ฮูหยินขี้เมาของท่านแม่ทัพ กับระบบร้านสุราต่างมิติ

    ตอนที่ 33

            “เจ้าค่ะท่านลุง ข้าเกรงว่าอีกไม่เกิน 2-3 วันนี้เราก็คงจะออกไปไหนไม่ได้แล้วเจ้าค่ะ” ฟางเซียนเออร์บอกกับนายช่างหวังมู่ไปตามตรง นางก็พอมองดูท้องฟ้าและสภาพอากาศเป็นบ้างไม่ถือว่าชำนาญแต่ก็มีความแม่นยำถึง 90 เปอร์เซ็นเลยทีเดียว

            “ถ้าเป็นอย่างที่เจ้าว่าข้าจะให้หวังเจี้ยนไปกับพวกเจ้าด้วย” พูดจบนายช่างหวังมู่ก็เรียกหวังเจี้ยนเข้ามาหาจากนั้นจึงส่งเงินในถุงที่อยู่ข้างเอวให้กับหวังเจี้ยนแล้วกำชับเขาให้ซื้อเสบียงอาหารในเมืองมาเก็บไว้ “ขอรับท่านพ่อ”

            “ได้ๆ ข้าจะพาพวกเจ้าเข้าไปในเมือง รอบนี้ไม่ต้องจ่ายค่าจ้างพวกข้าหรอก ข้าก็จะไปซื้อของด้วย”ท่านลุงซีเหมาบอกกับฟางเซียนเออร์         “เจ้าค่ะท่านลุง ท่านรอข้าสักครู่ข้าจะไปตามเรียกท่านแม่ของข้าเจ้าค่ะ” 

            หลังจากที่เรียกท่านแม่ของนางแล้วนางก็เข้าไปในห้องเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าของนางให้เป็นชุดบุรุษ แล้วจึงไปรวมตัวกับพวกท่านลุง หวังเจี้ยนที่เห็นนางแต่งกายด้วยชุดบุรุษ เดินเข้ามากระซิบกับนาง “อาจารย์น้อยขอรับ ทำไมท่านถึงสวมชุดบุรุษหรือขอรับ”

            “ป้องกันไว้ก่อนนะเจ้าค่ะ อยู่ด้านนอกท่านไม่ต้องเรียกข้าว่าอาจารย์นะเจ้าค่ะ เรียกข้าว่านายน้อยก็พอเจ้าค่ะ” 

            หวังเจี้ยนที่ได้รับคำตอบแล้วก็ยังคงไม่วายสงสัยแต่ก็ต้องทำตามที่นางบอก “ขอรับอาจารย์น้อย”

            เมื่อพร้อมแล้ว พวกเขา 5 คนก็เดินทางไปยังอำเภอหนานอีกรอบ “น้องเหมยลี ยินดีที่ได้รู้จักนะข้าเป็นภรรยาของพี่ซีเหมา” ซีเจาแนะนำตัวกับฟางเหมยลี่

            “ยินดี ยินดี ”หลังจากนั้นพวกนางทั้งสองก็คุยกันอย่างถูกคอ โดยที่ฟางเซียนเออร์นั่งฟังพวกนางทั้งสองคุยกันไปตลอดทาง “อาจาย์น้อย อะ อะ ไม่ใช่ นายน้อยขอรับ ท่านว่าอากาศจะแย่กว่าปีที่แล้วอีกหรือ”

            “ใช่ ข้าว่าน่าจะหนาวเกือบ 3 เดือนเลยทีเดียว”นางไม่รู้ว่าปีก่อนนี้สภาพอากาศเป็นอย่างไรแต่นางรู้ว่าปีนี้จะแล้งนานแน่ๆ ถ้าไม่ตุนเสบียงไว้แต่เนินๆ นางคงจะหิวตาย

            ไม่นานนักพวกเขาก็เดินทางมาถึงอำเภอหนาน ท่านลุงซีเหมาจอดเกวียนของเขาไว้ที่จุดพักรถ “พวกท่านไปซื้อของเถอะข้าจะรออยู่ตรงนี้” ซีเหมาบอกกับพวกเขา “ซีเจา เจ้าก็ไปหาซื้อของกับพวกเขาเดี๋ยวข้าจะเฝ้าเกวียนไว้”

            “ได้ๆ” ซีเจารีบลงจากเกวียนแล้วเดินควบคู่ไปกับฟางเหมยลีทันที ระหว่างที่เดินทางเข้ามาในเมืองนางก็สนิดกับแม่นางฟางคนนี้แล้ว "น้องเหมยลี เจ้าจะซื้ออะไรบ้าง” ซีเจา พูดกับฟางเหมยลี อายุของนางนั้นมากกว่าฟางเหมยลีไม่กี่ปีเท่านั้น จึงพูดคุยอย่างเป็นกันเอง “ข้าว่าจะซื้อพวกธัญพืชไปเก็บไว้ อย่างน้อยก็ไม่น่าจะเสีย”

            ส่วนฟางเซียนเออร์ ก็เดินตามหลังท่านแม่และท่านป้า พี่หวังเจี้ยนก็เดินตามพวกนางไปติดๆ ไม่นานพวกเขาก็มาหยุดอยู่ที่หน้าร้านขายธัญพืชร้านเดิมที่ฟางเซียนเออร์เคยซื้อข้าวสารและแป้งสาลี ฟางเหมยลีมีเงินติดตัวอยู่ 5 ตำลึงเงินนางซื้อข้าวสารเพิ่มอีกจำนวนหนึ่งและแป้งสาลี ซีเจา และพี่หวังเจี้ยนก็ซื้อข้าวสารและแป้งสาลีตามท่านแม่ของนาง

            หลังซื้อของเสร็จนางและพี่หวังเจี้ยนก็บอกให้เจ้าของร้านช่วยขนไปไว้ที่เกวียนของพวกเขา “ท่านแม่ข้าจะไปซื้อของด้านนั้นหน่อยเจ้าค่ะ” นางชี้ไปอีกฝั่งหนึ่งของถนน “ท่านไม่ต้องห่วงข้าจะไปซื้อของไม่นานนักเจ้าค่ะ”

            “เดี๋ยวข้าไปเป็นเพื่อนเจ้าเอง ”หวังเจี้ยนบอกกับนาง ฟางเหมยลีได้ยินแบบนั้นนางจึงไม่เป็นห่วงอีกต่อไป “ไปเถอะรีบๆ หน่อย” จากนั้นนางจึงหันไปคุยกับพี่ซีเจาต่อ แล้วพากันไปซื้อของร้านอื่นๆ

            ไม่นานนักเสี่ยวเอ้อก็แบกข้าวสารและแป้งสาลีเดินตามหลังฟางเซียนเออร์กับหวังเจี้ยนไปที่เกวียน เมื่อรอจนข้าวสารและแป้งสาลีมาครบแล้วนางก็มุ่งหน้าไปที่ร้านขายเมล็ดพันธุ์ทันที 

            “นี่ๆ พวกเจ้ารู้กันไหมว่าตระกูลชุน ติดประกาศขายบ้านและขายกิจการย้ายเข้าไปอยู่ในเมืองหลวงกันหมดแล้วนะ”

            “ตระกลูที่บุตรชายคนโตสอบได้ฉิวไฉ่นะหรอ”

            “ใช่ๆ ข้าเห็นพวกเขาขนของใส่เกวียนไปหลายสิบเกวียนเลยละ”

            “ข้าก็เห็น ป่านี้คงใกล้ถึงเมืองหลวงกันแล้วละ ยายเฒ่าตระกลูชุนก่อนจะไปป่าวประกาศให้ทั่วเลย ไม่มีใครไม่ได้ยินหรอกข้าจะบอกให้”

            “เห็นว่าภรรยาที่ท้องลูกแฝดก็ใกล้จะคลอดเต็มที่แล้ว มีบุญวาสนาจริงๆ เชียว”

    ในระหว่างที่เดินผ่านพวกป้าๆ ฟางเซียนเออร์ก็ได้ยินพวกเขาพูดถึง ตระกลูชุน นางจึงหยุดเดินชั่วครู่แล้วจึงตั้งใจฟังพวกนางคุยกัน จึงได้รู้ว่าครอบครัวพวกเขาได้ย้ายไปเมืองหลวงกันหมดแล้ว 

            “นี่ๆ พวกเจ้าได้ยินข่าวที่ฮ่องเต้จะจัดงานชุมนุมชาวยุทธ์ขึ้น หลังจากฤดูหนาวผ่านพ้นไปบ้างหรือป่าว เห็นว่าปีนี้จัดงานอย่างยิ่งใหญ่เลยทีเดียวละ ข้าว่าหมดฤดูหนาวแล้วจะเดินทางขึ้นไปเมืองหลวงกับครอบครัวเพื่อไปเปิดหูเปิดตาบ้าง”

            “ข้าก็ได้ยินมาเหมือนกัน เห็นว่างานนี้มีแต่ยอดฝีมือจากยุทธ์พบมารวมตัวกันเพียบเลยละ ข้าก็จะพาหลานชายทั้งสองของบ้านข้าขึ้นไปเช่นกัน”

            โชคดีจริงๆ ที่นางเข้าเมืองมาในวันนี้ทำให้ได้รับรู้ข่าวสารถึง 2 เรื่องเลยที่เดียว เรื่องแรกนั้นไม่สำคัญ นางนั้นสนใจงานชุมนุมชาวยุทธ์ที่จะจัดขึ้นหลังหมดฤดูหนาวมากกว่า เมื่อมีคนมารวมตัวกันมากเงินทองก็คงจะสะพัดที่เมืองหลวงแน่ๆ มันเป็นช่วงที่ดีที่สุดในการที่นางจะหารายได้ที่ละมากๆ ในคราวเดียว นางคงต้องรีบวางแผนแต่เนิ่นๆ 

            “นายน้อย ท่านหยุดทำไมหรือขอรับ” หวังเจี้ยนที่เห็นนางหยุดเดินจึงถามขึ้น “ข้าได้ยินพวกนางพูดเรื่องดีนะ” นางบอกแล้วก้าวเดินเข้าไปยังร้านขายเมล็ดพันธุ์ “เถ้าแก่ข้าอยากได้เมล็ดผักสักหน่อยขอรับ” นางบอกเถ่าแก่ร้าน

            “โอ้ว นายน้อยท่านนี้ท่านต้องการเมล็ดพันธุ์แบบไหนบ้างขอรับ” เจ้าของร้านที่อายุไม่เกิน 40 ปี รีบออกมาต้อนรับพวกเขาที่หน้าร้าน 

            “เอาเมล็ดพันธุ์ทุกอย่างที่อยู่ในร้านของท่านมาอยากละ 1 ชุดเลยขอรับ” 

            “นายน้อยขอรับท่านจะซื้อเมล็ดพันธุ์พวกนี้ไปปลูกหรือขอรับ ข้าว่า…” หวังเจี้ยนกำลังจะอ้าปากบอกอาจารย์น้อยของเขาว่าท่านจะเอาเมล็ดพวกนี้ไปปลูกที่ไหน อีกไม่กี่วันก็ไม่มีที่ให้ท่านได้เพราะเมล็ดพวกนี้แล้ว

            “นั่นซิคุณชาย… ”

            “ท่านจัดใส่ห่อมาให้ข้าเถอะขอรับ”ฟางเซียนเออร์ยังคงยืนยันคำเดิม “พี่หวังเจี้ยน เดี๋ยวข้าค่อยบอกท่านนะขอรับ” 

            “ได้ ๆ เถ้าแก่ท่านจัดตามที่นายน้อยของข้าบอกเถอะ พวกข้ายังต้องไปอีกหลายที่” หวังเจี้ยนคิดว่าอาจารย์น้อยของเขาคงไม่ซื้อเมล็ดพันธุ์พวกนี้ไปเก็บไว้ให้เสียหรอก อาจารย์น้อยน่าจะมีวิธีการเพราะปลูกที่เขาไม่รู้จักแน่ๆ 

            “ได้ๆ ถ้าอย่างนั้นข้าจะไปจัดการให้ พวกท่านรอสักครู่” เถ้าแก่ร้านยิ้มหน้าบานแล้วหายเข้าไปที่หลังร้าน ดีจริงๆ เขานึกว่าเมล็ดพันธุ์พวกนี้คงจะเสียหายแล้วแน่ๆ ใครจะคิดว่าจะมีนายน้อยหน้าโง่มาซื้อเมล็ดพันธุ์ของข้ากัน โชคดีแล้ววันนี้ โชคดีแล้ว

            ยืนรออยู่สักพักเถ่าแก่ร้านก็กลับมาพร้อมกับห่อใส่เมล็ดพันธุ์มากมาย “ได้แล้วๆ นี่เมล็ดพันธุ์ทุกอย่างที่มีในร้านของข้าขอรับนายน้อย ทั้งหมดนี้ก็ 1 ตำลึงเงินกับอีก 20 อีแปะขอรับ” 

            ฟางเซียนเออร์ส่งเงินให้กับเถ่าแก่ร้านแล้วรับมันมา แต่ก็ไม่ทันพี่หวังเจี้ยนของนางที่มือไวคว้าเอาไปซะก่อน “เดี๋ยวข้าถือเองขอรับ แล้วเราจะไปที่ไหนกันต่อขอรับ” 

            ฟางเซียนเออร์คุ่นคิดอยู่ชั่วครู่นางจึงตรงไปยังร้านขายอาวุธที่นางเคยไปคราวก่อน “พี่หวังเจี้ยน ท่านต้องมีอาวุธคู่กาย ท่านอยากได้อาวุธแบบไหนหรือเจ้าคะ” 

            หลังจากที่ฟังนางพูดหวังเจี้ยนก็ตกตะลึงอยู่ชั่วครู่ “ข้า ข้า ข้าว่าเป็นกระบี่สักเล่มก็ได้นะขอรับนายน้อย เพียงแต่…” หวังเจี้ยนมองถุงเงินที่อยู่ในมือของเขาแล้วได้แต่ถอนหายใจออกมา แค่เงินที่จะเอาไว้ซื้อเสบียงยังไม่พอ เขาจะเอาเงินที่ไหนไปซื้ออาวุธได้กันละ คงต้องทำให้ท่านอาจารย์น้อยผิดหวังซะแล้ว

     

    “อย่าลืมมาให้กำลังใจยัยน้องกันเยอะๆ นะขอรับ (พี่หวังเจี้ยนแอบกระซิบบอก)”

     

     

     

     

    คล้ายกับเรื่องฮูหยินขี้เมาของท่านแม่ทัพ กับระบบร้านสุราต่างมิติ ที่คุณอ่าน