บทที่ 22 หัวคนบนเพดาน
เสี่ยวลี่และเพื่อนทั้งสี่คนต่างก็ไม่ได้ออกแรงเลยแม้แต่นิดเดียว แต่ว่าปากกาด้ามนั้นกลับเริ่มสั่นขึ้นมาเองอย่างน่าประหลาด และทันใดนั้น ลมเย็นะเืก็พัดวูบเข้ามาทางหน้าต่าง ทำเอาทุกคนในห้องต่างรู้สึกขนลุกซู่ไปถึงกระดูกสันหลัง
ท่ามกลางสถานการณ์ชวนขวัญผวา หลิวเซียวดูจะเป็คนที่ตั้งสติได้ดีที่สุด
เธอเป็ฝ่ายเริ่มถามคำถามแรกด้วยเสียงสั่น ๆ “เทพปากกา ท่านมาแล้วใช่ไหมคะ?"
พริบตานั้นเอง แรงดึงดูดมหาศาลบางอย่างก็ฉุดมือของพวกเธอทั้งสี่คนให้เลื่อนไปบนกระดาษ มุ่งตรงไปยังเครื่องหมายถูกที่วาดเตรียมไว้ วงกลมที่สมบูรณ์แบบวงหนึ่งถูกวาดทับลงไปอย่างแม่นยำ!
หลิวเซียวถามต่อ “ท่านจะตอบคำถามทุกอย่างของพวกเรา... ใช่ไหมคะ?"
เทพปากกาวาดวงกลมลงบนเครื่องหมายถูกอีกครั้งเพื่อเป็การตอบรับ
เมื่อเห็นดังนั้น หลิวเซียวจึงหันไปบอกเพื่อน ๆ “พวกแกอยากถามอะไรก็ถามเลย ไม่ต้องกลัวนะ เทพปากกาไม่ทำอันตรายพวกเราหรอก"
หลี่เหมยเริ่มเกิดความฮึกเหิมและเป็ฝ่ายตั้งคำถามบ้าง
เวลาล่วงเลยไป คำถามแล้วคำถามเล่าถูกพ่นออกมาจากปากของทั้งสี่สาว และเทพปากกาก็ทยอยตอบคำถามเ่าั้ทีละข้อ แม้แต่เสี่ยวลี่ที่หวาดกลัวในตอนแรก ก็ยังอดรนทนไม่ไหวถามออกไปสองคำถามด้วยความอยากรู้
เวลาค่อย ๆ ไหลผ่านไปจนเทียนไขที่ตั้งอยู่มุมโต๊ะก็มอดไหม้ลงจนมีน้ำตาเทียนสีขาวไหลรินลงมาเป็ทาง
ทันใดนั้น หลิวเซียวก็โพล่งคำถามหนึ่งออกมา “ท่าน... ตายตามธรรมชาติ หรือว่าถูกฆ่าตายเหรอคะ?"
สิ้นเสียงคำถามนั้น! เทพปากกาที่เคยให้ความร่วมมือเป็อย่างดีกลับเริ่มสั่นะเือย่างบ้าคลั่ง! แรงกดมหาศาลที่จู่ ๆ ก็พุ่งออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย กดด้ามปากกาลงบนโต๊ะจนมือของทั้งสี่คนสั่น
เทพปากกากำลังโกรธ!
ลมอาถรรพ์ที่หนาวเหน็บพัดกระโชกเข้ามาในหอพักอย่างรุนแรงจนเปลวเทียนวูบวาบไปมาจวนจะดับ
เสี่ยวลี่แผดเสียงร้องด้วยความใ “เทพปากกาคะ พวกเราขอโทษ! พวกเราผิดไปแล้ว! คำถามนี้ท่านไม่ต้องตอบก็ได้ค่ะ ไม่ต้องตอบ!"
หลิวเซียวรีบเสริมทันควัน “ใช่ ๆ ๆ ท่านไม่ต้องตอบฉันก็ได้ ถือว่าฉันไม่ได้ถามแล้วกัน!"
ทว่า... แรงกดจากเทพปากกากลับทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
"กรี๊ดดดดด!!"
จู่ ๆ หวังเชี่ยนก็ร้องลั่นด้วยความเ็ป มือของเธอถูกแรงกระชากจนหลุดออกจากด้ามปากกาโดยไม่ทันตั้งตัว เมื่อเป็เช่นนั้น เสี่ยวลี่และคนที่เหลือก็เสียหลัก ปากการ่วงหลุดจากมือตกลงกระแทกกระดาษเสียงดัง...
ซึ่บ
ทันทีปากกาตกพื้น เทียนไขเล่มนั้นก็ดับวูบลงทันที
ท่ามกลางความมืดทั้งสี่คนไม่รู้ตัวเลยว่าแผ่นหลังของพวกเธอนั้นเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็น พวกเธอหอบหายใจอย่างหนักด้วยความตื่นตระหนก หลิวเซียวพยายามรวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่ ลุกขึ้นไปเปิดไฟในห้อง
แสงสว่างจ้าที่สาดเข้ามาทำให้ทุกคนต้องหรี่ตาลง พวกเธอทั้งสี่คนยังคงนั่งเกร็งอยู่ในท่าเดิม ไม่มีใครกล้าปริปากพูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว
เวลาผ่านไปนานนับสิบนาที...
หวังเชี่ยนเป็คนแรกที่ถามด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า “เมื่อกี้นั่นคือเทพปากกาจริง ๆ ใช่ไหม? พวกแกไม่ได้แอบขยับมือกันใช่ไหม?"
เสี่ยวลี่จ้องมองวงกลมที่สมบูรณ์แบบบนกระดาษพลางกลืนน้ำลายอึกใหญ่ “ถ้าพวกเราวาดเอง ไม่มีทางวงได้กลมขนาดนี้หรอก ใช่แน่ ๆ เทพปากกามาจริง ๆ”
หลี่เหมยพยักหน้าเห็นด้วย “ใช่ วงกลมแบบนั้นคนธรรมดาวาดไม่ได้หรอก... แต่ปัญหาคือ... พวกเรา... ยังไม่ได้ส่งท่านกลับเลยใช่ไหม?"
วูบ!!!
พอหลี่เหมยพูดจบ หน้าของเสี่ยวลี่และเพื่อน ๆ ก็ถอดสีจนเขียวคล้ำ พวกเธอมองหน้ากันด้วยความหวาดวิตกขั้นสุด
หวังเชี่ยนเบิกตากว้างจ้องไปที่หลิวเซียว “เซียวเซียว... แก... แกเคยบอกว่า ถ้า... ถ้าเราส่งท่านกลับไม่สำเร็จ... จะ... จะเป็ยังไงนะ?"
หลิวเซียวหน้าซีดเผือด น้ำเสียงสั่นระรัว “ถ้า... ถ้าส่งกลับไม่สำเร็จ... เทพปากกาก็จะ... ก็จะตามติดเราไปตลอด!"
"กรี๊ดดดด!!"
หลี่เหมยร้องลั่นด้วยความขวัญเสีย
หวังเชี่ยนขมวดคิ้วดุ “เสี่ยวเหมย! แกจะร้องทำไมเนี่ย!”
หลี่เหมยส่ายหน้าอย่างบ้าคลั่ง “ไม่เอา! ฉันไม่เอา! ฉันไม่อยากโดนผีตาม!! ฉันไม่เล่นแล้ว ฉันรู้เท่าไม่ถึงการณ์! ต่อไปนี้ฉันจะไม่ยุ่งกับอะไรบ้า ๆ นี่อีกแล้ว!”
ในห้องสตรีม
[ นี่แหละที่เขาเรียกว่า ไม่หาเื่ใส่ตัวก็ไม่ตาย ]
[ สมควรแล้วนะ จะไปเล่นเกมอันตรายแบบนั้นทำไม เื่บางเื่ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่จริง ๆ ]
[ ใช่เลย ความอยากรู้อยากเห็นฆ่าแมวได้ฉันใด ก็ฆ่าคนได้ฉันนั้น ]
[ ฉันรู้สึกว่าเสี่ยวลี่เป็คนใจอ่อนเกินไป ไม่มีจุดยืนของตัวเองเลย! ]
[ ผู้ใช้งาน โอวหยางสวิน มอบรางวัล ซูเปอร์ร็อกเก็ต 10 ลำ ให้กับสตรีมเมอร์ หลินเซียว! ]
[ ท่านผู้เฒ่าโอวหยางอีกแล้ว! นี่มันรักแท้ชัด ๆ! ถามจริง จะปั้นหลินเซียวเป็ทายาทตระกูลหรือไง? ]
คอมเมนต์หลั่งไหลมาเหมือนหิมะถล่ม
เมื่อเห็นสถานการณ์เป็ใจเช่นนี้ หลี่เฟิงก็เผยยิ้มกว้างอย่างมีความสุข
ยอดคนดูพุ่งทะลุเจ็ดล้านคน! คอมเมนต์เด้งขึ้นเป็พันข้อความต่อนาที! ของขวัญที่ส่งมา อย่างน้อย ๆ ก็ระดับเครื่องบินลำละร้อยหยวน!
นี่มันคือมาตรฐานของสตรีมเมอร์ระดับท็อปชัด ๆ! ต่อให้เป็ตัวท็อปในวงการ ก็ใช่ว่าจะรักษาความคึกคักของผู้ดูได้ขนาดนี้ทุกวัน!
การเดิมพันครั้งนี้หลี่เฟิงรู้สึกว่าเขาชนะแล้ว และชนะอย่างขาดลอยเสียด้วย
หลินเซียวกล่าวขอบคุณสั้น ๆ ให้กับเหล่าแฟนคลับที่จ่ายหนัก ก่อนจะเริ่มเล่าเื่ราวต่อ
...
หลังจากได้ยินสิ่งที่หลี่เหมยพูด หลิวเซียวก็พยายามปลอบใจตัวเองและเพื่อน ๆ ว่า
“จริง ๆ ก็ไม่ต้องกังวลขนาดนั้นหรอก ใครจะไปรู้ว่าไอ้เื่ส่งกลับไม่สำเร็จแล้วจะโดนตามเนี่ย มันอาจจะเป็เื่โกหกที่เอาไว้ขู่คนเล่นก็ได้”
หวังเชี่ยนรีบพยักหน้าสมทบ “ใช่ ๆ ๆ ต้องเป็แบบนั้นแน่ ๆ เื่หลอกเด็กชัด ๆ โลกนี้จะมีเื่อาถรรพ์ขนาดนั้นได้ไง ฉันไม่เชื่อหรอก”
ในตอนนี้ พวกเธอเป็เหมือนแมลงวันที่บินชนฝา ไม่รู้จะไปทางไหน ทำได้เพียงปลอบใจตัวเองไปวัน ๆ แต่อีกไม่นาน หลิวเซียวก็ถูกตบหน้าด้วยความจริงอันน่าสยดสยอง หลังจากที่พวกเธอเริ่มสงบสติอารมณ์ได้บ้าง ต่างคนก็ต่างแยกย้ายขึ้นเตียงเพื่อพักผ่อน
เวลาเที่ยงคืนนิดกว่าพวกเธอทั้งหมดจมดิ่งสู่ห้วงนิทรา เสียงกรนแ่เบาดังขึ้นสลับกันไปมาในห้องพักที่เงียบสงัด
แต่แล้วก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร... เสี่ยวลี่กลับรู้สึกหนาวสั่นขึ้นมาจนสะดุ้งตื่น เธอค่อย ๆ ลืมตาขึ้นในความมืด แสงจันทร์จากภายนอกสาดส่องเข้ามาในห้อง เสี่ยวลี่นอนจ้องมองเพดานสีขาวเหนือหัว
ในหัวของเธอตอนนี้ไม่มีความง่วงเหลืออยู่เลย ความคิดต่าง ๆ นานาพลุ่งพล่านเข้ามาเหมือนน้ำหลาก เพราะนับั้แ่ก่อนจะเริ่มเล่นเทพปากกา เสี่ยวลี่ก็รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีมาตลอด ความรู้สึกหวาดพะวงนั้น มันรุนแรงจนไม่สามารถบรรยายออกมาเป็คำพูดได้
เธอนอนหายใจเข้าออกเป็จังหวะแต่ว่า... ในเสี้ยววินาทีก่อนที่เธอจะหลับตาลงอีกครั้ง บนเพดานนั่น... กลับปรากฏหัวคนสุดสยองหัวหนึ่ง!!!
หัวคนนั้นผมเผ้ายุ่งเหยิงรุงรัง ดวงตาสองข้างปูดโปนใหญ่เท่าไข่ห่าน จ้องเขม็งลงมาที่เสี่ยวลี่ น้ำตาที่เป็สายเืไหลทะลักออกมาจากเบ้าตาไม่ขาดสาย ลิ้นของมันห้อยยาวออกมา มันมีแดงน่ากลัว ราวกับว่าเืกำลังจะซึมออกมาจากลิ้นนั้นจริง ๆ!
ในตอนนั้นใบหน้าของมันกลับฉีกยิ้มกว้างอย่างสยดสยองให้เสี่ยวลี่!
“กรี๊ดดดดดดดดด!!”
ใบหน้าผีที่โผล่มาอย่างไม่ทันตั้งตัว ทำให้เสี่ยวลี่แผดเสียงร้องโหยหวนออกมาด้วยความหวาดกลัวสุดขีด...