จวบจนเวลาล่วงเลยมาจนฟ้าใกล้มืดฟางจิ่งจับปลาได้หลายตัวเขาจับแค่เพียงพอได้ทำอาหารสำหรับมื้อเดียวหรือสองมื้อหากจับเยอะกว่านั้นก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรให้ได้เก็บไว้กินนานๆ เพราะเขาไม่ค่อยรู้วิธีทำ หากจะให้ภรรยาทำก็กลัวนางจะเหนื่อยจนอาการป่วยกำเริบอีกครั้ง
"นี่ท่านจับปลาเสร็จแล้วเหรอ"
"ข้าจับมาแค่พอทำอาหาร หากวันหลังเ้าอยากกินอีกข้าจะมาจับให้ใหม่" ฟางจิ่งเดินมาถึงบริเวณที่ซูฮวานั่งอยู่ก่อนนางจะขึ้นมาจากลำธารแล้วเดินตามสามีกลับเรือน
หลังจากที่ได้อาศัยอยู่กับสามีที่เธอไม่รู้จักมาได้เกือบอาทิตย์ ซิงเหยียนก็ได้พยายามทำความคุ้นเคยกับฟางจิ่งและชาวบ้านละแวกใกล้เคียง ซึ่งต่างก็แวะเวียนกันมาเยี่ยมอาการของซูฮวาเรื่อยๆ หลายคนถึงกับแปลกใจที่จู่ๆ นางก็มีร่างกายแข็งแรงได้ดั่งคนปกติ
"ท่านจะไปไหนหรือ" ซิงเหยียนในร่างของซูฮวาเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นฟางจิ่งเตรียมสิ่งของ
"ข้าจะเข้าป่าไปล่าสัตว์"
"ข้าอยากไปกับท่านด้วยได้หรือไม่"
"เ้าจะไปได้อย่างไรในป่ามีแต่อันตรายไม่เหมาะกับสตรีหรอก" เขาเอ่ยถึงเหตุผลที่ไม่อยากให้นางต้องตามเขาไป แต่กระนั้นก็ไม่ได้ทำให้นางหวาดกลัวสักนิด
"ข้าอยู่เรือนก็น่าเบื่อ ขอข้าไปด้วยได้ไหม"
"แต่ร่างกายของเ้ายังไม่แข็งแรงดีนะ"
"ข้าไม่เป็ไรแล้ว ขอข้าไปกับท่านด้วยคนนะ ข้าอยากไปเที่ยวชมทิวทัศน์ของป่าเขาบ้าง" น้ำเสียงและแววตาที่ออดอ้อนของนางทำให้ฟางจิ่งลำบากใจเล็กน้อย แต่ไหนนางก็ไม่เคยอยากจะตามเขาเข้าป่าล่าสัตว์เหตุใดวันนี้ถึงได้เป็เช่นนี้
"แต่ข้ากลัวว่าอาการเ้าจะกำเริบอีก"
"ก็บอกแล้วไงว่าข้าไม่เป็ไรแล้ว" ซูฮวาแสดงท่าทางไม่พอใจออกมาทำให้ฟางจิ่งต้องยอมใจอ่อนให้นาง
"เอาล่ะ ข้าให้เ้าไปด้วยก็ได้"
"จริงนะ เดี๋ยวข้าไปเตรียมตัวก่อน" ซูฮวาฉีกยิ้มกว้างก่อนเดินเลี่ยงออกไปทางด้านหลังเรือนเพื่อเตรียมของที่จำเป็ในการเข้าป่าหาเก็บผัก ครู่เดียวนางก็เดินออกมาพร้อมกับตะกร้าใบใหญ่ข้างในมีกระบอกน้ำและห่อข้าวไว้กินเผื่อเกิดหิวระหว่างทางเข้าป่า
"ไปกัน ข้าพร้อมแล้ว" นางยกตะกร้าใบใหญ่ขึ้นสะพายหลัง
"ตะกร้าใบนี้ใหญ่เกินไปเ้าจะแบกไหวเหรอ"
"หากข้าแบกไม่ไหวท่านก็แบกช่วยข้าสิ"
"รอข้าเดี๋ยว" พูดจบฟางจิ่งก็เดินหายเข้าไปในเรือนก่อนจะออกมาพร้อมกับหมวกใบใหญ่ฟางจิ่งสวมมันให้กับภรรยาก่อนจะจูงมือกันเดินออกไป สองสามีภรรยาเดินไปตามทางเล็กมุ่งหน้าสู่ป่าเชิงเขาท้ายหมู่บ้าน เหม่ยเหลียนเป็หมู่บ้านเล็กๆ ที่อยู่ติดป่าและูเามีสายน้ำไหลผ่านตลอดทั้งปีผู้คนที่อาศัยที่นี่จึงได้ยึดอาชีพหาของป่าและรับจ้าง แต่ก็มีน้อยคนที่จะมีงานจ้างตลอดทั้งปีทำให้ต้องเข้าป่าล่าสัตว์เพื่อเอาไปขายหรือแลกเปลี่ยนเป็อาหาร เดินมาได้ครู่ใหญ่ก็เข้าสู่เขตป่าสองฟากฝั่งข้างทางเดินเต็มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ เสียงนกน้อยประสานเสียงร้องกันทั่วผืนป่าฟังแล้วให้ความรู้สึกผ่อนคลาย ซูฮวาเหลือบไปเห็นพุ่มที่ไม้ไหวสั่นนางจึงเรียกให้สามีดู
"หยุดก่อน ท่านดูพุ่มไม้ตรงนั้นสิมีตัวอะไรก็ไม่รู้" ฟางจิ่งที่เดินเข้าไปดูก็ต้องยิ้มออกมา ก่อนจะเล็งหน้าไม้ที่พกมายิงออกไปแล้วก็ไม่พลาดลูกดอกปักเข้าที่จุดสำคัญของเ้ากระต่ายป่าก่อนมันจะแน่นิ่งไป
"เ้าดูสิเราได้อาหารเย็นนี้แล้ว" ฟางจิ่งยิ้มออกมาก่อนเดินเข้าไปจับกระต่ายตัวโตชูขึ้นให้ภรรยาได้เห็นก่อนจะเดินกลับมาหาซูฮวา
"ดีเลย เย็นนี้ข้าจะทำอาหารให้ท่านได้กินบ้าง" นางเห็นเ้ากระต่ายแล้วนึกอยากกินแกงคั่วเนื้อกระต่ายขึ้นมาคิดแล้วก็เปรี้ยวปาก นางทนกินโจ๊กมาหลายวันรู้สึกเบื่อแล้ว
"เ้าจะทำอะไรให้ข้ากินหรือ"
"เดี๋ยวท่านรอดูก็แล้วกัน" นางรับเ้ากระต่ายมาใส่ตะกร้าก่อนจะเดินตามสามีไป เดินเรื่อยมาก็พบเข้ากับผักป่า เธอจำได้ว่าตอนเดินตลาดกับแม่เธอเคยเห็นมันผ่านตาอยู่บ้าง นางได้ร้องบอกสามีให้หยุดเดินก่อนเอ่ยถาม
"ฟางจิ่งเ้าหยุดก่อน เ้านี่คือผักอะไรข้ารู้ว่ามันกินได้แต่ข้ายังไม่เคยกิน" ซูฮวาเดินเข้าไปจับใบของมันและเด็ดขึ้นมาดูจากนั้นก็ยื่นให้สามีได้ดูก่อนนางเก็บยอดผักเ่าั้ได้
"ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ว่ามันกินได้หรือ" เขาไม่เคยเห็นใครเก็บผักชนิดนี้ไปกินเลย
"กินได้สิ ข้าเคยเห็นเขาเอามัดน้ำมันหอย"
"น้ำมัน...หอย..คืออันใดหรือ" ฟางจิ่งทำหน้าสงสัย
"เอ่อ..คือ..ก็ผัดใส่น้ำมันแล้วก็ปรุงรสไง" เธอลืมไปเสียสนิทเลยว่ายุคสมัยนี้น่าจะไม่รู้เครื่องปรุงรสต่างๆ ก่อนจะรีบเก็บผักเ่าั้เมื่อเก็บได้เยอะพอแล้วนางจึงนำเถาวัลย์ที่อยู่ใกล้บริเวณนั้นมามัดก่อนใส่ลงในตะกร้าแล้วจึงเดินต่อไปอีกสักระยะก็พบกับหน่อไม้ป่าที่ขึ้นเต็มไปทั่วทั้งบริเวณนี้เป็ป่าไผ่ นางจึงรีบเดินเข้าไปเก็บด้วยความตื่นเต้นจนลืมความเหนื่อยล้าที่เดินเข้าป่ามาไกล ฟางจิ่งยืนดูภรรยาเก็บหน่อไม้อย่างตื่นเต้นแล้วยิ้มออกมา เขาไม่เคยได้เห็นภรรยาของเขายิ้มมีความสุขเช่นนี้มาก่อน
"ข้าว่าเรากลับกันเถอะวันนี้เราได้ผักและเนื้อไปทำอาหารเย็นแล้ว วันหลังข้าค่อยมาใหม่อีก" ฟางจิ่งบอกกับภรรยาเพราะกลัวนางจะเหนื่อย
"เย็นนี้ท่านจะไปจับปลาอีกหรือไม่" นางนึกอยากกินเมนูปลาราดพริกขึ้นมา มีผักมีหน่อไม้ ส่วนเนื้อกระต่ายนางจะตุ๋นแล้วก็ทำเนื้อเค็มตากแดดเก็บไว้
"หากเ้าอยากกินปลาข้าไปจับมาให้เ้าอีกก็ได้"
"อย่างนั้นท่านจับมาเยอะๆ เลยนะ ข้าจะสับทำปลาทอดมันให้ท่านกิน"
"ปลาทอดข้าพอรู้จักแต่ปลาทอดมันนี้คืออันใดกันอีก" ฟางจิ่งนึกสงสัยอีก ทำไมเมนูที่ภรรยาเขาพูดมามีแต่เมนูแปลกๆ ที่เขาไม่เคยรู้จัก
"เอาเป็ว่ากินได้ก็แล้วกัน แล้วก็อร่อยด้วยเช่นนั้นเรากลับกันเถอะเดี๋ยวจะฟ้ามืดซะก่อน" ซูฮวาเก็บหน่อไม้ได้มากก่อนส่งให้ฟางจิ่งใส่ลงตะกร้าให้แล้วจึงได้พากันเดินออกจากป่า เมื่อกลับถึงเรือนฟางจิ่งก็ได้ออกไปจับปลาที่ลำธารท้ายหมู่บ้านส่วนซูฮวาก็จัดการล้างผักและปลอกหน่อไม้ที่เก็บมา ส่วนเ้ากระต่ายเธอก็ได้ชำแหละและล้างน้ำจนสะอาดก่อนจะนำเนื้อมาทำเป็ชิ้นเล็กแล้วหมักด้วยเกลือปรุงรสนิดหน่อยแล้วพักเอาไว้ส่วนที่เหลือเธอนำมาตุ๋น จวบจนได้เวลามื้อเย็นฟางจิ่งก็กลับมาพร้อมกับปลาหลายสิบตัวอย่างที่นาง้า
"โห...วันนี้ท่านจับได้เยอะขนาดนี้เชียว"
"ก็เ้าบอกให้ข้าจับมาเยอะๆ ไม่ใช่หรือ" เขาบอกพร้อมกับวางถุงใส่ปลาลงต่อหน้าซูฮวา
"ดีเลยกินข้าวเสร็จข้าจะได้จัดการกับปลาพวกนี้ ท่านไปอาบน้ำก่อนเถอะแล้วออกมากินข้าวกัน"