ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 4 บทที่ 116 วิกฤต

            ก่อนที่ครีบปลาขนาดมหึมานั่นจะขยับเข้ามาใกล้เรือฉลามทมิฬนั้นพวกมัจฉาอัคคีที่โดนผงไล่อสูรขับไล่จนแตกฮือออกไปอยู่นั้นด้านหลังของพวกมัจฉาอัคคีก็มีคลื่นขนาดมหึมาได้สาดซัดเข้าใส่พวกมันไปพร้อมๆ กับวานรทะเลอย่างรุนแรงจนพวกมันจมหายเข้าไปในคลื่นทั้งหมด

            เหล่าอสูรทะเลพวกนั้นที่ถูกคลื่นยักษ์ซัดใส่ตอนนี้มีสภาพไม่ต่างกับฝูงมดที่ถูกน้ำสาดพวกมันที่ไม่มีแรงมากพอที่จะต่อต้านก็ถูกคลื่นพัดพาไปจนกระจัดกระจายไปทั่วสารทิศ ส่วนคลื่นยักษ์ที่ว่านั่นตอนนี้ก็เข้ามาใกล้เรือฉลามทมิฬแล้ว

            “หาอะไรเกาะไว้!”

            เซวี่ยเทียนตะโกนขึ้นอย่างเกรี้ยวกราด

            วินาทีต่อมา เรือฉลามทมิฬก็ถูกคลื่นมหึมาอันน่าหวาดกลัวซึ่งมีความสูงขนาดหลายสิบเมตรนั่นซัดใส่ผู้คนทั้งหมดต่างก็ถูกแรงอัดกระแทกอันรุนแรงนั่นชนจนล้มลงไป

            ตัวเรือฉลามทมิฬขนาดใหญ่นี้พอถูกคลื่นซัดเข้าใส่ก็ถึงกับเอียงไปประมาณสี่สิบห้าองศาจนเกือบจะคว่ำลงไปทันทีและในตอนนั้นเองเงาร่างขนาดมหึมาที่มีลำตัวยาวเกือบร้อยเมตรก็กระโดดพุ่งขึ้นมาจากผิวน้ำมันอ้าปากอันใหญ่โตของมันจนกว้างเพื่อที่จะกัดเรือฉลามทมิฬให้แหลกเละในคำเดียว

            ตูม

            ผู้คนทั้งหมดล้วนสัมผัสได้ถึงแรงลมที่เกิดขึ้นจากการกระโดดขึ้นมาจากน้ำของอสูรยักษ์นั่น

            อสูรทะเลตัวนี้มันตัวใหญ่เกินไปแล้ว

            หลินหยางเองยังมองไม่ทันว่าเจ้าอสูรนี่คือตัวอะไรเขาเห็นแต่เพียงฟันสีขาวที่เรียงกันเป็นแถวทั้งด้านบนและด้านล่างปากของมันมันดูเหมือนกับยอดเขาสีขาวที่เรียงตัวกันเป็นกลุ่มเป็นแถวอย่างไรอย่างนั้นมันดูแหลมคมสุดขีด อีกทั้งยังมีกลิ่นเหม็นคาวที่เป็นลักษณะเฉพาะของสัตว์อีกด้วยเพียงพริบตาเดียวมันก็เข้ามาบดบังท้องฟ้าเหนือหัวของผู้คนเอาไว้

            และในตอนที่เรือฉลามทมิฬกำลังจะถูกกัดขาดในคำเดียวนั้นเองหวงซางก็ออกโรงทันที

            “ไอ้เดรัจฉาน บังอาจ!!”

            ชายผู้แข็งแกร่งปานขุนเขาท่ามกลางสายน้ำเชี่ยวผู้นี้ก็ระเบิดสุดยอดพลังอันแข็งแกร่งที่เคยสร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วทวีปชี่อู่มาแล้วออกมา

            แส้มือเดียวสีดำเข้มเส้นหนึ่งพลันปรากฏขึ้นในมือของเขาซึ่งมันก็คืออาวุธที่สร้างชื่อเสียงให้กับหวงซาง - แส้ดาวตกสวรรค์

            ตัวแส้สีดำเส้นนี้พลันขยายใหญ่ขึ้นจนมีขนาดหลายสิบเมตรได้ในชั่วพริบตามันกลายเป็นดั่งเสาเทวะที่คอยค้ำยันมิให้ผู้คนบนเรือต้องประสบภัยจากการกลายเป็นอาหารปลา

            ดาวตกสวรรค์!!

            หวงซางใช้สองมือเหวี่ยงแส้เป็นแนวนอนรอบๆ ของเสาเทวะนั่นปรากฏแสงสีขาวขึ้นเป็นจุดๆ หมุนล้อมรอบ เมื่อสังเกตดูดีๆ จะพบว่าพวกมันคือดาวตกที่กำลังหมุนรอบอยู่ราวกับภูตผู้พิทักษ์ที่ปกปักรักษาอยู่ใกล้แส้เทวะ

            ท่าไม้ตายชองหวงซางถูกใช้ออก ดาวตกเหล่านี้พลันไปรวมตัวกันอยู่ที่ปลายสุดของแส้จนกลายเป็นดาวตกแห่งความตายส่องแสงสว่างจ้าจนผู้คนไม่สามารถลืมตาขึ้นได้ราวกับมีดวงอาทิตย์อีกดวงกำลังแผดเผาอยู่ตรงนั้นก็ไม่ปาน

            แส้อันทรงพลังไร้เทียมทานและดาวตกมรณะอันน่าหวาดกลัวนั่นรวมเป็นหนึ่งเดียวกันกลายเป็นกระบวนท่าพิฆาตสะท้านภพที่ครั้งหนึ่งเคยสยบทั่วทวีปชี่อู่มาแล้ว

            ตูมมม

            ปากยักษ์ของอสูรขนาดมหึมาและแส้ดาวตกพิฆาตพุ่งเข้าปะทะกันกลางอากาศ

            ผู้คนต่างก็รู้สึกราวกับว่าโลกทั้งใบเกิดการสั่นสะเทือนขึ้นอย่างไรอย่างนั้น

            นี่คือการปะทะกันระหว่างผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดบนโลกใบนี้เสียงปะทะอันดังก้องราวกับเป็นเสียงระฆังแห่งวันสิ้นโลกแรงกระแทกอันน่าหวาดกลัวที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นได้ก่อให้เกิดเป็นคลื่นยักษ์สูงเทียมฟ้าสาดซัดเข้าใส่ทุกสิ่งในบริเวณนี้

            “ผลักเรือไปทิศตรงข้ามเร็ว!!”

            เซวี่ยเทียนสั่งการให้คนทั้งหมดบนเรือเข้าไปดันเรือในทิศตรงข้ามกับคลื่นเพื่อค้ำยันมิให้เรือถูกซัดจนคว่ำไป

            ส่วนอสูรยักษ์อันน่าสะพรึงกลัวตัวนั้นสุดท้ายก็ถูกแส้อันทรงพลังของหวงซางหยุดเอาไว้อยู่กลางอากาศร่างกายอันใหญ่โตนั่นราวกับมันกำลังพุ่งชนกำแพงอยู่ก็ไม่ปาน จากนั้นมันก็ค่อยๆ ร่วงกลับลงไปในทะเลอันกว้างใหญ่นี้

            ตูมมม

            ตามมาด้วยแรงสั่นสะเทือนอันรุนแรงอีกครั้ง

            ในที่สุดหลินหยางก็สามารถมองเห็นอีกฝ่ายได้ชัดมันคืออสูรทะเลขนาดยักษ์ที่ทั้งตัวของมันยาวราวร้อยเมตรมันคือฉลามเสือขนาดมหึมาตัวหนึ่งที่มีสีดำเข้มตลอดทั้งตัว รอบตัวมันมีแรงกดดันอันน่าหวาดกลัวปกคลุมอยู่ทำให้ผู้คนที่อยู่ใกล้ๆ ถึงกับหวาดผวาจนหายใจไม่ออกมันคืออสูรระดับราชันขั้นสูงสุดตัวจริงอย่างไม่ต้องสงสัย เป็นศัตรูผู้น่าหวาดกลัวที่แข็งแกร่งเทียบเท่ากับระดับอวิ้นหลิงขั้นสูงสุดเลยทีเดียว

            “ไอ้หน้าแมวเอ๊ยย!”

            เหล่าผู้คนบนเรือฉลามทมิฬกลับมาทรงตัวได้อีกครั้งอย่างยากลำบากส่วนหั่วเอ๋อร์ที่ตอนนี้บินมาอยู่ข้างหลินหยางแล้ว ก็ตัดสินใจจะเปิดศึกขณะเดียวกันก็ไม่ลืมที่จะพล่ามบ่นทิ้งไว้ด้วยว่า

            “ถ้าข้าอยู่ในสภาพที่พลังสมบูรณ์ละก็ข้าจะจับไอ้บ้านี้มาฉีกเป็นชิ้นๆ แล้วเอาครีบมันมาตุ๋นเป็นซุปอย่างแน่นอน!”

            หลินหยางตอนนี้ไม่มีอารมณ์จะมาล้อเล่นกับไอ้ตะกละนี่แล้วเพราะว่าทันทีที่ฉลามยักษ์สีดำนั่นถูกซัดกลับลงไปในน้ำนั้นอีกฝั่งหนึ่งก็มีปูขนาดมหึมาจนน่าสิ้นหวังที่ขนาดของมันพอๆ กับฉลามเสือตัวเมื่อครู่ปรากฏตัวขึ้นจากใต้น้ำ

            “โอ้แม่เจ้า...ปูกลืนฟ้าก็มาหรือนี่”

            น้ำเสียงของโจรสลัดสายลมทมิฬบางคนเริ่มสั่นเครือแล้ว

            เหล่าอสูรทะเลที่ครองความเป็นใหญ่ในทะเลอสูรแห่งนี้ล้วนมารวมตัวกันอยู่ในผืนทะเลบริเวณนี้แล้ว

            พูดถึงอสูรทะเลระดับราชันขั้นสูงสุดเหล่านี้แล้วพวกมันคืออริคู่อาฆาตของทั้งห้าขุมอำนาจในระหว่างการออกผจญภัยในทะเลสาบแห่งนี้ที่จองล้างจองผลาญกันมานานตั้งแต่เริ่มผจญภัยแล้ว

            ทั้งสองฝ่ายต่างก็เคยปะทะกันมาหลายครั้งในระหว่างการเดินทางทั้งแปดครั้งก่อนหน้านี้แล้วฝั่งมนุษย์นั้นมีผู้คนจำนวนมากที่ต้องสังเวยชีวิตไปใต้เงื้อมมือของพวกมัน ซึ่งเหล่าผู้ปกครองทะเลอสูรนี้เองก็มีจำนวนไม่น้อยที่กลายเป็นวัตถุดิบล้ำค่าอยู่ในกระเป๋าฟ้าดินของทีมสำรวจของทั้งห้าขุมอำนาจนี้

            อย่างเช่นปูกลืนฟ้าที่เพิ่งปรากฏตัวขึ้นเมื่อครู่นี้อสูรระดับราชันขั้นสูงสุด ร่างกายของมันนั้นดูจะใหญ่โตกว่าฉลามทมิฬอยู่หลายส่วนแต่ก้ามปูของมันที่แต่เดิมมีสองข้างนั้น ตอนนี้กลับเหลืออยู่เพียงข้างเดียว

            มันคือแผลฉกรรจ์ที่เกิดขึ้นจากการต่อสู้ครั้งใหญ่จากการผจญภัยครั้งก่อนหน้านี้

            แต่เดิมแล้วด้วยลักษณะนิสัยอันโหดเหี้ยมอำมหิตของอสูรทะเลเหล่านี้มันย่อมต้องไล่ล่าทีมสำรวจทั้งหลายจนกว่าจะตายกันไปข้างหนึ่งเท่านั้นเพียงแต่เป้าหมายของทีมสำรวจนั้นมีแค่การเข้าไปถึงสถานที่ลึกลับที่หลบซ่อนอยู่ในส่วนลึกสุดของทะเลสาบเมฆาอัสนีเท่านั้นดังนั้นพวกเขาจึงเลือกที่จะหลบหนีออกจากทะเลอสูรไปอย่างสุดกำลังทุกครั้งแทน

            ทันทีที่สามารถออกไปจากอาณาเขตของทะเลอสูรได้บริเวณนั้นก็จะเป็นน่านน้ำที่อยู่ใกล้สถานที่ลึกลับนั่นแล้วพื้นที่ตรงนั้นจะมีพลังงานลึกลับบางอย่างที่ทำให้เหล่าอสูรทะเลทั้งหลายไม่กล้าเข้าใกล้ถ้าไปถึงตรงนั้นได้ก็เท่ากับว่ารอดพ้นจากอันตรายแล้ว

            ดังนั้นการปะทะกันระหว่างมนุษย์และอสูรทะเลก็จะเป็นแบบนี้ตลอดคือฝ่ายมนุษย์ก็ตั้งหน้าบุกฝ่าออกไปอย่างเดียวส่วนเหล่าผู้ปกครองสมุทรทั้งหลายที่เห็นมนุษย์เป็นศัตรูอาฆาตนั้น พอได้ยินว่าไอ้พวกมนุษย์มันเข้ามาอีกแล้วก็รีบบุกเข้ามาหาเพื่อไล่สังหารทิ้งทันที

            ปูกลืนฟ้าคืออสูรทะเลระดับสูงตัวที่สอง

            ซึ่งเห็นได้ชัดว่าไอ้ปูบ้านี่จะมีหนี้แค้นอันลึกซึ้งกับคนบางคนในกลุ่มสำรวจนี้ด้วยทันทีที่มันปรากฏตัวขึ้นกล้ามปูขนาดมหึมาที่ใหญ่โตจนไร้เหตุผลนั่นก็พุ่งเข้าไปฟาดใส่เรือเดินสมุทรของราชอาณาจักรเหมิงจี๋เลี่ยทันทีอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

            โบ๋วว

            เสียงกู่ร้องของหมาป่าดังกึกก้องสะท้านภพกระบองเขี้ยวหมาป่าขนาดยักษ์ฟาดซัดเข้าใส่ก้ามปูนั่นจนกระเด้งกลับขึ้นไปบนฟ้าสูง

            หมาป่าโลหิตผู่อาหมานออกโรงแล้ว

            ราวกับว่าตัวเขาและกระบอง “ดาวอำมหิต”ของเขานั้นต่างหากที่เป็นอสูรร้ายที่โหดเหี้ยมอำมหิตที่สุดในผืนสมุทรแห่งนี้

            “ครั้งก่อนหน้านี้หักก้ามมันทิ้งไปแล้วข้างหนึ่งครั้งนี้ข้าจะขยี้เปลือกมันทิ้งซะ!! ตาย!!”

            ทั่วบริเวณนั้นเต็มไปด้วยเสียงคำรามอันเกรี้ยวกราดและจิตสังหารของผู่อาหมานแต่ปูกลืนฟ้านั่นก็ไม่ใช่สัตว์ทะเลทั่วไปที่ยอมให้ผู้คนรังแกก้ามปูขนาดยักษ์ของมันพลันอ้าออกพริบตานั้นเองมันก็พ่นของเหลวหนืดบางอย่างที่มีสีทองออกไปโดยมันเล็งใส่ร่างกายของผู่อาหมาน

            แม้แต่ผู่อาหมานผู้กล้าหาญนั้นยังต้องหวั่นเกรงกับของเหลวนั่นอยู่สามส่วน เขารีบดีดตัวขึ้นฟ้าพร้อมกับควงกระบองปัดป้องของเหลวนั่นทิ้งไป

            แต่ในจังหวะนั้นเองปูกลืนฟ้าก็เหวี่ยงก้ามของมันเข้าใส่ศัตรูประดุจเหวี่ยงค้อนทุบลงไปอย่างรุนแรง

            ตูม

            คราวนี้เป็นผู่อาหมานเองที่ถูกซัดจนตัวปลิวออกไปทีเดียวหลายร้อยเมตรกระแทกบนผิวน้ำอย่างรุนแรงจนผิวน้ำรอบตัวพุ่งขึ้นฟ้าราวกับบุปผาวารีกำลังผลิบาน

            “ว้ากก!”

            จิตต่อสู้ของผู่อาหมานระเบิดออกมาสุดกำลังตอนที่เขาปืนขึ้นมาจากในน้ำนั้น กล้ามเนื้อทั่วทั้งตัวก็ใหญ่ขึ้นจนเสื้อผ้าฉีกขาดกลายเป็นดั่งหมาป่าอันแสนดุร้ายในคราบมนุษย์

            ปูกลืนฟ้าเองก็เกิดบ้าเลือดขึ้นจนดวงตาวงเล็กๆของมันกลายเป็นสีแดงก่ำก้ามปูที่แต่เดิมก็แข็งแกร่งทนทานอย่างมิอาจถูกทำลายได้นั้นก็พลันมีกระดูกอันแหลมคมยืดขึ้นมานั่นคือสภาวะต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของมันประกายแสงของพลังที่มันเปล่งออกมาทั่วทั้งตัวที่สอดรับไปกับคลื่นน้ำที่ไหลเวียนรอบตัวแล้วทำให้มันดูราวกับมีพลังพอจะสามารถทำลายโลกทิ้งได้เลยทีเดียว

            หมาป่าอำมหิตแห่งทุ่งหญ้าอสูรยักษ์แห่งท้องทะเล คู่ปรับที่จะฆ่าฟันกันจนกว่าจะตายกันไปข้างหนึ่งก็เปิดฉากปะทะกันขึ้นอีกครั้งบนทะเลสาบอันกว้างใหญ่แห่งนี้

            ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานี้เป็นเพียงการเปิดม่านเริ่มต้นการต่อสู้นองเลือดกับเหล่าอสูรทะเลทั้งหลายเท่านั้น

            “ดูนั่นตรงนั้นมันมาอีกแล้ว”

            ในกลุ่มคนตอนนี้ไม่รู้แล้วว่าใครกำลังส่งเสียงตกใจบนผิวน้ำที่อยู่ไกลออกไปก็เกิดคลื่นยักษ์ขึ้นมาอีกครั้ง ปรากฏหนวดยุบยับหลายเส้นชูขึ้นฟ้าจากใต้น้ำแต่ละเส้นล้วนปล่อยแรงกดดันอันหนักอึ้งจนยอดฝีมือระดับอวิ้นหลิงทั่วไปไม่มีพลังมากพอจะต้านทานได้

            “ราชันหมึกยักษ์...มารดามันเถอะ แถมมาพร้อมกันสามตัวอีก!!”

            กลุ่มราชันหมึกยักษ์ที่เคยนอนพะงาบอย่างไร้แรงต่อต้านภายใต้เงื้อมมือของผู่อาหมานนั้นเห็นได้ชัดว่าครั้งนี้มันมาเพื่อแก้แค้นทันทีที่ราชันหมึกยักษ์ทั้งสามตัวนี้ปรากฏตัวขึ้น ยกมือจำนวนมากของมันขึ้นมาพร้อมกับเหวี่ยงฟาดอย่างเกรี้ยวกราดใส่เรือของทั้งห้ามหาอำนาจราวกับจะทะลายสวรรค์ขยี้ปฐพีทิ้งก็ไม่ปาน

            แกว๊ก!!

            บนฟ้าเองก็ใช่ว่าจะปลอดภัย

            อยู่ๆ ก็มีเสียงร้องของนกดังขึ้นจากนั้นก็มีเงาร่างอันน่าหวาดกลัวขนาดมหึมาจนบดบังพระอาทิตย์เอาไว้ทั้งหมดโดยที่ทั่วทั้งตัวของมันมีประกายแสงสีทองเปล่งออกมามันบินผ่านสนามรบไปอย่างรวดเร็ว

            ด้านหลังวิหคขนาดยักษ์ตัวนี้ก็มีฝูงสัตว์อสูรบินได้กลุ่มหนึ่งบินตามมาด้วยดูท่าทางน่าจะเป็นลูกสมุนของวิหคยักษ์ตัวนั้น ซึ่งพวกมันก็ได้เข้าร่วมเทศกาลแห่งการเข่นฆ่าอันบ้าคลั่งนี่ด้วยเช่นกัน

            “มารดามันเถอะ ไอ้ตัวปีกทองกับพลพรรคปักษาของมันก็มาด้วยรึนี่!!”