จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 74 หนึ่งต้านสอง

                ไป๋หยุนเฟยกลับสะบัดทวนเปลวอัคคีจู่โจมใส่หลิวเฉิงอย่างกะทันหัน!

                แก้วตาหลิวเฉิงหดวูบดวงตาทอแววประหลาดใจ มันคาดไม่ถึงว่าไป๋หยุนเฟยที่เมื่อครู่ยังกล่าววาจาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยจู่ๆจะเป็นฝ่ายชิงลงมือจู่โจมก่อน

                หลิวเฉิงรั้งมุมปากอย่างเหยียดหยามก่อนจะขยับเท้าเล็กน้อยเคลื่อนทแยงถอยไปด้านหลังขณะเดียวกันก็ออกคำสั่ง “คร่ากุมตัวมัน ระวังอย่าได้พลั้งมือสังหาร”

                ที่จริงหลิวเฉิงไม่จำเป็นต้องเอ่ยปาก เนื่องเพราะผู้ติดตามทั้งสองล้วนลงมือแล้วทั้งคู่พุ่งเข้าไปโดยพร้อมเพียง คนหนึ่งคว้าจับมือขวาที่ถือทวนของไป๋หยุนเฟยส่วนอีกคนออกหมัดชกใส่ทรวงอกบริเวณหัวใจ

                ดูจากท่าทีของหลิวเฉิงมันไม่คิดจะลดตัวลงมือด้วยตนเอง เพียงให้ผู้ติดตามทั้งคู่คร่ากุมไป๋หยุนเฟยแทน

                ดวงตาไป๋หยุนเฟยเพ่งมองอย่างจดจ่อมันบิดพลิกมือขวาพร้อมกับหมุนกายไปด้านซ้าย ขณะเดียวกันก็ทวนเปลวอัคคีในมือก็กวาดขวางออกบุรุษทางซ้ายยกแขนขึ้นอย่างเร่งร้อนเพื่อต้านรับด้ามทวนที่กวาดใส่แต่ยังถูกพลังอันหนักหน่วงจากการปะทะกวาดไปด้านข้าง

                “โครม!” เสียงหนักทึบแว่วมายามที่แผ่นหลังไป๋หยุนเฟยถูกชกใส่อย่างถนัดถนี่แต่กระนั้นมันเพียงเซออกไปครึ่งก้าวก็ยกเท้าขวาถีบใส่เจ้าของหมัดอีกฝ่ายประสานมือต้านทานเท้านี้จึงถูกถีบล่าถอยไปครึ่งก้าว

                ศัตรูทั้งคู่ถึงกับเป็นวีรชนวิญญาณระดับกลาง!

                แววตาไป๋หยุนเฟยแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมจริงจังจากนั้นพลิ้วร่างอาศัยท่าเท้าเหยียบคลื่นพุ่งเข้าหาศัตรูด้านซ้ายพร้อมกับพุ่งทวนเปลวอัคคีทะลวงใส่หัวใจฝ่ายตรงข้ามแต่ทันทีที่ชายหนุ่มขยับเคลื่อนไหวศัตรูที่ด้านหลังก็เร่งฝีเท้าไล่ประชิดเข้ามา

                ยามที่ศัตรูด้านหน้าขยับหลบหลีกจู่ๆไป๋หยุนเฟยก็ชะงักเท้าอย่างฉับพลันก่อนจะไขว้เท้าอย่างสลับซับซ้อนจนเกิดเงาร่างติดตาอย่างเลือนราง คาดไม่ถึงว่าไป๋หยุนเฟยที่พุ่งกายด้วยความเร็วสุดแสนจะสามารถยั้งร่างพลิกกายหันไปอีกทิศทางได้!

                ทวนเปลวอัคคีที่ถูกชักกลับขณะหมุนกายยามนี้ถูกพุ่งทะลวงอย่างอำมหิตอีกครั้งแต่เป้าหมายกลับเป็นศัตรูที่ไล่ตามมาจากด้านหลัง!

                สีหน้าฝ่ายตรงข้ามที่ไล่ตามมาจู่โจมไป๋หยุนเฟยแปรเปลี่ยนอย่างใหญ่หลวงยามแตกตื่นรีบพลิกกายไปด้านซ้ายอย่างเร่งร้อน ทวนเปลวอัคคีจึงเฉียดผ่านทรวงอกมันไปแต่ก่อนจะทันได้ยินดีเอวด้านขวาก็ถูกพลังอันหนักหน่วงกระแทกใส่ ที่แท้มันถูกไป๋หยุนเฟยเตะใส่อย่างถนัดถนี่เพียงคำรามอย่างเจ็บปวดก็ถูกส่งลอยละลิ่วออกไป 

                ชั่วขณะที่ไป๋หยุนเฟยจะรุกไล่ต่อก็ได้ยินเสียงลมจากด้านหลังที่แท้เป็นศัตรูอีกผู้หนึ่งกระโจนถีบเท้าเข้าใส่ศีรษะ

                ไป๋หยุนเฟยปรายตามองพร้อมกับขยับเท้าเล็กน้อยขณะเดียวกันก็ขวางทวนเปลวอัคคีขึ้นป้องกันเท้านี้จึงจู่โจมใส่ด้ามทวนบีบให้ชายหนุ่มล่าถอยไปครึ่งก้าว เท้าที่เหลืออีกข้างของศัตรูก็ตวัดเตะใส่หัวใจไป๋หยุนเฟยอย่างฉับพลัน

                กล้ามเนื้อแขนไป๋หยุนเฟยเบ่งพองขึ้นก่อนจะผลักโดยแรงชั่วขณะที่ถูกผลักออกอีกฝ่ายก็ทราบแล้วว่าไม่อาจจู่โจมใส่ไป๋หยุนเฟยได้อีกจึงถีบเท้าใส่ด้ามทวนยืมแรงจากไป๋หยุนเฟยพลิกกายเหินร่างล่าถอยกลับไป

                ไป๋หยุนเฟยก็ถูกถีบจนสะท้านล่าถอยไปหนึ่งก้าวเช่นกันก่อนจะทันได้ยืนหยัดอย่างมั่นคงก็รู้สึกปวดแปลบที่เอวด้านขวาที่แท้ศัตรูที่ถูกมันเตะออกไปก่อนหน้าจู่โจมมาถึงตัวอีกครั้งมิหนำซ้ำยังตอบโต้ด้วยการเหวี่ยงเท้าเตะใส่หว่างเอวเช่นเดียวกัน

                ไป๋หยุนเฟยเซไปด้านซ้ายสองก้าวขณะเดียวกันก็ฟาดทวนออกในแนวขวางบังคับให้ศัตรูที่รุกไล่เข้ามาล่าถอยไปแต่ก็พลันเห็นศัตรูอีกด้านพุ่งเข้ามาอย่างว่องไวอีกครา

                ยามกวาดตามองไปรอบด้านก็มองเห็นด้านข้างมีโต๊ะที่อาหารหลากหลายวางเรียงรายอยู่ ดวงตาไป๋หยุนเฟยทอประกายวูบก่อนจะล่าถอยไปสองก้าวในบัดดลมันวาดเท้าเตะออกโดยแรงเสียงจานชามกระทบกันแว่วมาพร้อมกับภาชนะทั้งหลายปลิวเวียนว่อนโต๊ะอาหารตัวใหญ่ก็ถูกเตะพลิกลอยละลิ่วเข้าใส่ศัตรูด้านซ้าย

                อีกฝ่ายเพิ่งจะทะยานเข้ามาในระยะสองวาก็ถูกโต๊ะกลมปลิวเข้าใส่จึงไม่อาจหลบเลี่ยงได้ทันแก้วตามันหดวูบก่อนจะดันฝ่ามือออกหมายจะผลักโต๊ะกลับคืนไป

                “ระวัง!” ทันทีที่ยื่นมือไปสัมผัสโต๊ะ ก็ได้ยินเสียงเตือนจากสหายด้วยตื่นตระหนกจึงไม่ครุ่นคิดมากความ รีบกัดฟันเปลี่ยนท่วงท่ามันเร่งเร้าพลังสู่สองขาอย่างหักโหมเพื่อยั้งร่างหยุดสภาวะพุ่งทะยานเอาไว้แต่ชั่วขณะที่จะล่าถอย ก็มีเสียงแผ่วเบาดังขึ้นจากหลังโต๊ะ ตามมาด้วยทวนสีแดงเพลิงทะลวงผ่านโต๊ะพุ่งตรงใส่ทรวงอกมัน!

                สีหน้าศัตรูถึงกับแตกตื่นสะท้านขวัญมันคาดคิดไม่ถึงว่าไป๋หยุนเฟยจะรวดเร็วถึงเพียงนี้หลังจากเตะโต๊ะปลิวเข้ามาถึงกับไล่ตามมาจู่โจมได้หากไม่ได้สหายส่งเสียงเตือนมันคงถูกทวนนี้ทะลวงอกไปแล้ว!

                ขณะเพ่งตามองปลายทวนที่จี้ประชิดเข้ามามันก็รีบล่าถอยอย่างเร่งร้อน กระทั่งถอยห่างจากที่เดิมไปวาเศษปลายทวนจึงหยุดลง

                ไป๋หยุนเฟยพุ่งทะยานไล่ตามโต๊ะกลมที่พลิกตั้งขึ้นทวนเปลวอัคคีในมือก็ทะลวงใส่จนสุดด้ามจากนั้นก็ไม่รีรอรีบถีบใส่โต๊ะลอยออกไปอีกครั้งอย่างรวดเร็ว ไป๋หยุนเฟยชักทวนวาดกลับหลังบีบให้ศัตรูอีกคนที่ไล่ตามมาด้านหลังล่าถอยกลับไปขณะเดียวกันก็ใช้ท่าเท้าเหยียบคลื่นไล่ตามโต๊ะไปอย่างสุดกำลัง

                ศัตรูคนแรกล่าถอยไม่หยุดยามที่จะถอนหายใจโล่งอกก็ต้องประหลาดใจที่เห็นโต๊ะตัวเดิมลอยมาอีกครั้งดวงตามันทอประกายวูบ ครานี้มันไม่กล้าจะปัดป้องเช่นเดิมอีกแล้วจึงถีบเท้าโดยแรงส่งร่างพุ่งทแยงไปอีกด้านในทันที

                แต่ยามที่พุ่งพ้นจากการคุกคามของโต๊ะกลมมันก็พบกับปลายทวนสีแดงเพลิงพุ่งเข้าใส่อีกครั้ง!

                แววตามันเปี่ยมด้วยความตื่นตระหนกยามอับจนปัญญาได้แต่หงายหลังล้มกายลงจึงค่อยหลบทวนนี้พ้นอย่างเฉียดฉิว กระนั้นแม้จะหลบท่าแทงได้แต่ก็ยังไม่อาจหลบท่าตามหลังพ้น!

                ไป๋หยุนเฟยก็รวดเร็วยิ่งนักแม้ท่าทวนที่ทะลวงใส่จะพลาดเป้าแต่ก็ทำให้ศัตรูเสียหลักได้ยามที่ปลายทวนเฉียดผ่านศัตรูไปมันก็เคลื่อนกายประชิดตัวเตะเท้าใส่เอวศัตรูอย่างฉับพลันได้ยินเสียงคำรามอย่างเจ็บปวดพร้อมกับศัตรูถูกส่งลอยละลิ่วออกไปหลายวาราวลูกกระสุนก่อนจะปะทะชนกับผนังห้องเสียงดังกึกก้อง

                ไป๋หยุนเฟยกลับไม่ตามไปรุกไล่เนื่องเพราะศัตรูอีกคนจู่โจมมาถึงด้านหลังแล้ว ไป๋หยุนเฟยฟุบกายไปด้านซ้ายหลบหมัดที่ชกใส่ท้ายทอยยามที่ร่างจะสัมผัสพื้นก็พลันสลับเท้าเคลื่อนร่างถอยหลังอย่างฉับไวขณะเฉียดผ่านศัตรูร่างมันกลับเงยตั้งขึ้นแต่ทันทีที่ยืดกายยืนหยัดได้ศัตรูก็ชกหมัดใส่ทรวงอกอีกครั้ง ดวงตาไป๋หยุนเฟยสาดประกายเจิดจ้ามันขยับมือขวาคราหนึ่งทวนเปลวอัคคีก็สาบสูญไป คาดไม่ถึงว่ามันไม่คิดจะหลบหมัดนี้แม้แต่น้อยชั่วขณะที่หมัดของศัตรูมาถึงตรงหน้าไป๋หยุนเฟยก็ชกหมัดขวาสวนกลับใส่ศัตรู!

                พลังหมัดเก้าทบ!

                “พลั่ก!”

                “พลั่ก!”

                เสียงหนักทึบสองเสียงดังขึ้นแทบจะพร้อมเพียงกันไป๋หยุนเฟยล่าถอยไปหลายก้าวอย่างต่อเนื่องแต่ศัตรูกลับกระอักโลหิตลอยละลิ่วตีลังกาออกไป!

                ไป๋หยุนเฟยไม่รั้งรอเพียงแค่นเสียงเย็นชาก็ไล่ตามไปจู่โจมในทันที ครานี้ศัตรูถูกซัดอย่างหนักหน่วงพริบตาที่ร่วงลงสู่พื้นยังไม่ทันได้พักหายใจไป๋หยุนเฟยก็ประชิดถึงตัวแล้วด้วยความตื่นกลัวมันจึงได้แต่ปัดป้องอย่างลนลาน แต่ชั่วขณะที่จะถูกสยบ ศัตรูอีกคนก็จู่โจมมาถึงอีกครั้ง

                แต่แทนที่จะนำทวนเปลวอัคคีออกมาต่อสู้ไป๋หยุนเฟยกลับใช้มือเปล่าเท้าเปลือยต่อสู้พัวพันกับศัตรูทั้งคู่

                เสียงประมือดังขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยพลังป้องกันของเกราะวิญญาณไหมทองและความคล่องแคล่วของท่าเท้าเหยียบคลื่นไป๋หยุนเฟยถึงกับรับมือศัตรูทั้งสองคนที่ร่วมมือกันอย่างปลอดโปร่งแต่ประการสำคัญก็เนื่องจากฝ่ายตรงข้ามไม่กล้าลงมือต่อไป๋หยุนเฟยจนถึงชีวิตนั่นเอง

                ไป๋หยุนเฟยยกเท้าขึ้นเตะปะทะกับเท้าของศัตรูทางด้านขวาทั้งคู่ต่างล่าถอยคนละครึ่งก้าวแต่ศัตรูอีกคนกลับฉวยโอกาสอันน้อยนิดออกหมัดชกใส่ท้ายทอยของไป๋หยุนเฟย

                ไป๋หยุนเฟยเอนกายไปด้านขวาเล็กน้อยหมัดนี้จึงกระทบถูกไหล่ซ้ายส่งให้ไป๋หยุนเฟยเซออกไปครึ่งก้าวแต่ขณะเดียวกันเอวด้านขวาก็ถูกศัตรูอีกด้านหมุนตัวเตะใส่อีกครั้ง

                แต่กระนั้นชั่วขณะที่ถูกเตะใส่เอวด้านขวา ดวงตาไป๋หยุนเฟยก็ทอประกายปัญญา มันอาศัยแรงจากเท้านี้ทะยานร่างไปด้านซ้ายก่อนจะเร่งความเร็วอย่างกะทันหันพุ่งกายตรงไปด้านหน้าทิ้งไว้เพียงเงาร่างติดตา

                คาดไม่ถึงว่ามันกลับทะยานเข้าหาหลิวเฉิง!

                หลิวเฉิงยืนเฝ้ามองการต่อสู้แต่แรกด้วยฐานะผู้อาวุโสแห่งสำนักธารน้ำแข็งทั้งยังเป็นผู้ฝึกปรือวิญญาณที่บรรลุด่านภูตวิญญาณระดับกลางจึงไม่ยอมลดตัวลงไปต่อสู้กับผู้เยาว์ที่บรรลุเพียงด่านวีรชนวิญญาณแต่กระนั้นเมื่อเห็นศิษย์มันทั้งสองคนร่วมมือกันต่อสู้มาเนิ่นนานยังไม่อาจสยบคู่ต่อสู้ลงได้ จิตใจจึงเริ่มร้อนรนอยู่บ้างขณะที่กำลังใคร่ครวญว่าสมควรสอดมือเข้าไปเพื่อจบการต่อสู้แต่เนิ่นๆหรือไม่ ก็เห็นไป๋หยุนเฟยพุ่งเข้ามา

                “อย่าได้ไม่รู้จักประมาณตนนัก!เจ้ากำลังหาที่ตาย!” หลิวเฉิงครุ่นคิดพร้อมกับแค่นเสียงเย็นชาแม้ว่าจะไม่ได้รับอนุญาตให้ลงมือฆ่า แต่มันก็ยังสามารถทำร้ายไป๋หยุนเฟยจนสาหัสได้!

                ไป๋หยุนเฟยรวดเร็วอย่างยิ่งพริบตาเดียวก็ทะยานมาถึงเบื้องหน้าหลิวเฉิงแต่ก็ไม่สร้างความหวั่นไหวแก่หลิวเฉิงแม้แต่น้อย ชั่วขณะที่ไป๋หยุนเฟยเข้าประชิดถึงตัวหลิวเฉิงก็ยกมือขวาที่มีไอเย็นวนเวียนรอบฝ่ามือขึ้นก่อนจะฟาดฝ่ามือใส่ไป๋หยุนเฟยอย่างดุดัน

                ฝ่ามือธารน้ำแข็ง!

                “โครม!”

                ครานี้กลับไม่มีเรื่องเหนือคาดหมายเกิดขึ้นไป๋หยุนเฟยถูกฟาดใส่ทรวงอกอย่างถนัดถนี่ก่อนจะลอยละลิ่วออกไปราวลูกกระสุนยามที่ลอยอยู่กลางอากาศมันก็กระอักโลหิตออกมาคำโต

                แม้ฟาดฝ่ามือกระแทกศัตรูจนลอยละลิ่วออกไปแต่หลิวเฉิงกลับเป็นฝ่ายต้องขมวดคิ้ว ดวงตามันทอแววประหลาดใจ หลิวเฉิงรู้สึกราวกับว่า...ศัตรูยินยอมรับฝ่ามือนี้อย่างจงใจ?

                ทันทีที่ความรู้สึกที่พิกลนี้บังเกิดขึ้นในจิตใจสีหน้าหลิวเฉิงก็แปรเปลี่ยนไปเนื่องเพราะมันพบว่าทิศทางที่ศัตรูลอยกระเด็นออกไปกลับเป็นหน้าต่างของห้อง!

                ยามที่หลิวเฉิงสีหน้าแปรเปลี่ยนไปไป๋หยุนเฟยก็กระเด็นไปถึงที่หน้าต่างแล้วขณะอยู่กลางอากาศมันก็บิดร่างพลิกกายชกหมัดใส่หน้าต่างทันที

                “โครม!”

                เศษไม้ปลิวเวียนว่อนพร้อมกับไป๋หยุนเฟยเหยียบเท้าขวาใส่ขอบหน้าต่างโดยแรงก่อนจะถีบเท้ากระโดดลงไปเบื้องล่าง

                “นับว่าเจ้าหลักแหลมแต่คิดหรือว่าจะหลบหนีไปเช่นนี้ได้?” แม้หลิวเฉิงจะตะลึงงันไปชั่วขณะที่เห็นไป๋หยุนเฟยยอมบาดเจ็บสาหัสแลกกับโอกาสที่จะหลบหนีไปแต่ด้วยฝีมือระดับภูตวิญญาณปฏิกิริยาจึงไม่เชื่องช้าแม้แต่น้อย ขณะที่ไป๋หยุนเฟยกระโดดลงจากหน้าต่างมันก็พลิ้วกายพุ่งมาถึงที่หน้าต่างเห็นไป๋หยุนเฟยหลังจากถึงพื้นก็วิ่งตะบึงหลบหนีราวคลุ้มคลั่งหลิวเฉิงแค่นหัวเราะเย็นชาก่อนจะกระโดดลงจากหน้าต่างไล่ตามไป

                ศัตรูทั้งสองคนที่ต่อสู้กับไป๋หยุนเฟยเมื่อครู่ก็ตะลึงงันไปชั่วขณะเช่นกันพวกมันคาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะพลันเคลื่อนไหวเช่นนี้ยามนี้ทั้งคู่ค่อยรู้สึกตัวรีบไล่ตามโดยไม่รีรอ

                ไป๋หยุนเฟยใช้มือซ้ายกุมอกแนบแน่นพยายามกล้ำกลืนโลหิตที่กระอักออกมาขณะที่วิ่งตะบึงแม้จะเป็นไปตามแผนที่วางไว้ว่าจะรับฝ่ามือของศัตรูด้วยพลังป้องกันที่สูงล้ำยามผลกระทบที่เสริมพลังป้องกันของเกราะวิญญาณไหมทองบังเกิดขึ้นแต่พลังฝ่ามือจากภูตวิญญาณระดับกลางต้านรับได้โดยง่ายหรือ? หากไม่ใช่เพราะพลังป้องกันของเกราะมันอาจถูกฟาดจนสาหัสไม่อาจเคลื่อนไหวแล้วก็ได้

                อวัยวะภายในมันเจ็บปวดสาหัสคล้ายกับจะบอบช้ำภายในซ้ำร้ายความเย็นยะเยือกราวน้ำแข็งก็แผ่ซ่านไปทั้งร่างจนต้องสั่นสะท้านโดยไม่อาจควบคุมไป๋หยุนเฟยต้องชักนำพลังความร้อนภายในร่างเข้าต่อต้านจึงค่อยสะกดพลังเย็นที่แผ่ซ่านลงได้

                ไป๋หยุนเฟยทุ่มเทใช้ท่าเท้าเหยียบคลื่นสุดกำลังวิ่งตะบึงด้วยความเร็วอย่างสุดแสนทิ้งไว้เพียงเงาร่างติดตาไว้เบื้องหลัง

                ที่ด้านหลังห่างไปราวห้าหกวาหลิวเฉิงก็ไล่ตามโดยกระชั้นชิดด้วยความเร็วไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน ท่าเท้าธารน้ำแข็งเพียงเหมาะแก่การเคลื่อนที่ระหว่างต่อสู้ในพื้นที่คับแคบจึงไม่สมควรใช้ในระยะทางยาวไกลแต่แม้ไม่ใช้เคล็ดวิญญาณใดๆหลิวเฉิงกลับสามารถวิ่งตะบึงได้เร็วกว่าไป๋หยุนเฟยอีก!

                ยามหลิวเฉิงมองดูไป๋หยุนเฟยที่นำหน้าค่อยๆใกล้เข้ามาทีละน้อย ดวงตามันก็ฉายแววประหลาดใจความเร็วของเคล็ดวิญญาณท่าร่างที่ไป๋หยุนเฟยใช้ออกนับว่าเกินคาดผู้ใดจะคาดคิดว่าภูตวิญญาณเช่นมันยังต้องไล่ตามไป๋หยุนเฟยเป็นระยะทางไกลถึงเพียงนี้ค่อยตามทัน?

                เมื่อเห็นว่าไล่ตามจนถึงประตูเมืองตะวันตกหลิวเฉิงก็แค่นเสียงแผ่วเบาพร้อมกับชักนำพลังวิญญาณถีบเท้าโดยแรงแล้วเร่งเร้าพลังวิญญาณปะทุขึ้นส่งร่างทะยานเข้าประชิดด้านหลังไป๋หยุนเฟยในพริบตาก่อนจะยื่นมือขวาคว้าจับท้ายทอยไป๋หยุนเฟย 

                “เด็กน้อยเจ้าหนีไม่รอดแล้วยอมจำนนเถอะ!!”

     

    คล้ายกับเรื่องจ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน