ภพสุดท้ายกลายเป็นเซียน

เล่มที่ 5 ตอนที่ 202 แทรกแซง

     ห่างออกไปจากจุดที่หลินและซีเยว่นั่งสมาธิเพื่อยกระดับขุมพลังปราณให้กล้าแกร่ง ที่แห่งนี้นั่นห่างไกลเสมือนอยู่คนละห้วงมิติ ในจุดนั้นมีเหล่าหญิงสาวงดงามเหมือนหยกสลักแปดนมองหลินกับซีเยว่ยกระดับขุมพลังพลางสนทนากันไปมาด้วยน้ำเสียงน่าหลงไหล
     "ดูเขาสิเหมือนเมื่อนก่อนเลย พวกเจ้าว่าไหม"
     "น่าแปลกที่เขายังมีนิสัยชอบทิ้งของบางอย่างเอาไว้ก่อนจากไปเสมอ"
     "นิสัยนี้นิสัยเดียวที่ไม่เคยเปลี่ยนไปจริงๆ"
     "ถ้าเขาไม่ทำอย่างนี้พวกเราเองยังคงคิดว่าเขาเป็นคนอื่น"
     พรึบ!
     "เจ้าอย่าสบัดพัด เชิดหน้าไม่พอใจสิ..เจ้าเองไม่ใช่หรอที่ไม่อยากให้พวกเราไปพบเขา"
     หญิงสาวสวมชุดคลุมสบายๆหันไปถามหญิงสาวถือพัดลายหงส์ปิดบังใบหน้าเมื่อครู่
     "ข้าแค่ไม่อยากให้พวกเราไป ไม่ได้บอกว่าพวกเราห้ามไปสักหน่อย....ดูอย่างหยูอิงกับหยู่ลู่วสิ"
     "จ้าๆๆ เจ้ากับพวกเราสนิทกันขนาดนั้นขืนพวกเราไป เจ้าไม่งอนพวกข้าจนตายเลยรึ...หาทางง้อยากกว่าเขาเสียอีก"
     "จูชิง อย่าไปแหย่ น้องมู่....เจ้าก็รู้ว่านางยึดติดเขาเพียงใด"
     "พี่เหยา ถ้าข้าไม่แหย่นางบ้างสักวันคงจะอดใจไม่ไหวและเข้าไปทำลายสิ่งที่เขาตั้งใจก็ได้ เราฝึกไปอีกสักพักรอวันที่เขาและพวกเราจะได้พบกันอีกครั้ง แต่มันก็นานเป็นเวลาแสนนาน"
     "เจ้าคิดจริงๆหรอว่าเขายังมีความรู้สึกเหล่านั้นอยู่ ทุกครั้งที่เขาเกิดใหม่มิเคยเป็นเช่นเดิมสักครั้ง ยกเว้นนิสัยเหล่านั้น สู้พวกเราก้าวไปข้างหน้าดีกว่ารอเขาอยู่เช่นนี้เหมือน แม่นางทั้งห้าไม่ดีกว่าหรือ!"
     "รั่วรั่ว ไม่ต้องบอกข้าก็รู้ว่าพวกเรายังยึดติด มิอาจไปดินแดนแห่งนั้นได้หากปราศจากเขา อีกอย่างแม่นางทั้งห้าสะกดความรู้สึกเหล่านั้นเอาไว้ เพื่อแข็งแกร่งขึ้นไปและปกป้องเขาและพวกเราในอนาคต"
     "พวกพี่เชื่อเถอะว่า แม่นางเหล่านั้นคงไปมีคนรักใหม่ในดินแดนเซียนแล้ว"
     "รั่วรั่ว อย่าพูดอย่างนั้นต่อให้เป็นจริงเจ้าก็ไม่ควรพูดออกมา มันไม่ใช่เรื่องดีสักเท่าไหร่และไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะถอดใจ เพราะเขาไม่เคยใส่ใจหรือรักพวกเราจริงๆสักครั้ง คงเป็นผลมาจากเรื่องถูกนางมารร้ายหักอก แต่พวกเราเชื่อว่าเมื่อพบกันอีกครั้งเขาจะรักเราจริง ไม่เหมือนแม่นางทั้งห้า อย่างไรเสียเราก็มิอาจตัดสินได้จนกว่าจะได้รับรู้"
     "หมิงฮว๋าพูดได้ดี เราควรจะรอจนกว่าจะได้รู้ถึงความจริง อีกอย่างเขายังเคยก้าวข้ามเซียนไปไกล มิรู้เพราะเหตุใดยังต้องกลับมาเกิดใหม่วนเวียนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ข้าเฝ้าดูมาแปดสิบกว่าภพชาติยังมิอาจเข้าใจ แม้จะอยู่ในระดับเหนือสรรพสิ่งก็มิอาจรู้ได้"
     "เขาเคยก้าวข้ามเซียนจริงหรือพี่ใหญ่ แสดงว่าเขาต้องไปไกลถึงอาณาจักรแรกเริ่ม"
     "อาจจะถึง ข้าเองยังไม่เข้าใจ เหนือเซียนยังมีอาณาจักรบรรพชนแปดรุ่น แต่เขามีพลังเข้าถึงอาณาจักรแรกเริ่มจริงๆ น่าเสียดายที่ตอนนั้นขั้นพลังเขายังอยู่ในระดับกึ่งเซียน...ไม่มีใครเข้าใจเขาราวกับว่าเขากำลังค้นหาความจริงบางอย่าง ไม่แน่ว่าเจตจำนงแห่งสวรรค์ที่มีเรื่องกับเขาเรื่อยมาอาจเป็นคำตอบ ยุคนั้นพลังเขาคนที่มีพลังในอาณาจักรแรกเริ่มยังต้องรู้สึกอายกลับแพ้ให้เจตจำนงแห่งสวรรค์"
     "พี่ใหญ่เราไม่ลองลงไปถามดูล่ะว่าเขาพบอะไร เผื่อเขาจะบอกเราได้"
     "ไม่เลย ไม่เคยพบหรือได้รู้อะไรสักอย่าง นอกจากรอดูต่อไปว่าเขาจะทำอะไร"
     .     .     .     .
     ภายในสถานที่ๆ เจตจำนงแห่งสวรรค์พักฟื้น น้ำเสียงไม่พอดังก้องไปในที่แห่งนั้น
     "ฮุ่ยฟงหวิน เจ้ามันเลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆทำให้ไอ้หลิงเทียนมันตายไม่ได้ ขืนมันสร้างตราประทับชิ้นสุดท้ายในชาติภพนี้ได้ไม่วายข้าต้องหายไปตลอดกาล ล่วงรู้ความลับที่ผู้นั้นทิ้งไว้ต้องไม่ตายดี สักวันเจ้าและผู้นั้นต้องตายในน้ำมือข้า พลังของพวกเจ้าจะกลายเป็นของข้า 'อิงเทียน' "
     "แต่ยามนี้ฮุ่ยฟงหวินมันต้องรับโทษทัณฑ์ ความผิดพลาดชดใช้ด้วยชีวิต"
     .     .     .     .
     ด้านหลินหลง
     ยามนี้เขาได้แอบเข้ามาในสมาคมใต้ดินจันทราโลหิตสาขาย่อยในญี่ปุ่นแล้ว เขาเข้ามาด้วยวิธีการฆ่าคนที่ปลอมตัวเป็นคนๆนั้นง่ายที่สุดพลางใช้ลมปราณปลอมแปลงให้เหมือนคนที่เขาถูกฆ่า ก่อนจะสลายร่างมันทิ้งไปปล่อยให้วิญญาณไปพบพานตามโชคชะตา 
     แต่ก่อนที่เขาจะปลอมตัว เขาได้ตรวจสอบดูแล้วว่าในที่แห่งนี้ไม่มีคนแข็งแกร่งไปกว่าเขา นี่ก็ป้องกันไม่ให้ถูกพบตัวและไม่สามารถหาข้อมูลเกี่ยวกับสมาคมใต้ดินนี้ อีกทั้งการปลอมตัวของเขานั้นคือปลอมตัวเป็นลูกน้องเผื่อหาข้อมูลในระดับต่ำให้หนาแน่น แล้วหาจังหวะฆ่าคนที่มีระดับสูงกว่าปลอมตัวเป็นพวกมัน สุดท้ายก็ทำลายสมาคมใต้ดินทิ้งไป
    และในตอนนี้หลินหลงกำลังปลอมตัวเป็นหัวหน้าหน่วยย่อยหลังจากสบโอกาสประจวบเหมาะ
     'สมาคมเด็กเล่นจริงๆ มีแค่ผู้นำ ผู้คุมและหัวหน้าหน่วยย่อย ความลับคงจะต้องดึงจากผู้นำที่นี้แล้ว เห็นทีจะเสียเวลาเปล่า'
     หลินหลงคิดในใจพลางกำจัดศพของหัวหน้าหน่วยย่อย ไม่นานเขาก็ตรงไปยังห้องของผู้นำสมาคมใต้ดินจันทราโลหิตสาขาย่อย แบบเงียบๆ 
     พอมาถึงนั่นเองหลินหลงก็หยุดกึก เพราะได้ยินบทสนทนาภายในห้อง เป็นคนที่น่าจะเป็นผู้นำกำลังคุยโทรศัพย์กับใครสักคนและด้วยสัมผัสที่ดีเยี่ยมเขาก็ได้ยินสิ่งน่าพึงพอใจ
     "ใช่หัวหน้าสาขาย่อยรึเปล่า"
     "ครับๆ เหนือหัวผมหัวหน้าสาขาย่อยดูแลทุกอย่างในญี่ปุ่นครับ มีอะไรให้กระผมรับใช้"
     "รู้ดีนี่ว่าใครโทรมา ไม่เหมือนหัวหน้าสาขาคนอื่นๆ หลังจากนี้ช่วยอยู่เงียบไปสักพัก ถ้าเกิดมีเรื่องอะไรที่จัดการไม่ได้ถอย ไม่ต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยว ตอนนี้สถานการณ์ไม่สู้ดีผู้ก่อตั้งได้หายตัวไป เป็นให้กลับมาสาขาหลักเหมือนกับหัวหน้าสาขาย่อยคนอื่นๆ"
     "เหนือหัว ข้าจะรีบกลับไปสาขาหลักตอนนี้เลย"
     หัวหน้าสาขาย่อยกล่าวจบสายก็ถูกตัดไป วินาทีนั้นหลินหลงได้เข้าไปภายในห้องใช้สันมือฟาดก้านคอหัวหน้าสาขาย่อยจนสลบเหมือดในพริบตา ซ้ำร้ายมันยังไม่ทันได้รู้ตัว เวลานี้เองที่หลินหลงได้ปิดกั้นห้องพลางค้นความทรงจำของมันด้วยการพึ่งพาตราประทับปีศาจ ใช้วิชาชั่วร้ายที่อาจะทำให้คนตายได้ในไม่กี่ลมหายใจ
     "โอ้ เรื่องนี้มีเอี่ยวกับปีศาจหรือนี่ ยังมีเรื่องราวของชายผู้ให้กำเนิดร่างนี้เล็กน้อยเสียด้วย คนผู้นั้นจริงๆแล้วเป็นศัตรูกับสมาคมไก่กานี่ ปีศาจอมตะที่ตายไปกลับเป็นผู้ก่อตั้ง ตอนนี้มันไม่ต่างจากมังกรไร้หัว น่าสนใจทีเดียว...มันต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไรซ่อนอยู่ เป็นไปได้ข้าอยากจะได้หินลมปราณ ไม่ก็ศิลาอมตะสักเล็กน้อย"
     ดวงตาหลินหลงวาวโรจน์ เพราะสถานที่ๆผู้อมตะอยู่มาเนิ่นนานจะต้องเก็บซ่องสมบัติเอาไว้ นอกจากนี้ในวันนั้นที่ปีศาจอมตะได้ตายไปมันไม่มีสิ่งของใดติดตัว ยกเว้นกลิ่นธูปเทียนและความรู้สึกถึงกลิ่นอายเหมือนกับสิ่งที่หัวหน้าสาขาย่อยพบ
     วูบ!
     หลินหลงจุดเพลิงปราณเาร่างหัวหน้าสาขาย่อย แล้วปลอมตัวเป็นมันหลังจากได้รับรู้เรื่องราวต่างๆ
     -----โปรดติดตามชมตอนต่อไป-----
     ติชมได้นะ