ซิงจวนมองลึกลงไปในดวงเนตรขององค์รัชทายาทที่เต็มไปด้วยความสับสนระคนยินดีนางเข้าใจดีถึงคำถามมากมายที่อัดแน่นอยู่ในใจของพระองค์นางคลายอ้อมกอดอย่างแช่มช้อย กิริยาสง่างามสมฐานะธิดาอ๋องแต่แววตายังคงเป็ของซิงจวนคนเดิม
“เื่ราวยังไม่จบเพคะ” นางกล่าวเบาๆ “ข้อตกลงของเรายังคงอยู่”
นางเดินกลับไปยังโต๊ะหยิบหวีไม้จันทน์หอมสลักลายเมฆขึ้นมาอย่างนุ่มนวล กลิ่นหอมอ่อนๆของเนื้อไม้ลอยฟุ้งขึ้นมาในอากาศ
"หม่อมฉันคิดว่า...ถึงเวลาของของชิ้นที่สองแล้ว"
องค์รัชทายาททอดพระเนตรหวีในมือนางความทรงจำอีกระลอกซัดถาโถมเข้ามาในพระทัยเป็ความทรงจำที่เกิดขึ้นใน่เวลาแห่งความสับสนและหลีกหนีพระองค์ทรุดกายนั่งลงอีกครั้ง เริ่มต้นเล่าเื่ราวบทที่สองแห่งการเดินทาง
“หลังจากที่ข้าสูญเสียเ้าไป...หัวใจของข้าก็ว่างเปล่า” พระองค์เริ่มต้น “ข้าพยายามตามหาเ้าอยู่หลายเดือนแต่ก็ไร้วี่แววในขณะเดียวกัน ราชโองการเื่การอภิเษกสมรสก็ถูกหยิบยกขึ้นมาอีกครั้งข้ายังไม่พร้อมที่จะผูกมัดชีวิตกับสตรีที่ไม่รู้จักและขาดอิสระในการผจญภัยท่องโลกจึงทูลขอพระบิดาออกเดินทางไปยังดินแดนตะวันตกอ้างว่าเพื่อเจริญสัมพันธไมตรีและศึกษาเส้นทางการค้า...แต่เหตุผลที่แท้จริงคือเพื่อยื้อเวลาและหลีกหนีความจริง”
“ขบวนของข้าเดินทางเข้าสู่เส้นทางสายไหมอันเลื่องชื่อ...ณ ตลาดแห่งหนึ่งในเมืองโอเอซิสที่ห่างไกล ข้าได้เห็นภาพที่น่าเวทนาพ่อค้าทาสกำลังประมูลขายมนุษย์ราวกับเป็สิ่งของ ข้าทนดูไม่ได้จึงตัดสินใจใช้ทองคำจำนวนมากซื้อตัวพวกเขาทั้งหมดไว้ในคราเดียว” องค์รัชทายาทหยุดเล็กน้อยแววตาฉายความเ็ป
“ข้าไม่ได้้าทาสข้าเพียง้ามอบอิสรภาพให้พวกเขา แต่การเดินทางยังอีกยาวไกลข้าจึงต้องให้พวกเขาติดตามขบวนของข้าไปก่อน และในบรรดาทาสเ่าั้...มีเด็กสาวนางหนึ่งที่ดึงดูดสายตาของข้าเป็พิเศษ นางมีนามว่า ไลลา”
“ครั้งแรกที่ข้าพบนางนางอยู่ในสภาพอิดโรย ร่างผอมบางในชุดผ้าเนื้อหยาบสีซีดจางผิวของนางกร้านแดดและมอมแมมไปด้วยฝุ่นผงแห่งการเดินทาง เรือนผมสีเข้มยุ่งเหยิง...นางไม่ได้งดงามโดดเด่น... อันที่จริงถ้ามองในมุมมองแคว้นเราอาจจะอัปลักษณ์สำหรับสายตาหลายคน... แต่สิ่งที่ทำให้ข้าหยุดมองคือดวงตาของนาง...ดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่จ้องมองมาอย่างไม่เกรงกลัว แม้จะฉายความเหนื่อยล้าแต่มันกลับมีความแข็งกร้าวดื้อรั้นซ่อนอยู่... เป็แววตาที่ไม่ยอมจำนนต่อโชคชะตามันทำให้ข้านึกถึงแววตาของเ้า... ซิงจวน... แววตาที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาของคนที่รักในอิสระ”
“ในตอนแรกไลลาทำหน้าที่ของนางอย่างเงียบงันและไร้ที่ติ นางจัดเตรียมที่พักจัดหาน้ำและอาหารให้ข้าโดยไม่เคยเอ่ยคำพูดเกินความจำเป็กำแพงที่มองไม่เห็นกั้นขวางระหว่างเรา สถานะของข้าและนางแตกต่างกันเกินไปนางคือทาสที่ถูกซื้อมา ส่วนข้าคือเ้านายผู้เป็เ้าชีวิต”
“แต่ข้าสังเกตเห็นสิ่งต่างๆที่อยู่นอกเหนือหน้าที่รับใช้ ในยามที่ขบวนหยุดพักข้ามักจะเห็นนางเดินสำรวจไปตามพื้นทรายอย่างเงียบๆ นางรู้วิธีหาพืชทะเลทรายเล็กๆที่พอจะใช้เป็อาหารเสริมให้แก่อูฐได้หรือสังเกตทิศทางลมเพื่อคาดการณ์พายุทรายล่วงหน้า นางมีความรู้ที่ไม่ได้มาจากตำราแต่มาจากการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด”
“เหตุการณ์เปลี่ยนไปในคืนหนึ่งขณะที่ข้ากำลังตรวจดูแผนที่อยู่ในกระโจมเพียงลำพังข้าเกือบจะเหยียบแมงป่องสีดำตัวใหญ่ที่คลานเข้ามาอย่างเงียบเชียบแต่ก่อนที่ข้าจะได้ทำอะไรร่างของไลลาก็พุ่งเข้ามาขวางหน้านางใช้วัตถุบางอย่างปัดมันออกไปอย่างรวดเร็วและแม่นยำจนน่าใ”
“นางใช้มีดเล็กๆที่เหน็บไว้ที่เอวเสมอเขี่ยมันออกไปให้พ้นทางก่อนจะหันมาโค้งคำนับให้ข้าอย่างสงบแล้วกล่าวว่า ‘โปรดระวังด้วยเพคะพื้นทรายยามค่ำคืนไม่ได้เป็มิตรอย่างที่เห็น’”
“นั่นเป็ครั้งแรกที่นางเอ่ยประโยคนอกเหนือจากคำว่า ‘เพคะ’ กับข้าโดยตรง และหลังจากคืนนั้นข้าก็เริ่มมองนางต่างไป ข้าไม่ได้เห็นนางเป็เพียงทาสอีกต่อไปแต่เห็นเป็ผู้มีประสบการณ์ที่น่าทึ่ง ข้าเริ่มชวนนางสนทนาถามนางเกี่ยวกับสรรพคุณของพืชต่างๆ หรือวิธีเอาตัวรอดในทะเลทราย”
"ข้าเคยถามนางครั้งหนึ่งว่าเรียนรู้วิธีพวกนี้มาจากไหน นางเพียงตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ว่า ‘'จากชีวิตเพคะ’ คำตอบสั้นๆ นั้นกลับกรีดลึกลงในใจข้าทำให้ข้าตระหนักถึงความแตกต่างของโลกที่เราทั้งสองอาศัยอยู่
“วันหนึ่งข้าสังเกตเห็นว่าฝ่ามือของนางหยาบกร้านและมีรอยแตกจนเืซึมจากการทำงานหนักตลอดการเดินทางข้าจึงเรียกนางเข้ามาและมอบตลับยาขี้ผึ้งชั้นดีซึ่งเป็ของใช้ส่วนตัวของข้าให้นางนางมองข้าด้วยความใ ดวงตาที่เคยแข็งกร้าวนั้นฉายแววสับสน”
“นางรับมันไว้เงียบๆโดยไม่เอ่ยคำขอบคุณ แต่ในดวงตาคู่นั้น ข้ารู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่เปลี่ยนไปกำแพงน้ำแข็งที่นางสร้างขึ้นรอบตัว เริ่มปรากฏรอยร้าวเป็ครั้งแรกนางอาจไม่เชื่อใจในความเมตตา แต่การกระทำเล็กๆ น้อยๆที่แสดงถึงการมองเห็นนางเป็มนุษย์คนหนึ่ง ค่อยๆ สลายความเ็าของนางลงทีละน้อย”
“บทสนทนาของพวกเรายามค่ำคืนข้างกองไฟจึงเปลี่ยนไปข้าเล่าเื่ดวงดาวตามตำราดาราศาสตร์ที่เคยร่ำเรียนมาให้นางฟังชี้ให้ดูดาวเหนือและกลุ่มดาวจักรราศีที่ข้ารู้จักนางชี้ไปยังกลุ่มดาวอีกกลุ่มหนึ่งที่ข้าไม่เคยรู้จักแล้วกล่าวว่า ‘นั่นคือดาวนักเดินทางเพคะ มันจะขึ้นและตก ในแนวทิศตะวันออก ตะวันตก เสมอ แล้วจะหันหัวไปทางดาวเหนือ‘”
“เราต่างแบ่งปันโลกคนละใบให้แก่กันภายใต้ท้องฟ้าเดียวกันแลกเปลี่ยนเื่ราวมากมาย ข้าได้ความรู้หลายเื่มาจากนางพอสมควร...”
องค์รัชทายาทหยุดเล่ากะทันหันพระองค์เงยพระพักตร์ขึ้นสบตากับซิงจวน แววตาเต็มไปด้วยความละอายใจ
“ซิงจวน... เื่ราวต่อจากนี้...มันอาจไม่เหมาะสมนักที่ข้าจะเล่าให้เ้าฟัง... เ้าแน่ใจหรือว่าอยากจะฟังต่อ?”
ซิงจวนพยักหน้าอย่างหนักแน่นแววตาของนางยังคงเรียบนิ่งและเข้าใจ
“เล่าเถิดเพคะองค์รัชทายาทหม่อมฉัน้าความจริงทั้งหมด” นางกล่าว “และอย่าเพียงแค่เล่าว่าเกิดอะไรขึ้น...แต่โปรดพรรณนาความรู้สึกของพระองค์ที่มีต่อนางในยามนั้นด้วย หม่อมฉันอยากเข้าใจ”
เมื่อได้รับอนุญาตองค์รัชทายาทจึงหลับตาลง ระลึกถึงความรู้สึกในค่ำคืนนั้นก่อนจะเริ่มเล่าต่อด้วยน้ำเสียงที่แ่เบา...
เื่ในคืนที่พระองค์ได้มอบหัวใจให้ใครบางคนที่ไม่ใช่รักแรก...