[จบ] มุมมองนักอ่านพระเจ้า (OMNISCIENT READERS VIEWPOINT)

    Episode 8 การป้องกันฉุกเฉิน (2) (รีไรต์)

    ในที่สุดก็ถึงเวลานัดหมาย

            ผมกับสมาชิกกลุ่มมารวมตัวกันอยู่ที่ชานชาลารถไฟสายสามทุกคนต่างก็ตรวจเช็กอาวุธของตัวเอง ดูเหมือนอีฮยอนซองจะจัดการได้เยี่ยม

            “ผมแจกจ่ายตามที่คุณดกจาไหว้วานแล้วนะครับ”

            เนื่องจากอาวุธที่เคยใช้มาเก่ามากแล้วผมเลยขอให้อีฮยอนซองช่วยผลิตอาวุธชนิดใหม่ขึ้นมา ใช้วัสดุจากโกลล์สัตว์ประหลาดประเภทเผ่าพันธุ์ใต้ดินระดับ8 ที่ล่ามาได้ตอนต่อสู้เมื่อคืนดาบและหอกที่สร้างจากเขาแหลมของโกลล์อาจจะไม่ค่อยทนทานไม่เหมาะกับการใช้ระยะยาวเท่าไหร่ แต่ก็ถือว่าพอจะเอามาใช้แทนกันได้ชั่วคราว

            จองฮีวอนฉีกยิ้มด้วยความพอใจ

            “มันเบากว่า แล้วก็ทนมากเลยนะคะ”

            “อา...คุณดกจา คุณฮยอนซองขอบคุณนะคะ ขอบคุณจริง ๆ”

            ยูซังอาโค้งศีรษะลง ส่วนอีกิลยองเพราะไม่อาจสร้างหอกปลายทื่อจากเขาของ[โกลล์] ได้จึงยังถืออาวุธที่ทำจากหนูกระชอนผมลูบศีรษะของอีกิลยองที่เอาแต่หลุบตามองพื้นนิ่ง เด็กนี่กำลังน้อยใจ...

            “จากนี้ไปจะไม่ง่ายหรอกนะครับสถานการณ์อาจจะอันตรายกว่าเมื่อวานมากก็ได้ ทุกคนเตรียมตัวพร้อมหรือยังครับ”

            สมาชิกกลุ่มพยักหน้าอย่างเครียดขรึม

            “ถ้าอย่างนั้นก็ทำตามแผนกันเถอะครับ”

            เพราะตั้งแต่นี้เป็นต้นไปจะเป็นการต่อสู้กับเวลาพวกเราจะต้องจัดการลงมือให้เร็วที่สุด ก่อนที่ ‘สมาพันธ์เจ้าของที่ดิน’ จะไหวตัวทัน

            จองฮีวอน ยูซังอา และอีกิลยองแต่ละคนแยกย้ายกันไปประจำชั้นที่ต้องรับผิดชอบหลังจากนั้นผมกับอีฮยอนซองจึงค่อยเดินขึ้นบันไดไปพร้อมกัน

            อีฮยอนซองพูดด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจ

            “คุณดกจาผมไม่แน่ใจว่าจะทำได้เลยครับ”

            ...คุณเป็นตัวหลักของแผนนี้นะมาพูดอะไรแบบนั้นกัน ผมจงใจตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นเป็นพิเศษ

            “ต้องทำได้แน่ครับ”

            แต่อีฮยอนซองก็ยังคงมีสีหน้าปอดแหกเหมือนเดิม

            “พอสมาชิกกลุ่มพึ่งพาผมมากกว่าที่คิดเลยทำให้รู้สึกหนักใจน่ะครับ ผมจะทำได้ดีหรือเปล่าก็ไม่รู้”

            “คุณฮยอนซองเป็นคนที่พึ่งพาได้ครับ”

            “ขอบคุณที่พูดแบบนั้นนะครับความจริงแล้วผมเองก็เพิ่งเคยเจอเรื่องแบบนี้ครั้งแรก สมัยประจำการอยู่ที่กองทัพผมไม่เคยได้รับความเชื่อใจจากใครมาก่อนเลย”

            นี่เป็นเรื่องราวที่ผมเพิ่งเคยได้ฟังเป็นครั้งแรกจะว่าไปผมเองก็ไม่ได้รู้อะไรแน่ชัดเกี่ยวกับชีวิตในกองทัพของอีฮยอนซองในสามวิธีรอดแค่บรรยายถึงคร่าว ๆ ให้พอผ่าน ๆ ไปเท่านั้น

            “เมื่อเรื่องนี้จบลงผมอยากจะฟังเรื่องราวของคุณฮยอนซองนะครับ”

            ผมแค่พูดออกไปเฉย ๆ ไม่ได้คิดอะไรแท้ ๆแต่ดูเหมือนว่าอีฮยอนซองจะอ่อนไหวกว่าที่ผมคิด

            [ตัวละคร ‘อีฮยอนซอง’ เริ่มเปิดใจให้คุณ]

            [ความเข้าใจเกี่ยวกับตัวละคร‘อีฮยอนซอง’ ของคุณเพิ่มสูงขึ้นมาก]

            “เวลาได้คุยกับคุณดกจาบางครั้งผมก็รู้สึกแปลกๆ ครับ”

            “ครับ? แปลกยังไง...”

            “ราวกับรู้จักผมมานานแล้ว...อธิบายไม่ค่อยถูกเหมือนกันครับแต่ว่า...”

            อีฮยอนซองเกาแก้มแกรก ๆ ขณะเดียวกันก็พูดต่อไป

            “มะ...ไม่ใช่ความหมายอะไรแปลก ๆนะครับ ผมก็แค่...”

            “ครับ ผมพอจะเข้าใจว่าหมายถึงอะไร”

            “ขอบคุณครับได้คุยกันแล้วผมเองก็อยากรู้เรื่องของคุณดกจาบ้างเหมือนกันนะครับเนี่ย”

            “เรื่องของผมเหรอครับ”

            “ครับผมเพิ่งเคยเห็นคนน่าทึ่งแบบคุณดกจาเป็นครั้งแรกก่อนจะเกิดเรื่องพวกนี้คุณดกจาทำงานอะไร ผมอยากรู้อะไรหลาย ๆ เรื่องเลยละครับ”

            ไม่รู้ทำไมผมถึงได้รู้สึกแปลก ๆ ‘ตัวละครสมทบ’ ในนิยายที่ผมเคยอ่านกลับเริ่มอยากรู้เรื่องเกี่ยวกับผมมันรู้สึกอึดอัดใจนิดหน่อย ขณะเดียวกันก็รู้สึกจักจี้ชอบกล

            “มันออกจะเป็นเรื่องน่าเบื่อครับ”

            “แต่ผมอยากฟังนะครับ”

            จู่ ๆ ในหัวสมองก็มีคำถามบางอย่างผุดขึ้นมา

            ตอนที่ ‘สามวิธีรอด’ ยังไม่กลายเป็นเรื่องจริง ‘อีฮยอนซอง’ คนนี้ใช้ชีวิตอยู่บนโลกใบเดียวกันกับผมหรือเปล่าหรือเป็นแค่คนที่ ‘ถูกสร้างขึ้น’ กะทันหันเมื่อนิยายกลายเป็นเรื่องจริงขึ้นมา

            ผมไม่อาจรู้คำตอบได้แต่เรื่องที่มั่นใจได้ในตอนนี้คือไม่ว่าจะในแง่มุมไหนอีฮยอนซองก็เป็น ‘คนที่มีชีวิต’ และอยู่ตรงหน้าผม...แค่นั้น

            ในตอนนั้นเองกลุ่มชายวัยกลางคนจำนวนหนึ่งก็เดินเข้ามาใกล้พวกเราจากด้านหน้า

            “โอ้ เพื่อนของยูจุงฮยอกมาเจรจาเหรอ”

            มาแล้วสินะ สมาพันธ์เจ้าของที่ดิน

            “หืม...มากันแค่พวกนายเหรอ คนอื่นๆ ล่ะ”

            มือของชายวัยกลางคนที่พูดประโยคนั้นกำลังดึงรั้งคอเสื้อของผู้หญิงคนหนึ่งเธอคือหนึ่งในกลุ่มคนที่ครอบครอง ‘กรีนโซน’ ขนาดห้าที่อยู่จนถึงเมื่อวาน

            ชายคนนั้นสังเกตเห็นสายตาของผม เขาแสยะยิ้ม

            “อ้อพอดีว่าเพื่อนคนนี้ไม่ยอมขายที่ดินน่ะ...พวกนายไม่ต้องสนใจหรอก”

            “ชะ...ช่วยด้วยค่ะ ช่วยฉันด้วย!”

            นัยน์ตาของผู้หญิงคนนั้นช้อนมองผมอย่างน่าสงสารกลุ่มดาว ‘ฝ่ายดี’เริ่มส่งเสียงร้องโวยวายอยู่ในหัวสมองของผม แต่ผมยังคงเฝ้ารอเพราะในที่แห่งนี้มีคนที่จะออกหน้าแทนผมอยู่

            “ปล่อยเธอครับ”

            อีฮยอนซองนั่นเอง

            “อะไรกัน นาย”

            คำถามของชายวัยกลางคนน่ารังเกียจทำให้อีฮยอนซองหันมามองหน้าผมแววตาราวกับขอคำอนุญาตผมพยักหน้า

            [ตัวละคร ‘อีฮยอนซอง’ ต้องการผดุงความยุติธรรมด้วยความตั้งใจจริงของตัวเอง]

            [คุณลักษณะของตัวละคร ‘อีฮยอนซอง’ ใกล้เข้าสู่การวิวัฒนาการ]

            พวกสมาพันธ์หยิบอาวุธขึ้นมาถือไว้ ปลดปล่อยจิตสังหารอย่างรุนแรงออกมาผมมองดูเวลา งั้นก็มาเริ่มกันเลยดีกว่า ผมใช้เหรียญที่สำรองไว้เพิ่มค่าสถานะ

            [ใช้ 1,200 เหรียญเพิ่มค่า ‘ความแข็งแกร่ง’]

            [ความแข็งแกร่ง Lv.15 ->ความแข็งแกร่ง Lv.18]

            [เลเวลความแข็งแกร่งเพิ่มสูงขึ้น!]

            [ใช้ 1,200 เหรียญเพิ่มค่า ‘พละกำลัง’]

            [พละกำลัง Lv.15 -> พละกำลัง Lv.18]

            [เลเวลพละกำลังเพิ่มสูงขึ้น!]

            ผมจำเป็นต้องลงทุนให้น้อยที่สุดแต่เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

            [เหรียญในครอบครอง : 20,450เหรียญ]

            เพราะเหรียญที่เหลือผมต้องเก็บไว้ใช้ที่อื่น

            ตูมมม!

            เสียงระเบิดดังก้องไปทั่วสถานีรถไฟใต้ดินหลังจากนั้นก็มีเสียงโหวกเหวกดังตามมา นั่นเป็นสัญญาณของสมาชิกกลุ่ม

            “คุณฮยอนซอง!”

            อีฮยอนซองพยักหน้าพวกเราพุ่งเข้าใส่กลุ่มชายที่ยืนเรียงแถวอยู่ตรงหน้าพวกสมาพันธ์ตะโกนเสียงดังด้วยความตื่นตระหนก

            “อะไรกัน! ไอ้เวรพวกนี้!”

            [สกิลเฉพาะตัว ‘พลังดวงดาราบริสุทธิ์’ถูกเปิดใช้งาน!]

            “อ๊ากกกกก!”

            แขนของชายวัยกลางคนที่ดึงรั้งคอเสื้อของผู้หญิงเอาไว้ลอยคว้างขึ้นกลางอากาศเลือดไหลกระฉูดออกมาราวกับน้ำพุทำให้เขาตัวแข็งทื่อ อีฮยอนซองกับผมเมินพวกเขาเราวิ่งต่อไป คนกลุ่มนั้นเพิ่งจะตั้งสติได้แล้ววิ่งไล่ตามมา

            “ไอ้พวกบ้านั่น! หยุดมัน!”

            ทางเดินชั้นใต้ดินบีสองตอนนี้เป็น ‘พื้นที่ส่วนตัว’ ของกงพิลดู

            [คุณบุกรุกพื้นที่ส่วนตัว!]

            “ล้อมพวกมัน!”

            สมาชิกสมาพันธ์เจ้าของที่ดินที่ยืนเฝ้าอยู่ด้านหน้าสังเกตเห็นพวกเราแล้วดูเหมือนว่าคนส่วนหนึ่งจะหายไปจำนวนของพวกเขาน้อยกว่าที่ผมคาดการณ์เอาไว้ ด้านหลังนั่นยี่สิบคน ด้านหน้าสิบสองแต่ถึงอย่างไรก็ยังเป็นจำนวนที่มากเกินกว่าคนแค่สองคนจะรับมือได้ไหว

            ช่างเถอะผมเองก็ไม่ได้คิดจะปะทะกับพวกเขาอยู่แล้ว

            วินาทีที่ผมกำลังจะพุ่งชนเข้ากับสมาชิกสมาพันธ์ที่อยู่หัวแถวอีฮยอนซองก็ยกโล่เหล็กขึ้นแล้วแทรกตัวมาขวางหน้าผมไว้

            [ตัวละคร ‘อีฮยอนซอง’ เปิดใช้งานอักขระ ‘ผลักขุนเขา Lv.1’!]

            “อ๊ากกกก!”

            อีฮยอนซองพุ่งเข้าไปด้วยพละกำลังอันมหาศาลเขาผลักคนกลุ่มนั้นล้มลงเหมือนโดมิโน แล้วเริ่มวิ่งด้วยความเร็วสุดฝีเท้า

            [ตัวละคร ‘กงพิลดู’ เปิดใช้งานอักขระ ‘เขตติดอาวุธ Lv.4’!]

            ป้อมปืนโผล่ขึ้นมาทั่วพื้นที่ส่วนตัวโหลดกระสุนเวทสีแดงเตรียมพร้อมสำหรับยิง จำนวนป้อมปืนขนาดย่อม ๆพวกนี้มีทั้งหมดห้าป้อมดูท่าว่าระยะเวลาที่ผ่านมาเลเวลของเขตติดอาวุธเองก็จะเพิ่มขึ้นด้วย

            “คุณดกจา!”

            ผมไล่ตามหลังอีฮยอนซองขณะเดียวกันก็รับโล่เหล็กของเขามาถือไว้ทันทีที่มือสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบของโล่แข็งๆ แรงกระแทกหนักหน่วงก็ผลักผมกระเด็น

            ปัง! ปัง! ปังงง!

            มันรุนแรงราวกับถูกยิงด้วยปืนใหญ่แขนที่ถือโล่เอาไว้เจ็บปวดรวดร้าวไปทั้งแขน ว่าแล้วเชียวเขตติดอาวุธที่เปิดใช้งานด้วยพลังเวทเลเวล 19 นั้นแข็งแกร่งมากแต่แค่นี้ผมยังพอทนไหว

            [ด้วยผลของไอเท็ม ‘ศรัทธาไม่แตกสลาย’ เลเวลความแข็งแกร่งเพิ่มทะลุระดับ 20]

            [ความแข็งแกร่งที่เพิ่มสูงขึ้นช่วยปกป้องร่างกายของคุณ]

            “ผู้เช่าจอมหยิ่งมาเยือนนี่เอง”

            ได้ยินเสียงหยาบห้วนของกงพิลดูดังอยู่อีกด้านของโล่

            พอเห็นว่าเท้าของพวกเราถูกตรึงอยู่กับที่เพราะต้องคอยระวังกระสุนเวทสีหน้าของพวกสมาพันธ์ก็ดูจะกลับมาผ่อนคลายเหมือนเดิมความทนทานของโล่เหล็กเริ่มถดถอย มันสามารถป้องกันกระสุนต่อได้อีกแค่ราว ๆสิบห้านัด

            กงพิลดูกล่าวขึ้นด้วยความสนใจ

            “ดูจากที่พกอาวุธกันมาแบบนี้คงไม่ได้มาเพื่อจ่ายค่าปรับแน่ มีธุระอะไร”

            “ว่าจะเลิกเป็นผู้เช่ากันแล้ว”

            “น่าสนุกดีนี่อยากได้พื้นที่ของฉันงั้นเหรอ”

            “ก็ไม่รู้สินะ”

            [ด้วยผลของ ‘พื้นที่ส่วนตัว’ ของตัวละคร ‘กงพิลดู’ ค่าสถานะของผู้บุกรุกอย่างผิดกฎหมายจะถูกลดลงส่วนหนึ่ง]

            ...เริ่มแล้วสินะสาเหตุที่ความสามารถของกงพิลดูน่ากลัวก็เพราะเหตุนี้นี่แหละ ผลกระทบจากดีบัฟของ ‘พื้นที่ส่วนตัว’ และยังมีความพิเศษจากการป้องกันของ ‘เขตติดอาวุธ’ นี่อีก

            ลำกล้องปืนร้อนฉ่าจนเหล็กเปลี่ยนเป็นสีแดงกระสุนเวทสีแดงถูกโหลดพร้อมยิงได้ทุกเมื่อ

            [‘ป้อมปืนเล็ก’ ของตัวละคร‘กงพิลดู’ กำลังเตรียม ‘กระสุนเวทเสริมความแข็งแกร่ง’]

            ตราบใดที่คอมโบระหว่าง ‘พื้นที่ส่วนตัว’ กับ ‘เขตติดอาวุธ’ ยังไม่ถูกทำลายแทบจะไม่มีอวตารคนใดในช่วงแรกเริ่มสามารถต่อกรกับกงพิลดูได้เลย

            “ตายซะ”

            วินาทีที่กระสุนเวทเสริมความแข็งแกร่งกำลังจะถูกยิงออกมาก็พลันได้ยินเสียงกรีดร้องของผู้คนดังแว่วมาจากไกลๆ บรรดาสมาชิกสมาพันธ์เจ้าของที่ดินกำลังวิ่งกระหืดกระหอบมาทางด้านนี้พวกเขาได้รับบาดเจ็บไปทั่วร่างกาย

            “คะ...คุณพิลดู! ที่ดิน...!”

            ร่องรอยบาดแผลจากดาบซามูไรแหลมคม อีจีฮเยคงลงมือแล้วถ้าอย่างนั้นก็ได้เวลาสักที ผมหันไปมองอีฮยอนซอง

            “คุณฮยอนซอง ตอนนี้แหละครับ”

            นัยน์ตาของอีฮยอนซองกำลังสั่นไหว

            “พังมันให้ราบเลยครับ”

            ราวกับเฝ้ารอจังหวะนี้อยู่แล้วอีฮยอนซองชูหมัดขึ้นสูง แม้แววตาจะแฝงไว้ด้วยความไม่สบายใจและติดจะกระวนกระวายใจอยู่บ้างแต่ขณะเดียวกันก็มีสีหน้าแน่วแน่ว่าจะไม่ยอมถอยอีกแล้ว

            [คุณลักษณะของตัวละคร ‘อีฮยอนซอง’ เกิดการวิวัฒนาการ!]

            ลำแสงเจิดจ้าจนทำให้ตาพร่าสาดส่องออกมาออร่าสีเงินเริ่มเข้าโอบล้อมร่างของอีฮยอนซอง

            ผมมองฉากตรงหน้าด้วยความประทับใจเล็กน้อย การ ‘วิวัฒนาการคุณลักษณะ’ ของอีฮยอนซองเป็นหนึ่งในฉากที่ผมชอบมากที่สุดใน ‘สามวิธีรอด’

            เหตุผลที่ทำให้ดาบเหล็ก ‘อีฮยอนซอง’ กลายเป็นหนึ่งในตัวละครสมทบที่แข็งแกร่งที่สุดนั่นก็คือ...

            [เนื่องจากการวิวัฒนาการคุณลักษณะอักขระใหม่ได้ถูกเปิดใช้งาน]

            เพราะถ้าเป็นเรื่องของ ‘การโจมตีในครั้งเดียว’ แล้ว อีฮยอนซองเป็นตัวท็อปสุดแกร่งใน ‘สามวิธีรอด’

            [ตัวละคร ‘อีฮยอนซอง’ เปิดใช้งานอักขระ ‘ทำลายขุนเขา Lv.1’!]

            พลังเวทบริสุทธิ์สีขาวก่อตัวขึ้นรอบหมัดของอีฮยอนซองเพียงไม่นานแขนของเขาก็เริ่มขยายใหญ่จนเหนือสามัญสำนึกปกติ

            “ฮ่าาาาาาา!”

            หมัดของอีฮยอนซองทุบลงบนพื้น

            เสียงระเบิดจนทำให้แก้วหูปวดจี๊ดดังก้องไปทั่วบริเวณพื้นที่ถูกทำลายกระจัดกระจายลอยคลุ้งไปในอากาศเหล่าสมาชิกสมาพันธ์ตกตะลึงจนต้องส่งเสียงกรีดร้อง

            “อะ...อะไรวะนั่น!”

            รอยแตกร้าวดูน่าหวาดเสียวแผ่กระจายจนลุกลามไปทั่วพื้นในพริบตาตำแหน่งของป้อมปืนเริ่มบิดเบี้ยวกระสุนเวทยิงออกไปมั่วซั่ว การระเบิดขยายออกไปเป็นวงกว้างฝุ่นหนาคลุ้งจนทำให้มองรอบ ๆ ไม่เห็น และไม่นานหลังจากนั้น...

            เกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง พื้นบริเวณชั้นใต้ดินบีสองเริ่มพังทลาย

            [‘กรีนโซน’ ถูกทำลาย]

            [‘พื้นที่ส่วนตัว’ ของตัวละคร‘กงพิลดู’ ถูกทำลาย]

            ผมมองพื้นที่พังทลายลงไปก่อนจะฉีกยิ้มไปทางกงพิลดูที่ยืนหน้าซีด

            “พวกเรามาย้อนกลับไปสมัยที่ยังไม่มีที่ดินเป็นของตัวเองกันดีกว่า”

    คล้ายกับเรื่อง[จบ] มุมมองนักอ่านพระเจ้า (OMNISCIENT READERS VIEWPOINT) ที่คุณอ่าน