เพียงเวลาแค่ครึ่งวัน ขบวนของอี้เฉียนก็เดินทางกลับมาถึงเมืองหลวงพอดี ครั้นเมื่อสนมฮงรู้ข่าวก็รีบเดินทางไปที่จวนของอี้เฉียนทันที เเต่ทว่าเมื่อไปถึงก็ไม่พบตัวอี้เฉียนเลย ทหารเฝ้าหน้าประตูบอกกับนางว่าตอนนี้อี้เฉียนน่าจะไปเข้าเฝ้าฝ่าบาทเพื่อรายงานราชกิจที่ได้รับมอบหมาย สนมฮงจึงได้เปลี่ยนแผนโดยการกลับไปรออี้เฉียนที่จวนของนาง ขณะที่มาถึงจวนแล้วเเต่นางก็ยังคงเดินวนไปวนมา เอาเเต่มองประตูเพื่อเฝ้ารอให้อี้เฉียนมาหานาง
"เสี่ยวอี้ เจ้าว่าท่านพี่จะออกมาจากจวนใหญ่รึยัง?"
"น่าจะยังนะเจ้าคะ เพราะถ้าองค์ชายอี้เฉียนเข้าเฝ้าฝ่าบาทเรียบร้อยแล้ว องค์ชายอี้เฉียนจะต้องรีบเสด็จมาหาพระสนมเป็นแน่เจ้าค่ะ"
"อะไรทำให้เจ้ามั่นใจขนาดนั้น?"
"เพราะ…เรื่องนั้นไงเจ้าคะ ทรงลืมไปแล้วหรือว่า เหตุที่เรียกตัวองค์ชายทั้งสองกลับมาก็เพราะเรื่องของพระสนมนะเจ้าคะ"
"จริงด้วย..เช่นนั้นข้าจะรอท่านพี่อยู่ที่นี่แหละ" คำพูดของเสี่ยวอี้ทำให้สนมฮงดูมั่นใจยิ่งขึ้น เเต่ก็ไม่วายมีความกังวลในใจอยู่พอสมควร ถึงแม้ว่าอี้เฉียนจะถูกเรียกตัวกลับมาเพราะเรื่องของนางเเต่นางก็ยังนึกว่าระแวงอยู่ในใจ ในขณะที่อี้เฉียนกับอี้เถียนนั้นเเยกตัวกันตั้งเเต่กลับมาถึงวัง โดยอี้เฉียนนั้นเเยกตัวไปหาพ่อของเขานั่นเอง
"ท่านพ่อ…ข้ากลับมาแล้วพะยะค่ะ"
"อี้เฉียน..อ้า…ทุกอย่างเรียบร้อยดีหรือไม่ ฮึ?"
"ทุกอย่างเรียบร้อยดีพะยะค่ะทั้งเรื่องงานและเรื่องอื่น"
"พี่ของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?"
"พี่ใหญ่สบายดีและกำลังจะมีหลานให้ท่านพ่อได้อุ้มแล้วพะยะค่ะ"
"ข้าจะได้อุ้มหรือ…ข่าวว่าเมืองเฟ่ยเหิงนั้นเข้าออกยาก จะไปมาแต่ละทีต้องรอน้ำขึ้นน้ำลง"
"โถ่ท่านพ่อ เมืองติดแม่น้ำก็เช่นนี้แหละพะยะค่ะ เอ่อ..ท่านพ่อ..เรื่องนั้นข้า….."
"พวกนางเป็นยังไงบ้าง" อี้เฉียนมองหน้าผู้เป็นพ่อด้วยรอยยิ้มทั้งน้ำตา คำที่พูดไม่ออกมันทำให้ผู้เป็นพ่อรู้ในทันทีว่าลูกชายของเขานั้นกำลังทำหน้าที่อันใหญ่หลวงและเหน็ดเหนื่อยมากแค่ไหน อี้เหลียนลุกขึ้นจากที่นั่งพร้อมกับเดินเข้ามาหาอี้เฉียนใกล้ๆ เขาสวมกอดลูกชายท่ามกลางสายตานางกำนันและผู้ติดตามมากมายประหนึ่งว่าพวกเขาอยู่กันแค่สองพ่อลูกแค่นั้น
"เจ้าคงเหนื่อยมากสินะ ไม่เป็นไรหลังจากนี้เจ้าจะได้พักผ่อนแล้ว"
"ท่านพ่อ!!"
"อี้เถียนล่ะ?"
"ข้าให้น้องสามช่วยจัดการธุระสำคัญแทนข้า เรื่องนี้จะต้องมีคนรู้น้อยที่สุดเพราะฉะนั้น จะไม่มีใครรับรู้เรื่องนี้ก่อนจะถึงวันนั้นพะยะค่ะ"
"แล้วเจ้าตั้งใจจะไปหานางเมื่อไหร่?"
"ข้าคงไม่ได้ไปหานางหรอกพะยะค่ะ..เพราะข้ามีเรื่องสำคัญที่ต้องทำก่อน ขอท่านพ่อทรงวางพระทัยลูกจะรีบทำให้ทุกอย่างกลับคืนเดิม"
"จะทำอะไรก็รีบทำเถอะ ข้าไม่อยากให้หลานของข้าเกิดมาพร้อมปัญหา อีกอย่างตอนนี้ข้าได้ติดต่อไปยังเมืองใกล้เคียง เขาพร้อมที่จะสนับสนุนเราเต็มที่…ขอเพียงแค่เจ้าสั่งการทุกอย่างก็จะถูกดำเนินไปโดยทันที"
"ขอบพระทัยท่านพ่อที่ทรงไว้ใจข้า"
"เจ้าไปเถอะ"
"พะยะค่ะ" อี้เฉียนพูดคุยกับผู้เป็นพ่อพอสมควรก่อนจะเดินทางกลับจวนของตนเอง ลำดับต่อไปคือตามหาใครบางคนซึ่งอี้เฉียนได้ส่งให้อาฉางออกไปตามตัวแล้ว เพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น อี้เฉียนจึงพาตัวเองเข้าไปขลุกอยู่ในหอตำรา โดยอ้างว่าอ่านตำราเพื่อตอบราชกิจที่ส่งมาถึงหยุนเปิง เวลาผ่านข้ามวันทำให้สนมฮงนั่งไม่ติดอีกต่อไป เมื่อทราบข่าวว่าตั้งแต่เดินทางกลับมาถึงวัง อี้เฉียนก็เอาแต่ขลุกตัวอยู่ในหอตำราไม่ยอมออกไปไหนและไม่มาหานางที่จวนด้วย ดังนั้นเราจึงคิดที่จะไปหาอี้เฉียนที่หอตำราเอง ทว่ามาถึงทหารหน้าหอตำราก็ไม่ยอมให้นางเข้าพร้อมทั้งบอกเหตุผลว่าอี้เฉียนกำลังอ่านตำราแล้วตอบราชกิจที่สำคัญซึ่งไม่สามารถให้ผู้คนภายนอกล่วงรู้ได้ ถึงอย่างไรก็ตามสนมฮงเดินทางมาจนถึงหน้าหอตำราขนาดนี้แล้วมีหรือที่นางจะกลับไปโดยเสียเปล่า สนมฮงใช้อำนาจตำแหน่งของตนเองข่มขู่ทหารให้กลัวเพื่อให้ทหารยอมปล่อยให้นางเข้าไปข้างใน เเน่นอนว่าคำสั่งของอี้เฉียนถือเป็นที่สุด สนมฮงโมโหมากที่ทหารไม่ฟังคำสั่งนางจนทำให้ทั้งสองเกิดปากเสียงบานปลายดังเล็ดลอดเข้าไปถึงข้างในหัวตำรา
"หากพวกเจ้าสองคนยังไม่ยอมให้ข้าเข้าไปข้างในอีกแล้วก็..ข้าจะ…"
"จะอะไรสนมฮง?" ขณะที่นางกำลังจะลงไม้ลงมือกับทหารที่ไม่ฟังคำสั่งนางอี้เฉียนก็เดินออกมาห้ามนางไว้ได้ทันพอดี
"ท่านพี่!!ข้านึกว่าข้าจะไม่ได้เจอหน้าท่านอีกแล้ว"
"เจ้ามีธุระอะไร?"
"ธุระหรือเจ้าคะ?...ท่านพี่รับสั่งกับข้าว่าทันทีที่ท่านพี่กลับมาถึงวังท่านจะมาหาข้าเป็นคนแรก เมื่อวานข้าอดทนรอให้ท่านเข้าเฝ้าท่านพ่อเสร็จและคิดวันหลังจากนั้นท่านจะมาหาข้า เเต่นี่เวลาผ่านไปข้ามวันท่านพี่ก็ยังไม่มาหาข้า ท่านจะให้ข้ากับลูกเราไปถึงเมื่อไหร่ ท่านรู้แล้วหรือไม่ว่าข้ากำลัง……"
"ท่านพ่อบอกข้าแล้ว แต่ข้าไม่ว่างไปพบเจ้า เจ้าเองก็รู้ดีว่าตอนนี้ข้าเป็นผู้รับผิดชอบราชกิจทั้งหมดในวังแทนท่านพ่อและเมื่อครู่ทหารก็บอกเจ้าแล้วว่าข้าติดราชกิจสำคัญมิอาจให้ผู้คนภายนอกรับรู้ เเต่เจ้าก็ดึงดันที่จะเข้าไปข้างในให้ได้ เจ้าคิดว่าข้าควรทำยังไงกับเจ้าดีล่ะ"
"แม้แต่ข้าก็กลายเป็นผู้อื่นสำหรับท่านหรือเจ้าคะ"
"นอกจากข้า ท่านพ่อและน้องสามแล้ว…นอกนั้นถือว่าเป็นคนอื่น"
"ท่านพี่…ทำไมท่านถึงดูหมางเมินกับข้าเช่นนี้ ข้ากับลูกเฝ้ารอการ กลับมาของท่านทุกวัน เเต่เมื่อท่านมาถึงวัง ท่านกลับทำเหมือนข้าวกับลูกไม่มีตัวตน แบบนี้จะให้ข้าคิดอย่างไรล่ะเจ้าคะ"
"ถ้าเหตุผลที่ข้าบอกไปมันไม่มีน้ำหนักพอ เจ้าก็เข้าไปข้างในเถอะ จะได้รู้ว่าข้ากำลังตอบราชกิจกองเท่าภูเขาอยู่จริงๆ ไปสิ" อี้เฉียนผายมือให้สนมฮงเข้าไปในหอตำราสายตาเฉยชาที่มองมานั้นมันทำให้สนมฮงถึงขั้นน้ำตาหุ้มเบ้า นางมองหน้าผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นสวามีด้วยความกังวล ตัดพ้อและสิ้นหวังก่อนจะหันหลังเดินกลับจวนไป อี้เฉียนได้แต่ยืนนิ่งเงียบไม่พูดอะไรจนมั่นใจว่าสนมฮงเดินไปไกลพ้นสายตาแล้ว เขาจึงกำลังจะกลับเข้าไปในหอตำราตามเดิม ในขณะนั้นเองอี้เถียนก็มาถึงพอดี
"พี่รองเรื่องที่ท่านให้ข้าทำเรียบร้อยแล้ว ท่านจะให้ข้าไปรับตัวพวกนางมาเลยหรือไม่"
"ยังก่อน…ข้าต้องใช้เวลาอีก 1 วันเพื่อหาตำราเล่มนั้นแล้วทุกอย่างจะเสร็จสมบูรณ์ เจ้าก็ไปช่วยข้าหาด้วยสิ"
"ได้..ไปสิ" สองพี่น้องร่วมด้วยช่วยกันทั้งคู่รีบค้นหาตำราเล่ม 1 ซึ่งแน่นอนว่าต้องเป็นตำราเล่มที่สำคัญมาก พอๆจะปิดปมทุกอย่างได้เลย เเต่ทว่าทั้งคู่กลับชะล่าใจไม่ทันระวังตัวและไม่เห็นว่าเสี่ยวอี้ สาวใช้ของสนมฮงนั้นแอบฟังพวกเขาอยู่ เเน่นอนว่านางเอาเรื่องนี้ไปบอกสนมฮงเป็นที่เรียบร้อยและความกังวลในใจของนางก็เพิ่มขึ้นอีก 1 เรื่อง
"ท่านพี่จะต้องหาตำราเกี่ยวกับตัวยาอะไรสักอย่าง หรือว่าจะเป็น!!!"
"เป็นอะไรเจ้าคะ?"
"เสี่ยวอี้เจ้ารีบออกจากเมืองไปพบท่านอาของข้าและบอกเขาว่าให้เขาหลบไปซ่อนตัวที่ไหนก่อนสักพัก ไปเร็วไปตอนนี้เลย"
"จะ..เจ้า..ค่ะ" สนมฮงเริ่มระแวงเกี่ยวกับเรื่องยาพิษที่อยู่ในช่อดอกไม้ขึ้นมาทันทีบวกกับเรื่องที่อี้เฉียนออกจากเมืองไปหลายวัน อี้เถียนเองก็หายตัวไปยังไม่รู้ว่าเขาไปไหน ที่อยู่ของซูเจินนางก็ไม่อาจทราบได้ ล่าสุดการกลับมาของอี้เฉียนในครั้งนี้ เขาชั่งดูเย็นชาและห่างเหินกับนางมากมันทำให้นางอดคิดไม่ได้ว่า พวกเขากำลังวางแผนจะทำอะไรบางอย่างซึ่งมันต้องเกี่ยวกับนางแน่นอน สนมฮงทนความกดดันไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว นางรีบเดินทางไปเข้าเฝ้าฝ่าบาทด้วยตัวของนางเองทันที…นางขอฝ่าบาทกลับเมือเถาเหิงโดยอ้างว่าอยากจะกลับไปเยี่ยม
พ่อแม่และพาหลานไปกราบปู่กับย่าด้วยนั่นเอง