามิเต็มใจ

     

    เขารับไม้ที่เสียบตับไก่จากเสี่ยวเฉาแล้วเอาใส่ปากแล้วเคี้ยวรสชาติที่กลมกล่อมเข้มข้นของตับไก่ค่อย ๆ กระจายไปทั่วปาก ดวงตาของเขาเริ่มเป็นประกายด้วยความปลาบปลื้มในรสชาติ“อร่อย อร่อยมาก ! อร่อยเหลือเชื่อ ! แค่ 1 อีแปะใช่หรือไม่ ? เอามาให้ลุง 1 ห่อ ! ”เฒ่าจ้าวหยิบเงิน 1 อีแปะออกมาจากกระเป๋าโดยไม่ลังเล

     

    เพื่อนของเขาส่ายหน้าแล้วเอ่ยว่า“อร่อยขนาดถึงเพียงเชียวรึ ? เยี่ยงนั้น 1 อีแปะก็คงได้มิเยอะเป็นแน่ เฒ่าจ้าว...แกโดนเด็กหลอกเข้าแล้ว! ”

     

    ฉีโตวมองชายอีกคนแล้วเอ่ยว่า “ท่านพ่อของข้าสอนว่าให้ทำธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์และซื่อตรงเรามาขายอาหารเป็นคราแรก มิทำเรื่องโง่ ๆ ที่จะทำลายความไว้วางใจของลูกค้าหรอกขอรับ! ”

     

    เสี่ยวเฉาหยิบอาหารจากตะกร้ามา 1 ห่อแล้วเอ่ยว่า“ใช่แล้วเจ้าค่ะ ในอนาคตพวกเราจะขายจานเนื้อราคา 1 อีแปะต่อและจะสับเปลี่ยนอาหารไปเรื่อย ๆ พวกเราต้องอยากรักษาชื่อเสียงไว้อยู่แล้วเจ้าค่ะ ท่านลุงจ้าวนี่คืออาหารตุ๋นของท่านลุงเจ้าค่ะ...”

     

    รสชาติของอาหารยังค้างอยู่ในปากของเขาเฒ่าจ้าวฉีกห่อกระดาษออกอย่างใจร้อน เขาพบว่าข้าวในห่อไม่ได้มีเพียงเนื้อที่เขาลองชิมเท่านั้นแต่ยังมีเนื้อแบบอื่น ๆ อยู่อีกด้วย เนื้อทั้งหมดมากพอที่จะใส่ถ้วยเล็ก ๆ ได้ครึ่งถ้วยเขาชิมทุกอย่างอย่างละนิดละหน่อย และพบว่าแม้เนื้อสัมผัสจะต่างกันแต่ก็ยังรสชาติอร่อยมากทุกชิ้น

     

    “นี่เรียกว่าอาหารตุ๋นรึ ? ลุงมิเคยได้ยินมาก่อนเลย! อร่อยมาก ทั้งอร่อยทั้งถูก ! เอามาให้ลุงอีก 1 ห่อลุงจะเอากลับไปให้ภรรยากับลูกที่บ้านกิน ! ”เฒ่าจ้าวเทเครื่องในไก่ตุ๋นที่เหลือลงไปผสมในชามก๋วยเตี๋ยวเนื้อที่เพิ่มลงไปทำให้ก๋วยเตี๋ยวที่มีรสของถั่วเข้มข้นรสชาติดีขึ้นมาทันที

     

    “ได้เลยเจ้าค่ะ ! ” เสี่ยวเฉารับเงินและหยิบเอาเครื่องในไก่ตุ๋นอีกห่อส่งให้เขา นางตักเลือดไก่ใส่ลงไปในถ้วยของเฒ่าจ้าวหนึ่งช้อนแล้วเอ่ยว่า“เลือดไก่อันนี้นุ่มมากเลยนะเจ้าคะ ถ้าข้าเอาใส่ในห่อกระดาษมันจะเละ เอาใส่ในถ้วยก๋วยเตี๋ยวเลยจะดีกว่าเจ้าค่ะ”

     

    “ไอหยา !1 อีแปะได้เยอะถึงเพียงนี้เลยรึ คุ้มค่ายิ่งนัก ! ”เฒ่าจ้าวรู้สึกเหมือนตนเองกำลังเป็นฝ่ายเอาเปรียบพวกเขา

     

    ผู้คนที่อยู่รอบ ๆ เห็นเฒ่าจ้าวชมไม่หยุดอีกทั้งยังกินเอาๆ เงิน 1 อีแปะไม่ใช่เงินเยอะมากมายอะไรสำหรับพวกเขาดังนั้นทุกคนจึงพากันต่อแถวซื้อมาชิมทีละคน บางคนเอาไปห่อกินกับแผ่นแป้งที่เตรียมมาจากบ้านขณะที่บางคนก็ใส่ลงไปในซุปผักที่ซื้อมา ส่วนบางคนก็ซื้อหมั่นโถวร้อน ๆ มากินกับอาหารตุ๋น...

     

    หลายคนที่พบว่าอาหารอร่อยก็กลับมาซื้อรอบสองแม้แต่เนื้อที่ถูกที่สุดในตลาดก็ราคาเกิน 10 อีแปะต่อชั่งแล้ว อย่างมากเงิน 1อีแปะก็ให้เนื้อพวกเขาได้แค่ 2 แผ่นบาง ๆ อาหารที่เด็กหญิงคนนี้ขายไม่เพียงแต่อร่อยกว่าอาหารที่พวกเขามีที่บ้านแต่ยังให้ในปริมาณที่เยอะอีกด้วย เป็นการซื้อที่คุ้มยิ่งนัก ! เสี่ยวเฉาขายอาหารตุ๋น 40 ห่อหมดลงอย่างรวดเร็ว นางได้เงินที่ซื้อเครื่องปรุงคืนมาแล้วเสี่ยวเฉาจึงรู้สึกมีความสุขเป็นอย่างมาก ด้านข้างนางคือคนงานไม่กี่คนที่มาช้าและกลัวว่าจะพลาดของอร่อยไป

     

    “เสียงดังเอะอะโวยวายอันใดกัน ? หากมีคนก่อเรื่องแล้วถูกไล่ออกก็อย่าได้มากล่าวโทษข้ากันเล่า” หัวหน้าคนงานอยู่ที่เพิงขายอาหารผัดและอาหารทอดร้านเดียวในบริเวณนั้น เขาสั่งอาหารจานพิเศษมาสองสามอย่างและเทเหล้าให้กับผู้ดูแลสินค้าคนหนึ่งอย่างสุภาพ

     

    “หัวหน้า ประเดี๋ยวข้าไปดูให้ขอรับ”หัวหน้าคนงานจะมีบ่าวรับใช้อยู่ข้าง ๆ เขา 2 คนเสมอชายคนนั้นวิ่งไปทางที่ผู้คนรุมล้อมกันอยู่

     

    “ผู้ดูแลหลิว อาหารที่นี่ธรรมดาเกินไปห่างจากที่นี่อีกหน่อยจะมีตลาดเล็ก ๆ ที่นั่นมีร้านอาหารอยู่หลายร้าน ถ้าเยี่ยงไร...”หัวหน้าคนงานมองอาหารสองสามอย่างตรงหน้าเขาแล้วรู้สึกว่าพวกมันดูน่าเวทนาเขากลัวว่าผู้ดูแลหลิวจะไม่พอใจขึ้นมาแล้วจะไม่ทำธุรกิจกับเขาอีกในอนาคต

     

    ผู้ดูแลหลิวส่ายหน้าแล้วเอ่ยว่า “สินค้าที่ข้าเอามาเป็นที่ต้องการเร่งด่วนในเมืองหลวงข้าจะกินตอนไหนก็ได้ ขนถ่ายสินค้าลงให้เสร็จก่อนนั่นสำคัญกว่า แล้วค่อยเจรจาเรื่องอื่น! ”

     

    “ได้ขอรับ ได้ ! ผู้ดูแลหลิวมิต้องห่วง ข้าสัญญาว่าข้าสามารถขนสินค้าทั้งหมดลงได้ก่อนยามเว่ยแน่นอนขอรับ”หัวหน้าคนงานชูจอกเหล้าและชวนผู้ดูแลหลิวชนจอก ผู้ดูแลหลิวเป็นผู้ดูแลสินค้าให้กับพ่อค้าที่ร่ำรวยมีชื่อเสียงในเมืองหลวงถ้าเขาดูแลผู้ดูแลหลิวเป็นอย่างดีในอนาคตธุรกิจรายเดือนของตระกูลหลิวทั้งหมดก็จะมาหาเขาและไม่โดนคู่แข่งของเขาแย่งเอาไป

     

    “หัวหน้าครับ มิมีผู้ใดก่อเรื่องหรอกขอรับมีเด็กผู้หญิงขายเนื้อตุ๋นราคา 1 อีแปะ ทุกคนต่างกล่าวกันว่าอร่อยเป็นอย่างมาก ข้าก็เลยซื้อกลับมา1 ห่อ หัวหน้ากับผู้ดูแลหลิวลองชิมดูสิขอรับ” บ่าวรับใช้ผู้นี้ฉลาดเสียทีเดียวเขาควักเงินตนเองเพื่อแสดงความเคารพต่อหัวหน้า ถ้าหากเขาดูแลหัวหน้าได้ดีในอนาคตเขาย่อมได้ประโยชน์มากขึ้นมิใช่รึ ?

     

    “อาหารอะไรกันราคา 1 อีแปะ ? เนื้ออะไร ?กินได้หรือไม่ก็มิอาจรู้ได้ ? ” หัวหน้าคนงานบ่นพึมพำขณะที่ลองกัด อ่า ? มิเลว “ผู้ดูแลหลิวเนื้อตุ๋นนี่อร่อยมากเลยขอรับ  รสชาติดีกว่าอาหารที่ร้านอาหารในตลาดเสียอีกลองชิมสักหน่อยหรือไม่ขอรับ ? ”

     

    ในฐานะหัวหน้าผู้ดูแลสินค้าของตระกูลพ่อค้าใหญ่ผู้ดูแลหลิวย่อมเคยกินอาหารมาทุกประเภทแล้ว แต่เมื่อเขาหยิบเครื่องในไก่ชิ้นหนึ่งเข้าปากสีหน้าของเขาก็อ่อนลงทันที เขาเดินทางไปทั่วทั้งใต้หล้าซึ่งนั่นเป็นส่วนหนึ่งในหน้าที่ของเขาแต่เขาไม่เคยกินอะไรที่อร่อยถึงเพียงนี้มาก่อน

     

    ผู้ดูแลหลิวเอ่ยว่า “เท่าที่ข้าสัมผัสได้นี่มิใช่ทั้งเนื้อหมูเนื้อวัวหรือเนื้อแกะ เหมือนว่ามันจะมีรสชาติของไก่แต่ข้าก็มิเคยเจออาหารที่ทำเช่นนี้มาก่อนมิเลว มิเลว ! รสชาติดียิ่งนัก ! ”

     

    เมื่อหัวหน้าคนงานเห็นว่าผู้ดูแลหลิวกินไปหลายคำอย่างต่อเนื่องและดูเหมือนอยากจะกินอีก เขาจึงรีบสั่งบ่าวรับใช้คนนั้นว่า “ เอ้อร์ซืออาหารที่ผู้ดูแลหลิวชอบหายากยิ่งนักไปซื้อมาอีก 2 ห่อประเดี๋ยวนี้ ! ”

     

    ผู้ดูแลหลิวไม่ห้ามพวกเขาและมีสีหน้าพอใจหัวหน้าคนงานยิ้มอยู่ในใจ ดูเหมือนว่าลูกค้ารายใหญ่นี้จะตกเป็นของเขาเสียแล้ว

     

    “หัวหน้าขอรับ ! เนื้อตุ๋น 1 อีแปะขายหมดไปแล้วขอรับ...แต่ข้าพาเด็กผู้หญิงที่ขายมันมาด้วยในตะกร้าของนางยังมีเต้าหู้เลือดเหลืออยู่ นางอยากรู้ว่าหัวหน้าจะอยากซื้อมันหรือไม่น่ะขอรับ”เอ้อร์ซือไม่สามารถซื้อเครื่องในไก่ตุ๋นได้จึงกลับมาอย่างเสียใจ

     

    “เต้าหู้เลือด ?ใช่เจ้าก้อนสีน้ำตาลที่อยู่ในนั้นหรือไม่ ? มิรู้เลยว่ามันเรียกว่า ‘เต้าหู้เลือด’ รสสัมผัสนุ่มกว่าเต้าหู้อีกทั้งยังอร่อยกว่าด้วย” ผู้ดูแลหลิวใช้ตะเกียบคีบเลือดไก่ตุ๋นใส่ปากด้วยความพอใจ

     

    หัวหน้าคนงานรับรู้ได้ว่าผู้ดูแลหลิวชอบอาหารพวกนี้เขาจึงหันไปเอ่ยกับเสี่ยวเฉาว่า  “ข้าอยากได้เต้าหู้เลือดที่เหลืออยู่ในไหนั่นทั้งหมด10 อีแปะพอหรือไม่ ? ”

     

    เสี่ยวเฉายิ้มอย่างน่ารักแล้วส่ายหน้า “ท่านลุงหัวหน้าเจ้าคะมันมิแพงถึงเพียงนั้นหรอกเจ้าค่ะ ข้ามีเหลืออย่างมากก็แค่ถ้วยเดียว ให้ข้าแค่ 2อีแปะก็พอเจ้าค่ะ”

     

    ผู้ดูแลหลิวมองมาและเอ่ยว่า “มิคิดเลยว่าของถูกๆ เช่นนี้จะอร่อยมากถึงเพียงนี้ เต้าหู้เลือดนี่ทำจากอะไรงั้นรึ ? ”

     

    เสี่ยวเฉาคิดอยู่ชั่วครู่แล้วตอบกลับว่า“ท่านลุงผู้ดูแลกินอาหารแปลก ๆ ได้หรือไม่เจ้าคะ ? ”

     

    ผู้ดูแลหลิวหัวเราะเสียงดังแล้วเอ่ยว่า “ข้าทำธุรกิจมามากต้องเดินทางอยู่ตลอดเวลา มีสิ่งใดที่ข้ามิเคยกินบ้าง ? ข้าเคยกินหนูกับงูที่ทางใต้ของมณฑลกวางตุ้งบ่อยครั้งที่สิ่งที่ฟังดูน่ากลัวจริง ๆ แล้วก็รสชาติดี เอาล่ะแม่หนูน้อย บอกข้ามาเถิดเจ้าทำให้ตาแก่ผู้นี้กลัวมิได้หรอก ! ”

    คล้ายกับเรื่องนิยายแปล ทุ่งรวงทอง **จบแล้ว** ที่คุณอ่าน