หยางจื่อราชันดาบพิชิตสวรรค์

    เรื่องราวของท่านปู่ของหยางจื่อ

            ไม่นานหลังจากที่ทัณฑ์สายฟ้าหยุดลงเจดีย์สีทองก็กลับเข้าไปในตัวของหยางเทียนอวี้ในตอนนั้นเองที่พลังอันไร้ที่สิ้นสุดของหยางเทียนอวี้ได้แผ่กระจายไปทั่วดินแดนเทวะทิศใต้ทำให้ผู้คนมากมายต้องสั่นสะท้านและรู้สึกยำเกรงต่อพลังนี้

            "ในที่สุดดินแดนเทวะทิศใต้ก็ปรากฏเซียนสวรรค์ออกมาเเล้ว"เหล่าผู้คนต่างก็กล่าวขึ้น

            ทางด้านชายชราและจินสุ่ยต่างก็มีใบหน้าที่ซีดขาวลงในตอนแรกพวกเขามีข้อได้เปรียบเพราะตระกูลจินมีเซียนสวรรค์อยู่ 1คนแต่ในตอนนี้ดูเหมือนพวกเขาจะไม่สามารถใช้ข้อได้เปรียบนี้ข่มขู่หยางจื่อได้เเล้ว

            "พวกท่านเข้าใจเเล้วหรือไม่" หยางจื่อกล่าว

            "พวกเรากลับกันเถอะนายน้อย" ชายชรากล่าวกับจินสุ่ย

            จินสุ่ยหันหน้ามาทางหยางจื่อแล้วแสดงสีหน้าเคลียดแค้นและเกลียดชังออกมา

            "ไว้เจอกันที่ในอีก 1 เดือนข้างหน้าเมื่อถึงเวลานั้นจะไม่มีใครเข้ามาขวางการต่อสู้ของเราได้"หยางจื่อกล่าวอย่างเย็นชา

            จินสุ่ยขมวดคิ้วแล้วใบหน้าซีดลงจินสุ่ยรู้ตัวดีว่าตนในตอนนี้ไม่ใช่คู่มือของหยางจื่อแม้แต่น้อยกระบวนท่าสุดท้ายของหยางจื่อนั้นมีพลังใการตัดที่เฉียบคมอย่างมากมันมากพอที่จะตัดร่างของจินสุ่ยให้ขาดเป็นสองท่อนได้อย่างง่ายดาย

            หลังจากที่จินสุ่ยเเล้วชายชราจากไปผู้คนจากวิหารจันทราก็พากันโห่ร้องดีใจ เพราะตั้งแต่ทั้งสองเข้ามาในวิหารจันทราพวกเขาก็เริ่มวางอำนาจและไม่เห็นใครอยู่ในสายตา

            "ขอบใจเจ้ามากที่มาช่วยข้าในครั้งนี้" จ้าวเสวี่ยกล่าว

            "ไม่เป็นไรพวกเราเป็นสหายกันไม่ใช่รึ"หยางจื่อกล่าวด้วยรอยยิ้ม

            จ้าวเสวี่ยอดที่จะร้องให้ออกมาไม่ได้นางรู้ดีว่านางและหยางจื่อไม่ได้สนิทกันมากเหมือนหลี่ซวงเหยียนและฉินหมิงเยี่ยในบรรดาคนทั้งหมด นางคือคนที่มีความใกล้ชิดกับหยางจื่อน้อยที่สุดนางหวาดกลัวอย่างมากและไม่มีใครสามารถช่วยนางได้แม้แต่ประมุขวิหารจันทราก็ไม่สามารถช่วยนางได้เพราะเหตุนั้นในตอนที่จินสุ่ยปรากฏตัวและต้องการนำตัวนางไป

            หลังจากปัญหาจบลงหยางจื่อก็กลับมาที่ตระกูลหยางเพื่อแสดงความยินดีกับหยางเทียนอวี้

            "ในตอนนี้ข้าเข้าใจเเล้วทำไมท่านปู่ของเจ้าถึงเลือกที่จะออกไปจากตระกูล"หยางเทียนอวี้กล่าวกับหยางจื่อ

            "เพราะอะไรงั้นหรือท่านพ่อ" หยางจื่อกล่าวด้วยความสงสัย

            "เพราะเมื่อทะลวงสู่ปราณเซียนสวรรค์เเล้วจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมหาศาลในการเติมเต็มช่องว่างในเจดีย์แต่ละชั้นและในตอนนั้นตระกูลหยางของเราอยู่ในช่วงขาดแคลนทรัพยากรอย่างมากท่านปู่ของเจ้าเลยเลือกที่จะออกไปจากตระกูลเพื่อแสวงหาทรัพยากรเพื่อเติมเต็มช่องว่างในเจดีย์ของท่าน"หยางเทียนอวี้กล่าว

            "ท่านปู่สร้างเจดีย์เซียนได้กี่ชั้น" หยางจื่อกล่าว

            "7 ชั้น ด้านพรสวรรค์ท่านปู่ของเจ้าเหนือกว่าข้า"หยางเทียนอวี้กล่าว

            หยางจื่ออดที่จะเเปลกใจไม่ได้ถ้าพรสวรรค์ของท่านปู่ของตนเหนือกว่าบิดา แต่ทำไมถึงไม่มีใครพูดถึงปู่ของตนบ้างเลยหยางเทียนอวี้ที่เห็นสีหน้าสงสัยของหยางจื่อก็กล่าวออกมา

            "ที่ท่านปู่ไม่เป็นที่รู้จจักมากนักเพราะท่านชอบทำตัวลึกลับไม่ชอบเป็นที่สนใจของใครในตอนที่ท่านทะลวงสู่ปราณเซียนสวรรค์ท่านก็เลือกสถานที่ซึ่งใกลจากตระกูลหยางอย่างมากจึงทำให้ไม่มีใครรู้ว่าเป็นปู่ของเจ้าและหลังจากที่ทะลวงระดับเสร็จปู่ของท่านก็ส่งข้อความมาบอกพ่อและหายตัวไปตั้งแต่ตอนนั้น"หยางเทียนอวี้กล่าว

            "ท่านว่าอย่างไรบ้าง" หยางจื่อกล่าว

            "ข้าจะไปยังโลกที่ท่านแม่ของเจ้าจากมา ท่านกล่าวว่าแบบนี้"หยางเทียนอวี้กล่าว

            "หืม โลกที่ท่านย่าจากมาแล้วมันอยู่ที่ใหนงั้นหรือ"หยางจื่อกล่าวด้วยความสงสัยเพราะดูเหมือนว่ายังมีหลายสิ่งที่เขายังไม่รู้

            "ตัวเจ้าในตอนนี้ยังไม่สมควรรู้ไว้เมื่อถึงเวลาข้าจะบอกกับเจ้า"หยางเทียนอวี้กล่าว

            หลังจากที่ได้ยินคำกล่าวของหยางเทียนอวี้หยางจื่อก็ไม่ได้ถามหยางเทียนอวี้อีกแต่กลับไปห้องของตนเเล้วถามหญิงสาวชุดขาวแทน

            "เฮ้อ สำหรับเจ้ามันยังเร็วเกินไปที่จะรู้ แต่ข้าจะบอกเจ้าสักเล็กน้อยก็ได้ในดินแดนเทวะที่เจ้าอยู่มันเป็นเพียงเศษซากของดินแดนแห่งทวยเทพจากยุคสมัยบรรพกาลในยุคบรรพกาลหลังจากที่ดินแดนแห่งทวยเทพแตกสลายและพังพินาศลง ดินแดนแห่งทวยเทพก็กระจัดกระจายกันออกไปในห้วงอวกาศที่กว้างใหญ่และดินแดนเทวะที่เจ้าอยู่ก็เป็นหนึ่งในเศษชิ้นส่วนของดินแห่งทวยเทพที่แท้จริงหญิงสาวชุดขาวกล่าวและมันไม่แปลกที่จะมีคนมาจากดินแดนอื่นเข้ามาในดินแดนเทวะแห่งนี้เหมือนกับย่าของเจ้า"

            "เรื่องราวมันเป็นแบบนี้เองงั้นหรือ จักรวาลนี้ชั่งกว้างใหญ่ยิ่งนักงั้นก็แสดงว่าในจักรวาลนี้ยังมีเศษชิ้นส่วนของดินแดนแห่งทวยเทพมากมายนับไม่ถ้วยและที่แห่งนั้นก็ยังมีสิ่งมีชีวิตที่ข้าไม่รู้จักอีกมากมายเลยสินะ"หยางจื่อกล่าวด้วยความตื่นเต้น

            "ตัวเจ้าในตอนนี้ควรที่จะมุ่งเน้นไปที่การประลองที่กำลังจะเกิดขึ้นจะดีกว่า"หญิงสาวชุดขาวกล่าว

            หยางจื่อพยักหน้าอย่างเห็นด้วยแล้วตั้งใจบ่มเพาะพลังต่อไปแลัวันเวลาก็ผ่านๆไปอย่างรวดเร็ววันประลองใกล้จะมาถึงผู้คนต่างก็เริ่มเดินทางไปยังสถานที่จะปะลองซึ่งคือดินแดนเทวะทิศเหนือในทันที

            ในตอนเดินทางหยางอวี้ได้บอกกล่าวกับหยางจื่อเกี่ยวกับกรหายตัวไปของจ้าวเสวี่ยและนางยังทิ้งจดหมายเอาไว้ให้หยางจื่อ

            "ข้าในตอนนี้ยังไม่คู่ควรจะยืนเคียงข้างเจ้าได้เพราะงั้นข้าจึงตัดสินใจที่จะออกไปยังสถานที่ซึ่งทำให้ข้าแข็งแกร่งขึ้นได้เพราะงั้นไม่จำเป็นต้องตามหาตัวข้าเพราะข้าได้จากดินแดนเทวะแห่งนี้ไปเเล้ว"

            หยางจื่ออ่านจดหมายของจ้าวเสวี่ยแล้วอดที่จะถอนหายใจไม่ได้หยางจื่อนั้นรับรู้ความรู้สึกที่จ้าวเสวี่ยและหลี่ซวงเหยียนมีต่อตนหญิงสาวที่งดงามมักจะหลังรักชายหนุ่มที่หล่อเหลาและแข็งแกร่งกล้าหาญแต่หยางจื่อนั้นมีทั้งมู่โหลวและโม่หงเย่ แต่ถึงกระนั้นตัวเขาก็แทบจะไม่ได้ใช้เวลาอยู่กับพวกนางเลยเพราะเขาในตอนนี้ยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะปกป้องพวกนางได้เขาจึงจะเป็นต้องแข็งแกร่งขึ้นให้เร็วที่สุด

            "เจ้าควรจะเปิดใจให้พวกนางบ้าง" หยางอวี้กล่าว

            "ไม่ใช่ข้าไม่เปิดใจใให้พวกนางเพียงแต่ข้าในตอนนี้ไม่มีความแข็งแกร่งพอที่จะปกป้องและดูแลนางได้รอจนกว่าข้าจะแข็งแกร่งขึ้นก่อนข้าจะออกตามหาตัวนางอย่างแน่นอน"หยางจื่อกล่าว

            ข่าวการหายตัวไปของจ้าวเสวี่ยได้ถูกส่งกลับไปยังโอวหยางสู่อย่างรวดเร็วทำให้โอวหยางสู่ต้องรู้สึกเศร้าแต่ด้วยคำกล่าวของหยางจื่อที่บอกว่านางนั้นอาจจะอยู่ในดินแดนที่สูงกว่าดินแดนเทวะก็ได้ก็ทำให้โอวหยางสู่ใจเย็นลงและกลับไปยังดินแดนเบื้องล่างเพื่อรอการกลับมาของจ้าวเสวี่ย

            ------------------------------------------------------------------------------------

            ​