"นี่มันอะไรกัน? ที่นี่มันที่ไหน นี่มันใช้ป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวของข้าจริงๆ เหรอ" นายป้อมใหญ่ถางอี้กลับมาพร้อมขบวนยาว หลังเขาใช้เวลาไปเกือบปี เพื่อที่จะเตรียมลู่ทางไปสู่การลงหลักปักฐานที่อาณาจักรชั้นสอง
เหอหมิ่นนักรบอาวุโสก็เช่นเดียวกัน เมื่อประตูของป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวเปิดอ้า พวกเขารู้สึกราวกับว่าไม่ได้กลับมาที่บ้านของตัวเอง
กลิ่นอายพลังธรรมชาติที่หนาแน่นอย่างแปลกๆ มันให้ความรู้สึกดียิ่งกว่าตอนไปอยู่ในเมืองหลวงของอาณาจักรชั้นสองอีก ทำไม...จึงเป็นเช่นนี้กันนะ
นอกจากนั้นที่ที่พวกเขาควรจะเห็นแต่เหล่าชายกักขฬะอาศัยอยู่
เช่น คนขุดเหมือง นักรบเดนตาย นายช่างหลอมที่มีความรู้สึกกลัดมัน ที่เมื่อถึงเวลาว่าง พวกเขาจะใช้เวลาหมดไปกับการถ่มถุยน้ำลายใส่กัน ดื่มสุรา และมั่วสุมกันที่โรงชำเราโสเภณีชั่วคราวที่สร้างขึ้นใกล้กำแพงเมือง
ซึ่งที่นี่จะเชิญเหล่าโสเภณีจากที่หมู่บ้านต่างๆ รอบๆ ป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวมาแก้ความกระหายของบุรุษ
แต่ตอนนี้ที่นี่ดูเปลี่ยนไป เมื่อเดินเข้าไปผ่านประตูใหญ่ของป้อมปราการ พวกเขาเห็นหญิงสาวแรกรุ่นที่ไม่ได้แต่งหน้ามากนัก ในชุดเสื้อผ้าแปลกตาแต่ดูเรียบร้อย ไม่ดูเหมือนว่าจะมีใครที่จัดจ้านและเป็นโสเภณีเลย หญิงสาวเหล่านี้เดินผ่านไปมากันหลายสิบคน นอกจากนั้นยังมีเด็กชายและเด็กหญิงอีกจำนวนมาก พวกเขาวิ่งเล่นกันไปมาอย่างมีความสุข
ที่นี่กลายเป็นสถานสงเคราะห์ หรือโรงเรียนสำหรับเด็กๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่
แล้วร้านสุราที่ทุกคนเมาหัวราน้ำกันมันหายไปไหน นายป้อมถางอี้แปลกใจเหลือเกิน
แต่สิ่งที่แปลกใจที่สุดคือ นี่ใช่ป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวที่เขาเคยรู้จักจริงๆ รึเปล่า ทำไมเขาจึงเห็นเด็กชายหญิงมากมายขนาดนี้ และเหล่าชายกักขฬะของเขามันหายหัวไปไหนกันจนหมด
"ท่านพ่อ..." เสียงชายหนุ่มที่แสนน่าฟังดังไกล เสียงนี่ทุ่มต่ำกำลังดีนี้ ทำให้เหล่าหญิงสาวเดาได้ทันทีว่า เจ้าของเสียงต้องเป็นหนุ่มหล่อรูปงามมากแน่ๆ
ถางเทียนเจี๋ยตะโกนกู่ร้อง พร้อมกระโดดจากปราสาทหลังใหญ่เพียงหนึ่งออกมา ก่อนจะกระโดดผ่านอาคารบ้านเรือนหลังแล้วหลังเล่าอย่างรวดเร็ว
สายตาของนายป้อมถางอี้มองระยะกระโดดและความรวดเร็วของถางเทียนเจี๋ยผู้เป็นลูกชายอย่างตกตะลึง มันเร็วมาก
และเมื่อถางเทียนเจี๋ยกระโดดมาตรงหน้านายป้อมถางอี้ ไอปราณพลังที่ระอุออกมาจากร่างที่เป็นสีแดงจางๆ ที่มีไอร้อนปะทุ ทำให้ตัวเขาและอาวุโสเหอหมิ่นรับรู้ได้ในทันทีว่า... ตอนนี้... ถางเทียนเจี๋ยเขาได้บรรลุสู่ขอบเขต 'เปลี่ยนเลือด' ในผู้ฝึกปราณพลังแล้ว
"เจ้ากลายเป็นผู้ฝึกปราณพลังขอบเขตเปลี่ยนเลือดแล้ว"
ถางเทียนเจี๋ยยิ้มก่อนตอบว่า 'ใช่ขอรับท่านพ่อ'
ดวงตาของนายป้อมถางอี้มีความสุขอย่างไม่ต้องปิดบัง อาวุโสเหอหมิ่นที่อยู่ข้างๆ เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะยิ้ม ถางเทียนเจี๋ยคืออัจฉริยะ แต่เหอหมิ่นเขาก็ไม่คิดว่าถางเทียนเจี๋ยจะทำสำเร็จในเร็ววัน เขาคิดว่าถางเทียนเจี๋ยอาจจะต้องใช้เวลาอีกสามหรือสี่ปีเป็นอย่างน้อย เพราะช่วงเวลาในการจะบรรลุสู่ขอบเขตการเปลี่ยนเลือดนั้นไม่ง่าย นอกจากการใช้ตัวยาช่วยกระตุ้น แต่สภาวะร่างกายและจิตใจต้องพรั่งพร้อม แต่ถางเทียนเจี๋ยกับทำสำเร็จในอายุเพียงเท่านี้ ก่อน 25 ปี
แม้ในอาณาจักรชั้นสามสิ่งนี้ก็ยังนับว่ารวดเร็วมาก
ตอนนี้อย่างน้อยๆ ถางเทียนเจี๋ยชายหนุ่มคนนี้ เขาจะมีช่วงอายุอย่างน้อย 150 ปี
"เด็กตัวน้อยที่ข้าฝึกฝนในอดีต ตอนนี้เจ้าก้าวไปข้างหน้าไกลเกินกว่าที่ข้าคาดหวังไปมากแล้ว"
ถางเทียนเจี๋ยได้ยินสิ่งที่ผู้อาวุโสเหอหมิ่นพูด แต่เขาไม่ได้เย่อหยิ่ง สำหรับเขาผู้อาวุโสเหอหมิ่นยังเป็นอาจารย์ที่น่าเคารพของเขาอยู่เช่นเดิม แม้เหอหมิ่นจะเป็นผู้ติดอยู่ในขอบเขต 'สร้างปราณ' และไม่อาจจะบรรลุได้ไปมากกว่านี้
นั่นไม่ใช่เพราะว่าอาวุโสเหอหมิ่นไร้ศักยภาพ แต่ด้วยในอดีตร่างกายของอาวุโสเหอหมิ่นและเจียตัวเกิดเรื่องร้ายแรงบางอย่างขึ้น
ทำให้ศักยภาพของเขาไม่อาจจะพัฒนาต่อได้ โดยเฉพาะเจียตัวเส้นลมปราณทั้งร่างของเขาเสียหายโดยสมบูรณ์ ในฐานะนักรบเขาคือชายที่พิการ แต่ถึงอย่างนั้นทั้งสอง ทั้งเหอหมิ่นกับเจียตัว พวกเขาที่มีร่างกายไม่สมบูรณ์ กับเอาชนะนักรบที่เหนือกว่าตัวเองด้านศักยภาพได้เกือบทั้งหมดในหนึ่งขอบเขตใหญ่
โดยเฉพาะเจียตัวที่อยู่ในขอบเขตก่อร่าง เพราะร่างกายไร้ช่องลมปราณ แต่เขาแข็งแกร่งและเอาชนะคนอื่นๆ ที่เหนือกว่าได้อย่างสมบูรณ์แบบ และใช้เพียงร่างกายที่แข็งแกร่งโดยไร้ปราณพลังเท่านั้น
นี่ทำให้ถางเทียนเจี๋ยเมื่ออยู่ต่อหน้าเหอหมิ่นและเจียตัว ไม่ว่าเก่งแค่ไหน เขาก็รู้สึกว่าตัวเองยังเป็นคนธรรมดา เมื่ออยู่ต่อหน้าชายทั้งสอง
ถางเทียนเจี๋ยส่ายหน้า เขาพูดว่าแม้เขาจะบรรลุสู่ขอบเขตเปลี่ยนเลือดแล้ว แต่เขาไม่ใช่อัจฉริยะ ตอนนี้คนที่ควรถูกเรียกว่าอัจฉริยะ ไม่สิถางเทียนเจี๋ยส่ายหน้า ก่อนจะรีบเปลี่ยนคำพูดของตัวเอง และเขาเลือกใช้คำว่า 'ปีศาจ' แทน
"ท่านพ่อ ท่านอาวุโสเหอหมิ่น ตอนนี้ในป้อมปราการของพวกเรามีปีศาจ และปีศาจตนนี้ทำให้ที่นี่เปลี่ยนไปมากมาย"
"ปีศาจ... เจ้าหมายถึงอะไรเทียนเจี๋ย อะไรคือปีศาจ" นายป้อมใหญ่ถางอี้ถามถางเทียนเจี๋ยอย่างงงงัน
ถางเทียนเจี๋ยหัวเราะ ก่อนเขาจะเริ่มอธิบายถึงปีศาจตนนี้ ปีศาจที่ชื่อ 'เซี่ยซีหาน'
"ข้าหวังว่าท่านพ่อและท่านอาวุโสเหอหมิ่นได้ยินแล้วอย่าตกใจไป ช่วงระยะเวลาที่ท่านไม่อยู่ ที่นี่เกิดเรื่องมากมาย แต่ในเรื่องที่น่าตกใจที่สุด ข้าอยากบอกพวกท่านว่า... 'กองกำลังหมาล่าเนื้อ' ไม่มีอยู่อีกต่อไปแล้ว พวกเราทำลายมันสิ้น พวกมันตายทั้งหมดโดยที่ไม่มีใครรอดแม้สักคน โดยจุดเริ่มต้นมาจากการที่พวกมันมาหาเรื่องพวกเรา"
คำพูดของถางเทียนเจี๋ยทำให้ถางอี้และเหอหมิ่นตกใจยิ่งกว่ารู้ว่าถางเทียนเจี๋ยบรรลุสู่ขอบเขตเปลี่ยนเลือดเสียอีก
เป็นที่รู้กันว่ากองกำลังหมาล่าเนื้อแข็งแกร่งขนาดไหน
พวกเขาสามารถแม้แต่ทำให้อาณาจักรไม้หมื่นกิ่งต้องปวดหัว และไม่กล้าส่งกำลังมาปราบอย่างจริงจัง แต่ต้องใช้การเจรจาแทน
นั่นเพราะหัวหน้ากองกำลังคือ 'ติงฉี' ชายผู้แข็งแกร่งที่เป็นทั้งนักรบขอบเขตเปลี่ยนเลือดและว่าที่ผู้วิเศษที่แท้จริง มันยากมากที่จะมีผู้เดินบทเส้นทางสองสายและทำได้แบบนี้ในอาณาจักรระดับต่ำ นอกจากนั้นยังไม่ต้องนับเหล่าลูกน้องที่อยู่ใต้อำนาจของชายผู้นี้ มันมีมากกว่าสามพันคน และในนั้นต่างมีศักยภาพนักรบหนึ่งดาบเป็นอย่างน้อย ไม่นับรวมว่ามีนักรบสามดาบในกองกำลังอีกนับร้อยคน
ต่อให้ติงฉีไม่ลงมือ แค่คนของเขาก็ทำให้ทุกคนหวาดกลัวได้
แต่ถางเทียนเจี๋ยกับบอกว่า 'กองกำลังหมาล่าเนื้อ' ไม่มีอยู่อีกต่อไป มันยากที่จะเชื่อ
ถางเทียนเจี๋ยเดินนำทั้งสองและคณะ ก่อนจะเริ่มเล่าเรื่องราวอันยิ่งใหญ่ที่น่าตื่นตาตื่นใจตลอดหลายเดือนให้ทั้งสองคนฟัง
...
!!!ตู้ม เสียงระเบิดดังจากด้านบนเทือกเขา เสียงดังไกลๆ นี่เป็นสิ่งที่คุ้นเคยของคนที่อยู่ที่นี่เสียแล้ว
ในปราสาทที่มีเพียงหนึ่งของป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาว ตอนนี้เริ่มค่ำแล้ว และเป็นช่วงเวลาอาหาร เหอหมิ่นและนายป้อมถางอี้นั่งรับประทานอาหารร่วมกับถางเทียนเจี๋ย ที่ตอนนี้ก็ยังนั่งเล่าเรื่องราวอันยืดยาวไม่จบเสียที
นั่นเพราะในระหว่างพูดคุยทั้งนายป้อมถางอี้และอาวุโสเหอหมิ่นมีข้อสักถามมากมาย
อาวุโสเหอหมิ่นถอนหายใจดัง ก่อนจะเหล่สายตาขึ้นบน ณ ที่ตรงนี้ที่เขากินอาหาร เขาได้ยินเสียงระเบิดดังอีกแล้ว แม้มันจะไม่ดังมากนัก แต่เขาก็รับรู้ได้ ทำให้เขาต้องบ่นเล็กๆ
"เจ้าเด็กน้อยเซี่ยซีหานกลายเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุจริงๆ งั้นเหรอเนี่ย แถมเขายังได้นิสัยบ้าของเคอซวนมาอีก ข้ารู้สึกว่าตัวข้าต้องใช้เวลาปรับตัวกับเสียงระเบิดที่ดังเป็นระยะระยะเหล่านี้สักพัก เทียนเจี๋ยเจ้าบอกว่าที่นี่จะเกิดการระเบิดทุกๆ 400 ถึง 500 อึดใจใช่หรือไม่"
ถางเทียนเจี๋ยหัวเราะก่อนจะรีบตอบกลับเร็ว
"ใช่ขอรับ เจ้าเด็กน้อยเซี่ยซีหาน เขาเป็นคนที่บ้าจริงๆ เขาสามารถทำสิ่งที่อัศจรรย์ที่ไม่คาดคิดได้มากมาย"
"ก็อย่างที่ข้าบอกพวกท่านไป ตอนนี้ป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวของเราได้เปลี่ยนไปแล้ว ต่อจากนี้ในอนาคตพวกเราจะไม่มีเพียงศาสตราวุธเท่านั้นที่จะขาย แต่เรายังมีสินค้าในกลุ่มยาวิเศษ สิ่งที่ได้จากการเล่นแร่แปรธาตุ งานประณีตศิลป์ ท่านพ่อและท่านอาวุโสไม่รู้อะไร"
"สินค้ากลุ่มประณีตศิลป์นี้ของพวกเราขายได้ราคาดีมากขอรับ แม้มันจะมีจำนวนน้อย เพราะกว่าที่พวกเราจะหลอมศาสตราอย่างประณีตศิลป์ได้แต่ละชิ้น มันใช้เวลามาก รวมถึงมันมีขั้นตอนในการประดับอัญมณีเพื่อความสวยงาม แต่เราก็ขายได้กำไรมากกว่าปกติ มากกว่าต้นทุกที่ใช้ไปถึง 50 เท่าต่อชิ้น เพียงแค่เราเพิ่มเติมความสวยงาม เหล่าชนชั้นสูงของอาณาจักรชอบพวกมัน..."