ณ ตำหนักของฮองเฮา
“แม่ไม่ยอม! ยังไงลูกก็ต้องเข้าพิธีอภิเษกกับหยุนเฉียน” ฮองเฮาตรัสเสียงแข็ง
“แต่ลูกไม่ได้รักหยุนเฉียนนะพะย่ะค่ะ” องค์รัชทายาททรงปฏิเสธเสียงแข็งเช่นกัน
“แม่ได้ให้โอกาสลูกได้แต่งงานกับเหรินซวงไปแล้ว และเห็นมั้ยล่ะว่านางหนีไปตอนที่พวกเราประสบความยากลำบาก พอเจ้ามีรากฐานมั่นคง นางก็กลับมาเพื่อแต่งงานกับเจ้าเป็นครั้งที่สอง แสดงว่านางไม่ได้รักเจ้าจริงหรอก เชื่อแม่เถอะ” ฮองเฮาทรงไม่พอพระทัยอดีตลูกสะใภ้อย่างเหรินซวง
“ลูกจะแต่งงานกับเหรินซวงคนเดียวเท่านั้นพะย่ะค่ะ” องค์รัชทายาทตรัสคำมั่น
“งั้นเอาอย่างนี้! แม่ยอมให้ลูกแต่งงานกับเหรินซวงก็ได้ แต่แต่งในฐานะสนมคนนึงเท่านั้นและต้องแต่งหลังจากที่เจ้าได้เข้าพิธีอภิเษกกับหยุนเฉียนไปแล้ว” ฮองเฮาตรัสเงื่อนไข
“ลูกไม่ยอมพะย่ะค่ะ” องค์รัชทายาททรงรีบปฏิเสธ
“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เหรินซวงจะต้องอยู่ในตำหนักของแม่ในฐานะนางกำนัล หากลูกเข้าพิธีอภิเษกกับหยุนเฉียนเสร็จสิ้นเมื่อไหร่ แม่จะปล่อยตัวเหรินซวงกลับไปหาลูกเอง และแม่ก็จะยอมให้เหรินซวงถวายตัวเป็นสนมของเจ้าต่อไป” ฮองเฮาตรัส
“ลูกขอยื่นคำขาด….” องค์รัชทายาทตรัสไม่จบเพราะเหรินซวงกล่าวแทรก
“อย่าขัดรับสั่งฮองเฮาเลยนะเพคะ หม่อมฉันยอมอยู่ในฐานะไหนก็ได้ ขอเพียงได้อยู่กับพระองค์ ดังนั้นในตอนนี้ให้หม่อมฉันอยู่ที่ตำหนักฮองเฮาเถอะนะเพคะ” เหรินซวงต้องการจบเรื่อง
“ดีมากเหรินซวง! เราดีใจที่เจ้าใจกว้างแบบนี้ เอาล่ะ ลูกกลับไปก่อนเถอะ แม่จะดูแลเหรินซวงเป็นอย่างดีเอง” ฮองเฮาทรงดีพระทัยที่เหรินซวงว่าง่ายกว่าที่ดำริไว้
“พะย่ะค่ะ” องค์รัชทายาททรงรับคำ
องค์รัชทายาททรงกำลังจะเสด็จเข้าไปหาเหรินซวง แต่นางกำนัลประจำตัวองค์ฮองเฮาได้ฉุดเหรินซวงให้รีบกลับเข้าไปในห้องพักที่จัดเตรียมไว้ให้
ณ ห้องพักสำหรับนางกำนัล ในตำหนักฮองเฮา
“เจ้ายังไม่ต้องจัดของ” ฮองเฮาตรัสสั่ง
“ทำไมล่ะเพคะ” เหรินซวงแปลกใจ
“เราจะส่งเจ้าให้ไปทำงานในหอตำรา เจ้าจะได้ไม่มีเวลาได้พบองค์รัชทายาทอีก” ฮองเฮาทรงต้องการกีดกันไม่ให้ทั้งคู่ได้เจอกันอีก
“ทรงทำแบบนี้ทำไมเพคะ” เหรินซวงไม่เข้าใจ
“เจ้าเป็นเพียงลูกพ่อค้า แถมถูกโกงจนหมดตัว เจ้าไม่มีอะไรเหมาะสมกับองค์รัชทายาทเลยสักนิด ถ้าเจ้ารักองค์รัชทายาทจริง เจ้าก็ควรปล่อยให้เขาได้คู่ครองที่มีความเพียบพร้อมสิ” ฮองเฮาตรัสอย่างไม่ไว้หน้า
“ก็ได้เพคะ” เหรินซวงหมดปัญญาที่จะเถียงหรือโต้แย้งใดๆ
“ว่าง่ายแบบนี้สิ เราชอบ เอาล่ะ เจ้าจงขนข้าวของไปที่หอตำราเถิด” ฮองเฮาตรัสสั่ง
“เพคะ” เหรินซวงรับคำ
เหรินซวงทำใจไว้แล้วว่าชีวิตรักของนางจะต้องมีอุปสรรคมากมาย ดังนั้นนางก็เลยปล่อยให้มันเป็นไปตามชะตากรรม โดยในตอนนี้นางได้ทำความสะอาดห้องตำราและจัดเรียงตำราให้เป็นระเบียบเพื่อสะดวกในการหยิบอ่าน
********************************************
ณ ตำหนักของฮองเฮา
“เหรินซวงอยู่ที่ไหนพะย่ะค่ะ” องค์รัชทายาททรงต้องการมาเยี่ยมเหรินซวงที่ตำหนักของฮองเฮา
“นางอยู่ในสถานที่ที่ปลอดภัยแล้ว อย่าห่วงไปเลย เจ้าจงไปเตรียมตัวเข้าพิธีอภิเษกกับหยุนเฉียนเถิด” ฮองเฮาตรัส
“ทรงซ่อนตัวเหรินซวงทำไมพะย่ะค่ะ” องค์รัชทายาททรงไม่เข้าพระทัย
“เพราะแม่รู้ไงล่ะว่า ยังไงเจ้าก็ต้องมาที่นี่เพื่อหาข้ออ้างมาพบนาง” ฮองเฮาตรัสอย่างรู้ทัน
“ขอลูกพบนางสักครั้งจะได้มั้ยพะย่ะค่ะ” องค์รัชทายาททรงพยายามขอร้องดีๆ
“หากพิธีอภิเษกสำเร็จลุล่วงเมื่อไหร่ ลูกจะได้พบตัวเหรินซวงเอง” ฮองเฮาตรัส
“ก็ได้พะย่ะค่ะ” องค์รัชทายาทตรัสยอมรับเงื่อนไข
ฮองเฮาทรงเป็นแม่งานในการจัดพิธีอภิเษกระหว่างองค์รัชทายาทและหยุนเฉียนหรือบุตรสาวของท่านเสนาบดีที่จะจัดขึ้นในวันพรุ่งนี้ แต่แล้วในคืนก่อนวันอภิเษกกลับเกิดเรื่องใหญ่ขึ้น
********************************************
ณ ตำหนักองค์รัชทายาท
ฝ่าบาทพร้อมกับเหล่าทหารองครักษ์ได้บุกเข้าไปจับกุมตัวองค์รัชทายาทถึงที่ตำหนัก
“ทรงจับลูกไว้ทำไมพะย่ะค่ะ” องค์รัชทายาททรงไม่เข้าพระทัย
“ยังจะมาถามอีก เจ้าแอบลอบติดต่อกับท่านอ๋องแห่งแคว้นเหลียวเพื่อล้มอำนาจเราสินะ นี่ไงสารลับที่ท่านอ๋องติดต่อเจ้า องค์ชายสามแอบค้นเจอจากตำหนักของเจ้า” ฝ่าบาททรงโยนสารลับใส่พระพักตร์ขององค์รัชทายาท
องค์รัชทายาททรงเก็บมาดูและรีบตรัสว่า “ไม่เป็นความจริงพะย่ะค่ะ กระหม่อมไม่แม้แต่จะคิด”
“ใครร่วมมือกับเจ้าบ้าง สารภาพมาเดี๋ยวนี้” ฝ่าบาททรงเค้นถาม
“ไม่มีพะย่ะค่ะ” องค์รัชทายาทตรัสปฏิเสธ
“คงต้องถึงขั้นใช้เครื่องทรมานสินะ เจ้าถึงจะยอมเปิดปาก” ฝ่าบาททรงกริ้ว
“พาองค์รัชทายาทไปไต่สวนก่อนดีมั้ยพะย่ะค่ะ” องครักษ์นายหนึ่งเสนอ
“เราจะถอนรากถอนโคน จงปล่อยข่าวว่าอีกเจ็ดวันเราจะประหารองค์รัชทายาท พรรคพวกของเขาต้องมาช่วยอย่างแน่นอน ถึงตอนนั้นพวกเราก็จะเห็นว่าใครกันที่ร่วมมือกับองค์รัชทายาทด้วย” ฝ่าบาททรงประกาศ
“ลูกจะคุมตัวองค์รัชทายาทไปที่คุกหลวงเองพะย่ะค่ะ” องค์ชายสามทรงอาสา
“ไม่เป็นไร! ให้องครักษ์คุมตัวไปในสถานที่ลับดีกว่า พวกกบฏอาจเข้ามาปล้นคุกไม่วันใดก็วันหนึ่ง” ฝ่าบาททรงต้องรอบคอบไว้ก่อน
********************************************
ณ ห้องทรงงานของฝ่าบาท
“ทรงจับองค์รัชทายาทไปขังไว้ที่ไหนหรือเพคะ” ฮองเฮาตรัสอย่างร้อนพระทัย
“อย่าคิดช่วยลูกเด็ดขาด เราอาจจับเจ้าขังอีกคน อย่าหาว่าเราไม่เตือน” ฝ่าบาทตรัสขู่
“ทรงลืมไปแล้วหรือเพคะ ว่าองค์รัชทายาทได้ช่วยเหลือพระองค์ในการชิงบัลลังก์คืนมาจากฮ่องเต้กู่เหวิน” ฮองเฮาตรัสเตือน
“เรื่องในอดีตก็ส่วนหนึ่ง แต่ปัจจุบันนี้เขากล้าคิดทรยศเรา หลักฐานก็เห็นอยู่ทนโท่” ฝ่าบาททรงเจ็บพระทัย
“บางทีอาจมีคนปรักปรำองค์รัชทายาทก็เป็นได้นะเพคะ” ฮองเฮาตรัสช่วยองค์รัชทายาท
“เจ้าคิดว่าองค์ชายสามจะกล้าปรักปรำองค์รัชทายาทอย่างนั้นหรือ เจ้ากลับไปเสียเถอะ ฝ่ายในก็ควรอยู่แต่ในฝ่ายใน อย่ามายุ่งเกี่ยวการเมืองการปกครองอีก” ฝ่าบาททรงเตือน
“ก็ได้เพคะ” ฮองเฮาเสด็จกลับตำหนักทันที เพราะทรงจนปัญญาที่จะช่วยพระโอรสองค์โต
********************************************
ณ ตำหนักของฮองเฮา
“เจ้าว่าไงนะ! หยุนเฉียนเข้าพิธีแต่งงานกับแม่ทัพจงเว่ยไปแล้วงั้นหรือ” ฮองเฮาทรงตกพระทัย
“ท่านเสนาบดีคงกลัวว่าฝ่าบาททรงอาจเข้าพระทัยผิดคิดว่าเขามีส่วนร่วมก่อการกบฏด้วยเพคะ” นางกำนัลกล่าว
“พอองค์รัชทายาทมีภัย แทนที่จะหาหนทางช่วยพระองค์ แต่กลับหนีเอาตัวรอด กลัวตัวเองและลูกสาวจะได้รับโทษทัณฑ์ไปด้วย เราผิดหวังในตัวหยุนเฉียนจริงๆ” ฮองเฮาตรัสตัดพ้อ
“บางทีหยุนเฉียนอาจถูกบังคับให้แต่งงานกับท่านแม่ทัพก็เป็นได้นะเพคะ” นางกำนัลเสนอ
“เราจะไปงานแต่งงาน เราจะไปถามหยุนเฉียนให้รู้เรื่อง หากนางถูกบังคับให้แต่งงานจริง เราจะได้ยับยั้งงานแต่งงานได้ทัน” ฮองเฮาตรัส
********************************************
ณ พิธีมงคลสมรสในจวนท่านเสนาบดี
“ถวายบังคมพะย่ะค่ะฮองเฮา กระหม่อมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่พระองค์เสด็จมาร่วมงานด้วยพระองค์เองแบบนี้พะย่ะค่ะ” ท่านเสนาบดีกล่าว
“เราไม่ได้มาร่วมงานแต่งงาน แต่เราจะมายับยั้งงานแต่งงานต่างหาก” ฮองเฮาตรัสวัตถุประสงค์
“ทรงทำเช่นนั้นไม่ได้นะพะย่ะค่ะ” ท่านเสนาบดีห้ามปราม
“เรามาเพื่อปกป้องหยุนเฉียน หยุนเฉียน! เจ้าไม่ต้องกลัวนะ ไม่มีใครสามารถบังคับเจ้าได้ หากเจ้าไม่เต็มใจแต่งงาน เจ้าก็ไม่ต้องฝืนใจเข้าพิธีแต่งงาน เจ้ายืนยันกับทุกคนสิว่าเจ้ารักองค์รัชทายาทมากเพียงใด” ฮองเฮาตรัสกับหยุนเฉียน
“คะ คะ คือว่า…” หยุนเฉียนไม่รู้ว่าจะกล่าวอย่างไรดี
“ไม่ต้องกลัว! เราอยู่ที่นี่แล้ว ไม่มีใครสามารถทำอันตรายเจ้าได้หรอก” ฮองเฮาตรัสเกลี้ยกล่อม
“มะ มะ หม่อมฉันเต็มใจแต่งงานกับท่านแม่ทัพจงเว่ยเพคะ” หยุนเฉียนยอมพูดความจริง
“อะไรนะ! แล้วองค์รัชทายาทล่ะ ไหนบอกว่ารักเขามากไงล่ะ” ฮองเฮาทรงไม่เข้าพระทัย
“องค์รัชทายาททรงรักเหรินซวงเพียงคนเดียว หม่อมฉันมิอาจแทนที่นางได้หรอกเพคะ” หยุนเฉียนกล่าวอ้าง
“เจ้าอย่าเอาเรื่องนี้มาอ้าง ที่เจ้ารีบแต่งงานกับท่านแม่ทัพ เพราะเจ้ากลัวโดนหางเลขไปด้วยสินะ เจ้าคงกลัวว่าตนและครอบครัวจะมีส่วนเอี่ยวในเรื่องก่อการกบฏไปด้วย” ฮองเฮาตรัสอย่างรู้ทัน
“ทรงเข้าพระทัยผิดแล้วพะย่ะค่ะ ลูกสาวกระหม่อมและท่านแม่ทัพรักกันจริงๆ อีกอย่างหยุนเฉียนก็ตั้งครรภ์อ่อนๆ ไปแล้วด้วย” ท่านเสนาบดีกล่าว
“นี่เจ้าแอบคบหากับท่านแม่ทัพมาก่อนอย่างนั้นหรือ” ฮองเฮาทรงตกพระทัย
“ขอประทานอภัยเพคะที่หม่อมฉันได้ลักลอบมีความสัมพันธ์กับท่านแม่ทัพจงเว่ยและเกิดท้องขึ้นมา จึงต้องรีบแต่งงานเพื่อลบข้อครหานินทาเพคะ” หยุนเฉียนกล่าวทั้งน้ำตา
“เราขอแสดงความยินดีด้วยก็แล้วกัน เรากลับล่ะ” ฮองเฮาทรงไม่มีอะไรจะตรัสอีก
“น้อมส่งเสด็จพะย่ะค่ะ” ท่านเสนาบดีกล่าว
ฮองเฮาทรงกริ้วมาก พระนางจึงเสด็จไปที่หอตำรา เพื่อไปพบเหรินซวงที่นั่น
********************************************
ณ หอตำรา
ทหารที่คุมอยู่หน้าหอตำรา รีบหันปลายหอกไปทางผู้บุกรุก เพื่อป้องกันไม่ให้ใครเข้าไปในหอตำรา
“บังอาจ! ฮองเฮาเสด็จ นอกจากจะไม่คุกเข่าแล้ว ยังกล้าหันปลายหอกจ่อมาทางพระองค์อีก” กงกงตวาด
“ขอประทานอภัยพะย่ะค่ะ กระหม่อมทำตามหน้าที่ นี่คือเขตหวงห้าม บุคคลไม่เกี่ยวข้องห้ามเข้าเด็ดขาดพะย่ะค่ะ” ทหารนายหนึ่งกล่าว
“บังอาจ! เราเป็นถึงฮองเฮา ถือว่าเป็นพระแม่ของแผ่นดิน ทำไมเราจะเข้าไปในหอตำราไม่ได้” ฮองเฮาตรัสด้วยความกริ้ว
“เอ่อ คือ…” ทหารอ้ำอึ้ง
“บอกมา! ข้างในขังใครไว้ หรือว่าจะเป็นองค์รัชทายาท” ฮองเฮาทรงคาดเดา
“กระหม่อมไม่ได้พูดอะไรนะพะย่ะค่ะ” ทหารนายหนึ่งรีบพูด
“ใช่องค์รัชทายาทจริงด้วย หลีกทางเดี๋ยวนี้ เราจะเข้าไปในหอตำรา” ฮองเฮาตรัสอย่างเอาแต่พระทัย
“ไม่ได้จริงๆ พะย่ะค่ะ หากพวกกระหม่อมขัดพระบัญชา มีหวังพวกกระหม่อมอาจถูกประหารชีวิตได้นะพะย่ะค่ะ” ทหารกล่าวอ้าง
“แล้วการที่พวกเจ้าแสดงกิริยาลบหลู่เราเช่นนี้ พวกเจ้าไม่กลัวต้องโทษประหารบ้างเลยงั้นหรือ” ฮองเฮาตรัสขู่
“รีบหลีกทางเร็วเข้า ก่อนที่ฮองเฮาทรงจะพิโรธและสั่งประหารพวกเจ้าจริงๆ” กงกงช่วยพูด
“พะย่ะค่ะ กระหม่อมจะหลีกทางเดี๋ยวนี้” ทหารสองนายรีบเก็บหอกและรีบหลีกทางให้ฮองเฮาทันที
********************************************
ณ ห้องตำรา
“องค์รัชทายาท! เจ้าปลอดภัยดีใช่หรือไม่” ฮองเฮาทรงดีพระทัยที่ได้เจอพระโอรสองค์โต
“ถวายบังคมพะย่ะค่ะเสด็จแม่ ลูกปลอดภัยดี ว่าแต่พระองค์ทรงกำลังทอดพระเนตรหาสิ่งใดอยู่หรือพะย่ะค่ะ” องค์รัชทายาททรงแปลกพระทัยกับพระอาการของเสด็จแม่
“เจ้าได้เจอนางแล้วใช่หรือไม่” ฮองเฮาทรงเค้นถาม
“เหรินซวงงั้นหรือพะย่ะค่ะ” องค์รัชทายาททรงเดาออก
“แสดงว่าเจอกันแล้วจริงๆ ว่าแต่เหรินซวงอยู่ไหนแล้ว” ฮองเฮาทรงสงสัย
“เหรินซวงกำลังปฏิบัติภารกิจสำคัญให้ลูกอยู่พะย่ะค่ะ” องค์รัชทายาทตรัสสั้นๆ
“ไม่ใช่ว่านางหนีไปแล้วล่ะ” ฮองเฮาทรงระแวง
“เหรินซวงไม่มีวันทิ้งลูกพะย่ะค่ะ นางยินยอมที่จะช่วยลูกทุกวิถีทาง” องค์รัชทายาทตรัสอย่างมั่นพระทัย
“เอาล่ะ ยังไงแม่ก็ดีใจที่เห็นลูกยังคงปลอดภัยดี แม่เป็นเพียงฝ่ายใน เลยมิอาจช่วยลูก แต่แม่ก็เชื่อเสมอว่าลูกเป็นผู้บริสุทธิ์” ฮองเฮาทรงเชื่อมั่นในตัวพระโอรส
“ขอบพระทัยพะย่ะค่ะ” องค์รัชทายาททรงซึ้งพระทัย
“เรื่องของหยุนเฉียนนั้น เอ่อ…” ฮองเฮาทรงไม่รู้ว่าจะอธิบายอย่างไรดี
“ลูกรู้มานานแล้วพะย่ะค่ะ ว่าหยุนเฉียนลักลอบมีความสัมพันธ์กับท่านแม่ทัพจงเว่ย เพราะข่าวเรื่องที่ลูกก่อการกบฏ จึงทำให้ท่านเสนาบดียอมตกลงยกหยุนเฉียนให้ท่านแม่ทัพจงเว่ยได้อย่างง่ายดาย เพื่อป้องกันไม่ให้ครอบครัวท่านเสนาบดีมีส่วนเกี่ยวข้องกับลูก ดีไม่ดีท่านเสนาบดีอาจโดนหางเลขได้รับผิดไปกับลูกด้วยในกรณีที่ท่านเสนาบดียอมยกลูกสาวให้ลูก” องค์รัชทายาทตรัสอย่างเข้าพระทัย
“แม่ขอโทษที่กีดกันความรักของลูก แต่ในเมื่อเจ้าเลือกคนไม่ผิดอย่างเหรินซวง แม่ก็ดีใจด้วย” ฮองเฮาทรงไม่คิดกีดกันทั้งคู่อีก
“ทรงรีบกลับตำหนักเถิดพะย่ะค่ะ หากฝ่าบาททรงทอดพระเนตรเห็นพระองค์ทรงขัดรับสั่ง ฝ่าบาททรงอาจพิโรธได้” องค์รัชทายาททรงไม่ต้องการให้เสด็จแม่ต้องมาเดือดร้อนเพราะพระองค์
“แม่ไปก่อนนะลูก แม่ขอให้ลูกพ้นมลทินในเร็ววันนี้” ฮองเฮาทรงทำได้เพียงสวดมนต์ภาวนาเท่านั้น
“ขอบพระทัยพะย่ะค่ะ” องค์รัชทายาทตรัส
********************************************
ณ ตำหนักของฝ่าบาท
“เจ้าแน่ใจนะว่าแม่ทัพชางเว่ยผู้สนับสนุนองค์รัชทายาทจะยกทัพเข้ามาในวังเพื่อชิงตัวองค์รัชทายาทไป” ฝ่าบาทตรัส
“สายรายงานมาอย่างนั้นพะย่ะค่ะ แม่ทัพชางเว่ยต้องบุกไปช่วยองค์รัชทายาทที่คุกหลวงอย่างแน่นอน” องค์ชายสามตรัสอย่างมั่นพระทัย
“ทูลฝ่าบาท กระหม่อมจับกุมคนร้ายที่ลอบเข้ามาปล้นคุกหลวงได้แล้วพะย่ะค่ะ” องครักษ์รายงาน
“เห็นมั้ยพะย่ะค่ะ กระหม่อมคาดการณ์ไม่ผิดจริงๆ” องค์ชายสามตรัส
“ท่านแม่ทัพเหยียนว่าน ทำไมเป็นท่าน” ฝ่าบาททรงตกพระทัย
“อะไรนะ! ท่านแม่ทัพเหยียนว่าน ท่านปล้นคุกทำไมกัน” องค์ชายสามทรงตกพระทัยเพราะท่านแม่ทัพเหยียนว่านเป็นผู้สนับสนุนพระองค์เอง
“มีคนแจ้งกระหม่อมว่า องค์ชายสามทรงถูกจับขังอยู่ในคุกหลวง กระหม่อมก็เลยจะมาช่วยพะย่ะค่ะ” แม่ทัพเหยียนว่านกล่าวโดยไม่ปกปิด
“ข่าวที่ไหนกัน ท่านไปเอามาจากที่ไหน คนที่ถูกจับคือองค์รัชทายาทต่างหาก” องค์ชายสามตรัสด้วยความกริ้ว
“ที่แท้แม่ทัพเหยียนว่านก็สนับสนุนเจ้าสินะ” ฝ่าบาททรงเข้าพระทัยสถานการณ์
“กระหม่อมไม่ยุ่งเกี่ยวทางการเมือง กระหม่อมจะมีกองทัพมาสนับสนุนได้อย่างไรพะย่ะค่ะ” องค์ชายสามทรงรีบตรัสกลบเกลื่อน
“กระหม่อมพ่อค้าเหลียงกัง ถวายบังคมพะย่ะค่ะ” เหลียงกังขอเข้าเฝ้า
“พ่อค้ามาทำอะไรในวังแห่งนี้” ฝ่าบาททรงสงสัย
“บัดนี้ เจ้าสำนักซานชุยได้พาลูกศิษย์ไปจับกุมตัวสายลับแคว้นเหลียวจนทั่วทั้งแคว้นฉินได้แล้วพะย่ะค่ะ” เหลียงกังรายงาน
“จับแล้ว จะได้อะไร หรือให้สายลับมาช่วยยืนยันว่าองค์รัชทายาทนั้นมีความผิดจริง” ฝ่าบาททรงสงสัย
“พวกเราจับกุมตัวพวกสายลับเพื่อค้นเอาสารลับพะย่ะค่ะ นี่คือสารลับที่เขียนโดยท่านอ๋องแห่งแคว้นเหลียว” เหลียงกังถวายให้ฝ่าบาททรงทอดพระเนตร
“ทำไมลายมือถึง…” ฝ่าบาททรงตกพระทัยเพราะลายมือไม่เหมือนกับสารลับที่บ่งว่าองค์รัชทายาททรงดำริก่อการกบฏ
“ลายมือไม่เหมือนกับสารลับที่ปรักปรำองค์รัชทายาทใช่มั้ยพะย่ะค่ะ” เหลียงกังกล่าวอย่างรู้ทัน
“ใช่ ไม่เหมือนจริงๆ” ฝ่าบาทตรัส
“จากสารลับที่มีหลายฉบับจะเห็นว่าลายมือเป็นของท่านอ๋องทั้งหมด แต่สารลับที่พระองค์ทรงได้ก่อนหน้ากลับมีลายมือที่ผิดแผกออกไป นั่นหมายความว่าต้องมีคนปลอมแปลงสารลับเพื่อปรักปรำองค์รัชทายาทอย่างแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ” เหลียงกังกล่าว
“ใครกันที่กล้ากระทำการอุกอาจเช่นนี้” ฝ่าบาททรงสงสัย
เหลียงกังมองไปที่องค์ชายสาม
“ไม่ใช่เราอย่างแน่นอน” องค์ชายสามรีบตรัสปฏิเสธพัลวัน
“ดูพระองค์ทรงร้อนตัวนะพะย่ะค่ะ” เหลียงกังยิ้มมุมปาก
“เอาล่ะ เพื่อความเป็นธรรม เราจะให้ใต้เท้าเหวินสอบสวนเรื่องนี้” ฝ่าบาทตรัสตัดบท
“ขอบพระทัยพะย่ะค่ะ” เหลียงกังกล่าว
“ส่วนแม่ทัพเหยียนว่าน ไม่ว่าท่านจะสนับสนุนองค์ชายสามจริงๆ หรือไม่ แต่การบุกรุกเข้าวังหลวงนั้นเป็นเรื่องใหญ่ จะไม่ลงโทษไม่ได้ ดังนั้นเราขอสั่งให้เจ้าไปประจำการอยู่ตรงชายแดนระหว่างแคว้นฉินกับแคว้นเหลียวก็แล้วกัน” ฝ่าบาทตรัสลงโทษ
“ขะ ขอบพระทัยพะย่ะค่ะ” แม่ทัพเหยียนว่านรับคำ
********************************************
ณ ตำหนักองค์ชายสาม
องค์ชายสามทรงปัดข้าวของในห้องบรรทมกระจัดกระจายไปหมดด้วยความกริ้ว และตรัสว่า “น่าเจ็บใจนัก! ทำไมถึงเสียแผนไปหมดแบบนี้นะ ใครกันที่นำเรื่องไปบอกเหลียงกังและเจ้าสำนักซานชุย องค์รัชทายาททรงถูกกักขังอยู่แต่ในหอตำรา โดยที่ไม่มีใครสามารถเข้ามาพบพระองค์ได้ หรือว่าสวรรค์เข้าข้างองค์รัชทายาทกันนะ”
“ตอนนี้พวกเราสูญเสียอำนาจทางการทหารไปแล้ว ท่านแม่ทัพเหยียนว่านได้ย้ายไปประจำการอยู่ที่ชายแดนไปแล้วพะย่ะค่ะ” กุนซือกล่าว
“เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เสด็จพ่อทรงระแวงเรามากขึ้น และน่าเสียดายที่เราเกือบได้ท่านเสนาบดีมาสนับสนุนเข้าข้างฝ่ายเราแล้วเชียว เราเกือบได้เป็นลูกเขยของท่านเสนาบดีแล้ว แต่ท่านเสนาฯฉลาดมากที่พยายามแสดงให้ฝ่าบาททรงทอดพระเนตรเห็นว่าท่านเสนาฯเป็นกลางทางการเมือง ไม่ได้เข้าข้างทั้งองค์รัชทายาทและฝ่ายเรา ดังนั้นท่านเสนาฯจึงยกลูกสาวให้ท่านแม่ทัพจงเว่ยที่เป็นผู้สนับสนุนฝ่าบาทแทน” องค์ชายสามตรัสด้วยความเจ็บพระทัย
“พระองค์ทรงจำเป็นต้องพักเรื่องชิงอำนาจไปก่อนพะย่ะค่ะ พวกเราต้องรวบรวมขุนนางที่สนับสนุนฝ่ายเราให้มากกว่านี้ก่อน” กุนซือแนะนำ
“คงต้องเป็นเช่นนั้นล่ะ ยังไงเราก็จะไม่ยอมแพ้องค์รัชทายาทแค่นี้แน่” องค์ชายสามตรัส
********************************************
และแล้วองค์รัชทายาทก็ทรงพ้นมลทิน เนื่องจากทรงไหว้วานให้เหรินซวงกลับไปเมืองหนานโจวเพื่อส่งจดหมายลับให้กับเหลียงกังและไปพบหวนเจิน เพื่อให้นางเป่านกหวีดเรียกสามีหรือซานชุยมารับจดหมายลับขององค์รัชทายาท
เหลียงกังนั้นได้รับคำสั่งจากองค์รัชทายาทให้รีบติดต่อท่านแม่ทัพชางเว่ย เพื่อไม่ให้เขาเคลื่อนไหวใดๆ ทั้งสิ้น จงนิ่งเฉยไว้ไม่ต้องไปช่วยองค์รัชทายาทในคุกหลวง ไม่เพียงเท่านั้นองค์รัชทายาททรงยังแก้เผ็ดองค์ชายสามโดยให้เหลียงกังปลอมแปลงจดหมายขององค์ชายสามและส่งจดหมายปลอมไปให้ท่านแม่ทัพเหยียนว่าน เพื่อหลอกให้แม่ทัพบุกมาช่วยองค์ชายสามที่คุกหลวงแทน
ส่วนซานชุยนั้นได้รับคำสั่งให้ช่วยออกตามล่าสายลับแคว้นเหลียวทั่วทั้งแคว้นฉิน เพื่อสอบสวนเรื่องคดีก่อการกบฏและค้นหาสารลับที่แท้จริงของท่านอ๋องแห่งแคว้นเหลียว จะได้นำไปเทียบกับสารลับที่เขียนเพื่อปรักปรำองค์รัชทายาทโดยดูว่าลายมือในสารลับนั้นเหมือนกันหรือไม่ เมื่อซานชุยปฏิบัติภารกิจสำเร็จ จึงทำให้รู้ว่าลายมือในสารลับแตกต่างกันจริงๆ นั่นหมายความว่ามีคนปลอมแปลงสารลับเพื่อปรักปรำองค์รัชทายาทจริงๆ
ใต้เท้าเหวินทำการไต่สวนอย่างเป็นธรรมและตัดสินให้องค์รัชทายาททรงกลายเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่ทว่าใต้เท้าเหวินก็มิอาจเอาผิดผู้ที่วางแผนยัดเยียดข้อกล่าวหาให้องค์รัชทายาทได้ ทั้งๆ ที่รู้แก่ใจดีกว่าคนร้ายก็คือองค์ชายสาม แต่ไม่มีหลักฐานและวัตถุพยานต่างๆ องค์ชายสามจึงทรงยังคงลอยนวลต่อไป
องค์รัชทายาททรงถูกปล่อยตัวให้เป็นอิสระ เมื่อพระองค์เสด็จออกมาจากหอตำรา ก็เลยรีบตรัสถามเหลียงกังว่า “เหรินซวงล่ะ ทำไมนางไม่มากับเจ้าด้วย”
“เอ่อ คือ ฮองเฮาทรงส่งคนมารับตัวเหรินซวงไปแล้วพะย่ะค่ะ” เหลียงกังกล่าว
“นี่เสด็จแม่ทรงยังคงไม่ยอมปล่อยเหรินซวงอีกอย่างนั้นหรือ” องค์รัชทายาทตรัส
“กระหม่อมจนปัญญา กระหม่อมมิอาจห้ามคนของฮองเฮาได้จริงๆ พะย่ะค่ะ” เหลียงกังรู้สึกผิด
“เราจะเข้าเฝ้าเสด็จแม่เดี๋ยวนี้ เป็นไงเป็นกัน ยังไงเราก็จะพาตัวเหรินซวงกลับตำหนักของเราให้จงได้” องค์รัชทายาททรงไม่ยอมอีกต่อไปแล้ว
“ระวังพระองค์ด้วยพะย่ะค่ะ” เหลียงกังเตือน
********************************************
ณ ตำหนักฮองเฮา
“กระหม่อมมารับตัวเหรินซวงกลับตำหนักพะย่ะค่ะ” องค์รัชทายาทตรัสวัตถุประสงค์
“ไม่ได้! เหรินซวงจะต้องอยู่ที่นี่” ฮองเฮาตรัสเสียงแข็ง
“ได้โปรดทรงอย่ากีดกันความรักของกระหม่อมอีกเลยนะพะย่ะค่ะ” องค์รัชทายาททรงขอร้อง
“เราเปล่าทำเช่นนั้นเสียหน่อย” ฮองเฮาตรัส
“ถ้าเช่นนั้นทรงกักตัวเหรินซวงไว้ทำไมกันพะย่ะค่ะ” องค์รัชทายาททรงไม่เข้าพระทัย
“นางจะต้องขัดตัว อาบน้ำแร่แช่น้ำนมเพื่อเตรียมเข้าสู่พิธีอภิเษกกับเจ้าในวันมะรืนนี้ไงล่ะ” ฮองเฮาทรงเผย
“ทรงยอมอนุญาตให้พวกเราเข้าพิธีอภิเษกแล้วหรือพะย่ะค่ะ” องค์รัชทายาททรงดีพระทัย
ฮองเฮาทรงพยักพระพักตร์
“ขอบพระทัยพะย่ะค่ะเสด็จแม่” องค์รัชทายาทตรัสด้วยความปลาบปลื้มพระทัยที่ฮองเฮาทรงยอมรับในตัวเหรินซวง
“เจ้าจงไปเตรียมตัวเถิด เพื่อให้เกียรติเหรินซวง เจ้าควรให้นางอยู่กับแม่เพื่อรักษาชื่อเสียงของนาง” ฮองเฮาตรัสแนะนำ
“ลูกทราบแล้วพะย่ะค่ะ” องค์รัชทายาททรงยอมฟัง
ผ่านไปไม่นานก็มีเสียงเล็ดลอดออกมา
“โอ๊ย! อย่าขัดแรงสิ เจ็บนะ” เหรินซวงบ่น
” มันเกิดอะไรขึ้นน่ะ” องค์รัชทายาททรงตกพระทัยที่ได้ยินเสียงคนรัก
“ลูกเข้าไปไม่ได้ เหรินซวงกำลังอาบน้ำอยู่” ฮองเฮาทรงเตือน
“แล้วทำไมถึงมีเสียงร้องของเหรินซวงล่ะพะย่ะค่ะ” องค์รัชทายาททรงเป็นห่วง
“นางกำนัลกำลังขัดตัวเหรินซวงอยู่น่ะสิ แม่ขอรับรองว่าเหรินซวงจะกลายเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดอย่างแน่นอน” ฮองเฮาตรัสยิ้มๆ
“ขอบพระทัยพะย่ะค่ะ” องค์รัชทายาทตรัสอย่างโล่งพระทัย
“ทำไมแช่ตัวหลายขนานจังเลย ตัวจะเปื่อยแล้วนะ” เหรินซวงบ่นอีก
“ดีนะ! ที่เหรินซวงได้ฝึกอบรมกิริยามารยาทในวังเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงจัดงานแต่งงานวันมะรืนได้ ไม่เช่นนั้นกว่าจะอบรมมารยาทใหม่เสร็จ คงอีกนานน่าดูกว่าจะได้จัดพิธีแต่งงาน” ฮองเฮาตรัส
“เอ่อ ลูกขอตัวกลับก่อนนะพะย่ะค่ะ ไม่เช่นนั้นลูกอาจเผลอตัวเข้าไปหาเหรินซวงในระหว่างที่นางแช่ตัวในอ่างน้ำ” องค์รัชทายาทตรัสด้วยความเขินเพราะทรงแอบจินตนาการไปไหนต่อไหนแล้ว
“รีบไปได้แล้ว แม่ไม่ทำเหรินซวงหายแน่นอน” ฮองเฮาตรัสและส่ายพระพักตร์ให้กับพระโอรส
********************************************
ณ พิธีอภิเษกครั้งที่สองขององค์รัชทายาทกับเหรินซวงที่จัดอยู่ในสวนอุทยาน
องค์รัชทายาทในฉลองพระองค์ชุดแดงทรงจับมือเหรินซวงในชุดเจ้าสาวและพากันเสด็จเข้าไปในท้องพระโรงพร้อมกัน
บัดนี้ทั้งสองกราบไหว้ฟ้าดินต่อหน้าพระพักตร์ของฝ่าบาทและฮองเฮาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ทว่าอยู่ดีๆ ก็มีชายชุดดำห้าคนบุกเข้าไปในท้องพระโรงอย่างอุกอาจ
“พวกเจ้าเป็นใครกันน่ะ และต้องการอะไร”