ในสถานที่ลึกลับแห่งหนึ่งมีชายสองคนกำลังคุยกัน ชายคนที่หนึ่งใส่ผ้าคลุมสีดำ มีหนวดเคลาสีขาว หน้าตาราวกับผ่านเื่ราวชีวิตมานาน และชายอีกคนอายุราวๆ สามสิบปีส่วมแว่นตา ใส่เสื้อยืดสีเขียวสลับขาว ชายทั้งสองกำลังคุยเื่ราวอะไรบางอย่าง ชายใส่ผ้าคลุ่มพูดขึ้นว่า
“เส้นเวลางั้นหรอ” นั่นคือคำถามที่้าคำตอบ “มันอาจจะฟังดูบ้า แต่เื่นี้มันบ้าสุดๆเลยพีระ”ชายใส่เเว่นตอบกลับพร้อมเอ่ยนามของชายสวมผ้าคลุม “เเล้วเราจะหยุดเื่บ้าๆนี่ยังไง” พีระชายที่สวมผ้าคลุมถามด้วยความสงสัย
“มันซับซ้อนมาก แต่ทุกปัญหามันก็มีทางออก” ชายใส่เเว่นไร้นามได้ตอบกลับพีระพร้อมยื่นบางอย่างให้ “นี่คือข้อมูลทั้งหมดที่นายให้ฉันเมื่อปีก่อน” “ฉันหรอ…ฉันจาก่เวลาไหนหละ” พีระยิ่งสับสนกับเื่ราวทั้งหมดที่ชายใส่เเว่นกล่าวมาทั้งหมด
“คำถามไม่ใช่่เวลาไหน แต่นายต้องถามว่าเส้นเวลาไหนต่างหากล่ะ” ชายสวมเเว่นตอบพร้อมยิ้มมุมปาก
เช้าวันสดใส แสงเเดดอ่อนๆ พร้อมกับมีลมพัดเย็นสบาย ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่งรอบๆหมู่บ้านล้วนมีเเต่ป่าเขาและตรงหน้าหมู่บ้านมีอุโมงค์เล็กๆอยู่นั่นคงเป็ทางออกทางเดียวของหมู่บ้านแห่งนี้ อากาศที่นี่ร่มเย็นสดชื่น ผู้คนเป็มิตรต่อกัน
ในหมู่บ้านแห่งนี่มีไม่กี่หลังคาเรือน หนึ่งในนั้นคือบ้านของเด็กหนุ่มวิศวะ อายุราวๆยี่สิบปี เขาเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลับใกล้ๆหมู่บ้าน เด็กหนุ่มอาศัยอยู่กับพ่อของเขาเพียงสองคน เนื่องจากเเม่ของเขาได้จากไปเเล้วเมื่อปี ค.ศ.2015
มันอาจเป็เื่น่าเศร้าของพ่อลูกคู่นี้หรืออาจเป็เื่เศร้าทั้งหมู่บ้านแห่งนี้ เพราะเเม่ของเด็กหนุ่มโดยฆาตกรรมโดยชายไร้ตัวตน
“เื่มันผ่านมานานเเล้วทำไมผมยังคิดถึงแม่อยู่เลย ถ้าผมย้อนเวลากลับไปได้…มันคงดี”เด็กหนุ่มมองไปที่รูปเเม่ของเขาพร้อมพูดพร่ำเพ้อถึงคนบนฟ้า
“ปี๊บ ๆ ๆ” เสียงเเตรรถเมล์ดังก้องมาเเต่ไกล เด็กหนุ่มรีบจับกระเป๋าสะพายเเล้ววิ่งไปรอรถหน้าบ้านทั้งที
เมื่อประตูรถเมล์เปิดก็มีเสียงคนๆหนึ่งพูดขึ้นมาว่า"เป็ไงบ้างพ่อหนุ่ม" นั่นคือเสียงชายเเก่คนขับรถเมล์ประจำหมู่บ้าน “สบายดีครับลุง” เด็กหนุ่มยิ้มตอบ
“หวัดดีพีระ เพื่อน”เสียงเด็กหนุ่มรูปร่างท้วมสวมแว่นกล่าวทักทายเพื่อนของเขา “ไงก้องเป็ไงบ้างวันนี้”เด็กหนุ่มวิศวะตอบ เเละเขาคนนี้มีชื่อว่า “พีระ”
“ก็ดีนะ ว่าแต่นายเถอะเจอเื่แย่ๆมามากพอเเล้ววันนี้จัดปาร์ตี้กัน” ชายหนุ่มนามว่าก้องพูดขึ้น
“เนื่องในวันอะไรหรอ”
“วันเกิดนายไงวะพีระ นายจำไม่ได้จริงๆหรอ”
“จริงด้วยฉันลืมสนิทเลย…”
“งั้นเราชวนเพื่อนไปจัดปาร์ตี้บ้านนายดีไหม”
“ก็ได้นะ เดี๋ยวฉันลองขอพ่อก่อน”
“เอี๊ยดดดด..” เสียงรถเมล์จอดตรงหน้าทางเข้ามหาวิทยาลัย
“หวัดดีพวกนาย”เสียงหญิงสาวคนหนึ่งพูดพร้อมโบกมือทักทายเพื่อนของเขา หญิงสาวคนนี้มีชื่อว่า “ดาว” เธอเป็ผู้หญิงน่ารัก เอาใจใส่เพื่อนฝูง และเป็คนที่พีระแอบชอบอยู่ด้วย
“ง….ไงดาว สบายดีไหม” พีระกล่าวทักทายเพื่อนสาวเเบบติดๆขัดๆ
“ก็ดีนะไม่ได้เเย่มาก” ดาวตอบพร้อมส่งยิ้มให้
“พวกเราไปคุยกันช้างในเถอะ” ก้องเสนอความคิดเห็นขึ้นมา
ในขณะที่ทั้งสามกำลังเดินเข้ามหาวิทยาลัยก็มีสายโทรศัพท์เข้ามาที่มือถือของพีระซึ่งเป็สายของบุคลที่ไม่ทราบชื่อ
“สวัสดีพีระ” เสียงของชายในหูโทรศัพท์พูดกับพีระ
“ไม่ทราบว่าคุณเป็ใครหรอครับ” พีระตอบ
“เื่นี้มันซับซ้อน นายจงฟังที่ฉันพูด ยกเลิกปาร์ตี้คืนนี้ซะ” ชายลึกลับพูดด้วยน้ำเสียงรุนเเรง
“ค…คุณเป็ใครเเล้วรู้ชื่อผมรู้เื่งานปาร์ตี้ได้ไง”
“เพราะฉันคือนายในอนาคต”
“นี่มันเื่อะไรเนี่ย” พีระพูดพร้อมสีหน้าหวาดกลัวเเล้วตัดสายนายคนนั้นทิ้งทันที
“นายเป็ไรหรือเปล่าพีระ” ดาวพูดด้วยความเป็ห่วง
“ไม่เป็อะไรหรอกดาว พวกเราเข้าห้องกันดีกว่า"
ทั้งสามมีเรียนเื่กลศาสตร์ควอนตัมเป็วิชาเสริมที่ทั้งสามลงเรียน
“นักวิทยาศาสตร์หลายๆคนพยายามหาคำตอบเกี่ยวกับเื่ทั้งหมดนี่แต่ก็ยังไม่มีใครสร้างมันขึ้นมาได้”เสียงของอาจาร์ท่านหนึ่งพูดขึ้น
“และเป็ไปได้ไหมครับครับว่าเราจะสร้างเครื่องย้อนเวลาสำเร็จภายใน5ปีข้างหน้า” พีระยกมือถามอาจารย์ด้วยความสงสัย
“อาจจะเป็ไปได้ตามหลักฟิสิกส์ แต่อาจจะส่งผลหลายๆอย่างตามมา” อาจาร์ตอบคำถามที่พีระถาม
“เช่นอะไรบ้างครับ”
“การเกิดลูปเวลา การเเต่งแขนงของเส้นเวลา การย้อนกลับไปแก้ไขประวัติศาสตร์ วันสิ้นโลกทุกสิ่งอาจเกิดขึ้นได้”
“กรี๊งงงงงงงง”เสียงออดดังขึ้นนั่นเเสดงถึงการหมดคาบเรียนพีระ ดาวและก้องรับกลับไปรอรถเมล์ที่หน้ามหาวิทยาลัย
“เย็นนี้ พีระมารับฉันด้วยนะ” ดาวบอกพีระให้มารับไปงานปาร์ตี้ที่บ้านของพีระ เนื่องจากดาวเป็คนนอกหมู่บ้าน จึงกลัวที่จะเดินทางมาปาร์ตี้บ้านพีระเพียงคนเดียว
“งั้นฉันจะไปรับดาวประมาณทุ่มกว่าๆนะ และก้องนายต้องมาช่วยจัดข้าวของสำหรับปาร์ตี้ให้ฉันด้วย”พีระรับปากดาวเเล้ว
“โอเคตรงลงตามนี้"ก้องตอบตกลง
ณ บ้านของดาวเวลาราวๆหนึ่งทุ่มมีลมเย็นๆพัดผ่าน ท้องฟ้าเต็มไปด้วยเมฆปกคลุม พีระกำลังรอดาวอยู่หน้าบ้าน
“ติ๊วต่อง..”พีระกดกริ่งหน้าบ้านดาว “ดาว เรามาเเล้ว” พีระตะโกดบอกดาวอยู่ที่หน้าบ้าน
“ดาวเพื่อนมารับเเล้วลูก” แม่ของดาวพูดกับดาว
“กำลังเสร็จค่ะเเม่” ดาวรับหยิดกระเป๋าเเล้ววิ่งออกมาจากห้อง
“พีระ รอนานไหม”ดาวรู้สึกผิดที่ให้เพื่อนรอนาน
“ว้าว เธอดูสวยจัง” พีระมองดาวเเล้วยิ้มพร้อมกับชม
“ขอบใจนะ” ดาวยิ้มตอบ
“นี่สวมหมวกกันน็อกด้วยจะได้ปลอยภัย” พีระยื่นหมวกให้ดาว
พีระขับรถจักรยานยนต์พร้อมกับดาวเป็คนซ้อน ทั้งสองกำลังมุ่งหน้าไปทางเข้าหมู่บ้านของพีระนั่นคืออุโมงค์ที่มีไฟส่องสว่างตลอดทาง แต่เมื่อพีระเเละดาวกำลังเคลื่อนที่เข้าไปใกล้อุโมงค์รถจักรยานยนต์ของพีระก็เกิดขัดข้องดับลงกลางอุโมง
“รถเป็ไรหรอพีระ”
“ฉันก็ไม่รู้สิ เอาเป็ว่าเราเดินไปดีกว่า อีกไม่กี่ก้าวก็ถึงบ้านฉันเเล้ว” พีระไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับรถ เขาเลยตัดสินใจพาดาวเดินจากกลางอุโมงไปบ้านของเขา
แต่ในขณะนั้นไฟอุโมงค์ดับ ทุกอย่างดูมืดไปหมดพีระมองไปทางไหนก็เจอเเต่ความมืด “ดาวไม่ต้องกลัวนะจับมือฉันไว้” พีระพูดกับดาว แต่ในขณะนั้นไม่มีเสียงตอบกลับของดาวเลย พีระะโเรียก"ดาวๆ" “ดาวเธออยู่ไหนดาว ตอบฉันที”ทันได้นั้นไฟในอุโมงค์ก็สว่างขึ้น ท่ามกลางอุโมงค์นั่นก็เหลือเพียงเเต่พีระที่ยืนอยู่เพียงคนเดียว ไม่มีเเม้เเต่ดาวเเละรถจักรยานยนต์
“ดาว เธออยู่ที่ไหนดาวตอบฉันที”พีระสติเเต่รีบวิ่งออกไปจากอุโมงเเล้วตรงไปที่บ้านของเขา แต่สิ่งที่เขาเจอนั่นคือ "ตัวพีระในวัยสิบขวบที่กำลังเป่าเค้กวันเกิดกับพ่อเเละเเม่"
“นี่มันเกิดบ้าอะไรวะเนี่ย”