“อะไร ๆ มีอะไรกันเหรอ พวกนายเห็นอะไร” ธาริณีโวยวายขึ้นมาบ้างด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่าตกใจอะไรกัน
เด็กหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งผอมบาง แก้มตอบ ขอบตาดำคล้ำดูท่าทางอิดโรยเหมือนคนไม่ได้นอนมานาน ส่งสายตาขุ่นเขียวมองหน้าเพื่อนรักทั้งสองที่กำลังชะโงกหัวมายังฝั่งบ้านของตน
“พวกพี่ทำอะไรน่ะ” อิฐซึ่งเป็นหลานชายสุดที่รักของป้าดีถามขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ ทีปกรและเกียกกายกำลังเผชิญหน้ากับเด็กหนุ่มที่มีจิตใจหยาบกร้าน
เมื่อพูดถึงอิฐหลานป้าดี คนทั้งซอยต่างรู้กิตติศัพท์ของเด็กหนุ่มผู้นี้เป็นอย่างดีว่าไม่ชอบเรียนหนังสือ คบแต่เพื่อนเกเรพากันเสพยาเสพติด และก่อกวนชาวบ้านในยามค่ำคืน ถ้าได้ยินเสียงท่อแตก ๆ ของมอเตอร์ไซค์จะรู้ได้ทันทีว่าเป็นอิฐและผองเพื่อนแน่นอน ทั้งยังเคยเข้าสถานพินิจมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน แต่ที่แห่งนั้นก็ไม่สามารถขัดเกลาจิตใจเด็กหนุ่มผู้นี้ให้ดีขึ้นได้เลย
“เอ่อ… พอดีเมื่อเช้าป้าดีแกโทรไปสั่งข้าว ลูกชายร้านข้าวก็เลยเอามาส่งให้ แต่เรียกเท่าไรแกก็ไม่ออกมาเอาสักที พี่ก็เลยรับแทนแล้วก็แขวนไว้ให้หน้าบ้าน แต่นี่ก็ดึกแล้วยังแขวนไว้หน้าบ้านเหมือนเดิม พวกพี่เห็นว่าผิดสังเกตกลัวว่าป้าแกจะเป็นอะไรรึเปล่า ก็เลยมาชะโงกดูเนี่ยแหละไม่มีอะไรหรอก” ทีปกรพูดอย่างคนใจเย็นเมื่อเห็นใบหน้าไม่รับแขกของฝ่ายตรงข้าม
“เหรอ… ชอบแส่เรื่องชาวบ้านสินะ” อิฐทำหน้านิ่งไร้อารมณ์ ทั้งยังพูดออกมาโดยไม่นึกถึงความเป็นห่วงของเพื่อนบ้านที่มีต่อป้าของตนแม้แต่น้อย
ใบหน้าของเกียกกายร้อนวูบขึ้นมาทันทีด้วยความโกรธจากคำพูดของฝ่ายตรงข้าม แต่ก็ยังพยายามสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ และพ่นลมออกมาหลายต่อหลายครั้งเพื่อควบคุมตนเอง เพราะคิดว่าตนมีวุฒิภาวะที่สูงกว่าจึงไม่อยากปะทะด้วย ทั้งยังพยายามพูดออกมาด้วยความใจเย็นซึ่งขัดกับนิสัยของตนเองเป็นอย่างมาก
“พวกเราเห็นว่ามีคนเดินไปเดินมาอยู่ในบ้านมืด ๆ ก็เลยสงสัยว่าทำไมไม่เปิดไฟ แล้วทำไมถึงปล่อยให้กับข้าวแขวนทิ้งไว้ตั้งแต่เช้า กะว่าจะตะโกนเรียกแต่นายก็ดันออกมาซะก่อน”
“ผมเดินเองนี่แหละ แล้วไฟก็โดนตัดเพราะไม่ได้จ่ายค่าไฟ มีอะไรอีกปะ” เสียงของอิฐเริ่มมีความหงุดหงิดมากขึ้นกว่าเดิม
“แล้วป้าดีไปไหนเหรอจ๊ะ” เสียงหวานหูพูดแทรกขึ้นขัดจังหวะความไม่สบอารมณ์ของฝ่ายตรงข้าม ทั้งยังยืนเหยียบอยู่บนเก้าอี้ไม้ทรงกลมที่ตัวเธอเองเดินไปหยิบมาจากในบ้าน บัดนี้ตัวของธาริณีสูงขึ้นกว่ากำแพงและสามารถมองเห็นฝั่งตรงข้ามได้อย่างชัดเจนอีกครั้ง เด็กหนุ่มใช้ลิ้นเลียริมฝีปากช้า ๆ ทั้งยังมองหญิงสาวที่แก่กว่าตนนับสิบปีด้วยแววตาเป็นประกาย
“พี่ธาคนสวยถามทั้งที ผมตอบให้ก็ได้”
“ให้มันน้อย ๆ หน่อย ไอ้…” เกียกกายหัวเสียทันทีเมื่อเห็นท่าทีของเด็กเมื่อวานซืนที่มีต่อคนรักของตน
“ไอ้กาย…” ทีปกรกระซิบเรียกเกียกกาย ทั้งยังดึงเสื้อเพื่อให้เพื่อนรักหยุดพูด ก่อนที่จะกลายเป็นเรื่องใหญ่
“ป้าดีกลับต่างจังหวัดไปหลายวันแล้ว หายสงสัยแล้วเนอะ”
อิฐยังคงมองสองเพื่อนรักด้วยสายตาขุ่นเขียว และเบนสายตามายังมือของธาริณีซึ่งกำลังเกาะขอบกำแพงเพื่อไม่ให้ตกจากเก้าอี้ ความรู้สึกอยากสัมผัสร่างกายฝ่ายตรงข้ามก็ผุดขึ้นมาในหัวทันที ในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ เด็กหนุ่มรีบจับมือของหญิงสาวอย่างรวดเร็ว ประทับริมฝีปากอันแห้งผากและนำลิ้นของตนออกมาเลียหลังมือนั้นได้สำเร็จ
“เฮ้ย!” ธาริณีร้องขึ้น และกระชากมือออกด้วยความตกใจ ส่วนเกียกกายก็รีบเอาตัวกั้นหญิงคนรักเอาไว้ เพราะกลัวว่าอิฐจะทำอะไรมากกว่านี้อีก
“ไอ้เด็กเวรนี่” เกียกกายตะโกนออกมาสุดเสียงด้วยความโกรธ แต่ก็ไม่ระคายหูของอิฐเลยแม่แต่น้อย เจ้าตัวมองหน้าอย่างไม่สะทกสะท้าน ทั้งยังยิ้มมุมปากเยาะเย้ยและเดินผิวปากเข้าบ้านไปในที่สุด
“ไอ้เด็กนี่มันโรคจิตชะมัด พี่เป็นอะไรไหมอะ” ทีปกรพูดขึ้น ส่วนเกียกกายก็รีบอุ้มธาริณีลงจากเก้าอี้โดยด่วน ทั้งยังพลิกมือไปมาเพื่อหาร่องรอยการบุบสลาย
“มะ ไม่เป็นไร แค่ตกใจนิดหน่อย” ธาริณีผู้มีใบหน้าซีดเผือดด้วยความตกใจตอบออกมาอย่างตะกุกตะกัก
“พี่รีบไปล้างมือด่วน ๆ เลย ติดเชื้อโรครึเปล่าก็ไม่รู้” เกียกกายพูดออกมาด้วยความเป็นห่วง ทั้งยังผลักธาริณีให้รีบเข้าบ้านโดยไว