***ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้เล็กน้อย
“ (ลงมือได้) ”
เอดีฟนี่ ให้สัญญาณกับลูกน้องทันทีที่ศัตรูเข้าสู่พื้นที่สังหาร
สารเหลวสีเขียว ณ ใจกลางป่าโปร่งของบึงมรกตเริ่มสั่นกระพือเป็นระลอกคลื่นสูง
เขือนดินที่ถูกสร้างอย่างพิถีพิถันเพื่อใช้เป็น [บ้าน] กำลังถูกพังทลายสิ้น
ทำลายมัน ด้วยฝีมือของเจ้าของบ้านที่สร้างมันเอง
บ้านที่ใช้เวลาตลอดทั้งชีวิตมา 50 ปี สร้างมันขึ้นมา
“ (ลาก่อน บ้านแสนรัก) ”
เอดีฟนี่กล่าวอำลาบ้านแสนรักทั้งน้ำตา
แต่เพราะว่าไม่มีดวงตาให้ร่ำไห้ เขาจึงทำได้แต่เพียงทนทุกข์ทรมานอยู่ในใจโดยไม่อาจจะระบายออกไปได้
ของเหลวสีเขียวเริ่มไหลบ่าผ่านรอยแยกของดินที่ถูกเปิดออก
จากรูเล็กถูกขยายออกเป็นรูขนาดใหญ่
จากรูขนาดใหญ่กลายเป็นช่องว่างที่เปิดกว้าง จนกระทั้งแนวเขือนดินยาวตลอดห้าสิบเมตรล้มคลืนพังทลาย
มหาซึนามิบกสีเขียวอันน่ากลัวเริ่มไหลบ่ากลืนกินผืนป่า ย้อมสีดำของผืนหญ้าด้ายดำ ย้อมสีน้ำตาลของผืนแผ่นดิน
ย้อมทุกสิ่งบนโลกให้กลายเป็นสีเขียวมรกตทอประกายแสงที่งดงาม
“ (อีกไม่นานน้ำคงเข้าท่วมพื้นที่จนทำให้พวกมันถูกจับแยกออกจากัน) ”
แผนเดิมของ เอดีฟนี่คือการล่อศัตรูออกมาจากค่ายให้อยู่ในที่ต่ำ แล้วใช้แผนน้ำหลากฆ่าทิ้ง
แต่กลายเป็นว่าศัตรูของเขาแบ่งกำลังพลออกมาไล่ฆ่าพวกเขาตั้งแต่เช้า เขาจึงเปลี่ยนแผนใช้น้ำหลากเพื่อจัดการเฉพาะกลุ่มที่แยกตัวออกมา แล้วใช้กำลังหลักเข้าโจมตีค่ายหลัก โดยเล็งไปที่คลังอาวุธแทน
เขาตั้งใจที่จะขโมยอาวุธของศัตรูมาใช้
ที่ค่ายหลักของศัตรู ค่ายร่วมเผ่าพันธ์ระหว่างผู้มาเยือนจากทวีปคริสตัล กับชนเผ่าท้องถิ่นเจ้าของดินแดนทวีปแห่งนี้
ตัวค่ายที่ถูกล้อมด้วยรั้วเลเซอร์ และมีเต็นท์ผ้าใบลายพรางกระจายไปทั่วแห่งนี้ กำลังจะถูกโจมตีโดย [เอดีฟนี่] จ่าฝูงของ [อะบอม]
“มารับงานเฝ้าค่ายมันน่าเบื่อจริง ๆ ว่าไหม B1”
“ใช่ ๆ รู้แบบนี้เอาเวลาไปสนับสนุนคนที่น่าจะกลายเป็นราชินีรุ่นถัดไปเหมือนคนอื่นยังจะดีซะกว่า B2”
เผ่ามนุษย์มดในชุดกองทัพเต็มยศกำลังยืนคุยกันอย่างออกรสอยู่หน้าเต็นท์เก็บอาวุธ
“พูดถึงราชินีรุ่นถัดไป… B2 แกคิดว่าใครจะขึ้นมาเป็นผู้นำพวกเรา? ”
“เห็นว่ามีข่าวลือจะรวมห้าอาณาจักรเข้าด้วยกันนี่? ดังนั้นตัวเต็งในตอนนี้คงเป็น [แฟต] นักเรียนรุ่นที่ 10 คนนั้นละมั้ง? เพราะเธอเป็นคนหัวใหม่ แถมยังได้รับความนิยมจากทุกคนเลยนะ”
“เราเองก็อยากให้เธอคนนั้นได้เป็นราชินีรุ่นถัดไปเหมือนกัน แต่เธอคนนั้นดูสนใจพ่อตัวเองมากกว่าตำแหน่งราชินีละมั้ง? อย่างว่า ท่านสเลบออกจะน่าหลง--- B2! ศัตรูบุก! ”
“รู้แล้ว B1!! ”
มดทหารสองนายต่างรีบชักดาบรังสีขึ้นมาถือเอาไว้ด้วยแขนทั้งสี่ข้าง
ดาบสี่เล่มกับมือสี่ข้าง อีกทั้งหนวดสัมผัสอันยอดเยี่ยมที่มีมาแต่กำเนิด จึงทำให้ศักยภาพของเผ่ามนุษย์มดนั้นโดดเด่นในการต่อสู้ยิ่งกว่าเผ่าไหน ๆ
ด้วยศักยภาพอันโดนเด่นนี้ เลยทำให้พวกเขาได้รับหน้าที่ในการเฝ้ายามคลังอาวุธที่แสนสำคัญ
พวกอะบอมเองก็ไม่คิดว่าพวกตนจะถูกพบตัวรวดเร็วขนาดนี้เช่นกัน
“อยู่ตรงเนินหินด้านหน้านะ B2! ”
“รีบแจ้งผู้อำนวยการ บานา เร็ว B1! ”
พวกเขารีบรับมือพร้อมกับแจ้งเตือนภัยออกไปอย่างรวดเร็ว
ดาบดำทั้งสี่เล่มในมือกับชุดเกราะเกล็ดหุ้มผิวที่สามารถเสริมพลังกายของทั้งสองคน ต่างเริ่มส่องประกายแสงสีฟ้า แล้วฟาดฟันใส่อะบอมที่อยู่ห่างออกไปหนึ่งร้อยเมตร
คลื่นดาบรังสีขนาดหนึ่งเมตรจำนวนแปดเส้น ได้ฝากเป็นรอยแผลทิ้งเอาไว้บนพื้นโลกพร้อมกับศพของพวกอะบอมจำนวนมาก
เมื่อถูกพบตัว พวกอะบอมจึงเลิกคิดที่จะซ่อนตัวอีกต่อไป
“...เยอะ!? ”
“จะมีมากไปแล้วนะเฟ้ย! ”
แต่ทว่าเมื่อได้ต่อสู้สักพัก พวกเขาจึงเริ่มตระหนักว่ากำลังถูกบุกด้วยจำนวนที่ยากเกินกว่าคนสองคนจะรับมือไหว
พวก อะบอม ที่บุกเข้ามานั้น มันถมทุกพื้นที่ตรงหน้าพวกเขา มีทุกตารางนิ้วจนแทบจะทำให้แผ่นดินกลายเป็นสีเขียวได้
พวกมันมาจากไหนกัน? มาตามทางน้ำใต้ดินเช่นนั้นหรือ?
พวกเขาสองคนไม่รู้ แต่รู้อย่างหนึ่งคือสถานการณ์เริ่มชักจะไม่เป็นใจให้กับพวกเขากันแล้ว
ศัตรูของพวกเขาสองคนบุกเข้าใส่อย่างไม่คิดชีวิต มีทั้งตัวที่วิ่งเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง กับตัวที่ใช้ก้อนหินปาโจมตีเข้าใส่อย่างน่ารำคาญ
ถึงแม้พวกเขาจะเหวี่ยงดาบฆ่าศัตรูได้ภายในดาบเดียว แต่พวกมันกลับใช้ชีวิตของพวกพ้องเป็นโล่ แล้วเคลื่อนตัวเข้ามาประชิดใกล้มากขึ้นเรื่อย ๆ
[โล่] ของพวกมันถูกทับถมหนาขึ้น หนาขึ้น หนาจนกระทั้งแสงจากดาบรังสีเริ่มมีพลังทำลายลดลง
พวกมันไม่มีความหวาดกลัว ไม่มีความหวั่นเกรง
พวกมันยอมสู้ถวายชีวิตเพื่อดินแดน
พวกมันยอมตาย ดีกว่ายอมให้ถูกรุกรานแล้วใช้ชีวิตอย่างอิจฉาริษยาอยู่ใต้บึงอันมืดมิดเหมือนแต่ก่อน
พวกมันยอมสู้ถวายหัวด้วยแนวคิดเช่นนั้น
“ชิบหาย! ถอนตัวด่วน B2! ”
“เห็นด้วย B1! ”
สุดท้ายมดทหารสองนายจึงต้องจำยอมหันหลังวิ่งหนีเพื่อรักษาชีวิต โดยทิ้งเต็นท์อาวุธไปทั้งแบบนั้น
ต่อให้มีชุดเกราะสุดล้ำสวมใส่ แต่ใช่ว่าจะไร้เทียมทาน
ถ้าหากถูกแทงเข้ารอยต่อตะเข็บของชุด ก็อาจทำให้บาดเจ็บได้
หรือถ้าหากถูกจำนวนที่มากกว่าทับถม พวกเขาก็มีสิทธิ์ที่จะขาดอากาศตายได้เช่นกัน
อีกอย่าง ฝ่ายตรงข้ามคือสัตว์ร้ายที่ใช้อาวุธไม่เป็น เมื่อพิจารณาถึงความเสี่ยงแล้ว พวกเขาเลยยอมที่จะทิ้งตำแหน่งเพื่อไปตามกำลังคนมาเพิ่ม
แต่พวกเขาคิดผิด
อะบอมพวกนี้ไม่ใช่สัตว์ที่โง่เขลา
“ (เอาอุปกรณ์ของมันมาให้เราเดียวนี้) ”
เอดีฟนี่ ที่เฝ้าดูอยู่ห่าง ๆ จากค่ายเริ่มสั่งการลูกน้องให้รีบขนอาวุธออกมาจากเต็นท์ให้มากที่สุด
พวกมันยืนเรียงกันเป็นแถวยาว แล้วขนถ่ายอาวุธสงครามออกมาด้วยการส่งต่อจากคนสู่คน
ด้วยวิธีนี้ จึงทำให้การข่นถ่ายอาวุธเป็นไปอย่างรวดเร็วมาก
“ (อืม… วิเศษมาก มันใช้งานยังไงนะ?) ”
เขาเริ่มสำรวจอาวุธรูปร่างคล้ายท่อเหล็กที่พึ่งถูกส่งมาถึง
ในตอนนั้นเองที่ตรงค่ายเริ่มมีเสียงปะทะดังขึ้นอีกครั้ง
“พะ… พวกมันกำลังขนอาวุธออกไปครับท่านบานา! ”
“เป็นไปไม่ได้! จะบอกว่าพวกสัตว์มันเล็งอาวุธอยู่เรอะ!? เรื่องบ้า ๆ แบบนี้… ทุกคน รีบหาที่กำบังด่วน! ”
บุรุษยักษ์ผมสีส้มเปลวเพลิงรีบสั่งการทันทีตามสัญชาตญาณของนักรบผู้เจนศึก
เพราะวินาทีนั้นเองที่มีการโจมตีพุ่งเข้ามาใส่ที่พวกเขา
เอดีฟนี่ ใช้ระยางตรวจสอบ [ปืนหัวรบจรวด] ที่ถูกส่งมา
เขาใช้เวลาตรวจสอบเพียงสามสิบวินาที ก็สามารถเข้าใจได้แล้วว่ามันใช้งานยังไง
ราวกับว่าตัวเองเคยถูกสอนวิธีใช้งานในสิ่งที่คล้ายกับมันมาก่อนหน้านี้
มันยกปืนขึ้นสูงด้วยระยาง แล้วเหนี่ยวไกโจมตีใส่กลุ่มนักรบของบานา
แต่เป็นโชคดีของบานาที่หนีไหวตัวเข้าที่กำบังได้ก่อน เลยทำให้ลูกน้องกับเขารอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด
เสียงระเบิดดังกึกก้อง กลิ่นของระเบิดและควันไฟ ได้ไปกระตุ้นให้ บานา หวนคิดถึงวันเก่า ๆ
หวนรำลึกถึง [นรก] ที่เรียกว่า [สนามรบ]
“ให้ตายสิฟะ! พวกมันใช้อาวุธเป็น! อย่าประมาทเด็ดขาด! ให้คิดว่านี่คือสงครามเต็มรูปแบบ! ”
บานากรีดเสียงดังก้อง ลุกขึ้นยืนจากที่กำบัง แล้วแทงอาวุธรังสีรูปแบบตรีศูลออกไปในอากาศตรงหน้า
เขาแทงรัวใส่อากาศอย่างรวดเร็ว จนเห็นแขนของเขาแยกออกเป็นสิบมือ
แสงเจิดจ้าทอประกายออกมาจากตรีศูลทั้งสิบเล่ม ก่อนจะกลายเป็นเส้นแสงสีฟ้าพุ่งออกไปโจมตีพร้อมกัน
เป้าหมายคือศัตรูที่อยู่ห่างออกไปไกลราวหนึ่งร้อยเมตร
แสงรังสีเข้าแผดเผาทั่วทุกตารางนิ้ว พุ่งทะลุต้นหญ้ากับไม้ใหญ่จนโค้นล้มเสียงดังกังวาล เหลือแต่เพียงผิวดินกับโคนต้นสีแดงร้อนระอุที่ถูกตัดออก
การโจมตีอันรุนแรงเข้าปะทะกับเป้าหมายภายในหนึ่งวินาทีหลังจากที่เขายิงโจมตีออกไป
แต่การโจมตีของเขาพลาดเป้าไปอย่างน่าเสียดาย
“ (เกือบตายแล้วไง… คิดถูกที่ย้ายตำแหน่งทันทีที่โจมตีออกไป… เจ้าตัวมีเขาตัวนั้น… ไม่เลวเลย...เป็นความสามารถที่น่ารังเกียจมาก... สงสัยคงเป็นจ่าฝูงของพวกมันสินะ?) ”
เอดีฟนี่ รู้สึกชื่นชมและริษยาในความเก่งกาจของบานา ก่อนจะเริ่มยิงกระสุนจรวดลูกที่สองออกไป
ระเบิดได้ดังกึกก้องขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเกิดเปลวไฟปะทุและกลุ่มควันลอยคลุ้ง
“อ๊ากกก!? ”
มีร่างของเผ่ายักษ์กลุ่มหนึ่งกำลังถูกแผดเผาจากแรงระเบิดเมื่อกี้
แขนขาของพวกเขาถูกแรงระเบิดฉีกกระฉากออกจากร่าง ใบหน้าถูกความร้อนเผาไหม้จนมิอาจแยกได้ว่าใครเป็นใคร
แน่นอนว่าไม่ใช่ บานา เพราะเขาสามารถไหวตัวแล้วหลบเข้าที่กำบังได้ทันก่อน
แต่กลิ่นไขมันไหม้ที่ลอยมาแตะจมูกเขานั้น ทำให้เขารับรู้ว่ามีลูกน้องของตนเองถูกโจมตี
“ละ… ลูกข้า! ”
ซึ่งหนึ่งในนั้นมีลูกชายของเขาสามคนรวมอยู่ด้วย…
“ระ… รีบพาพวกเขาไปปฐมพยาบาลเดียวนี้! ใครที่ไม่มีประสบการณ์ ให้ถอยไปแนวหลังซะ! ”
บานาเก็บซ่อนความตื่นตระหนกเพราะเห็นลูกชายบาดเจ็บเอาไว้ในใจ
เขาขบฟันบนกับล่างเข้าหากันจนเลือดไหลกลบริมฝีปากตัวเอง
“ไอพวกสัตว์ระยำ! ”
ก่อนจะกรีดร้องด้วยเสียงคำครามกู่ก้องอย่างบ้าคลั่ง
เสียงคำรามของเขาดังไปไกลทั่วทั้งทวีป
ดังสั่นสะท้านจนทำให้ผิวของต้นไม้ใหญ่แตกกระจายออก
ดังจนพวกอะบอมที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ ต้องหยุดนิ่งและตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวราวกับหนูที่ถูกอสรพิษจับจ้อง
แต่เสียงคำรามของเขาไม่อาจให้ได้ผลกับจ่าฝูงของพวกมัน
“ (-----------------------! ให้ทุกคนกระจายกำลัง และดูวิธีใช้อุปกรณ์จากเราซะ ถ้าใครคิดว่าใช้เป็นแล้ว จงหยิบอุปกรณ์ขึ้นมาโจมตีพวกมันซะ!) ”
เอดีฟนี่ แผ่คลื่นรังสีที่ทำให้รู้สึกปวดหัวไปหาลูกน้องของเขาเพื่อเรียกสติกลับมา แล้วสั่งการลูกน้องของพวกมัน
เขายิงกระสุนจรวดนัดสุดท้ายที่ยึดมาได้ แล้วเปลี่ยนตำแหน่งไปพร้อมกับหยิบอาวุธชิ้นใหม่ที่เรียกว่า [ปืนกล M16] มาใช้แทน
“หน่อย! ยิงได้ยิงดีนักนะ! ”
บานารีดสมาธิของตัวเองออกมาทั้งหมด จับจ้องไปที่กระสุนจรวดซึ่งกำลังพุ่งตรงมาทางเหล่าลูก ๆ ที่น่ารักของเขาอีกกลุ่ม
จะไม่ยอมให้ลูกของข้าต้องได้รับบาดเจ็บไปมากกว่านี้อีกแล้ว!
ในวินาทีนั้นเองที่ภาพรอบตัวของเขาได้ถูกหยุดเวลาเอาไว้
ราวกับว่า [เซลล์] ในร่างกายกำลังตอบรับคำปราถนาที่จะปกป้องลูกเอาไว้ของเขา เลยทำให้เขาทำเรื่องอันน่าเหลือเชื่อขึ้นมาได้
เขาใช้ตรีศูลในมือขวายิงรังสีความร้อนโจมตีใส่หัวจรวดของศัตรูจนระเบิดแตกออกใจกลางอากาศ
ทำลายกระสุนหัวจรวดที่มีความเร็วระดับ 120 เมตรต่อวินาทีได้สำเร็จราวกับปาฏิหาริย์
“พวกแกหนีไป ที่นี่ข้าจะรับมือเอง! ”
วีรบุรุษแห่งเผ่ายักษ์มิใช่ชื่อที่มีเอาไว้เพื่อโอ้อวดหรือประดับตน
นี่ละคือ [บานา] ยอดวีรบุรุษแห่งเผ่ายักษ์
กลับมาสู่ปัจจุบัน
***แม่สาวนมติดลบ [ลิลลี่ออฟซิเดียน]
“ไอพวกระยำ! ”
“เหวอ!? ”
ฉันไม่เคยเห็นผู้อำนวยการ คอร์น โกรธเป็นฟืนเป็นไฟแบบนี้มาก่อน
เขากระโจนจากโขดหินลงสู่ผิวน้ำสีเขียวอันเชี่ยวกรากที่สูงราวเอวของเขา วิ่งผ่ากระแสคลื่น มุ่งหน้าตรงไปหากลุ่มนักเรียนที่โดนโจมตีเมื่อกี้ราวกับวัวคลั่ง
"ผู้อำนวยการค่ะ ระวังด้วยค่ะ! "
"!! "
ราวกับว่าพวกมันกำลังรอจังหวะนี้อยู่
อะบอมจำนวนห้าตัวรุมโจมตีใส่ผู้อำนวยการพร้อมกัน
ระยางสีเขียวจำนวนมากเข้ารัดแขนกับขาของเขาจากทั้งสี่ทิศทาง
"ท่านผอ.! "
"อาจารย์คอร์น! "
นักเรียนหลายคนกรีดเสียงดังขึ้นด้วยความตกใจ
ฉันรีบเตรียมร่ายพลังภูติ โดยมีเป้าหมายที่การแช่แข็งผิวน้ำรอบตัว ผอ.
แต่ก่อนที่ฉันจะได้ทันลงมือทำอะไรลงไป---
"ไม่จำเป็นต้องช่วย! "
เขาคำรามลั่น
"คิดจะดูถูกข้าคนนี้อย่างงั้นหรือเจ้าพวกสวะ! "
ผ้าคลุมที่ปกปิดใบหน้าของเขาถูกกระแสลมพัดปลิวจนเผยให้เห็นใบหน้าที่ปิดซ่อนเอาไว้
ใบหน้าของเขาเหมือนกับซากศพเน่า
เป็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยหนองกับเชื้อราบนบาดแผลจำนวนมากที่ปรากฏบนผิวหนังของเขา
"ข้าคืออดีตหนึ่งในสิบขุนนางแห่งยักษาผู้ยิ่งใหญ่! อย่าริอาจคิดว่าขยะอย่างพวกแกจะมาหยุดข้าได้! ข้าคนนี้จะไม่ยอมให้แกแย่งเอาชีวิตของลูกศิษย์ไปจากข้าได้อีกเป็นอันขาด! "
ผู้อำนวยการว่าเช่นนั้น แล้วกระชากแขนขวาของตัวเองให้หลุดจากพันธนาการ ก่อนจะหยิบยาสมุนไพรกำหนึ่งป้อนเข้าไปในปากของตัวเขาเอง
“โอ๊วววววววววววว! ”
นะ.. น่ากลัว… ดอง...
ราวกับมีมังกรตัวใหญ่กำลังโหมปีกกระพืออย่างรุนแรง
กล้ามเนื้อของเขาพองโตขึ้นสองเท่าหลังจากที่ทานยาทรงกลมประหลาดเมื่อกี้เข้าไป
เขาใช้ร่างกายกับแขนที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ รวบระยางทั้งหมดที่รัดตัวเขา แล้วเหวี่ยง อะบอม ขนาดมากกว่าสิบเมตร จำนนวนห้าตัวขึ้นมาจากใต้ผิวน้ำพร้อมกัน
เขาหมุนตัว ใช้อะบอมทั้งห้าเหวี่ยงไปรอบ ๆ ราวกับเล่นเหวี้ยงจักร ใช้พวกมันกวาดพื้นที่ผิวน้ำตรงหน้าจนราบเป็นหน้ากอง
แม้แต่คลื่นน้ำป่าที่รุนแรง ยังต้องยอมสยบศิโรราบให้กับพละกำลังของเขา
"ไปตายซะ! "
ผอ. คอร์นคำรามลั่น พร้อมกับที่เมือกสีเขียวทั้งห้าปลิวหายไปในท้องฟ้ากว้าง
สุดยอด…
ฉันไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า ผอ. คอร์นจะเป็นสายบู้ขนาดนี้ด้วยเช่นกัน
ผอ. วิ่งตรงไปหานักเรียนที่โดนโจมตี แล้วก้มตัวดูสภาพของพวกเขา
"เสียชีวิตแล้ว…"
ก่อนจะตามมาด้วยเสียงพึมพำที่แสนเศร้า
"... นักเรียนทุกนายตั้งแนวป้องกัน! ตอนนี้น้ำเริ่มนิ่งแล้ว พวกเราจะกลับค่ายกัน รบกวนท่านแครอท ฮอร์เนส กับเหล่านักรบแห่งชนเผ่าท้องถิ่นช่วยคุ้มครองพวกนักเรียนด้วย! "
“…”
ตอนนี้ฉันคงยังช็อคไม่หายที่ได้เห็นเพื่อนร่วมชั้นตายต่อหน้า
แต่ ผอ. คอร์นกลับสามารถก้าวข้ามการตายของนักเรียน แล้วกลับมาสั่งการต่อได้ทันทีอย่างรวดเร็ว
ฉันยังอ่อนหัดนัก…
"ดอง! "
ฉันตบหน้าตัวเองเพื่อเรียกสติให้กลับมา
ตัวฉันเคยผ่านประสบการณ์เจียนตายมาแล้วถึงสี่ครั้งไม่ใช่หรือยังไงดอง!
จะมาทำตัวอ่อนแอแบบนี้ไม่ได้นะดอง!
ในตอนนั้นเองที่ฉันสังเกตุเห็นบางอย่าง
ทำไม ผอ. คอร์นถึงจ้องมาทางด้วยสายตาที่โกรธแค้นแบบนั้นละดอง?
"โนอาร์! เจ้าก็ด้วย อย่าคิดว่าทำสัญญานั้นแล้ว พวกเราจะ--"
"ท่านคอร์น เก็บอารมณ์หน่อย! อยากให้เป็นปัญหาระดับชาติหรือยังไง! "
แครอท หรือแม่ของพรุนรีบตะโกนกลบเสียงของ ผอ. คอร์น จนมิด
โนอาร์? สัญญา?
พวกผู้ใหญ่มีไปสัญญาอะไรกับโนอาร์เอาไว้หรือดอง?
"... นักเรียนทุกคน เคลื่อนทัพ! ให้แผนกการทหารอยู่แนวหน้าสุด แผนกเวทมนตร์ตามหลัง แผนกอื่น ๆ เฝ้าระวัง ปฏิบัติ! "
ผอ. คอร์น ดูเหมือนกำลังกล้ำกลืนบางอย่างลงคอ ก่อนจะเริ่มหันไปสั่งการนักเรียนต่ออีกครั้ง
พวกเราเริ่มจัดขบวนทัพเพื่อเตรียมกลับไปค่ายหลักที่มีเสียงการต่อสู้ดังลั่นไปทั่วป่า
เหมือนจะได้ยินเสียงตะโกนคำรามของ ผอ. บานา ด้วย
ในตอนนั้นเองที่มีเรื่องน่าแปลกใจเกิดขึ้นอีกครั้ง
“งั้นให้ข้าคุมแถวนี้แล้วกัน”
“ไม่จำเป็นค่ะ… ทำแบบนี้มันจะเด่นกว่าเก่านะคะ”
“มันเป็นคำขอร้องจากแม่เจ้านะแฟต”
“...”
ศะ… ศาสตราจารย์ ฮอเนส? ยอดบุรุษนักรบจากเผ่ามนุษย์มด ศาสตราจารย์แห่งวิชาการต่อสู้ ชายผู้ที่ได้ชื่อว่าเกง่กาจเทียบเท่ากับ ผอ. บานา จะมายืนเฝ้าประจำจุดที่พวกเรายืนอยู่ด้วยละดอง!
ท่ามกลางนักเรียนจำนวนมาก ทำไมถึงต้องเจาะจงมาเป็นตรงนี้ด้วยละดอง?
แถมยังบทสนทนาที่ชวนให้คิดระหว่างแฟตกับเขาอีก...
รู้สึกไม่ดีเลยดอง...
เอานักเรียนมาออกนอกสถานที่ในสถานอันตรายจนมีคนเสียชีวิต
อาการของ ผอ. บานาที่ดูไม่พอใจกับการมาออกค่ายครั้งนี้
ปฏิกิริยาของ ผอ. คอร์นที่มีต่อโนอาร์หลังจากที่นักเรียนถูกฆ่า
คำพูดของศาสตราจารย์ ฮอเนส กับ แฟต
เรื่องทั้งหมดนี้มันต้องมีเงื่อนงำที่เกี่ยวข้องกันบางอย่างแน่ ๆ ดอง...
แต่ตอนนี้กระแสน้ำป่าได้หยุดไหลแล้ว
พื้นที่ทุกตารางนิ้วกำลังถูกถมไปด้วยน้ำสีเขียวมรกต
เป็นน้ำสีเขียวมรกตที่เต็มไปด้วยดอกบัวเฮเดส กับ อะบอม กระจายตัวไปทั่ว
หนึ่งพัน หนึ่งหมื่น หรืออาจจะมีมากกว่านั้น พวกเราคงไม่รู้
ดังนั้นคำถามเหล่านั้นคงต้องเก็บเอาไว้ในใจไปก่อน
เพราะที่สำคัญในเวลานี้
"ห้ามทุกคนประมาทเด็ดขาด! "
คือพวกเราจะประมาทไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ดอง...