“เสียใจด้วยนะ คุณคิดว่าบริษัทของเรา้าอะไรจากนักศึกษาจบใหม่”
“อันที่จริงผมก็เห็นใจคุณนะ เอางี้… คุณพอพูดภาษาอังกฤษได้มั้ย? ว่าไงนะ!? แม้แต่ภาษาอังกฤษระดับ 4 ก็ยังไม่ผ่าน เห้อ∼ ถ้าอย่างนั้นมาทางไหนเชิญคุณกลับไปทางนั้นเลย เชิญครับ... นู่นประตู”
“เด็กจบใหม่? ไม่มีประสบการณ์การทำงาน? โทษทีนะ... เรา้าคนที่มีประสบการณ์อย่างน้อย 2 ปี”
ฉินเฉา วิ่งวุ่นสมัครงานตลอดทั้งวันกับบริษัทนับไม่ถ้วน แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับไม่มีบริษัทไหนรับเขาเลย ทุกบริษัทปฏิเสธเขาหมด นี่ก็ดึกมากแล้วแต่เขายังคงเดินเตร็ดเตร่อยู่บนถนน เดินกลับบ้านด้วยความรู้สึกหดหู่ สภาพหมดอาลัยตายอยากไร้จิติญญา
จะว่าไปแล้วก็น่าเศร้าจริง ๆ ตอนที่เขาเกิด เขาถูกเรียกว่า ฉินโซ่ว
ด้วยเพราะพ่อของเขาอยากให้เขาเป็คนอดทนกับทุกสิ่งที่เข้ามา เขาเลยต้องใช้ชื่อนี้จนกระทั่งเรียนจบชั้นประถม แต่แล้วก็ถูกแม่ของเขาบังคับให้เปลี่ยนชื่อเป็ ฉินเฉา ด้วยเพราะว่าเธอไม่ชอบให้คนอื่นมักจะเรียกเธอว่าแม่ของฉินโซ่ว
หลังจากใช้เวลาไป 4 ปีกับมหาวิทยาลัยระดับ 3 ฉินเฉานักศึกษาจบใหม่ก็ยังไม่สามารถหางานดี ๆ ได้สักที
หลังจากเรียนจบเขาก็อาศัยอยู่ที่เมือง ซู่หนาน ซึ่งค่อนข้างอยู่ห่างจากบ้านของฉินเฉาแม้ว่ายังไม่มีอะไรทำก็ตาม ส่วนเหตุผลที่อยู่ที่นี่เป็เพราะเขาไม่อยากกลับบ้านไปรับ่ต่อร้านขายมือถือเล็กๆ ของพ่อนั่นเอง
“ได้โปรดเถอะ์ โปรดส่งงานเจ๋ง ๆ มาให้ผมซักงานทีเถอะ!” ฉินเฉาคร่ำครวญร้องขอความเมตตาจาก์ ขณะเดินเตะฝุ่นอยู่บนถนนยามค่ำคืน ทันใดนั้นเองหน้าต่างที่เคยมืดมิดของบ้านพักอาศัยโดยรอบๆ ก็พลันสว่างขึ้น
“ไอ้บ้าที่ไหนมาเห่ามาหอนกลางดึกกลางดื่นอย่างนี้วะ!”
“หมาตัวไหนมันมาเห่าอยู่แถว ๆ นี้ รีบ ๆ ไสหัวกลับบ้านไปได้แล้ว ชิ่ว!”
“ดึกดื่นค่ำคืนไม่รู้จักเกรงอกเกรงใจคนกำลังหลับกำลังนอน งั้นเอาน้ำล้างเท้าของเหล่าเหนียงนี่ไปกินซะ!”
หลังจากสิ้นเสียงก็ตามมาด้วยเสียงซ่า ฉินเฉาตอนนี้อยู่ในสภาพเปียกโชกทั้งตัวไม่ต่างจากลูกหมาตกน้ำ อาาา∼ ช่างซวยซ้ำซวยซ้อนซวยซ่อนเงื่อนเสียจริง ๆ ให้ตายเถอะ! นี่มันเข้าฤดูใบไม้ร่วงแล้ว งานก็หาไม่ได้ แถมยังโดนน้ำล้างเท้าสาดเข้าให้อีก คิดว่าเขาจะมีความสุขเหมือนกับหมีขาวขั้วโลกเหนือหรือยังไง
โดยเฉพาะกลิ่นของน้ำล้างเท้า เล่นเอาซะเขาขมคอเลยทีเดียว ราวกับไม่ได้ล้างเท้ามาเป็เดือน ๆ!
“ฝีมือใครฟร่ะ ทำไมจิตใจอำมหิตถึงขนาดนี้!” ฉินเฉาร้องะโโหวกเหวกออกมาด้วยความโกรธด้วยสภาพเปียกปอน ขณะที่เขากำลังเปิดปากเตรียมด่าวลีสุดเด็ดต่อไป แต่อยู่ ๆ ก็มีแจกันดอกไม้สีดำลอยออกมาจากหน้าต่าง ซึ่งก็ไม่รู้ว่ามาจากบ้านไหน กระแทกใส่ศีรษะของฉินเฉาดัง เพล้ง!
แรงกระแทกของมันราวกับถูกไม้หน้าสามฟาดเข้าใส่อย่างจัง เล่นเอาดวงตาพร่าเลือนนับเดือนนับดาวกันเลยทีเดียว ในขณะเอามือกุมศีรษะที่กำลังอาบโชกไปด้วยเื เืกำเดาของเขาก็ค่อย ๆ ไหลออกมา แล้วอยู่ ๆ เขารู้สึกหมดเรี่ยวแรงจากนั้นก็ร่วงลงไปกองกับพื้น ฉับพลันควันสีดำก็ล่องลอยออกมาจากแจกันที่แตกกระจาย ลอยเข้าสู่ร่างของฉินเฉา
“ไอ้เด็กนรก รู้ไหมกว่าฉันจะหามันได้จากตลาดค้าของเก่ามันยากเย็นแค่ไหน นั่นมันแจกันราชวงศ์ซ่งเชียวนะ!” ในตอนนี้เองบนตึกสูง มีตาแก่คนหนึ่งกำลังกระชากหลานตัวน้อยเข้ามาหาอย่างแรง จากนั้นก็ฟาดลงไปที่ก้น ของหลานชายอย่างโหดร้าย
“หลังจากถูกนักพรตโสโครกขังมากว่า 1,000 ปี ในที่สุดข้าก็กลับมาแล้ว… ไม่คิดเลยว่าชายผู้นี้จะมีกายาปีศาจ! ฮ่า ๆ ๆ ข้าหลัวเต๋อในที่สุดก็ได้เวลากลับมาผงาดอีกครั้ง ไอ้นักพรตโสโครก รอข้าก่อนเถอะ แล้วบิดาผู้นี้จะกลับไปคิดบัญชีแค้นกับเ้า!”
เมื่อมองลงมาจะเห็นว่า ฉินเฉา กำลังพูดกับตัวเองราวกับคนบ้า จากนั้นเขาก็ค่อย ๆ ลุกขึ้นจากพื้นอย่างช้า ๆ
ทันใดนั้น ดวงตาของเขาก็เรืองแสงสีเขียวเปล่งประกายออกมาอย่างแปลกประหลาด ท่ามกลางความมืดยามค่ำคืน ราวกับภูตผีปีศาจที่ผุดขึ้นมาจากนรกก็ไม่ปาน ขณะเขากำลังจะเปิดฉากล่าสังหารอันยิ่งใหญ่ เพื่อใช้ิญญาคนตายมาเพิ่มพลังให้แก่ตนเอง บนท้องฟ้าก็พลันมีแสงสีขาวพาดฝ่าลงมา
“ท่าไม่ดีแล้ว… ต้องเป็คนของสำนักฉู่แน่ ... บิดาผู้นี้เพิ่งฟื้นคืนชีพขึ้นมา ไม่อาจเปิดเผยตัวตนให้ผู้ใดล่วงรู้ได้ ไม่ได้การคงต้องซ่อนตัวเสียก่อน” ฉินเฉาสูดลมหายใจเข้าจมูก ฉับพลันแสงสีเขียวในดวงตาก็พลันหายไป แล้วเขาก็ล้มตัวลงไปกองกับพื้นอีกครั้ง
ณ เวลานี้บนท้องฟ้า ได้ปรากฏหญิงสาวในชุดจอมยุทธ์สีขาวงดงามราวกับนางเซียน เท้าของนางเหยียบยืนอยู่บนกระบี่ บินฉวัดเฉวียนไปมาบนท้องเวหา
“แปลกจริง ต้องไม่ผิดแน่ ๆ เมื่อสักครู่ข้ายังััได้ถึงกลิ่นอายของเทพปีศาจหลัวเต๋อบริเวณนี้นี่หน่า...” หญิงสาวขมวดคิ้วอันเรียวงามด้วยความฉงนสงสัย แล้วก็พูดว่า “ถ้าปล่อยให้หลัวเต๋อเทพปีศาจเฒ่านั่นคืนชีพสำเร็จ มันจะต้องสร้างหายนะครั้งใหญ่ขึ้นแน่... ไม่ได้การ เราจะต้องรีบกลับไปรายงานให้ทางสำนักรู้โดยเร็ว”
หลังจากพูดจบ หญิงสาวผู้นี้ก็ปลดปล่อยปราณกระบี่ออกมา พร้อมกับพวยพุ่งทะยานราวกับดาวตกหายไปในม่านราตรีกาล
เมื่อหญิงสาวจากไปฉินเฉาก็เริ่มรู้สึกตัว จากนั้นเขาก็ค่อย ๆ ลุกขึ้น
“อู๊ยยย∼ เจ็บเป็บ้า” สติของฉินเฉากลับมาอีกครั้ง เขารีบใช้มือลูบคลำบริเวณศีรษะ ที่เคยโดนแจกันอัดกระแทกจนหัวแตกอีกครั้ง แต่ผลปรากฏว่าครั้งนี้กลับไม่พบร่องรอยาแแต่อย่างใด
“แปลกแหะ! หรือว่าหัวเราแข็งเหมือนเหล็ก?” ฉินเฉาพึมพำกับตัวเอง ระหว่างมองเศษซากแจกันที่แตกเกลื่อนอยู่บนพื้น แต่แล้วอยู่ ๆ จ๊อก ∼ ∼ ท้องของเขาก็ร้องเสียงดังด้วยความหิว “เอาเหอะวะหยวน ๆ ไปก่อนละกัน ตอนนี้เราคงต้องหาอะไรมากระแทกปาก เติมกระเพาะให้เต็มซะหน่อยก่อนดีกว่า”
ฉินเฉา ซึ่งอยู่ในสภาพเนื้อตัวสกปรกมอมแมม กำลังเดินกลับห้องพักที่เล็กเท่ารูหนูของเขาทีละก้าว
แม้เรียนจบแล้ว ฉินเฉา ก็ยังคงอยู่ที่เมืองซู่หนานต่อ ซึ่งก็ล่วงเลยมาประมาณ 4 ถึง 5 เดือนแล้ว แต่ด้วยเพราะไม่อยากให้ครอบครัวต้องเป็ห่วง เขาเลยบอกกับครอบครัวไปว่าตนเองได้งานดี ๆ ทำแล้ว ด้วยเหตุนี้พ่อแม่ของฉินเฉาเลยไม่ได้ส่งเงินมาให้เขาอีก
ถ้าใน 3 วันนี้เขายังหางานไม่ได้ล่ะก็ ฉินเฉา คงต้องอดตายอยู่ข้างถนนแน่ ๆ อีกทั้งเขายังจ่ายค่าเช่าห้องล่าช้ามากว่าครึ่งเดือนแล้ว ทุก ๆ วันเขาจะถูกเ้าของหอทวงเงิน ฉินเฉาเลยต้องเอาโน๊ตบุ๊คของตัวเองไปจำนำแก้ผ้าเอาหน้ารอดไปก่อน
มันคงจะดีถ้าจะจบชีวิตอันบัดซบนี้ ด้วยการเชือดคอตัวเองตาย ๆ ไปซะให้รู้แล้วรู้รอด
ดึกดื่นค่ำคืนขนาดนี้ แต่ท้องของฉินเฉาก็ยังคงไม่ยอมหลับยอมนอน มันยังคงร้องจ๊อก ๆ ๆ ประท้วงไม่ยอมหยุด เขาประทังชีวิตด้วยการหาซื้อข้าวกล่องราคาถูกที่สุดในร้าน ที่ยังเปิดขายอยู่ แล้วสายตาของเขาก็เหลือบมองไปเห็นสวนสาธารณะโดยบังเอิญ เมื่อซื้ออาหารเสร็จเขาก็เดินไปนั่งบนม้านั่งสาธารณะ จากนั้นก็เพลิดเพลินกับอาหารราคาถูกที่ซื้อมา
ทันใดนั้นฉินเฉาก็ได้ยินเสียงครวญครางราวกับหนังของผู้ใหญ่ดังแว่วเข้ามาในหู เสียงครวญครางนั้นดังขาด ๆ หาย ๆ ฟังไม่ได้ศัพท์
เมื่อได้ยินเสียงนี้ฉินเฉาก็เข้าใจทันที สวนสาธารณะที่เขาค้นพบโดยบังเอิญนี้ เป็สถานที่พลอดรักของเหล่าคู่รักมานัดพบกัน เขาทอดถอนหายใจออกมาด้วยความรู้สึกโดดเดี่ยวอย่างช่วยไม่ได้ เพราะเขาดันมานั่งที่นี่เพียงคนเดียวโดยไร้คู่รัก ขณะในมือยังคงถือข้าวกล่อง
ระหว่างกำลังทอดถอนใจกับความอาภัพของตนเอง หญิงชายคู่หนึ่งได้เดินควงแขนมายืนอยู่ตรงหน้าของเขา ทั้งสองสวมใส่เสื้อคู่รักอันทันสมัย
“น้องชายถือว่าเห็นแก่หน้าฉันแล้วกัน นายช่วยยกที่นี่ให้กับฉัน ตกลงไหม?”
คนที่เอ่ยปากคือผู้ชาย มันสวมแว่นตากรอบทอง ใส่ชุดสูท รองเท้าหนัง ดูจากภาพลักษณ์ภายนอกแล้วท่าทางชายคนนี้จะเป็ทายาทลูกเศรษฐี ส่วนผู้หญิงที่กำลังควงแขนของมันอยู่นั้น แม้ว่าเ้าหล่อนจะหน้าตาดีเอามาก ๆ แต่ไม่ได้หมายความว่าจิตใจของเธอจะสวยอย่างหน้าตา เธอมองเขาด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยามอย่างที่สุด
ฉินเฉาเข้าใจสถานการณ์อย่างรวดเร็ว สองคนนี้คงกำลังดูถูกที่เขาแต่งตัวปอน ๆ สวมใส่เสื้อผ้าราคาถูกมอมแมม
ฝ่ายชายไม่แม้แต่จะรอให้ฉินเฉาตอบ เมื่อมันเห็นข้าวกล่องในมือของเขา ชายที่สวมแว่นคนนั้นก็ยิ้มที่มุมปาก
“ฉันขอบอกอะไรสักอย่างนะ อย่ากินมันเลยไอ้ข้าวกล่องไร้สารอาหารพรรค์นี้ ดูจากสารรูปของนาย คงกำลังหางานอยู่ใช่ไหม? ไม่มีรถ ไม่มีบ้าน ไม่มีแม้กระทั่งแฟน? ไม่อย่างนั้นนายคงไม่มานั่งกินข้าวกล่องที่มีผักถึงสองอย่างอยู่หรอก คนหนุ่มอย่างนายต้องใส่ใจสุขภาพของตัวเองหน่อย เอางี้… ฉันให้นายร้อยหยวน ไปหาซื้อ KFC หรือ แมคโดนัลด์ อะไรก็แล้วแต่ตามที่นายอยากกิน กินแบบให้อ้วกออกมาเลยเป็ไง?”
เมื่อพูดจบชายคนนั้นก็เบ้ปาก แล้วหยิบแผ่นกระดาษสีแดงออกมาจากกระเป๋าเงินของมัน จากนั้นก็โยนมันลงมาที่ตักของฉินเฉา
“ถ้าร้อยหยวนนายคิดว่ามันไม่พอ งั้นฉันให้นายเพิ่มอีกสองร้อยหยวนเลยเป็ไง แฟนของฉันเขารวยมากแค่นี้ขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอก” หญิงสาวบิดเอวอันเล็กคอด ขณะหยิบเอาแผ่นกระดาษสีแดงออกมาจากกระเป๋าสตางค์ของแฟนเ้าหล่อนอีกสองใบ
ฉินเฉารู้สึกหดหู่ใจ เขาปัดแผ่นกระดาษสีแดงบนตักออก แล้วลุกขึ้นยืนพร้อมกับถือข้าวกล่อง
“เก็บเงินของเธอเอาไว้ซื้อยาคุมดีกว่า”
หลังจากพูดจบเขาก็เตรียมจะก้าวเท้าจากไป แต่แล้วก็มีเงาหนึ่ง พลันกระโจนเข้ามา
“ที่รัก คุณหนีมาอยู่ที่นี่น่ะเอง?”
“ที่รัก?”
ฉินเฉายืนอึ้งเป็ไก่ตาแตกไปครู่หนึ่ง แต่เมื่อเขาหันหัวกลับไปมอง ดวงตาของเขาก็ต้องเบิกกว้างด้วยความไม่อยากเชื่อ
สวย!
ความสวยของเธอจัดอยู่ในระดับ วัวตายควายล้มเลยทีเดียว!
สาวสวยคนนี้เธอมีเส้นผมสีแดงสลวย ใบหน้ารูปไข่สมบูรณ์แบบ ดวงตากลมโต ั์ตาสีฟ้า ไม่อาจทราบได้ว่าสีตาของเธออาจเป็เพราะคอนแทคเลนส์ หรือไม่เธอก็อาจจะเป็ลูกครึ่ง กรอบแว่นบาง ๆ วางอยู่บนสันจมูกน่ารัก ๆ ของเธอ ยิ่งทำให้ความสวยของเธอดูโดดเด่นยิ่งขึ้น เรียวปากเล็ก ๆ ช่างดูเซ็กซี่เย้ายวน ทำให้ฉินเฉาอยากจะะโเข้าไปกัดดูสักทีสองที
รูปร่าง ร่างกายของเธอดูเหมาะเจาะสมส่วน นอกจากนี้ขนาดหน้าอกหน้าใจของเธอยังบะระฮึ่ม! ใหญ่โตอวบอัดจนฉินเฉาต้องน้ำลายไหลเลยทีเดียว หลังจากใช้สายตาขั้นเทพสำรวจขนาดหน้าอกของเธอ เขาก็สามารถประเมินได้ว่าเธอน่าจะคัพ D+ อย่างแน่นอน ความใหญ่โตมโหฬารนี้อาจถูกเรียกว่าเป็อาวุธชีวภาพเลยก็ยังได้!
เรียวขาอันกลมกลึงขาวจั๊วะทำให้อารมณ์ของ ฉินเฉา ถึงกับพลุ่งพล่าน เขาอยากจะเอาเรียวขาทั้งคู่นี้มาพาดไว้บนบ่าของตัวเองเสียเหลือเกิน…
“คะ ครับ... คุณเรียกผมเหรอ?” ฉินเฉาพูดจาติด ๆ ขัด ๆ ราวกับคนเปิ่นเป๋อ ผู้หญิงสวยปานนางฟ้าขนาดนี้ เป็ไปไม่ได้เลยที่จะมารู้จักเขา
ในมือเขาถือกล่องข้าว ส่วนสายตาจับจ้องไปที่สาวสวยที่อยู่ตรงหน้า
“แหมมม∼ ที่รักอย่าแกล้งกันอย่างนี้สิคะ” สาวสวยเดินเข้ามาประชิดตัวจากนั้นก็คล้องแขน ฉินเฉา มันช่างเหมือนกับ์มาโปรดเมื่อแขนของเขาได้ััแแ่รับรู้ถึงความอ่อนนุ่มของหน้าอกของเธอ
“ที่รักคุณเป็แฟนฉันแค่คนเดียวนะ แล้วคุณคิดว่าตัวเองเป็ใครกันล่ะ?”
คู่รักที่อยู่ถัดจากพวกเขา หน้าเปลี่ยนสีด้วยความรู้สึกอิจฉาอย่างสุดขีด โดยเฉพาะฝ่ายหญิง แม้เธอจะเป็ผู้หญิงเหมือนกันก็ตาม เธอก็สามารถบอกได้เลยว่าผู้หญิงคนนี้สวยบาดใจอย่างน่าประหลาดใจ แต่กลับมาเป็ภรรยาของผู้ชายจน ๆ คนนี้ มันทำให้เธอแทบกระอักเืตาย
ส่วนผู้ชายที่บอกว่าตัวเองรวยนักหนา ก็ยังอดริษยาไม่ได้เช่นกัน แม้สีหน้าของมันยังคงดูเรียบเฉยเป็ปกติ แต่ภายในดวงตาของมันนั้นกลับฉายประกายของความหื่นกระหาย
‘ผู้หญิงหุ่นสะบึมอย่างนี้ … สมควรมานั่งอยู่หว่างขาของเราน่าจะดีซะกว่า อยู่กับไอ้กระจอกจน ๆ นั่น … แหม∼ นาน ๆ ทีได้เล่นสนุกกับเมียชาวบ้าน ก็คงจะตื่นเต้นไม่น้อย’
ในความคิดของมัน ด้วยเงินทองมากมายที่มันมี ย่อมไม่มีหญิงสาวคนไหนกล้าปฏิเสธมัน
“คนสวยผมชื่อ หยางชู เป็ประธานบริษัทหยางวัสดุก่อสร้าง คุณผู้หญิงถ้าคุณไม่รังเกียจ ผมอยากจะเชิญไปทานอาหารค่ำที่ภัตตาคารอาหารฝรั่งเศสกันสักมื้อ”
“ใครสน!” หลังจากพูดจบสาวสวยก็กลอกตาบนอย่างรำคาญ ท่าทีที่แสดงตอบกลับมาทำให้ ประธานหยางชู ถึงกับอึ้งไปไม่เป็เลยทีเดียว “ที่รัก ฉันขอกินข้าวกล่องของคุณนะคะ ฉันหิวมากเลย”
ต่อจากนั้นเธอคว้าเอาข้าวกล่องของฉินเฉาไปทันที
“หยุดเดี๋ยวนี้!”
“นั่นไง นังร่านอยู่นั่น!” ทันใดนั้นเองก็มีกลุ่มนักเลงหัวไม้ปรากฏตัวขึ้น พวกมันออกมาจากพุ่มไม้ด้านข้าง ทันทีที่เห็นหญิงสาว ดวงตาของพวกมันก็เบิกกว้างรีบวิ่งเข้ามาหาเธอทันที
“นั่น อยู่นั่น จับมันมาให้ได้! นังสารเลวคนนี้มันกล้าตบหน้าฉัน”
ชายย้อมผมสีทอง ผู้ที่มีรอยฝ่ามือประทับอยู่บนใบหน้าของมัน ะโขึ้นด้วยความเกรี้ยวกราด
เมื่อประธานหยางชูผู้ร่ำรวยเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น มันก็รีบหันหลังกลับวิ่งหนีทันที หลังจากที่มันวิ่งจ้ำอ้าวด้วยความเร็วแสงไปได้ครู่หนึ่งแล้ว แฟนสาวของมันก็เพิ่งจะรู้สึกตัว จากนั้นก็วิ่งตามแฟนหนุ่มของตัวเองไป
สาวสวยยังคงกอดแขนของฉินเฉาแน่น แล้วก็พูดท่าทางเหนียมอายว่า “ที่รัก พวกมันรังแกฉัน!”
“ไอ้ผู้ชายคนนี้เป็ผัวของอีนังนี่งั้นเหรอ?” เมื่อได้ยินสิ่งที่หญิงสาวพูด พวกนักเลงหัวไม้ก็เริ่มเปลี่ยนเป้าหมายมองมาที่ฉินเฉาแทน แล้วสีหน้าของพวกมันก็แสดงให้เห็นถึงความคิดอันชั่วร้ายภายในหัว
“เยี่ยม... ผัวของมันอยู่ที่นี่ก็ดีแล้ว คอยดูเถอะข้าจะฉกตัวนังสาระเลวคนนี้ต่อหน้าผัวของมัน” นักเลงใจโฉดพ่นคำสกปรกออกมาไม่หยุดปาก
เมื่อได้ยินคำนี้ฉินเฉาสะดุ้งโหยงเลยทีเดียว ในตอนนี้เขาแทบอยากจะบ้าตาย เขารีบผลักสาวสวยออกไปให้ห่างจากตัวแล้วตั้งท่าเตรียมพร้อมต่อสู้
“แกคิดจะสู้สินะ!” นักเลงหนุ่มเอาโซ่จักรยานออกมาจากอกเสื้อของตัวเอง จากนั้นก็ตวัดฟาดเข้าไปที่ใบหน้าด้านขวาของฉินเฉา
ฉินเฉาเป็เพียงแค่โอตาคุ เขาไม่ใช่สายบู๊แล้วจะรู้วิธีต่อสู้ได้อย่างไร เขาก็แค่แสดงสีหน้าท่าทางข่มขู่พวกมันก็เท่านั้น แล้วในชั่วขณะนั้นเองโซ่ก็ฟาดลงบนใบหน้าของเขา
“กรี๊ด!” สาวสวยที่อยู่ด้านหลัง ร้องออกมาด้วยความใ เธอรีบเปิดฝากล่องข้าวแล้วจ้วงหยิบ ผัก กระเทียม ข้าว ทุกอย่างในนั้นเขวี้ยงเข้าใส่นักเลงหนุ่ม เพื่อกันไม่ให้มันทำร้ายฉินเฉาอีก จากพลังซูเปอร์ข้าวกล่องสามารถทำให้อันธพาลถอยหลังไปหลายก้าวเลยทีเดียว
ทางฝั่งด้านของ ฉินเฉา หลังจากโดนโซ่ฟาดเข้าใส่เขา ความเ็ปก็แล่นขึ้นมา เป็การเ็ปจนทําให้เขาแทบจะสิ้นสติ เมื่อเขายกมือจับใบหน้าของตนเอง ก็รู้สึกถึงร่องรอยของเื
“เื...” รสชาติเสมือนกับเืไก่ ร่างกายของฉินเฉาสั่นสะท้าน เขารู้สึกว่าบางอย่างภายในร่างกายกำลังตื่นขึ้นเพราะกลิ่นของเื ความ้าฆ่าท่วมท้นอยู่เต็มหัวใจของเขา
ฝ่ายตรงข้ามรับรู้ถึงอันตรายที่แผ่ออกมาจากฉินเฉา หัวใจของมันเริ่มเต้นถี่ขึ้น ความรู้สึกหวาดกลัวแล่นเข้ามาอย่างช่วยไม่ได้ ในมือของมันกระชับโซ่แน่นขึ้น
“บัดซบ! แกคิดว่าตัวเองเป็คนเหล็กหรือไง!?” หลังจากแผดเสียงร้อง มันก็ตวัดโซ่ฟาดเข้าใส่ลงไปบนหัวของฉินเฉาอีกครั้ง
“ไปตายซะ!” เมื่อเืกระตุ้นบางอย่างภายในกายของ ฉินเฉา ในเวลานี้เขาเต็มไปด้วยความโกรธ เขายื่นมือออกไปคว้าโซ่ที่พุ่งเข้ามาดึงกระชากเข้าหาตัว ส่วนอีกมือหนึ่งคว้าหมับเข้าที่คอของนักเลง กดหัวลงพื้นจากนั้นก็ใช้เท้าเตะสวนอัดเข้าไปที่หน้าอกของมันอย่างแรง จากแรงเตะนี้ทำให้มันลมหายใจติดขัด จนสลบเหมือดคาที่ไปในที่สุด
ตอนนี้ฉินเฉาต่อสู้เหมือนกับสัตว์ป่ากระหายเื ด้วยพละกำลังอันบ้าคลั่ง ทำให้เขาสามารถต่อสู้กับพวกมันไม่ว่าหน้าไหน
ทันใดนั้นเอง ชายสองคนก็พุ่งเข้ามาพร้อมกับก้อนอิฐในมือ มันฟาดก้อนอิฐลงไปบนหัวของ ฉินเฉา ซ้ำแล้วซ้ำอีกครั้ง
โพล๊ะ! ก้อนอิฐแตกเป็เสี่ยง ๆ ิญญาของฉินเฉาสั่นเทาด้วยความเ็ป แต่ในสายตาของนักเลงหัวของ ฉินเฉา อาบท่วมไปด้วยเื ั์ตาสีเขียวจ้องเขม็งมาที่พวกเขา
ภาพที่เห็น ทำให้พวกนักเลงรู้สึกหวาดกลัวอย่างช่วยไม่ได้ ร่างกายของพวกมันสั่นสะท้านรู้สึกราวกับว่าตนเองกำลังถูกจ้องมองโดยสัตว์ป่า
“ตายยยยยยซะ...” ทันใดนั้นฉินเฉาก็เริ่มเคลื่อนไหว เขาปล่อยหมัดอัดเข้าไปบนกรามข้างขวาของนักเลง เสียงกระดูกแตกหักลั่นดัง กร๊อบบบบ ได้ยินเสียงอย่างชัดเจน หลังจากนั้นนักเลงคนนั้นก็ร่วงลงไปกับพื้น
นักเลงส่วนที่เหลือเมื่อเห็นฉากภาพอันน่าสะพรึง ต่างก็เริ่มหวาดกลัวกันหัวหด บนใบหน้าของฉินเฉาอาบท่วมไปด้วยเื ั์ตาเป็สีเขียวประกาย ดูราวกับภูตผีที่ผุดขึ้นมาจากนรก
“ฆาตกร!” พวกนักเลงหัวไม้เริ่มร้องะโออกมาอย่างบ้าคลั่ง จากนั้นก็แตกฮือวิ่งหนีกันหางจุกตูดหายไปอย่างไร้ร่องรอย
“ฟู่ววว ชนะซะที…”
พอทุกอย่างจบสิ้น พละกำลังอันเหนือธรรมชาติของฉินเฉาก็หายไปทันทีเช่นกัน เขารู้สึกเมื่อยล้าไร้ซึ่งเรี่ยวแรงไปทั่วทั้งร่าง จากนั้นเขาก็ทรุดลงบนพื้น
ฉินเฉารู้สึกปวดหัวราวกับมันกำลังจะะเิเป็เสี่ยง ๆ เสียให้ได้ หัวใจเต้นถี่รัวมากขึ้นเรื่อย ๆ แม้ว่าเขาจะจัดการพวกนักเลงไปแล้ว แต่ตอนนี้เขากำลังประสบกับวิกฤติที่ยิ่งใหญ่กว่า เสียงหัวเราะของปีศาจ กำลังดังกึกก้องสะท้อนอยู่ในโสตประสาทแก้วหูของเขา
“เ้าจงรีบตาย ๆ ไปซะ… เมื่อใดที่เ้าดับสูญ เมื่อนั้นร่างปีศาจนี้ก็จะกลายเป็ของข้า…” เสียงนี้ดังขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ฉินเฉารู้สึกคลื่นเหียนอยากจะอาเจียนอย่างที่สุด
ในความคิดของเขาเสมือนว่าตอนนี้ มีคนจำนวนมากกำลังร้องะโอัดเข้าใส่มาในแก้วหูของเขาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เขารู้สึกอยากจะอาเจียนอย่างสุดจะทานทน
หลังจากที่เขาได้ช่วยเหลือสาวสวยคนนี้ เธอก็พุ่งเข้ามาช่วยลูบหลังให้เขา
“ฉันชื่อซูจี ขอบคุณที่ช่วยฉันนะ…”
สาวสวยไม่รู้ตัวว่า ทันทีที่เธอัักับร่างของ ฉินเฉา สายประคำบนเอวของเธอก็ส่องแสงประกายขึ้น หลังจากนั้นพลังที่อบอุ่นก็แผ่ซ่านอาบร่างของ ฉินเฉา แสงนี้ทำให้ร่างกายของเขารู้สึกสบายขึ้น รู้สึกเหมือนร่างกายของเขากำลังถูกกระตุ้น
เสียงร้องโหยหวนของภูตผีก่อนหน้านี้ก็หยุดลง ด้วยพลานุภาพพลังของสายประคำ ตอนนี้ฉินเฉาเริ่มรู้สึกตัวขึ้นมาบ้างแล้ว เขารู้สึกว่าิญญาของเขา กำลังถูกร่างเงานับร้อยพันร่างพวยพุ่งเข้ามาหา เมื่อเงาัักับแสงประคำพวกมันก็ถูกกำจัดสลายไป ท้ายที่สุดิญญาปีศาจเฒ่าก็หายไปจากฉินเฉา
เมื่อได้ยินเสียงของฉินเฉา พวงแก้มทั้งสองของหญิงสาวก็เริ่มแดงระเรื่อ ราวกับมีใครมาทอดไข่บนหน้าของเธอ หลังจากผ่านการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง พลังใจของฉินเฉาก็ถูกใช้ไปจนหมด ท้ายที่สุดเขาก็ทรุดลงกับพื้นอีกครั้ง แล้วหมดสติไปอย่างสมบูรณ์
จบตอน #