บทที่ 47 เพื่อนจากในเมือง
เจียงหนานลูบหน้าอก “ป้าหวังทำฉันกลัวแทบตาย มาทำอะไรที่นี่หรือคะ?”
“มาเดินเล่นย่อยอาหารน่ะจ้ะ ได้ยินคุณปู่กับหนูกำลังฟังวิทยุออกกำลังกายอยู่ในลานบ้านเลยออกมาดู”
ช่วงเย็นในหมู่บ้านชนบทไม่มีความบันเทิง ช่วงฤดูหนาวกินข้าวเย็นเสร็จมักจะขึ้นเตียงเตานอนกันหมด
ในฤดูร้อน หากนอนไม่หลับก็จะมานั่งเล่นตรงพื้นที่ร่มเย็นในลานบ้าน กระนั้นกำแพงบ้านก็ไม่ได้กันเสียง แถมกำแพงของบ้านผู้เฒ่าลู่กับกำแพงบ้านของป้าหวังอยู่ห่างกันเล็กน้อยเท่านั้น
กำแพงที่ว่าเป็นกำแพงสั้น มีรอยแยกบนกำแพงอยู่บ้าง รอยแรกใหญ่พอที่เด็กตัวเล็ก ๆ จะมุดเข้ามาได้
“แอโรบิกกลางแจ้งคืออะไร?” ป้าหวังยืนอยู่ข้างกำแพง ใบหน้าของเธอเต็มไปประหลาดใจกับความแปลกใหม่ที่ไม่เคยพบมาก่อน
“คุณป้า การเคลื่อนไหวร่างกายนับเป็นการเต้นแอโรบิกค่ะ”
เจียงหนานหมุนเอวพูดกับป้าหวังอีกฟากหนึ่งของกำแพง “คุณป้าอยากออกกำลังกายด้วยกันไหมคะ?”
“เด็กน้อย วันนี้ทั้งป้าทำงานอยู่กับหินดินทราย ตกกลางคืนก็แทบจะก้าวขาไม่ออก จำเป็นจะต้องออกกำลังกายอีกหรือ?”
เจียงหนานยิ้ม "ก็จริง ไว้รอฤดูหนาวพวกเรามาเต้นด้วยกันนะคะ"
“คุณปู่ มาเร็ว เต้นแอโรบิกต่อกันค่ะ”
วันนี้ผู้เฒ่าลู่ไม่มีความอยากอยากออกกำลังกาย จึงส่งสายตาให้เจียงหนานเป็นนัย
เขากวักมือให้เธอเข้ามาในห้อง
เจียงหนานหมุนเอวอีกสักพักแล้วเข้าไปในห้อง เธอกะจะไปดูว่าลู่ฮ่าวหลับบนเตียงเตาแล้วหรือยัง?
เจียงหนานส่งมือท่าโอเคกับผู้เฒ่าลู่ที่ประตู
ครั้งแรกอาจจะตื่นเต้นไปหน่อย แต่ครั้งที่สองผ่านไปอย่างง่ายดาย ชายชราเข้าใจความหมายท่าทางเจียงหนานแล้ว
เขารีบกลับไปที่ห้องเพื่อเอายาทันที
ผู้เฒ่าลู่ปวดใจที่เห็นเจียงหนานตื่นสาย เขากล่าวเตือนด้วยเสียงทุ้มต่ำ “หนานหน่าน เอาแบบนี้ดีไหม วันนี้หนูไปนอน เดี๋ยวปู่จะทำแทนเอง”
เจียงหนานส่ายหัว “ไม่ได้ค่ะ ปู่ต้องเข้านอนให้เร็วหน่อย อย่างไรหนูก็เป็นคนกะปริมาณให้พอเหมาะ”
ผู้เฒ่าลู่ทำได้เพียงกลับห้องเท่านั้น
เจียงหนานปิดประตู นั่งบนเตียง เริ่มแกะผ้าก๊อซที่ปกปิดบาดแผลของลู่ฮ่าวออก
เนื่องจากเวลานี้เป็นฤดูร้อน เกรงว่าบาดแผลจะอักเสบติดกับแผ่นผ้าก๊อซ ยาที่พ่นไปเองก็จะซึมเข้าไปดีเป็นพิเศษ อย่างไรเธอก็ยังต้องพ่นยาทุกสองชั่วโมงเหมือนเดิม
ยานี้สามารถแทรกซึมเข้าสู่บาดแผลได้อย่างสมบูรณ์ อีกทั้งยังสร้างกล้ามเนื้อฟื้นฟูบาดแผลเดิม
เจียงหนานมองใบหน้าที่กำลังหลับอย่างสงบของเขา พลางอ้าปากหาวถอนหายใจ “ลู่ฮ่าว ชาติที่แล้วทำบุญอะไรไว้หรือ? ฉันเกิดใหม่ยังต้องมารักษาใบหน้าให้คุณเนี่ย”
เจียงหนานแทบไม่ได้นอนทั้งคืน เธอตาจะปิด แต่ก็รีบลุกขึ้นมาพ่นยาให้อีกครั้ง จนกระทั่งถึงรุ่งสาง เธอก็ฉีดพ่นยาเป็นครั้งสุดท้าย เมื่อตัวยาซึมลงบนแผลแล้ว เจียงหนานก็แกะผ้าก๊อซออกจากใบหน้าเขาเบา ๆ แล้วพันให้ใหม่อีกครั้ง
เพราะพรุ่งนี้เขาต้องเปลี่ยนผ้าก๊อซ เธอจึงต้องทำให้เขาไม่สังเกตร่องรอยความผิดปกติ
หลังจากทำทุกอย่างเสร็จแล้ว เธอก็เก็บขวดยาทั้งหมดใส่ตู้ ปิดไฟแล้วเข้าสู่ห้วงนิทราทันที
เมื่อเธอตื่นขึ้น พระอาทิตย์ก็ขึ้นสูงแล้ว
เจียงหนานเหลือบมองนาฬิกาอันเล็กบนโต๊ะ
เก้าโมงครึ่งแล้ว
เธอหลับไปสี่ชั่วโมงกว่า ๆ
หลังจากชั่งน้ำหนักผูกงอิงได้ไม่ถึงสิบจิน เจียงหนานยกสมุนไพรออกจากตาชั่ง ทั้งหมดเป็นเงินสี่หยวนห้าเหมา ระหว่างนั้นคุณป้าร้านขายของชำก็แวะมา
เจียงหนานมองไปรอบ ๆ ลานบ้าน แต่ไม่เห็นผู้เฒ่าลู่กับลู่ฮ่าวเลย
เธฮกำลังจะออกไปหาชายชรา ในตอนนั้นก็เห็นว่าผู้เฒ่าลู่เดินเข้ามาพร้อมกับตะกร้าที่ใส่ผูกงอิงไว้บนหลัง
“คุณปู่ไปขุดสมุนไพรมาหรือคะ?” เจียงหนานก้าวไปข้างหน้าช่วยถือตะกร้า
“ใช่แล้ว ไม่ใช่หนูบอกว่าวันนี้จะเข้าเมืองไปขายผักป่าหรือ? ตอนเช้าไม่มีอะไรทำ ก็เลยแบกตะกร้าสองใบไปคันนา ผู้คนในหมู่บ้านขึ้นภูเขากันหมด ในทุ่งนาจึงไม่มีคน เข้าทางปู่พอดี”
ผู้เฒ่าลู่ชี้ฐานของกำแพง “เห็นกองตรงนั้นไหม เมื่อเช้าปู่เพิ่งไปขุดมา”
เจียงหนานมองไปที่กองผูกงอิง จากนั้นก็มองร่างกายผอมบางของชายชรา จู่ ๆ เธอก็พลันปวดใจ “คุณปู่ ร่างกายสำคัญที่สุดนะคะ เดี๋ยวหนูทำเอง”
“ไม่เป็นไร วันนี้ปู่รู้สึกดีขึ้นมากแล้ว ไอก็ไม่ได้รุนแรงอะไร”
เจียงหนานรู้ว่าชายชราแค่อยากให้เธอสบายใจ “คุณปู่ ลู่ฮ่าวอยู่ไหนคะ?”
ผู้เฒ่าลู่ตอบกลับ “เขาเพิ่งจะออกไปอำเภอ เห็นว่าได้รับข้อความจากวิทยุติดตามตัวเมื่อเช้า เพื่อนของเขามาในเมือง บ่ายนี้ก็น่าจะยังไม่กลับ”
มีเพื่อนมาหาในเมือง?
เพื่อนในชาติก่อนของลู่ฮ่าว เธอย่อมรู้จักหมด
เพียงแต่เพื่อนที่มาหาเขาในอำเภอเมือง เป็นใครกัน?
“แล้วเขาไม่ได้สังเกตอะไรเลยหรือคะ?” เจียงหนานมองไปผู้เฒ่าลู่ เอ่ยถามอย่างระมัดระวัง
หลังจากรักษาติดต่อกันหลายวัน ลู่ฮ่าวไม่รู้สึกถึงอะไรจริงหรือ?
ผู้เฒ่าลู่คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบว่า “น่าจะไม่มี แต่เขาถามถึงหนูว่าทำไมช่วงนี้นอนเยอะ”
“ปู่เลยบอกกับเขาว่า หนูลดน้ำหนักกับอดอาหารมากเกินไป ร่างกายเลยอ่อนแอ”
ผู้เฒ่าลู่พูดถึงตรงนี้ก็มองเจียงหนานแล้วกล่าวอย่างเคร่งขรึมว่า “หนานหน่านผอมลงแล้ว อย่าลดน้ำหนักอีกเลยลูก ผอมเกินไปไม่ดี”
เจียงหนานได้ยินชายชราพูดว่าเธอผอมก็สังเกตุตัวเองอย่างมีความสุข “คุณปู่บอกว่าหนูผอมลงหรอคะ”
"ใช่แล้ว หน้ากลม ๆ ของหนูลดไปเยอะเลย"
ผู้เฒ่าลู่มีสีหน้าไม่ค่อยจะดีนัก “ตอนหนูแต่งงานหนูทั้งอ้วนตุต๊ะ ออกจะน่ามอง เวลาเพิ่งจะผ่านไปไม่นานหนูก็ผอมแล้ว ชาวบ้านเขาจะว่าเอาได้ว่าครอบครัวเราทำร้ายหนู”
“คุณปู่ หนูเคยอวบอ้วน แต่ตอนนี้แข็งแรงมาก” ตั้งแต่เธอหยุดกินยาฮอร์โมนแล้วเปลี่ยนมาควบคุมอาหารและออกกำลังกายเพิ่มไม่กี่วันก็เปลี่ยนแปลงขนาดนี้เชียว
เป็นอย่างที่ลู่ฮ่าวพูด สมุนไพรในหมู่บ้านขายหมดแล้ว ยกเว้นคุณป้าที่มาเมื่อเช้าก็ไม่มีชาวบ้านคนอื่นมาอีก
หลังจากที่เจียงหนานซักผ้าเสร็จ เธอก็เห็นว่ายังเช้าอยู่เลยมองยังกองผูกงอิงที่ชายชราขุดมาตอนเช้า บอกกับผู้เฒ่าลู่ว่า
“คุณปู่ จักรยานพังแล้ว หนูจะยืมจักรยานปั่นเข้าเมือง จะไปดูว่าหนูจะขายผูกงอิงสดได้ไหม”
ตอนนี้ยังไม่ทันเที่ยงดี ตลาดค้าขายของสดกำลังคึกคัก ไปตอนนี้กำลังดีทีเดียว
หากรอถึงพรุ่งนี้ ผูกงอิงคงเหี่ยวเฉาไปหมดแล้ว
“ยืมจักรยานที่ไหนล่ะ” ผู้เฒ่าลู่ถาม
“บ้านอาหญิงค่ะ”
เจียงหนานไม่รอให้ชายชราคัดค้าน รีบวิ่งออกนอกประตูไป
เจียงหนานมาที่บ้านเดิมของลู่ฮุ่ยฟางที่เคยมาไม่กี่วันก่อน แล้วก็เห็นในลานบ้านของพวกเขามีจักรยาน
ก่อนหน้านี้ฟางกั๋วผิงเคยปั่นมาก่อน
เพียงไม่นานเจียงหนานก็มาพร้อมกับจักรยาน เธอยืมเครื่องชั่งเหล็กขนาดเล็กยี่สิบจินบ้านลู่ฮุ่ยฟางมาด้วย
เจียงหนานกลับมาเก็บผูกงอิงสดใส่ในถุง ชั่งน้ำหนักกับผู้เฒ่าลู่ในบ้าน ได้น้ำหนักออกมาประมาณแปดสิบจิน
เธอมัดถุงไว้กับเบาะหลังของจักรยาน
“หนานหน่าน ทางไกลมาก ไปคนเดียวได้ไหม?”
ผู้เฒ่าลู่มองหญิงสาวที่กำลังจะออกไปจากประตูอย่างเป็นห่วงพลางตะโกนบอก “หรือว่าจะส่งข้อความวิทยุไปบอกลู่ฮ่าว ถามเขาว่าอยู่ไหนแล้วค่อยไปหาเขา”
“คุณปู่ไม่ต้องกังวล หนูคนเดียวสบายมาก”
เจียงหนานพูดจบก็ปั่นจักรยานออกไปตามถนนลูกรัง
เธอปั่นจักรยานประมาณครึ่งชั่วโมง ในที่สุดก็ถึงบนถนนปูนซีเมนต์ ตอนนี้เข้าสู่อำเภอเมืองแล้ว
วันนี้มีตลาดนัดสองข้างทาง ทุ่งข้าวสาลีสีเขียวขจีปลูกเรียงแน่นขนัด ระหว่างทางมีพ่อค้าแบกของเข้าเมือง หนุ่มสาวปั่นจักรยานขวักไขว่ไปมา บางครั้งก็มีเสียงจักรยานยนต์ดังแว่ว
เป็นทิวทัศน์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจริง ๆ
เจียงหนานปั่นจักรยานบนถนนสายนี้ได้อย่างง่ายดาย เธอสูดหายใจสัมผัสบรรยากาศของยุคสมัย กลิ่นดินโคลนพัดผ่านใบหน้า
หากไม่ใช่ว่าเธอรีบไปขายผูกงอิง เธออยากจะหยุดเวลาที่ได้ปั่นจักรยานไปอย่างเชื่องช้าและได้มองทิวทัศน์อันงดงามไปด้วยจริง ๆ
หลังจากเข้าไปในเมือง เจียงหนานก็ไปถึงตลาดสด เธอหยุดจักรยาน คล้องโซ่ไว้ทางเข้าตลาดสด
จากนั้นเจียงหนานก็แกะเชือกที่มัดถุงเอาไว้ หยิบผูกงอิงขึ้นมาวางไว้บนฝ่ามือ ยืนตรงทางเข้าประตูตลาดสดแล้วตะโกนขายของ “ผูกงอิงจ้า ผูกงอิงสดใหม่ สามารถเอาไปทำเป็นอาหารมื้อเย็นก็ได้ หรือจะชงเป็นชาก็ได้จ้า”
“ทุกคนเข้ามาดูก่อนได้นะจ๊ะ ผูกงอิงเพิ่งจะขุดมาเลยจ้า ดับร้อนขจัดพิษได้ดีชะงัดนัก ช่วยบำรุงผิวพรรณด้วยนะ”
เจียงหนานไม่ได้สำรวม เธอร้องแหกปากตะโกนหลายต่อหลายครั้ง และแล้วก็มีผู้หญิงคนหนึ่งถือตะกร้าผักมาหยุดอยู่ตรงหน้า