หลิ่วเย่ซีเกือบหลุดขำออกมา
เมื่อมองดูเจ้าหมอนี่ที่กำลังหน้าแตกอยู่ตรงหน้า ในใจของนางก็รู้สึกเหยียดหยามยิ่งนัก
ทั้งสายตาที่จ้องมองมาอย่างจาบจ้วง ไหนจะการวางท่าทำตัวเป็นผู้ดีนี่อีก ใครมองก็รู้ว่ามันเสแสร้งเพียงใด
หากเทียบหน้าตากันแล้ว เขายังห่างชั้นจากสง่าราศีของกู้หลานนัก กลับดูอ่อนแออ้อนแอ้นจนน่าขนลุกเสียด้วยซ้ำ
คนแบบนี้เอาความมั่นใจมาจากไหน ถึงกล้าเข้ามาทอดสะพานแก่ฝ่าบาทกัน?
อีกด้านหนึ่ง
หลังจากโดนตอกกลับมาจนเสียหน้า ทัวป๋าโม่ถึงกับยืนอึ้งไปร่วมสามลมหายใจ!
ในฐานะองค์ชายที่เติบโตมาในราชวงศ์ เพียบพร้อมด้วยสมบัติพัสถานและนางกำนัลมากมาย เขาไม่เคยถูกผู้หญิงปฏิเสธมาก่อนเลยในชีวิต!
สตรีคนใดที่กล้าปฏิเสธเขา โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะจบชีวิตลงในท้องของ ‘ผู้เฒ่าหลง’ ไปจนหมดสิ้น
ชายชราในชุดดำเห็นมู่อวี่เยียนแสดงสีหน้าเย็นชา จึงหันไปขอสัญญาณจากทัวป๋าโม่ หากเขาพยักหน้าเพียงนิดเดียว ทุกอย่างย่อมจบลงด้วยการลักพาตัวตามเคย
แต่ทว่าครั้งนี้ทัวป๋าโม่กลับโบกมือห้ามไว้ แล้วให้ชายชราถอยไปรอดูก่อน
เมื่อเผชิญกับโฉมงามระดับล่มเมือง ทัวป๋าโม่ไม่ได้บันดาลโทสะจนขาดสติเหมือนทุกครั้ง แต่กลับสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อข่มอารมณ์เอาไว้
‘รีบร้อนเกินไปย่อมไม่ได้กินเต้าหู้ร้อน... สตรีที่สูงส่งและเย็นชาเช่นนี้ หากค่อย ๆ พิชิตได้ย่อมสนุกกว่าเป็นไหน ๆ !’
ทัวป๋าโม่ปรับอารมณ์ให้เป็นปกติ แล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มพราย
“แม่นาง เหตุใดต้องใช้ถ้อยคำรุนแรงกับข้าเช่นนั้นเล่า ฐานะทางบ้านของข้าก็มั่งคั่งไม่เบา อีกทั้งยังไม่มีคู่ครอง หากแม่นางยังไม่มีชายใดในใจ...”
เขายังพูดไม่ทันจบ เสียงทรงพลังและหนักแน่นก็ขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน!
“ขอโทษที นางมีแล้ว!”
ทัวป๋าโม่รู้สึกไม่สบอารมณ์ จึงขมวดคิ้วมองไป
กู้หลานในชุดสีฟ้าเดินออกมาจากโรงเตี๊ยมด้วยท่าทางสง่างาม โดยมีลุงหยางและคนอื่น ๆ เดินตามมาติด ๆ ซึ่งสายตาที่พวกเขามองไปยังทัวป๋าโม่ ล้วนเต็มไปด้วยความไม่เป็นมิตรอย่างชัดเจน
“ให้ฮูหยินรอนาน เป็นความผิดของข้าเอง”
กู้หลานไม่ได้ปรายตามองทั้งสองคนนั้นเลยแม้แต่น้อย เขาเดินตรงเข้าไปหาสตรีตรงหน้าแล้วกล่าวด้วยความรู้สึกผิด
“ท่านพี่ ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะ”
มู่อวี่เยียนสีหน้าอ่อนลง แววตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน
เป็นเรื่องอัศจรรย์นัก กู้หลานเป็นเพียงปัญญาชนที่ดูธรรมดาสามัญ แต่ในยามนี้เขากลับมอบความรู้สึกปลอดภัยให้กับเซียนกระบี่อย่างนางได้อย่างน่าประหลาด
‘ไม่นึกเลยว่าจะต้องมาเจอบทละครแบบนี้ นี่คงเป็นความลำบากใจจากการที่ฮูหยินสวยเกินไปสินะ...’ กู้หลานคิดในใจพลางบังมู่อวี่เยียนไว้ด้านหลัง แล้วหันไปมองทัวป๋าโม่ช้า ๆ
เมื่อกู้หลานกวาดสายตามองไปที่ชายชราในชุดดำที่มีลักษณะโดดเด่น เขาก็ชะงักไปเล็กน้อย!
‘หืม? นี่ไม่ใช่ตาแก่ที่ใช้แส้ฟาดหลินลู่ที่หน้าโรงเตี๊ยมเมื่อไม่กี่วันก่อนหรอกหรือ?’
กู้หลานจำได้แม่นยำว่า ตอนที่เขาใช้วิชาดูดวงชะตาตรวจสอบคนทั้งสอง พวกเขาล้วนมีดวงชะตาเป็นตัวร้ายสีดำ
โชคชะตาสีดำ ดูน่าอัปมงคลยิ่งกว่าสีเทาเสียอีก…
‘นั่นหมายความว่า พวกเขาคือบันไดให้ตัวเอกในนิยายเหยียบย่ำเพื่อแสดงความเทพในอนาคตน่ะสิ’
เมื่อคิดได้ดังนั้น กู้หลานก็มองทั้งสองด้วยความรู้สึกสงสารขึ้นมาเล็กน้อย
แต่เมื่อบังเอิญมาเจอกัน กู้หลานย่อมไม่นิ่งเฉย เขาจึงตั้งจิตใช้วิชาดูดวงชะตาระดับเซียนที่อัปเกรดมาแล้วตรวจสอบอีกครั้ง
[โชคชะตา : สีดำ]
[ดวงชะตา : องค์ชายเก้าแห่งราชวงศ์ต้าอวี่ ไม่มีวาสนาต่อบัลลังก์มังกร แต่ใจไม่ยอมแพ้ สุดท้ายตายด้วยน้ำมือของบุตรแห่งโชคชะตาตอนก่อกบฏ]
[โชคชะตา : สีดำ]
[ดวงชะตา : ลูกนอกสมรสของเผ่าเจียวแห่งทะเลบูรพา ล่วงเกินจ้าวมังกรตั้งแต่เยาว์วัยจนถูกไล่ล่า ต้องอาศัยบารมีราชวงศ์ต้าอวี่ในการหลบซ่อน ทั้งยังกระหายเลือดและมักฆ่าคน จนท้ายที่สุดก็ตายไปพร้อมกับนายของมันด้วยน้ำมือของบุตรแห่งโชคชะตา]
...
ในขณะที่กู้หลานกำลังตรวจสอบทั้งคู่ ทัวป๋าโม่เองก็กำลังจับจ้องพวกเขาเช่นกัน
เมื่อเห็นมู่อวี่เยียนซบไหล่กู้หลานอย่างอ่อนโยน เขาก็รู้สึกเดือดดาล!
‘องค์ชายผู้สูงศักดิ์ยืนอยู่ตรงนี้ เหตุใดถึงไปเลือกคบหากับไอ้คนชั้นต่ำนั่นกัน!’
และเมื่อทัวป๋าโม่เห็นเงาร่างเบื้องหลังกู้หลาน...
เงาร่างระหงที่ยืนอยู่อย่างสงบเสงี่ยม ทำให้ดวงตาของเขาเป็นประกายสว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง!
หลินถานเอ๋อร์!
ด้วยความงดงามที่ชวนหลงใหล ทำให้ทัวป๋าโม่ที่เคยโกรธเกรี้ยวกลับรู้สึกกระวนกระวายใจขึ้นมา
เขากล้าพูดเลยว่า ความงามของหญิงสาวคนนี้ ในบรรดาสตรีทั้งหมดที่เขาเคยพบมา จัดอยู่ในสามอันดับแรกได้อย่างแน่นอน
ทัวป๋าโม่เห็นหลินถานเอ๋อร์ขยับตัวเข้าใกล้กู้หลานด้วยความหวาดระแวง เขาก็ยิ่งโกรธแค้น
“บัดซบ!”
ทัวป๋าโม่กำหมัดแน่น จ้องกู้หลานด้วยสายตาดุร้าย
ในตอนนั้น โต้วฝูสวมชุดขุนนางเดินออกมาจากโรงเตี๊ยมพร้อมกับกองทัพทหารยาม เมื่อเห็นคนกลุ่มนี้มีท่าทีคุกคาม โต้วฝูจึงสอบถามความจากหลิ่วเย่ซี ก่อนที่สีหน้าจะพลันเย็นชาลงทันควัน!
“เจ้าพวกคนแปลกหน้าเหล่านี้มาจากที่ใดกัน ถึงได้กล้ากระทำการอุกอาจกลางที่สาธารณะเช่นนี้! ยังเห็นหัวข้าอยู่ในสายตาบ้างไหม!”
โต้วฟูตะโกนสุดเสียง ส่งผลให้ชาวบ้านที่สัญจรไปมาพากันมามุงดูด้วยความสนใจ และเริ่มวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างเซ็งแซ่
“นั่นใครน่ะ? แล้วทำไมท่านเจ้าเมืองถึงโกรธขนาดนั้นกัน?”
“ก็ไอ้หน้าอ่อนคนนั้นจะมาทอดสะพานกับฮูหยินตระกูลกู้ แต่โดนปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย!”
“จิ๊ ๆ ! ดูหน้าตาเหมือนคนดี แต่จิตใจกลับหื่นกามขนาดนี้เลยรึ!”
“...”
ทัวป๋าโม่ “...??!!”
นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาถูกคนกลุ่มใหญ่รุมด่าว่า ‘หื่นกาม’
ทัวป๋าโม่กวาดสายตาเย็นชาไปรอบ ๆ ด้วยความรู้สึกอัดอั้นตันใจจนบอกไม่ถูก
หากเป็นเวลาปกติ เขาคงโบกมือสั่งฆ่าล้างโคตรชาวบ้านพวกนี้ให้สิ้นซากไปแล้ว
ทว่าท่ามกลางสายตาผู้คนมากมายเช่นนี้ เขาไม่กล้าให้ผู้เฒ่าหลงลงมือสังหารใครอย่างโจ่งแจ้งอีก!
เพราะหากตัวตนในฐานะองค์ชายแห่งต้าอวี่ของเขาถูกเปิดเผยขึ้นมาในยามนี้ ย่อมต้องเผชิญกับปัญหาที่ตามมาไม่จบไม่สิ้นแน่นอน!
อีกอย่าง ราชวงศ์ต้าอวี่ไม่ใช่เผ่าปีศาจ ที่จะกล้าฆ่าคนในแคว้นจิ้งอย่างไม่เกรงกลัว...
หากฆ่าคนกลุ่มนี้ไปตอนนี้ พวกเขาอาจจะหนีรอดไปได้ แต่ทหารม้าเหล็กแห่งหลางโจวย่อมไม่มีทางปล่อยให้พวกเขามีชีวิตรอดกลับไปเป็นแน่!
“พวกเรา ไป!”
ทัวป๋าโม่สูดลมหายใจเข้าลึก พลางจดจำภาพของกู้หลานไว้ในใจ จากนั้นจึงตวัดสายตามองทุกคนรอบข้างด้วยความอาฆาต ก่อนจะสั่งการด้วยน้ำเสียงเย็นชา
ชายชราชุดดำพยักหน้ารับคำ เตรียมจะพาเขาบินหนีไปจากที่นี่
ทว่าในตอนนั้นเอง เสียงทัดทานที่ฟังดูอ่อนโยนยิ่งนักก็ดังขึ้น
“องค์ชายทัวป๋า ท่านเจ้าเมืองเพิ่งจะสั่งให้ท่านอยู่ต่อ ท่านจะรีบไปไหนกันเล่า? อุตส่าห์เดินทางไกลมาจากต้าอวี่ ถือว่าเป็นแขกทางไกลเชียวนะ”
“อ้อ ใช่แล้ว ข้อสอบฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ ยากง่ายเพียงใดหรือ?”
ทุกคนหันไปมองตามเสียง
กู้หลานมองแผ่นหลังของทัวป๋าโม่พลางเอ่ยอย่างใจเย็น
คำพูดเพียงไม่กี่คำ แต่กลับเปรียบเสมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจของทัวป๋าโม่!
ฝีเท้าแข็งทื่อ!
สีหน้าแข็งค้างในชั่วพริบตา!
ส่วนผู้คนรอบข้างต่างพากันตกตะลึงและมึนงงกับสิ่งที่ได้ยิน
“คุณชายกู้พูดอะไรของเขาน่ะ บอกว่าคนผู้นี้เป็นองค์ชายแห่งราชวงศ์ต้าอวี่งั้นหรือ?”
“น่าจะใช่นะ... แต่องค์ชายแห่งต้าอวี่จะมาทำอะไรในแคว้นจิ้งเรา อีกทั้งยังมาเข้าสอบคัดเลือกขุนนางอีก?”
“...”
เมื่อมู่อวี่เยียนได้ยินเช่นนั้น ดวงตาสวยก็เบิกกว้างด้วยความตกตะลึง และจ้องเขม็งไปที่ทัวป๋าโม่!
คนอื่นอาจไม่รู้แผนการของราชวงศ์ต้าอวี่ แต่จักรพรรดินีผู้นี้รู้ดียิ่งกว่าใคร!