ตอนที่ 25 ซื้อล่อ
เวลานี้ในบ้านตระกูลเฉิน
“พี่ใหญ่จะเข้าเมืองอีกแล้วหรือ!” เฉินเสี่ยวไช่มองเฉินเสี่ยวหมี่ที่กำลังทำงานยุ่งพลางเอ่ยถาม
เฉินเสี่ยวหมี่พยักหน้า
เฉินเสี่ยวไช่กลอกตาทีหนึ่ง ครั้งก่อนที่พี่ใหญ่เข้าเมืองคือเมื่อยี่สิบกว่าวันก่อน
่นี้ดูเหมือนพี่ใหญ่จะล่าสัตว์ป่าได้น้อยลง อีกทั้งส่วนใหญ่ก็เอาไปทำอาหารหมด
เดิมทีพี่ใหญ่ตระหนักถึงความยากลำบากอย่างยิ่ง คิดแต่จะหาเงินเพิ่ม
ทว่า่นี้กลับชอบการกินมากขึ้น หากจับกระต่ายหรือไก่ป่าได้ก็จะเอาไปหาลู่หลิน! แล้วปรึกษาว่าจะผัดเอย! นึ่งเอย! หรือเคี่ยวน้ำแดงเอย! ซึ่งแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ราวกับ...มีชีวิตชีวามากขึ้น
อาหารที่ลู่หลินทำนั้นอร่อยมากจริงๆ
่นี้เสี่ยวม่ายได้รับการเลี้ยงดูจนแข็งแรงขึ้นไม่น้อย ตอนที่ตามเขาไปเก็บฟืนก็มีเรี่ยวแรงมาก
เฉินเสี่ยวไช่พบว่า น้องสามเสี่ยวม่ายดูจะมีพละกำลังไม่น้อย ก่อนหน้านี้เสี่ยวม่ายป่วยมาตลอดจึงไม่เคยแสดงเรี่ยวแรงออกมา เฉินเสี่ยวไช่สงสัยอยู่รางๆ ว่าน้องสามจะกลายเป็แบบพี่ใหญ่
เฉินเสี่ยวหมี่กลอกตาทีหนึ่ง ตอนนี้เข้าฤดูหนาวแล้ว เกรงว่าต่อจากนี้จะหนาวลงเรื่อยๆ
หลังจากเฉินเสี่ยวหมี่กับลู่หลินหารือกัน ก็ตัดสินใจขายสุราอีกรอบ สุราที่ขายไปครั้งก่อนไม่ว่าเป็แขกหรือเถ้าแก่ของเหลาสุราล้วนชื่นชอบกันมาก หนึ่งไหขายได้แปดร้อยอีแปะ เท่ากับราคาหมูหนึ่งตัวทีเดียว
หลังจากเข้าเมือง เฉินเสี่ยวหมี่ไปที่เหลาสุราก่อน ขายสุราสิบไหได้เงินมาแปดตำลึง จากนั้นทั้งสองก็ไปที่ตระกูลหยาง ขายสุราสิบไหให้คุณชายใหญ่ตระกูลหยางเช่นเดียวกัน ได้เงินมาอีกแปดตำลึง
ครั้นได้รับเงินสิบหกตำลึงในคราวเดียว เฉินเสี่ยวหมี่รู้สึกถึงความมั่งคั่งที่ไม่เคยััมาก่อน
ก่อนหน้านี้ตอนที่เฉินเสี่ยวหมี่ล่าเสือได้ เขาเคยใช้จ่ายฟุ่มเฟือยครั้งหนึ่ง แต่่เวลานั้นเสี่ยงอันตรายเกินไปจริงๆ
ตอนนี้หาเงินสิบหกตำลึงได้อย่างง่ายดาย ทำให้เฉินเสี่ยวหมี่ไม่อยากเชื่อว่าเป็เื่จริง
“พวกเราไปดูที่ตลาดค้าวัวสักหน่อยเถิด” ลู่หลินเสนออีกครั้ง
ครั้งก่อนหาซื้อล่อไม่ได้ ลู่หลินรู้สึกเสียดายเล็กน้อย ตอนนี้มีเงินมากขนาดนี้ ซื้อล่อสักตัวคงไม่ใช่เื่ใหญ่อะไร
ถึงแม้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เดินผ่านเส้นทางบนูเา แต่ตลอดเส้นทางที่เดินไปยังตัวเมือง ลู่หลินยังคงรู้สึกลำบากมาก หากขากลับมีสัตว์สักตัวใช้ขี่แทนเดินเท้าก็คงสบายทีเดียว
เฉินเสี่ยวหมี่มองลู่หลินแวบหนึ่ง แล้วพูดอย่างสงสัย “ต่อให้เดินโดยไม่ได้แบกของ ก็ยังเหนื่อยมากหรือ”
ลู่หลินพยักหน้ากล่าวอย่างขมขื่น “ใช่! เหนื่อยมาก”
เฉินเสี่ยวหมี่มองลู่หลินพลางเอียงศีรษะ “ข้ากลับรู้สึกสบายดี...” ก่อนหน้านี้ทุกครั้งที่เฉินเสี่ยวหมี่เข้าเมืองล้วนแบกของหนักมาก ตอนนี้ระหว่างทางแบกแค่ตะกร้าสะพายหลังเปล่าๆ เทียบกับเมื่อก่อน เฉินเสี่ยวหมี่รู้สึกว่า่นี้สบายขึ้นไม่น้อย
ลู่หลินมองเฉินเสี่ยวหมี่พลางกลอกตามองบนในใจเงียบๆ ถึงแม้จะเปลี่ยนร่างกายแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถทนต่อความลำบากได้ เป็ความผิดของเขาจริงๆ! ดูเหมือนว่าเ้าของร่างเดิมจะอดทนต่อความลำบากได้ดีทีเดียว
“ไปดูที่ตลาดค้าวัวเถิด หากเจอตัวที่เหมาะสมก็ซื้อมาสักตัว” เฉินเสี่ยวหมี่พูดด้วยดวงตาเป็ประกาย
ลู่หลินมองเฉินเสี่ยวหมี่ แล้วถามอย่างสงสัย “เหตุใดจู่ๆ เ้าถึงเปิดใจ”
เฉินเสี่ยวหมี่มองลู่หลินแวบหนึ่ง พูดว่า “อย่างไรเสียหลังจากนี้อาจต้องเดินทางไปมาระหว่างชนบทกับเมืองบ่อยๆ”
เฉินเสี่ยวหมี่คิดในใจ ‘ในเมื่อห้องเล็กในตัวลู่หลินสามารถเก็บรักษาความสดได้ เช่นนั้นต่อให้กินของในห้องเล็กนั้นหมดแล้ว พวกเขาก็สามารถเก็บของในูเาไว้ในห้องเล็ก เมื่อถึงกลางฤดูหนาวค่อยเอาไปขายในเมือง’
พอถึงกลางฤดูหนาวและเสบียงอาหารไม่เพียงพอ ก็ดูเหมือนเนื้อสัตว์กับผักป่าจะเอาไปขายในเมืองได้ราคาดีไม่น้อย
ลู่หลินกับเฉินเสี่ยวหมี่ไปตลาดค้าวัวด้วยกัน ครั้งก่อนทั้งสองเดินตลาดค้าวัวแล้วไม่เจอสัตว์ที่ถูกใจ แต่ครั้งนี้ได้เจอล่อตัวหนึ่งที่ไม่เลว
ล่อตัวนี้เทียมเกวียนที่สภาพค่อนข้างดีไว้ด้านหลัง และยังดูใหม่มาก
เฉินเสี่ยวหมี่ถามจนรู้ว่าเกวียนเทียมล่อเล่มนี้เป็ของครอบครัวหนึ่งในเมือง คุณชายครอบครัวนั้นติดหนี้พนัน ด้วยความจนใจจำต้องขายสัตว์ในบ้านแก้ขัดไปก่อน
เฉินเสี่ยวหมี่ต่อรองราคากับคนผู้นั้น สุดท้ายก็ตกลงกันที่เจ็ดตำลึง ล่อราคาหกตำลึง ส่วนเกวียนที่เทียมไว้ด้านหลังนั้นแทบจะให้เปล่าในราคาหนึ่งตำลึง
เฉินเสี่ยวหมี่มองลู่หลินแล้วพูดว่า “เ้ายัง้าซื้ออะไรอีก”
ลู่หลินคิดครู่หนึ่งถึงตอบ “ไปซื้อกระดูกใหญ่ๆ สักหน่อยเถิด”
ชาติก่อนลู่หลินชอบกินน้ำแกงกระดูกมาก แต่ชาติก่อนกระดูกมีราคาแพงกว่าเนื้อ ส่วนที่นี่ใช้เงินแค่สิบอีแปะก็ซื้อกระดูกได้กองหนึ่งแล้ว ต้องรีบคว้าโอกาสไว้อย่าให้ของดีหลุดลอย
เฉินเสี่ยวหมี่พยักหน้าพูด “ได้”
เฉินเสี่ยวหมี่เลียริมฝีปาก รสชาติของน้ำแกงกระดูกใส่ซานเย่านั้นอร่อยจริงๆ ่นี้เขาล่าได้แต่สัตว์ป่าขนาดเล็ก ไม่สามารถนำกระดูกมาตุ๋นน้ำแกงได้
เฉินเสี่ยวหมี่ใช้เงินสามสิบอีแปะซื้อกระดูกทั้งหมดจากคนขายเนื้อคนหนึ่งในเมือง
ทั้งสองคนยังใช้เงินอีกสามร้อยอีแปะซื้อผ้านวมใหม่หนึ่งผืน ซึ่งผ้านวมเก่าราคาถูกกว่ามาก ราคานี้สามารถซื้อผ้านวมเก่าได้สองผืน หากคนชนบท้าซื้อจริงๆ โดยทั่วไปจะซื้อแบบเก่า แต่ผ้านวมใหม่อุ่นกว่ามาก อีกทั้งััยังหนาแน่นกว่า
เฉินเสี่ยวหมี่บังคับเกวียนเทียมล่อเดินทางกลับ
เขาฟาดแส้ด้วยความรู้สึกฮึกเหิม
ขณะที่เฉินเสี่ยวหมี่บังคับเกวียนอยู่ข้างนอก ลู่หลินก็พักผ่อนอยู่ในเกวียน มีพาหนะใช้เดินทางเช่นนี้ลู่หลินรู้สึกว่าคุณภาพชีวิตก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้น