อุบัติการณ์ใหม่ มหันตภัยวันสิ้นโลก

    แย่งชิง

    แสงเงินกะพริบแวบหนึ่ง เสียงระเบิดดังขึ้น ศีรษะของผีดิบเจียงซือขนขาวรวมทั้งใบหนึ่งครึ่งซีกถูกระเบิดเละ ผู้เล่นส่งเสียงให้กำลังใจ ร่างกายของผีดิบเจียงซือขนขาวโซเซอย่างรุนแรงครู่หนึ่ง แต่กลับไม่ได้ล้มลง ปากที่เหลือครึ่งเดียวส่งเสียงคำรามแหลมเล็กฟังดูพึลึก เสียงคำรามราวกับคลื่นโหมซัดสาด ดังออกมาระลอกแล้วระลอกเล่า ข่มคนทั้งสนามต่อสู้
    บรรดาผู้เล่นพากันทำสีหน้าตกตะลึงพรึงเพริด
    "เดรัจฉาน เอากระบี่ฉันไปกินซะ" เงาร่างหนึ่งพุ่งไปทางผีดิบเจียงซือขนขาว แสงสะท้อนคมกระบี่วิบวับ ราวกับดอกสาลี่โปรยปราย
    "ยอดฝีมือไร้สังกัด อู๋ไห่ ยอดฝีมือระดับสำริด" มีคนอุทาน
    อู๋ไห่ถือกระบี่ดาวตกสามฉื่อ ตวัดจนสะท้อนคมวิบวับเหมือนดอกสาลี่ ราวกับเป็นเงากระบี่นับพันหมื่น ทำให้คนมองเห็นไม่ชัดว่าเงาไหนเป็นของจริง เงาไหนเป็นของปลอม เสียงดาบกระทบดังถี่รัว
    แกร๊ง ๆ ๆ ๆ ๆ…
    ประกายไฟเบ่งบานทั่วทั้งตัวผีดิบเจียงซือขนขาว ผู้เล่นที่อยู่ไกล ๆ แทบจะหยุดหายใจ มันรวดเร็วเกินไปแล้ว แทบจะเกินขีดจำกัดของสายตา ไม่น่าเชื่อว่าจะไม่มีใครมองออกเลยสักคนว่าอู๋ไห่ตวัดกระบี่ตวัดกระบี่ไปกี่รอบแล้ว
    ผีดิบเจียงซือขนขาวคำรามอย่างเกรี้ยวกราด เพียงแต่หลังจากได้รับบาดเจ็บแล้ว การเคลื่อนไหวของมันก็ช้าลง ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็จับตัวอู๋ไห่ไม่ได้ อู๋ไห่เดินวนรอบตัวผีดิบเจียงซือขนขาว ออกกระบี่โจมตีเร็วรัวกว่าเดิม แต่คนที่ดวงตาชัดแจ้งล้วนมองออกว่ามีปัญหา นั่นก็คือแม้อู๋ไห่จะโจมตีได้อย่างร่าเริง แต่ก็ไม่ได้ผลมากนัก จุดอ่อนของผีดิบเจียงซือขนขาวอยู่บนยอดศีรษะ แต่มันใช้กรงเล็บต้านไว้ แม้บนตัวจะโดนกระบี่ไปนับครั้งไม่ถ้วน แต่กลับตีฝ่าการป้องกันของมันไม่ได้
    "อู๋ไห่ นายไม่ไหวหรอก ลองดูฉันดีกว่า"
    ท่ามกลางกลุ่มคนมีคนคนหนึ่งกระโดดออกมา สวมชุดเกราะทั้งตัว เข้มแข็งเกรียงไกรสุด ๆ มือขวาถือโล่กลมขนาดเล็ก มือซ้ายถือกระบี่กว้างเล่มหนึ่ง เป็นอุปกรณ์สำริด กระบี่จันทร์สะท้อน
    ดูจากการแต่งกายก็รู้ว่าเขาคือลูกหลานตระกูลชั้นสูง ถ้าผู้เล่นทั่วไปมีกระบี่จันทร์สะท้อนแบบนี้สักเล่มก็คงยิ้มหน้าบานแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงชุดเช็ทเกราะที่ดึดดูดสายตาชุดนั้นเลย เป็นอย่างที่คาดไว้ ข้างกายมีคนอุทานเสียงเบาแล้ว
    "หัวหน้าทีม 'ทีมสำรวจหยินหวนเสอ' เหอเจิ้นเฟย ยอดฝีมือระดับสำริด"
    มียอดฝีมือระดับสำริดโผล่มารวดเดียวสองคน ในที่สุดก็ถ่วงรั้งผีดิบเจียงซือขนขาวไว้ได้แล้ว คนที่เหลือพากันยึดจุดที่ได้เปรียบเพื่อโจมตี โดยเฉพาะนักธนู พวกเขายิงธนูไม่หยุด แต่ถึงอย่างไรผีดิบเจียงซือขนขาวก็เป็น BOSS ไม่ใช่มอนสเตอร์กระจอกทั่วไป แม้จะมีคนมากมายล้อมโจมตี แต่ก็ยังดุดันไร้ที่เปรียบ มีเสียงคนกรีดร้องไม่ขาดสาย ถ้าไม่โดนหักคอก็โดนดึงไส้ออกมา บางคนก็ถูกฉีกแขน เป็นภาพที่อเนจอนาถเป็นอย่างยิ่ง
    หลังจากนั้นไม่นาน จ้าวเสี่ยวหลงที่กระเด็นออกมาคนแรกก็กินเมล็ดพันธุ์พลังงานระงับอาการบาดเจ็บเอาไว้ เขาเก็บทวนเงินประกายกลับมา เข้าไปอยู่ในวงต่อสู้อีกครั้ง มียอดฝีมือระดับสำริดแล้วสามคน ทั้งยังมียอดฝีมือระดับเหล็กดำอีกห้าคน พวกเขาลงแรงพร้อมกัน ในที่สุดก็ระงับความเหิมเกริมของผีดิบเจียงซือขนขาวไว้ได้ส่วนหนึ่ง แม้จะมีเสียงกรีดร้องดังต่อเนื่อง แต่ความเร็วกลับลดลงแล้ว
    บาดแผลบนศีรษะผีดิบเจียงซือขนขาวกลายเป็นจุดโจมตีสำคัญแล้ว กลุ่มคนพากันใช้ดาบบ้างกระบี่บ้าง แม้ร่างกายผีดิบเจียงซือขนขาวจะทนทานเหมือนเหล็ก แต่ก็ต้านการโจมตีที่ต่อเนื่องแบบนี้ไม่ไหวอยู่ดี จมูกถูกฟันขาดไปแล้ว เขี้ยวยาวสี่ซี่ก็หายไปแล้วครึ่งหนึ่ง ปากที่อ้าออกหุบไม่ลงตั้งนานแล้ว เดิมทีก็น่าเกลียดอยู่แล้ว ตอนนี้น่าสะอิดสะเอียดยิ่งกว่าเดิม
    การต่อสู้เคลื่อนตัวห่างจากหลิวเวยอันไปสามสิบเมตรโดยไม่รู้ตัว หลังจากยิงผีดิบเจียงซือขนขาวจนบาดเจ็บ หลิวเวยอันก็ไม่ได้ลงมืออีก ตรงนี้มีคนหลายร้อยคน แต่พวกเขามีกันแค่สองคน มีโอกาสน้อยเกินไปที่จะแย่งผีดิบเจียงซือขนขาวมาได้ เขาต้องคอยหาโอกาส ไม่ใช่หลับหูหลับตาโจมตี หลังจากศีรษะของผีดิบเจียงซือขนขาวระเบิดไปแล้วครึ่งหนึ่ง เขาก็รู้แล้วว่าผีดิบเจียงซือขนขาวไม่ใช่คู่ต่อสู้ของคนพวกนี้
    ตามที่หลิวเวยอันเข้าใจ ไม่ว่าจะเป็นซากดิบ ผีดิบ ผีดิบเจียงซือหรือผีดิบเจียงซือขนขาวก็ล้วนกลายร่างมาจากมนุษย์ แม้จะไม่เข้าใจว่ากระบวนการเป็นอย่างไร แต่เนื้อแท้ก็ยังเป็นมนุษย์ แต่ดูจากสถานการณ์ที่เขาพบเจอ รูปร่างของซากดิบเล็กกว่าผีดิบ รูปร่างของผีดิบเล็กกว่าผีดิบเจียงซือ ส่วนผีดิบเจียงซือขนขาวที่อยู่ตรงหน้านี้ก็คือผีดิบเจียงซือที่ตัวใหญ่ที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา สูงประมาณสองเมตรกว่า เขารู้สึกว่าจุดนี้ทำความเข้าใจลำบากแล้ว อย่าบอกนะว่าถ้าตอนยังมีชีวิตอยู่ยิ่งตัวสูง พอตายแล้วก็ยิ่งจะกลายเป็นผีดิบเจียงซือที่ร้ายกาจ? หรือว่าหลังจากตายแล้ว ผีดิบเจียงซือจะวิวัฒนาการได้ ถึงได้ยิ่งตัวสูงขึ้นแบบนี้
    ผีดิบเจียงซือขนขาวตัวนี้กล้ามเนื้อแข็งทื่อ สีหน้าดำมืด จุดที่แตกต่างกับผีดิบเจียงซือทั่วไปมากที่สุดก็คือ บนใบหน้ามีขนปุยสีขาวหนึ่งชั้น อย่าไปดูถูกขนปุยพวกนี้เชียวนะ มันดูเหมือนอ่อนนุ่ม แต่ความจริงเหนียวทนทานเหมือนเหล็ก อาวุธฟันแทงลำบาก ราวกับบนตัวผีดิบเจียงซือขนขาวสวมชุดป้องกันโดยธรรมชาติไว้หนึ่งตัว ขนปุยไม่ใช่แค่ทนทานเท่านั้น ทั้งยังแฝงพิษร้ายไว้ด้วย หากผู้เล่นไม่ระวังไปสัมผัสมันเพียงเล็กน้อย ไม่ถึงห้าวินาทีร่างกายก็จะกลายเป็นน้ำเลือดกองหนึ่ง น่าหวาดกลัวมาก
    มันส่งเสียงคำรามอีกครั้ง หลิวเวยอันสังเกตเห็นความผิดปกติแล้ว ในเบ้าตาที่ไร้การเคลื่อนไหวของผีดิบเจียงซือขนขาวมีแสงสีแดงเปล่งออกมาราง ๆ รอบกายปล่อยคลื่นประหลาดกลุ่มหนึ่งออกมา อู๋ไห่ จ้าวเสี่ยวหลง เหอเจิ้นเฟย ยอดฝีมือระดับสำริดสามคนไม่พูดอะไรสักคำ ใช้ทักษะภาพมายาหนีออกจากสนามต่อสู้
    ยอดฝีมือระดับเหล็กดำสองคนก็สังเกตได้เช่นกัน แม้จะไม่รู้ว่าวิกฤติมาจากไหน แต่ลางสังหรณ์ในใจก็ทำให้พวกเขารีบดึงระยะห่างออกจากผีดิบเจียงซือขนขาว แต่ก็ยังช้าไปก้าวหนึ่ง
    ฟิ้ว ๆ ๆ ๆ……
    เสียงฝ่าอากาศที่เบาทว่าเล็กแหลมดังขึ้น จู่ ๆ ขนสีขาวบนตัวผีดิบเจียงซือขนขาวยิงออกจากร่างกาย มาพร้อมกับพลังที่เบิกภูเขาแยกหินได้ ยิงไปทั่วสี่ด้านแปดทิศ ผู้เล่นที่กำลังโจมตีอย่างเริงร่าอยู่รอบ ๆ ไม่มีเวลาให้ไหวตัวเลย จึงถูกขนปุยสีขาวยิงโดน ขณะที่ความรู้สึกเจ็บแปลบลุกลามทั่วตัว ร่างกายก็เริ่มหลอมละลายแล้ว
    ใช้เวลาไม่กี่วินาที คนร้อยกว่าก็กลายเป็นน้ำเลือดกองหนึ่ง เสียงกรีดร้องสะเทือนฟ้าสะท้านดินดังขึ้นเร็วมาก และเงียบลงเร็วมากเช่นกัน มีเพียงยอดฝีมือระดับเหล็กดำที่รอดเพราะหดตัวไปหลบอยอยู่หลังโล่ ส่วนบนโล่ของผู้เล่นก็มีขนปุยหลายสิบเส้นตำเป็นรูลึกอย่างชัดเจน
    มีเพียงจ้าวเสี่ยวหลงกับอู๋ไห่ที่หนีไปได้อย่างปลอดภัย เหอเจิ้นเฟยก็ไม่ได้หนีช้าเช่นกัน แต่ชุดเกราะบนตัวได้รับผลกระทบด้านความเร็ว ร่างกายถูกขนปุยยิงโดน ชุดเกราะระดับเหล็กดำของเขา ความสามารถในการป้องกันเรียกได้ว่าเป็นระดับสุดยอด ผีดิบเจียงซือทั่วไปไม่มีทางเจาะเกราะได้ แต่ยามเผชิญหน้ากับขนปุยสีขาวกลับยังถือว่าคุณภาพอ่อนด้อย ขนปุยโจมตีครอบแสงป้องกันแตกต่อเนื่องสามชั้น แล้วเส้นสุดท้ายก็ยิงทะลุชุดเกราะ ทิ่มเข้ามือซ้ายของเหอเจิ้นเฟย เขากัดฟันใช้กระบี่ปาดเนื้อแขนทิ้ง เจ็บปวดจนสีหน้าบิดเบี้ยว
    "ลงมือ!"
    ตอนที่ทุกคนกำลังตะลึงเหม่อกับฉากตรงหน้า หลิวเวยอันก็ตะคอกเบา ๆ ธนูไม้ทั่วมู่ชั้นหนึ่งส่งเสียงสั่นสะเทือน ลูกธนูยันต์ดอกหนึ่งยิงออกมาราวกับสายฟ้าแลบ
    แปะ!
    ตอนที่ขนปุยบนตัวผีดิบเจียงซือขนขาวเพิ่งจะยิงออกมา ก็มีขนปุยงอกขึ้นมาใหม่อีกชั้นทันที งอกจากข้างในออกมาข้างนอกเร็วมาก ตอนที่สังเกตเห็นยังเป็นเส้นเล็กแหลมอยู่เลย แต่ชั่วพริบตาเดียวก็ยาวสามชุ่นแล้ว ตอนที่ลูกธนูคมกำลังจะยิงถูกศีรษะที่เละไปแล้วครึ่งหนึ่งของผีดิบเจียงซือขนขาว มันก็สังเกตเห็นก่อน จึงยกแขนข้างหนึ่งขึ้นมาบังอย่างรวดเร็ว
    ลูกธนูยันต์ระเบิดออก แต่ระเบิดเพียงสองนิ้วมื้อ แต่เท่านี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับหลิวเวยอัน ด้านหลังลูกธนูยันต์ยังมี ลูกธนูยันต์โผล่มาอีกดอก ยิงผ่านรอยแยกเล็ก ๆ นั่นไปราวกับม้าขาวลอดช่องว่าง ยิงโดนตรงหว่างคิ้วแล้ว
    ปั้ง…
    ผีดิบเจียงซือขนขาวสิ้นไร้กำลัง ศีรษะระเบิดยับเยิน เศษเนื้อกระจายไปทั่ว แสงสีแดงที่อยู่ในเนื้อเหลวดูสะดุดตาเป็นพิเศษ
    วิชาธนูลูกโซ่!
    เงาคนคนหนึ่งแวบผ่าน หลูเยี่ยนปรากฏตัวและคว้าคริสตัลสีแดงที่ปลิวขึ้นมา เธอกินยาเม็ดซากดิบมาแล้ว จึงไม่ต้องกังวลเรื่องพิษซากดิบ เธอเพียงยกร่างผีดิบเจียงซือขนขาวแล้ววิ่งจากไปอย่างรวดเร็ว
    ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วเกินไป จนกระทั่งหลูเยี่ยนวิ่งออกมาไกลเจ็ดแปดเมตร คนที่อยู่รอบข้างถึงได้รู้ตัว จ้าวเสี่ยวหลงตะคอกด้วยน้ำเสียงดุดันว่า "ขวางเธอไว้"
    ฟิ้ว ๆ ๆ…
    ลูกธนูยิงเข้ามาราวกับห่าฝน ยิงร่วงไปแล้วเจ็ดแปดคน ทั้งหมดโดนยิงตรงหว่างคิ้ว ดอกเดียวปลิดชีพ ไม่มีเสียงร้องแม้แต่น้อย หลูเยี่ยนหาช่องว่างวิ่งพุ่งออกมาอยู่ข้างหลังหลิวเวยอัน ข้างหลังล้วนเป็นผู้เล่นที่ไล่ตามโจมตี ตอนฆ่าผีดิบเจียงซือขนขาว คนพวกนี้ล้วนหวาดกลัวไม่กล้าออกไปข้างหน้า แต่เวลานี้กลับใจกล้ามาก บุกไปข้างหน้าอย่างไม่กลัวอันตราย
    หลิวเวยอันถอยหลังไปพลาง ยิงโจมตีไปพลาง นิ้วมือดีดไปดีดมาอยู่ระหว่างลูกธนูกับสายธนู ทิ้งไว้เพียงเงาที่ยุ่งเหยิงจนทำให้คนตาลาย เร็วจนเหลือเชื่อ ตอนที่เพิ่งจะถอยออกไปประมาณสามสิบเมตร บรรดาผู้เล่นก็มาล้อมไว้เป็นวงแล้ว นักธนูหลายสิบคนเล็งไปที่เขากับหลูเยี่ยน เหอเจิ้นเฟยสีหน้าซีดขาว ไม่แม้แต่จะมองศพหลายสิบร่างที่อยู่บนพื้น ฝ่าฝูงคนออกมาจ้องหลิวเวยอันอย่างเยียบเย็น
    "ทิ้งศพกับเมล็ดพันธุ์พลังงานไว้ แล้วเราจะไว้ชีวิตพวกคุณ"
    "ฉันต้องการแค่เมล็ดพันธุ์พลังงาน" ใบหน้าอู๋ไห่มองไม่ออกว่าอยู่ในอารมณ์ไหน แม้เขาจะมาคนเดียว แต่ออร่าของยอดฝีมือระดับสำริด มีหรือที่ผู้เล่นทั่วไปจะเทียบติด เขาคนเดียวก็ยึดครองพื้นที่ได้บริเวณกว้างแล้ว
    "ในเมื่อเป็นแบบนี้ งั้นฉันก็ได้แค่เลือกถุงเนื้อแล้วกัน" จ้าวเสี่ยวหลงปรากฏตัวอยู่ทางฝั่งซ้าย พอเป็นแบบนี้ ยอดฝีมือระดับสำริดทั้งสามคนก็มายืนอยู่ตรงนี้หมดแล้ว
    คนอื่น ๆ ถ้าไม่ใช่เพราะความสามารถไม่ถึง ก็ฐานะไม่สูงพอ ตั้งใจจะตะโกนโวยวาย แต่กลับไม่กล้า แต่ก็ไม่อยากพลาดโอกาสอย่างนี้ไปอีก แต่ละคนยืนอยู่ตรงนั้นไม่ขยับไปไหน ตาเป็นประกายขณะที่ครุ่นคิด ว่าอีกประเดี๋ยวหากยอดฝีมือระดับสำริดสามคนนี้สู้กันขึ้นมา แล้วตัวเองจะจับปลาในน้ำขุ่นอย่างไร เมล็ดพันธุ์พลังงานกับถุงเนื้อ ไม่ว่าจะแย่งได้อันไหนก็รวยเหมือนกัน มีคนรู้ตัวว่าไม่มีหวังเช่นกัน มาเพื่อมุงดูล้วน ๆ กำลังรอคอยว่าหลิวเวยอันจะรับมืออย่างไร จะประนีประนอมหรือดันทุรังต่อต้าน? ไม่ว่าจะเลือกทางไหนก็ไม่ง่ายทั้งนั้น
    "ไสหัวไป!" หลิวเวยอันตอบเพียงประโยคสั้น ๆ ค่อนข้างเรียบง่ายและตรงไปตรงมา
    "รนหาที่ตาย..." สามยอดฝีมือระดับสำริดยังไม่ทันพูดอะไร ยอดฝีมือระดับเหล็กดำที่โดนขนปุยยิงโจมตีแต่รอดมาได้ก็ตะคอกอย่างเกรี้ยวกราด
    ฟิ้ว…
    ไม่มีใครเห็นวิถีการยิงของลูกธนูชัดเจนสักคน เห็นเพียงเงาสายหนึ่งเท่านั้น แกร๊ง! ยอดฝีมือระดับเหล็กดำคนนี้อาศัยสติในการต่อสู้เพื่อต้านลูกธนูดอกนี้ไว้ วินาทีถัดมา โล่ระเบิดออก ข้างหลังมีลูกธนูตามมาอีกดอก ยิงทะลุโล่จนแตกกระจาย ก่อนจะทะลุลำคอของเขา
    โอ้ว…
    คนคนนี้ขยับคอสองทีก่อนจะทรุดล้มลงพื้น ตอนนี้เขาถึงได้ก้าวขึ้นอยู่ในระยะห่างหนึ่งก้าว
    เร็วเกินไปแล้ว
    มีคนจำนวนไม่น้อยหดคอโดยจิตใต้สำนึก พวกเขามองไปทางหลิวเวยอันด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป สามารถปลิดชีพยอดฝีมือระดับเหล็กดำได้ จะต้องไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน
    หลิวเวยอันพลันกลอกตามอง ลูกธนูดอกหนึ่งยิงออกมาราวกับดาวตก มือของเหอเจิ้นเฟยเพิ่งจะโบกขึ้นมาได้ครึ่งเดียวก็ตกลงไปอีกแล้ว เขาถือกระบี่ด้วยมือเดียว ฟันลูกธนูกระเด็นไปสี่ดอกต่อเนื่องกัน ทั้งลนลานทั้งรีบร้อน คนข้าง ๆ มองไม่ชัดเลยว่าเกิดอะไรขึ้น ได้ยินเพียงเสียงกระทบกันอย่างรุนแรง ประกายไฟกระจายทั่วทิศ เหอเจิ้นเฟยครางเสียงต่ำออกมา กระบี่จันทร์สะท้อนถูกดีดออกไป ในขณะนี้เอง แสงเงินแวบผ่านราวกับม้าขาวลอดช่องว่าง ลูกธนูคมดอกหนึ่งยิงโดนหัวใจของเขาแล้ว
    เกราะป้องกันโปร่งแสงปรากฏขึ้น ต้านลูกธนูที่อันตรายถึงชีวิตไว้ได้ดอกหนึ่ง แต่บนใบหน้าเหอเจิ้นเฟยกลับไม่แสดงความดีใจใด ๆ มีเพียงความกระวนกระวาย ลูกธนูระเบิดออก เกราะป้องกันแตกกระจายพร้อมเสียงระเบิด ลูกธนูที่แฝงตัวอยู่ปรากฏขึ้นก่อนจะเจาะทะลุหัวใจ และชั่วพริบตาที่เหอเจิ้นเฟยรวบรวมกำลังทั้งหมดเพื่อส่งกระบี่โจมตีที่สายเกินไป แววตาก็เปลี่ยนเป็นว่างเปล่าเหมือนเถ้าถ่านทันที
    หลิวเวยอันหวาดสายตามองรอบสนาม เผยเจตนาสังหารให้เห็นราง ๆ ง้างธนูไม้ทั่วมู่จนกลมเป็นรูปพระจันทร์เต็มดวงแต่ยังไม่ยิง สื่อความหมายชัดเจนมาก ว่าถ้าใครไม่เชื่อฟัง ก็จะมีจุดจบเหมือนเหอเจิ้นเฟย
    คนหนึ่งคนกับลูกธนูหนึ่งดอก เขย่าขวัญคนทั้งสนาม
    - โปรดติดตามตอนต่อไป -

    คล้ายกับเรื่องอุบัติการณ์ใหม่ มหันตภัยวันสิ้นโลก ที่คุณอ่าน

    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    146K 311
    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 253
    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.44M 2988
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    337K 1011
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    215K 948
    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77