แสงตะวันสาดส่องกระทบแผ่นกระเบื้องเคลือบสีทองบนหลังคาจวนตระกูลมู่ เช้าตรู่วันนี้อากาศสดใส ทว่าบรรยากาศภายในจวนกลับเต็มไปด้วยความคึกคักและเสียงฝีเท้าเร่งรีบของบ่าวไพร่ที่กำลังตระเตรียมขบวนรถม้า
บนเตียงกว้างที่ยับยู่ยี่จากการใช้สอยอย่างหนักหน่วงเมื่อคืน หลีเฮงขยับกายบิดขี้เกียจอย่างเชื่องช้า รอยยิ้มกรุ้มกริ่มปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้ดูจะเปล่งปลั่งไปด้วยราศีของคุณชายเสเพลผู้มีอันจะกิน ชายหนุ่มลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง พลางสูดดมกลิ่นหอมกรุ่นของดอกไม้และกลิ่นกายสาวที่ยังคงหลงเหลืออยู่บนผ้าปูที่นอน
[ติ๊ง! ระบบเทพแมงดาทำการประเมินผลประจำวัน]
[ท่านได้รับปันผลยามเช้าจากการปรนนิบัติสตรีระดับสูงอย่างยอดเยี่ยม: +3,000 แต้ม]
[ยอดแต้มสะสมชั่วคราว: 51,495 แต้ม]
"สามพันแต้มแต่เช้า... ชีวิตแมงดานี่มันช่างหอมหวานเสียจริง" หลีเฮงพึมพำกับตัวเองพลางลูบปลายคางอย่างอารมณ์ดี
ก่อนหน้านี้ เขาเป็นเพียงผู้ลี้ภัยตัวเล็กๆ ที่ต้องคอยหลบซ่อนและหนีหัวซุกหัวซุนจากศัตรู แต่บัดนี้ สถานะของเขาพลิกผันราวกับหน้ามือเป็นหลังเท้า เขาไม่ใช่หมอนวดสนามกระจอกๆ อีกต่อไป ทว่าคือ 'ผู้ทรงอิทธิพลตัวน้อย' ที่มีสองขั้วอำนาจยักษ์ใหญ่คอยกางร่มเงาคุ้มกะลาหัว
ด้านซ้ายคือ 'มู่ชิงหลาน' สตรีผู้งดงามดั่งเทพธิดา เจ้าของขุมทรัพย์ทองคำและเครือข่ายการค้าที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลงเหมิน พลังระดับ SSS ของนางไม่ใช่แค่เรื่องฝีมือ แต่รวมถึงอำนาจเงินตราที่สามารถซื้อเมืองทั้งเมืองได้ภายในพริบตา
ด้านขวาคือ 'ฉินเยว่หง' แม่ทัพสาวแกร่งผู้มีเรือนร่างสมบูรณ์แบบ อุดมไปด้วยกล้ามเนื้อที่งดงามราวกับรูปสลักชั้นยอด ผู้นำทัพทหารเกราะเหล็กปราบอสูรที่ทำให้ศัตรูหน้าไหนก็ต้องตัวสั่นเทา พลังระดับ SSS ของนางคือความดุดันและห้าวหาญที่ไร้ผู้ต้าน
"ในเมื่อมีโล่ระดับ SSS ถึงสองอันคอยประกบซ้ายขวา... ถ้าวันนี้ข้าไม่ออกไปเดินกร่างให้พวกตระกูลฉู่อกแตกตาย ก็คงเสียชาติเกิดแมงดาแย่" ชายหนุ่มแสยะยิ้มชั่วร้าย ก่อนจะลุกขึ้นไปแต่งกายด้วยชุดผ้าไหมชั้นดีที่มู่ชิงหลานเตรียมไว้ให้ สีสันฉูดฉาดและลวดลายปักดิ้นทองนั้นช่างดูขัดตากับความเป็นจอมยุทธ์ แต่กลับเข้ากันได้ดีกับภาพลักษณ์คุณชายเจ้าสำราญ
ณ ถนนหลวงสายหลักของเมืองหลวงหลงเหมิน
ย่านการค้าที่คึกคักที่สุดในเมืองเต็มไปด้วยผู้คนเดินขวักไขว่ ร้านรวงเรียงรายตลอดสองข้างทาง เสียงพ่อค้าแม่ค้าตะโกนเร่ขายสินค้าดังระงม ทว่าวันนี้ บรรยากาศบนถนนกลับแปลกประหลาดไปจากทุกวัน
ฝูงชนต่างพากันแหวกทางออกเป็นช่องกว้างราวกับทะเลแหวก เมื่อปรากฏขบวนเสด็จ... ไม่สิ ขบวนจับจ่ายซื้อของของคุณชายหลีเฮง
ชายหนุ่มเดินทอดน่องอยู่ตรงกลางด้วยท่าทีกรีดกรายและโอ้อวด ในมือถือพัดจีบเล่มงามพัดโบกเบาๆ ใบหน้าเชิดขึ้นเล็กน้อยราวกับผู้ที่มองสรรพสิ่งเป็นเพียงฝุ่นผง
ขนาบข้างซ้ายคือมู่ชิงหลานที่สวมชุดกระโปรงยาวสีทองอร่าม ใบหน้างดงามหมดจดนั้นประดับด้วยรอยยิ้มบางๆ แต่แววตากลับแฝงไปด้วยความเย่อหยิ่งและอำนาจ องครักษ์เงาของตระกูลมู่นับสิบคนกระจายตัวอยู่โดยรอบเพื่อคุ้มกัน
ขนาบข้างขวาคือฉินเยว่หงในชุดเกราะเบาสีแดงเพลิงที่เน้นให้เห็นสัดส่วนโค้งเว้าและกล้ามเนื้อหน้าท้องอันแข็งแกร่ง ทวนอัสนีดินเล่มยักษ์ถูกแบกไว้บนบ่าอย่างสบายๆ ราวกับมันเป็นเพียงกิ่งไม้แห้งๆ ทหารเกราะเหล็กหลายนายเดินตามหลังมาด้วยสีหน้าถมึงทึง
"โอ๊ะโอ... ร้านขลุ่ยหยกตรงนั้นช่างดูน่าสนใจยิ่งนัก ชิงหลานจ๊ะ พี่อยากได้ขลุ่ยเล่มนั้นจังเลย" หลีเฮงชี้พัดไปที่ร้านเครื่องหยกหรูหรา
"สำหรับท่านพี่ เหมาทั้งร้านก็ยังได้เจ้าค่ะ" มู่ชิงหลานตอบเสียงหวาน พร้อมกับพยักหน้าให้พ่อบ้าน พ่อบ้านตระกูลมู่รีบวิ่งไปโยนถุงทองคำก้อนใหญ่ลงบนโต๊ะเถ้าแก่ร้าน จนเถ้าแก่ตาเหลือกแทบจะเป็นลมด้วยความดีใจ
"เฮอะ ของพรรค์นั้นมีดีแค่สวยงาม เอาไปฟาดหัวอสูรก็แตกแล้ว" ฉินเยว่หงแค่นเสียงในลำคอ พลางปรายตามอง "ถ้าเจ้าอยากได้อาวุธจริงๆ เดี๋ยวข้าพาไปตีดาบเหล็กกล้าที่ค่ายทหารดีกว่า รับรองว่าฟาดฟันศัตรูขาดสองท่อนได้ในดาบเดียว"
"โธ่ เยว่หงที่รัก ข้าเป็นเพียงชายหนุ่มบอบบาง จะไปถืออาวุธหนักๆ แบบนั้นได้อย่างไร ข้ามีพวกเจ้าปกป้องก็พอแล้ว" หลีเฮงพูดพลางทำตาปริบๆ และเอนศีรษะไปซบไหล่หนาของแม่ทัพสาว
ฉินเยว่หงหน้าแดงซ่านเล็กน้อย แม้จะหมั่นไส้ในความสำออยของชายหนุ่ม แต่เมื่อถูกออดอ้อนกลางสายตาผู้คน นางก็อดไม่ได้ที่จะยืดอกขึ้นด้วยความภาคภูมิใจในฐานะผู้ปกป้อง
ในขณะเดียวกัน บนหลังคาและตามซอกหลืบของตรอกมืด สายตาอาฆาตมาดร้ายหลายสิบคู่กำลังจับจ้องมาที่กลุ่มของหลีเฮง พวกมันคือนักฆ่าระดับสูงที่ตระกูลฉู่ส่งมาเพื่อเด็ดหัวศัตรูตัวฉกาจ ทว่าเมื่อเห็นโล่เนื้อระดับเอสเอสเอสทั้งสองนางขนาบข้างเป้าหมาย พวกมันถึงกับเหงื่อตกและลังเล
"บัดซบ! มันทำตัวเป็นปลิงเกาะสตรีเช่นนี้ พวกเราจะลงมือได้อย่างไร!" หัวหน้านักฆ่าสบถอย่างหัวเสีย
"แต่ถ้าเรากลับไปมือเปล่า นายท่านต้องเอาตายแน่ เราต้องหาจังหวะที่มันเผลอ!"
หลีเฮงสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่แผ่พุ่งมาจากรอบทิศทาง เขาลอบยิ้มมุมปาก 'มาเลยไอ้พวกลูกสุนัข ข้ากำลังรอให้พวกแกเปิดฉากอยู่พอดี'
เพื่อเพิ่มความกวนประสาทและกระตุ้นต่อมโทสะของศัตรู ชายหนุ่มจึงแอบเปิดหน้าต่างระบบขึ้นมา
'ระบบ เปิดร้านค้า ข้าต้องการของเล่นวิเศษที่กวนส้นเท้าที่สุด'
[ติ๊ง! ระบบขอเสนอ 'แว่นตากวนโอ๊ยทะลวงตา' (ราคา 2,000 แต้ม) สรรพคุณ: เมื่อสวมใส่ จะเปล่งประกายแสงสะท้อนที่ทำให้ผู้มองรู้สึกหงุดหงิดและอยากกระโดดเตะก้านคอผู้สวมใส่ เพิ่มอัตราการยั่วยุศัตรูขึ้นร้อยละสามร้อย!]
'จัดมาเลย ซื้อ!'
[ทำการหักแต้ม: -2,000 แต้ม]
[ยอดแต้มสะสมชั่วคราว: 49,495 แต้ม]
ทันใดนั้น บนใบหน้าของหลีเฮงก็ปรากฏแว่นตาดำทรงกลมกรอบทองสุดประหลาด เมื่อเขาสวมมันพร้อมกับเชิดหน้าขึ้น แสงแดดก็สะท้อนกับเลนส์แว่นเกิดเป็นประกายวับวาบราวกับกำลังเยาะเย้ยทุกสรรพสิ่ง
"กรอดดด..." เสียงกัดฟันดังมาจากมุมมืด
หัวหน้านักฆ่าตระกูลฉู่ทนความยั่วยุและหน้าตากวนอวัยวะเบื้องล่างของเป้าหมายไม่ไหวอีกต่อไป เส้นเลือดที่ขมับของมันปูดโปน "ฆ่ามัน! ถล่มมันให้ราบเป็นหน้ากลอง!"
ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ!
เงาดำนับสิบสายพุ่งทะยานออกจากที่ซ่อน อาวุธมีคมสะท้อนแสงแดดวาววับหมายจะปลิดชีพคุณชายเสเพลให้ตกตายในดาบเดียว
"กรี๊ดดดด! ชิงหลาน เยว่หง ช่วยข้าด้วย! ข้ากลัวเลือด!" หลีเฮงแสร้งทำเป็นตกใจสุดขีด เขารีบย่อตัวลงและพุ่งเข้าไปหลบอยู่ด้านหลังแผ่นหลังบอบบางของมู่ชิงหลานและแผ่นหลังแกร่งของฉินเยว่หง พลางใช้สองมือเกาะไหล่ของสตรีทั้งสองไว้แน่นจนตัวสั่นระริก
มู่ชิงหลานหรี่ตาลง แววตาเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง "กล้าดีอย่างไรมาบังอาจลอบสังหารสามีของข้ากลางถนนหลวง! องครักษ์ตระกูลมู่ จัดการสกัดพวกมันไว้!"
สิ้นคำสั่งเฉียบขาด เหล่าองครักษ์เงาตระกูลมู่ก็ปรากฏกายพร้อมน้าวคันศร ปลดปล่อยพลังปราณธาตุทองคำอันแหลมคมเป็นลูกศรปราณแสงสีทองคำพุ่งทะลวงแหวกอากาศเข้าสกัดพวกนักฆ่าอย่างรวดเร็วแม่นยำ
ฉึก! ฉึก! ฉึก!
นักฆ่าหลายคนถูกศรแสงธาตุทองคำเจาะทะลุร่างจนร่วงหล่นลงมากองกับพื้น ร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด
"กระจอกสิ้นดี!" ฉินเยว่หงคำรามก้อง นางควงทวนอัสนีดินในมือจนเกิดกระแสพลังปราณอัสนีดินสั่นสะเทือนปลาบปลาบบดขยี้พสุธาจนแผ่นดินส่งเสียงลั่นครืน พลอยให้ฝุ่นผงและก้อนหินลอยตัวกลางอากาศ
"ตายซะเถอะพวกสวะ!"
ตูมมม!
แม่ทัพสาวฟาดทวนอัสนีดินลงบนพื้นถนนอย่างแรง พลังปราณอัสนีดินสั่นสะเทือนปลาบปลาบบดขยี้พสุธาจนระเบิดออกเป็นคลื่นกระแทกขนาดใหญ่ กวาดเอานักฆ่าที่เหลือปลิวกระเด็นลอยละลิ่วตกลงไปในท่อระบายน้ำสาธารณะริมถนนดังตู้มใหญ่ น้ำครำสีดำกระเด็นสาดกระจาย
ชาวบ้านที่มุงดูเหตุการณ์ต่างพากันอ้าปากค้าง ตกตะลึงในความแข็งแกร่งของสองสตรีผู้ยิ่งใหญ่
"ว้าว! ภรรยาของข้าเก่งกาจที่สุดเลย! พวกเจ้านี่มันช่างปลอดภัยยิ่งกว่ากำแพงเมืองเสียอีก!" หลีเฮงโผล่หัวออกมาจากด้านหลังของทั้งสอง พร้อมกับชูนิ้วโป้งให้ รอยยิ้มกวนตายังคงประดับอยู่บนใบหน้าใต้แว่นตาดำ
มู่ชิงหลานและฉินเยว่หงหันมามองหน้ากัน ก่อนจะถอนหายใจออกมาพร้อมกัน แม้จะรู้ว่าชายหนุ่มเสแสร้งทำเป็นอ่อนแอ แต่พวกนางก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าลึกๆ แล้วรู้สึกดีที่ได้เป็นผู้ปกป้องเขา
[ติ๊ง! ท่านได้รับแต้มแมงดาจากการทำตัวปวกเปียกหลบหลังสตรีอย่างแนบเนียน: +3,000 แต้ม]
[ยอดแต้มสะสมชั่วคราว: 52,495 แต้ม]
"ฮ่าๆๆ คุ้มค่าจริงๆ!" หลีเฮงหัวเราะร่วนในใจ
[แจ้งเตือน! ค่าความหึงหวงของมู่ชิงหลาน และ ฉินเยว่หง เริ่มทำงาน!]
[เนื่องจากโฮสต์เกาะไหล่แนบชิดทั้งสองฝ่ายพร้อมกัน ทำให้พวกนางเกิดการเปรียบเทียบขนาดหน้าอกและกล้ามเนื้อกันเองในใจ]
[สะสมค่าความหึงหวงฝ่ายละ 20 แต้ม]
หลีเฮงเหลือบมองสองสาวที่ตอนนี้เริ่มส่งสายตาฟาดฟันกันเล็กๆ มู่ชิงหลานยืดอกที่อวบอิ่มของตนขึ้นอย่างท้าทาย ส่วนฉินเยว่หงก็ขยับกายโชว์สัดส่วนแน่นกระชับและกล้ามเนื้อหน้าท้องที่ไร้ไขมันส่วนเกิน
"แหม การมีภรรยาเก่งๆ สองคนนี่มันก็เหนื่อยเหมือนกันนะ ต้องคอยห้ามทัพตลอดเลย" หลีเฮงคิดในใจอย่างหลงตัวเอง
[ติ๊ง! ระบบขอหักค่าศักดิ์ศรีของโฮสต์: -50 แต้ม]
[สาเหตุ: ระดับหน้าหนายิ่งกว่าศิลาจารึกมังกรโบราณ การแกล้งร้องกรี๊ดเมื่อครู่นี้ทำให้ศักดิ์ศรีลูกผู้ชายของโฮสต์ป่นปี้ไม่มีชิ้นดี]
[แจ้งเตือน! แต้มวิบัติสะสมเพิ่มขึ้น: +1 แต้ม (สะสมรวม 14 แต้ม)]
[คำเตือนจากระบบ: โกงเข้าไปเถอะ ทำตัวน่าหมั่นไส้เข้าไป สักวันแต้มวิบัติระเบิดเมื่อไหร่ โฮสต์จะรู้ซึ้งว่านรกมีจริง!]
"เฮอะ ระบบกระจอก เจ้าก็แค่อิจฉาที่ข้ามีเมียสวยและเก่งคอยคุ้มครองล่ะสิ" หลีเฮงตอบโต้ระบบในใจอย่างไม่แยแส
หลังจากเหตุการณ์ลอบสังหารอันแสนสั้นจบลง ขบวนจับจ่ายซื้อของของคุณชายหลีเฮงก็ดำเนินต่อไปอย่างราบรื่น ไม่มีสุนัขรับใช้ตระกูลฉู่ตัวใดกล้าโผล่หัวมาให้เห็นอีกเลยตลอดทั้งวัน
ชายหนุ่มกวาดซื้อของกินหรูหรา เครื่องประดับ และเสื้อผ้าชั้นดีไปมากมาย โดยมีมู่ชิงหลานเป็นคนจ่ายเงิน และมีทหารของฉินเยว่หงเป็นคนถือของให้ ช่างเป็นภาพชีวิตที่สุขสบายจนน่าหมั่นไส้อย่างแท้จริง
เมื่อดวงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำลง ขบวนรถม้าก็เดินทางกลับมาถึงจวนตระกูลมู่
หลีเฮงทิ้งตัวลงบนเก้าอี้นุ่มในห้องโถง พลางถอดแว่นตากวนโอ๊ยทะลวงตาออก
"วันนี้สนุกจริงๆ ได้ออกกำลังกาย(ปาก) แถมยังได้ของเล่นตั้งเยอะ" เขาพูดพลางหัวเราะ
[สรุปยอดแต้มสะสมประจำวัน]
[ยอดคงเหลือเดิม: 48,495 แต้ม]
[รับปันผลยามเช้า: +3,000 แต้ม]
[ซื้อของวิเศษ: -2,000 แต้ม]
[โบนัสแมงดาเกาะสตรี: +3,000 แต้ม]
[หักค่าศักดิ์ศรี: -50 แต้ม]
[แต้มคงเหลือรวมหลังจบตอน: 52,445 แต้ม]
[ประเมินผลจากระบบ: โฮสต์คือจุดสูงสุดของวิวัฒนาการสิ่งมีชีวิตประเภท 'ปลิง' การแกล้งทำตัวปวกเปียกแล้วหลบหลังสตรีของโฮสต์นั้นช่างเป็นศิลปะชั้นสูงที่น่าสะอิดสะเอียนยิ่งนัก ขอแสดงความยินดีด้วย ท่านได้สูญเสียความเป็นคนไปอีกขั้นแล้ว!]
หลีเฮงยิ้มรับคำด่าของระบบอย่างชื่นบาน "ขอบใจสำหรับคำชม ข้าจะพยายามพัฒนาความหน้าด้านให้ยิ่งขึ้นไปอีกนะจ๊ะ"
ชายหนุ่มหลับตาลงเตรียมพักผ่อน ทว่าเสียงฝีเท้าเบาๆ ของสตรีสองนางที่เดินเข้ามาใกล้ ทำให้เขาต้องลืมตาขึ้นอีกครั้ง
มู่ชิงหลานและฉินเยว่หงยืนอยู่ตรงหน้าเขาด้วยสายตาที่มีความหมายแอบแฝง
"ท่านพี่... วันนี้ท่านออกไปเดินเล่นจนเหนื่อยแล้ว ให้ข้านวดผ่อนคลายให้ดีหรือไม่?" มู่ชิงหลานเอ่ยด้วยน้ำเสียงยั่วยวน
"ฮึ! นวดแบบของเจ้าน่ะสิไม่ว่า ให้ข้าช่วยดีกว่า ข้ามีวิธี 'คลายเส้น' แบบฉบับทหารรับรองว่าถึงใจแน่" ฉินเยว่หงแทรกขึ้นมาพลางยิ้มมุมปาก
หลีเฮงกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ดูเหมือนว่าคืนนี้ โล่ระดับ SSS ทั้งสองของเขาคงเตรียมจะ 'ลงทัณฑ์' เขาโทษฐานที่ก่อเรื่องปวดหัวให้ตลอดทั้งวันเสียแล้ว... แต่ในฐานะเทพแมงดาผู้ยิ่งใหญ่ มีหรือที่เขาจะหวั่นเกรง!
"มาเลยจ้ะ ภรรยาที่รักทั้งสอง... คืนนี้พี่ชายพร้อมจะรับการ 'บำบัด' จากพวกเจ้าอย่างเต็มที่!" ชายหนุ่มประกาศกร้าว พร้อมกับพุ่งตัวเข้าหาสตรีทั้งสองอย่างหื่นกระหาย
[ติ๊ง! ระบบขอไว้อาลัยล่วงหน้าให้กับเอวของโฮสต์]