เหลือเวลาอีก 2 นาทีก่อนที่การสุ่มจากระบบครั้งที่สามจะเริ่มขึ้น...
“เมทัลแมทเทอร์สตรอม!(Metal Matter Storm)” บอสที่พุ่งเข้ามาชิงโจมตีก่อนมันใช้พายุโลหะสีดำโจมตีเป็นวงกว้างทำใหhแทน มังกรอันเดด อัศวินอันเดดทั้ง3 ตน เพิร์ลดราก้อนและคีรีก้าอสูรแห่งบรรยากาศได้รับความเสียหายรุนแรง
“7,576!” “24,453!” “27,665!” “35,204!” “35,204!” “35,204!” “18,574!”
“7,576!” “24,871!” “27,549!” “35,204!” “35,204!” “35,204!” “18,675!”
“7,576!” “24,337!” “27,430!” “35,204!” “35,204!” “35,204!” “18,912!”
“7,576!” “24,078!” “27,421!” “35,204!” “35,204!” “35,204!” “18,003!”
แทนซึ่งได้รับพลังป้องกันเวทจากไอรินและพลังป้องกันเพิ่มขึ้นจากเนตได้รับความเสียหายไม่มากนักแต่มอนสเตอร์ของเขาที่ถูกเรียกออกมาถูกท่านี้จัดการทีเดียวเกือบหมดทั้งอัศวินอันเดดและมังกรไข่มุกสลายไปในทันทีเหลือเพียงมังกรอันเดดเท่านั้นที่ยังคนทนอยู่ได้
“ไอเทม!” เอ็ดเวิร์ดใช้การ์ดเพิ่มพลัง 2 ใบให้กับแทน
“+10,000!”
“+10,000!”
อสูรบรรยากาศคีรีก้าเองก็ถูกโจมตีอย่างรุนแรงแต่พลังระดับการ์ดแอเรียนั้นแข็งแกร่ง มันยังยืนหยัดเตรียมเรียกใช้ท่าโจมตีต่อไป...แต่ก่อนหน้านั้น ผลจากการตายของเพิร์ลดราก้อนก็เริ่มทำงานสกิลที่ใช้ตรึงบอสไว้ได้ 5 วินาทีเริ่มทำงาน
“โฮลี่เชน!”
ร่างของคัลโดร่าแมนติคอร์ถูกตรึงด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์ที่ก่อตัวเป็นโซ่รัดรอบร่างกายสีดำทะมึนและด้วยช่องว่างที่เกิดขึ้น มังกรอันเดดก็ชิงโจมตีใส่ศัตรูทันที
“ดาร์กไลท์ดราก้อนไฟร์! (Dark Light Dragon Fire)” ท่าโจมตีด้วยเพลิงสามธาตุถูกใช้งานเพลิง แสงสว่าง
และความมืดเป้าหมายคือบอสแห่งมหาวิหารในครั้งอดีต แมนติคอร์ผู้มีพายุและโลหะคุ้มกาย
“0…!”
“0…!”
“0…!”
ไม่มีค่าความเสียหายใดๆเกิดขึ้นกับคัลโดร่าแมนติคอร์ นั่นก็เพราะก่อนที่ผลของโฮลี่เชนจะทำงาน บอสตัวนี้
เรียกใช้ท่าป้องกันอันแข็งแกร่งด้วยกำแพงโลหะไปก่อนหน้าการโจมตีที่ไม่เกิน 4ครั้งจึงไม่อาจทำอะไรบอสตนนี้ได้
เมื่อแทนเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเขาก็รีบเรียกใช้สกิลของตัวเองใส่บอสทันที และเมื่อสิ้นเสียงเรียกใช้สกิลที่ว่า ก็
เกิดประกายแสงจากร่างของคัลโดร่าแมนติคอร์ลอยมาสู่ร่างของชายหนุ่มผู้ถือคันศรอยู่ในมือเขาทำอย่างนั้นอยู่ 3-4ครั้งจึงหยุดการใช้สกิลที่ว่า ด้วยเลเวลและค่า SP ที่เขามีอยู่ในตอนนี้ทำให้ยังเหลือค่า SP เหลือเฟือ
คัลโดร่าแมนติคอร์ที่ถูกมังกรอันเดดโจมตีพุ่งเข้าไปโจมตีกลับด้วยกรงเล็บและคมเขี้ยวความเร็วและความรุนแรงของการโจมตีต่อเนื่อง ทำให้มังกรอันเดดที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการที่เจ้ามังกรอันเดดรับการโจมตีด้วยท่าพายุเหล็กแห่งความมืดไปก่อนหน้า ทำให้ทนความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ได้มันสลายกลายเป็นละอองแสง และดวงวิญญาณก็ลอยออกไป
“แวคคิวอัมซีนิต!” เสียงภูตจากการ์ดแอเรียเรียกใช้การโจมตีอีกครั้งแต่มันไม่ใช่แค่นั้น...คีรีก้าเรียกใช้ท่าที่ว่าถึง
2 ครั้งซ้อน!
“แวคคิวอัมซีนิต!”
กระสุนสุญญากาศสองนัดพุ่งตรงไปยังบอสที่อยู่ตรงหน้าและในขณะนั้นคัลโดร่าแมนติคอร์ก็เรียกใช้ท่ากำแพง
ป้องกันเหมือนอย่างเคย
“แบล็คเมทัลวอล!
แต่ดูเหมือนครั้งนี้แทนจะรู้ถึงความสามารถของกำแพงที่ว่านี้แล้วเขารัวลูกศรความเร็วสูงใส่บอสก่อนที่กระสุน
สูญญากาศจะสัมผัสร่างสีดำสนิทของคัลโดร่าแมนติคอร์
“0…!”
“0…!”
“0…!”
“0…!”
“14,579!”
เหลือเวลาอีก 1 นาที 10 วินาทีก่อนที่การสุ่มจากระบบครั้งที่สามจะเริ่มขึ้น...
“เสร็จล่ะแก” เสียงแทนพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าค่าความเสียหายเกิดขึ้นแล้วคัลโดร่าแมนติคอร์เหมือนกับกำลังตกใจ มันพยายามเรียกใช้ท่าเดิมอีกครั้งแต่ดูเหมือนว่าท่านี้จะไม่ได้ดีมากขนาดนั้นมันมีระยะดีเลย์ของสกิลอยู่พอสมควรเลยทีเดียว
“87,875!” “87,991!”
“87,342!” “87,226!”
“87,910!” “87,178!”
“87,665!” “87,439!”
ครั้งนี้การโจมตีของคีรีก้าโดนเป้าหมายเต็มที่ บอสซึ่งได้รับความเสียหายกว่า600,000 ร้องอย่างเจ็บปวด ร่างของมันทรุดลงกับพื้นซึ่งเป็นสัญญาณว่าเหลือพลังชีวิตอยู่ไม่มากการตัดสินในวินาทีเป็นตายกำลังจะเริ่มขึ้น
เหลือเวลาอีก 30 วินาทีก่อนที่การสุ่มจากระบบครั้งที่สามจะเริ่มขึ้น...
“ไอเทม!ไอเทม! ไอเทม!” เอ็ดเวิร์ดเรียกใช้การ์ดไอเทมถึง3 ใบ ตามด้วยใช้สกิลที่ยังเหลือ SP พอจะใช้ได้
“มันนี่อัพ!” เขารู้ดีว่าต่อไปต้องเป็นตัวเขาเองที่จะถูกส่งออกจากการต่อสู้เอ็ดเวิร์ดจึงใช้ค่า MP และ SP ทั้งหมดที่เหลืออยู่เพิ่มพลังให้กับแทนซึ่งจะต้องสู้กับบอสด้วยตัวคนเดียวและหนึ่งในการ์ดที่เขาใช้ในครั้งนี้คือการ์ดไอเทมหายาก ระดับ 10 ดาว ที่มีราคาแพงและหาได้ยากมากการ์ดที่จะเพิ่มพลังชีวิตให้เป้าหมายคิดเป็น 50% ของพลังทั้งหมดการ์ดน้ำตาเทพธิดา
“+25,000!”
“+70MP!”
“+50SP!”
การ์ดที่เอ็ดเวิร์ดใช้ออกไปเป็นการ์ดไอเทมซึ่งเป็นการ์ดประเภทใช้ครั้งเดียวแล้วจะหายไปก่อนเข้าสู่การต่อสู้ครั้งใหม่ระบบจะดึงการ์ดชื่อเดียวกันจากช่องเก็บของผู้เล่นมาแทนที่ซึ่งหากไม่มีการ์ดชื่อเดียวกันเหลืออยู่ ระบบจะแจ้งกับผู้เล่นถึงกรณีนี้และผู้เล่นจะต้องใส่การ์ดใบอื่นลงไปแทน
หลังจากผลของการ์ดและสกิลที่เอ็ดเวิร์ดใช้แสดงผล เสียงจากระบบก็ดังขึ้นเอ็ดเวิร์ดรู้สึกไม่ดีนักที่ไม่สามารถสนับสนุนเพื่อนของเขาในการต่อสู้ครั้งนี้ต่อไปได้
ระบบทำการสุ่มผู้เล่นออกจากการต่อสู้...
เมื่อสิ้นเสียงจากระบบร่างของเอ็ดเวิร์ดก็ถูกส่งออกจากการต่อสู้ทันที...
“พยายามเข้า!”เสียงชายซึ่งกำลังใช้มือจับไปที่ปลายหมวกแก๊ปตะโกนก่อนจะหายไป
ชายหนุ่มที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวนั้นนัยน์ตาเขาจะมุ่งมั่นและริมฝีปากแตะยิ้ม
“ขอบคุณ...พี่เอ็ด”และในขณะนี้เลเวลของแทนก็เป็นไปตามที่เขาคาดคำนวณเอาไว้ตั้งแต่แรก เลเวลของเขากลายเป็น189
แต่ก็มีบางอย่างที่เขาไม่ได้คำนวณไว้เกิดขึ้นมันเกิดจากเลเวลที่เพิ่มจนเกินเลเวลของบอสที่อยู่ตรงหน้า…
ผู้เล่นเลเวลเกินกว่า177 อยู่ในห้องโถงแห่งสุริยะ ทำให้เงื่อนไขของการเกิดเควสย่อย ‘ผู้พิทักษ์ที่แท้จริง’ สมบูรณ์ ผู้เล่นจะได้พบบอสที่แท้จริงแห่งวิหารมิเรดัสรูโดร่าแมนติคอร์ เลเวล 199...
“อาร์มเดสทรอยเยอร์!(Arms Destroyers)”
“เอเวอร์โฟรว์เอเนอร์จี้! (Everflow Energy)”
เมื่อสิ้นเสียงเรียกใช้สกิลของบอสที่แทนกำลังมองหาคันศรในมือของเขาก็แตกสลาย มันเป็นเพราะสกิลที่บอสใช้ออกมา สกิลซึ่งส่งผลทำลายอาวุธที่ผู้เล่นถืออยู่
บอสเลเวล 199 กำลังจะปรากฏตัว อาวุธถูกทำลาย แถมยังไม่มีเพื่อนสนับสนุนปาร์ตี้สิ่งที่ว่ามานั้นเป็นเหตุการณ์ที่เลวร้ายเกินกว่าจะคาดเดา
สกิลที่ถูกบอสตัวใหม่ใช้ออกมาคือสกิลที่มันจะใช้ได้เพียงหนึ่งครั้งเท่านั้นในหนึ่งการต่อสู้สกิลที่จะฟื้นพลังทั้งหมดให้คู่ชีวิตโดยแลกกับ MP ครึ่งหนึ่งของรูโดร่าแมนติคอร์แมนติคอร์เพศผู้ซึ่งมีร่างกายเป็นโลหะสีเงิน บอสที่แท้จริงของวิหารแห่งนี้สกิลเอเวอร์โฟรว์เอเนอจี้...
“ชิบ...” แทนพูดได้เพียงแค่นั้น ณ เวลานี้ในมือของเขาไร้อาวุธร่างกายไร้เครื่องป้องกัน แถมตรงหน้ายังมีบอสที่เก่งกว่าเดิมเพิ่งจะปรากฏตัวออกมาอีกด้วยรูโดร่าแมนติคอร์ทำลายพื้นวิหารขึ้นมาจากใต้ดินฝุ่นควันคละคลุ้งจากการพังทะลายของพื้นหลังจากนั้นก็ปรากฏมอนสเตอร์รูปร่างเหมือนคัลโดร่าแมนติคอร์ออกมาอีกหนึ่งตัว แต่แตกต่างกันเพียงแค่ใบหน้าที่เป็นชายและลำตัวเป็นสีเงินขนาดใหญ่กว่าเจ้าตัวสีดำเล็กน้อย
“ซัมมอน! ซัมมอน!อีควิป!”แทนเรียกใช้การ์ด 3 ใบในทันทีคันศรเทพอาเทมิสถูกสวมใส่พร้อมกับมอนสเตอร์อีก 2 ตัวปรากฏกายซิลเวอร์วิงก์ มังกรลมระดับ 7 ดาวและการ์ดจาเร็ดผู้สังหารมังกรโลหะระดับ8 ดาว

ซิลเวอร์วิงก์นั้นมีพลังพิเศษแต่แทนไม่กล้าใช้เพราะการ์ดบนมือของเขานั้นต้องเก็บไว้ใช้งาน การ์ด2 ใบที่ว่านั้นเป็นการ์ดฐัมมอนที่เขาตั้งใจเก็บไว้ และเมื่อจาเร็ตผู้สังหารมังกรโลหะปรากฏตัวเอฟเฟกของการ์ดใบนี้ก็เริ่มทำงาน การ์ดอุปกรณ์สวมใส่ที่มีคำว่า ‘ดราก้อน’ ‘มังกร’ และ ‘ดราโกนิค’ ปรากฏขึ้นอยู่ด้านหน้าของแทนและการ์ดที่เขาเลือกก็คือการ์ดที่เข้าคอมโบกับการ์ดดราก้อนเรจซึ่งบนมือของของตัวเองแทนเลือกการ์ดดราก้อนฟอร์ซจากการ์ดทั้งหมดที่ปรกฏออกมาไว้บนมือ
แทนเลือกการ์ดดราก้อนเรจขึ้นมาใช้งานเป็นใบแรกตามด้วยการ์ดดราก้อนฟอร์ซ์ที่เพิ่งจั่วขึ้นมาได้ไม่นานนัก
“อีควิป! อีควิป!” เขาเรียกใช้งานการ์ดที่ว่าทันทีซึ่งในขณะนั้นมอนสเตอร์ที่เขาเรียกออกมาก่อนหน้านี้ก็พุ่งเข้าขัดขวางบอสทั้งสองตัวที่กำลังพุ่งตรงเข้ามา


ในขณะที่การ์ดทั้งสองใบถูกใช้งานเรียบร้อยมันก็เป็นเวลาเดียวกับที่มอนสเตอร์ที่ถูกเรียกออกมาทั้ง 2 ตัวถูกสังหารซิลเวอร์วิงนั้นเป็นมอนสเตอร์ระดับต่ำ เพียงแค่การโจมตีแค่สองครั้งก็สามารถทำให้เจ้ามังกรระดับต่ำตนนี้สลายสลายไปได้ส่วนจาเร็ตนั้นถึงจะมีพลังมากและเป็นการ์ดระดับสูง แต่ก็ไม่อาจต้านทานพลังของมอนสเตอร์ระดับเลเวลขนาดนี้ได้จาเร็ตสลายไปโดยที่อยู่ในสนามไม่ถึง 30 วินาที
มอนสเตอร์ที่กำลังเข้าปะทะกับบอสทั้งสองตัวอยู่ได้ก็คือซัมมอนที่เนตเรียกไว้ก่อนที่จะถูกส่งออกจากการต่อสู้พลังอันแข็งแกร่งของคีรีก้าผู้ความคุมบรรยากาศมีมากพอที่จะหยุดบอสทั้งสองของวิหารมิเรดัสไว้ได้…แต่ก็คงไม่ได้นานมากนัก
“มูลไลท์แอโรว์!” แทนเรียกใช้สกิลที่ติดมากับคันศรอาเทมิส เป้าหมายคือคัลโดร่าแมนติคอที่น่าจะอ่อนแอกว่าด้วยคันศรที่เขาใส่ไว้ในเด็คถึง3 ใบ ใบหนึ่งเขาได้มาจากนิกกี้ ส่วนอีก 2 ใบแทนได้มันมาจากเอ็ดเวิร์ด
“126,132!” “172,894!”
“127,503!” “179,142!”
“126,742!” “177,983!”
“129,908!” “175,007!”
หลังจากแทนโจมตีด้วยท่าไม้ตายของคันศรไปแล้วก็อยู่ในช่วงดีเลย์ แต่เขาก็สาดลูกธนูใส่คัลโดร่าแมนติคอร์พร้อมกับเคลื่อนตัวหลบไปมาอยู่ตลอดเวลาในตอนนี้เขาจงใจที่จะล้มเจ้าตัวที่อ่อนแอให้ได้เสียก่อน
“76,876!”
“76,741!”
“76,935!”
ค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นรุนแรงมากนั่นก็เพราะว่าค่าสถานะของแทนได้ทั้งจาก ไอริน เนต และเอ็ดเวิร์ดเข้ามาเสริมแต่พลังเพียงแค่นี้ยังห่างไกลที่จะล้มบอสทั้ง 2 ได้
“บ้าชะมัด...ถ้าเราใช้เลเวลเบรกเกอร์ตอนนี้หากโดนโจมตีพลังหนักๆสองสามทีน่าจะอันตราย ถ้าตอนนี้มีการ์ดอวตารก็อีกเรื่อง” แทนพูดขึ้นพลังชีวิตของเขาไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้เนื่องจากสกิลรีเจนที่เนตใช้ให้ตอนเริ่มการต่อสู้หยุดแสดงผลไปนานแล้วตอนนี้เลเวลเบรกเกอร์เป็นไม้ตายสุดท้ายของเขาแต่ยังไม่กล้าเรียกใช้เพราะห่วงเรื่อง HP Max และค่าพลังป้องกันที่จะลดลงเนื่องจากการลดลงของเลเวลถ้าเป็นแบบนั้น เพียงแค่การโจมตีเพียงครั้งสองครั้งก็อาจจะทำให้เขาตายได้
ในตอนนี้สำหรับแทน HP สำคัญที่สุด...
“มูลไลท์แอโรว์!”แทนเรียกใช้สกิลเดิมอีกครั้งเขาโจมตีจากระยะไกลโดยอาศัยซัมมอนจากการ์ดแอเรียเป็นตัวเข้าชนส่วนตัวเขาใช้การโจมตีที่รุนแรงเข้าสู้
“127,109!” “173,783!”
“127,664!” “174,612!”
“126,741!” “178,690!”
“129,897!” “179,411!”
ในตอนนี้แทนใช้ซัมมอนจากการ์ดอเรียเข้าสู้ส่วนตัวเขานั้นเป็นผู้สร้างความเสียหาย แต่รูปแบบที่ใช้อยู่ในขณะนี้ขาดหน่วยสนับสนุนและการขาดหน่วยสนับสนุนอันแสนสำคัญก็แสดงผลออกมา
...คีรีก้าถูกโจมตีจนค่าพลังชีวิตหมดลงมันสลายกลายเป็นละอองแสงในที่สุด
“บ้าจริง!” แทนตะโกนออกมาด้วยความไม่พอใจผสมกับความตกใจ และในขณะนั้นเอง มอนสเตอร์ทั้งสองก็พุ่งเข้าล้อมกรอบเขาพร้อมกับใช้ท่าโจมตีผสานเข้าใส่ทันที
“ดับเบิ้ลแฟงก์! (Double Fangs)” ระบบแจ้งท่าโจมตีผสานของบอสทั้งสองตามมาด้วยการประสานเสียงขู่คำรามแล้วพุ่งตัวเข้าใส่แทนซึ่งอยู่ตรงกลางการโจมตีนั้นก่อให้เกิดค่าความเสียหาย ต่อเนื่อง รุนแรง และหนักหน่วง
“10,774!” “9,451!”
“10,897!” “9,783!”
“11,746!” “9,642!”
“10,987!” “9,319!”
“11,231!” “9,067!”
พลังของแทนที่มีอยู่ราว 170,000 ถูกโจมตีลดไปกว่าครึ่งเขาไม่มีทางเลือกสำหรับตอนนี้ แทนต้องเอาตัวรอดโดยเรียกการ์ดซัมมอนออกมาอีก 2 ใบออกมาเพื่อเป็นตัวล่อ เคออส-ลอว์ดราก้อน ที่เมื่อทิ้งการ์ดในมือ1 ใบจะได้มอนสเตอร์ธาตุแสงเพิ่มมาอีก 1 ตัว และ ไลท์นิ่งดราก้อนที่สามารถรับการโจมตีแทนตัวเขาได้
“ซัมมอน! ซัมมอน!” แทนเรียกใช้การ์ดซัมมอนทั้ง2 ใบ และเมื่อพวกมันปรากฏตัวออกมา เขาก็อาศัยจังหวะนั้นหนีออกจากวงล้อมของศัตรู
“มูลไลท์แอโรว์!” ชายหนุ่มที่ในมือถือคันศรอันทรงพลังเรียกใช้ท่าไท้ตายแห่งจันทราและเมื่อลูกศรเปี่ยมพลังพุ่งเข้าใส่ร่างของมอนสเตอร์ทั้งสองตัวซึ่งอยู่ในแนวที่ศรพุ่งไปค่าความเสียหายจากการโจมตีที่ถูกปลดปล่อยก็แสดงพลัง
“135,182!” “207,341!”
“137,038!” “207,719!”
“139,935!” “209,560!”
“134,116!” “208,224!”
พลังโจมตีที่รุนแรงทำให้คัลโดร่าแมนติคอร์ที่เลเวลน้อยกว่าทรุดตัวลงพร้อมกับใช้ท่าพายุโลหะโจมตีเป็นวงกว้างท่าโจมตีที่ว่าทำให้มอนสเตอร์ที่แทนเรียกออกมาถูกสังหารไปพร้อมๆ กัน
ท่วนทางรูโดร้าแมนติคอร์ที่มีร่างกายสีเงินเปลี่ยนเป้าหมายมาที่แทนซึ่งเหลืออยู่เป็นคนสุดท้ายมันพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง แต่แทนก็ดีดตัวถอยหลังพร้อมกับเบี่ยงตัวไปด้านซ้ายมือที่ถือศรอยู่เตรียมเล็งเพื่อโจมตีใส่ศัตรูที่เบื้องหน้า แต่ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นเสียก่อน...
“เคิร์สออฟ ดาร์กซอว์ด (Curse of DarkSword)”
หลังสิ้นเสียงจากระบบ อาวุธในมือของแทนก็สลายไป คันศรอาเทมิสหายไปจากมือของเขา
“เฮ้ย!อีกแล้วรึ!” แทนตะโกนขึ้นด้วยเสียงที่แสดงความตกใจเป็นอย่างมากเขาคิดว่าบอสใช้ท่าทำลายอาวุธอีกครั้ง แต่มันก็เป็นเช่นนั้นได้ไม่นานเพราะเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงที่แขนขวาของเขา ชายหนุ่มจึงพอจะเข้าใจเรื่องที่กำลังเกิดขึ้น...
ดาบสีเลือดปรากฏที่มือของเขา มันมีบางอย่างที่เหมือนกับเส้นใยสีแดงนับไม่ถ้วนแทงเข้าไปในแขนหลังจากนั้นเส้นที่เหลือก็รัดไปตามแขนของแทน และในที่สุดระบบก็ประกาศชื่อของสิ่งที่อยู่ในมือของเขา
ผู้เล่นแทนไทยถูกดาบมารเนโครโรเกียสิงสู่ผู้เล่นจะไม่สามารถถอดอาวุธชิ้นนี้ได้จนกว่าจะจบการต่อสู้...

เป็นเพราะการ์ดเนโครโรเกียที่เนตเรียกออกมาตั้งแต่เริ่มการต่อสู้ทำให้เกิดดาบมารเล่มนี้ขึ้นในตอนที่มันปรากฏตัวออกมาครั้งแรกล้ว เจ้าดาบมารเล่มนี้ก็ถอยหนีไปแอบอยู่ที่มุมห้องโถงซ่อนตัวอยู่ในเงามืด คอยดูดกลืนวิญญาณมอนสเตอร์ที่ตายลงและเมื่อดวงวิญญาณที่มันกลืนกินเข้าไปมากพอ เจ้าดาบปีศาจก็กลายร่างเป็นดาบมารที่สวมใส่เข้ากับผู้เล่นที่อยู่ใกล้ที่สุดโดยไม่มีเงื่อนไขและในที่นี้ก็มีผู้เล่นอยู่เพียงคนเดียว...

แทนแตะยิ้มเมื่อรู้ถึงความสามารถของดาบในมือแล้วพูดออกมาเบาๆ
“ขอบใจมากเนต...”พูดจบแทนก็มองไปที่ศัตรูตรงหน้า หลังจากนั้นก็แสยะยิ้มใส่อันตรายที่กำลังเข้าประชิดแล้วเรียกใช้สกิลออกมา...
“เลเวลเบรกเกอร์!”เขาตัดสินใจใช้ไม้ตายสุดท้ายทันทีในตอนนี้ HPของเขาลดไปเกินกว่าที่สกิลเลเวลเบรกเกอร์จะทำให้ HP Max ลดลงแล้ว และเมื่อสกิลแสดงผลของมัน ดาบในมือของแทนก็เปี่ยมพลังพร้อมๆกับเลเวลของเขาที่ลดลงเหลือ 159
...หลังจากนั้นชายหนุ่มผู้ถูกสิงสู่ก็เรียกใช้ท่าโจมตีของดาบมารในมือ
“บลัดรีรีส!(Blood Release)”
เมื่อสิ้นเสียงร่างของผู้ถือดาบพุ่งเข้าใส่มอนสเตอร์ตรงหน้า คมดาบมารฟาดฟันใส่รูโดร่าแมนติคอร์ที่มีเลเวลสูงถึง199 ก่อนให้เกิดความเสียหายรุนแรง
“876,904!”
ค่าความเสียหายที่แทนสร้างขึ้นทำให้บอสแสดงอาการอกมามันถึงกับชะงักและถอยออกไปขู่คำรามความเสียหายที่เกิดขึ้นทำให้พลังของแทนที่เหลืออยู่ไม่มากฟื้นคืนมาทันที
“+43,845”
“เจ๋ง...” แทนพูดพร้อมกับวาดดาบไปในอากาศ “ทีฉันบ้างล่ะเจ้าแมวยักษ์!”เขาพูดก่อนจะเปลี่ยนเป้าหมายพุ่งเข้าฟันคัลโดร่าแมนติคอร์ที่ตอนนี้พลังน่าจะเหลือน้อยเต็มที
“โซลิดสตรอม!(Solid Storm)” ระบบประกาศชื่อท่าที่คัลโดร่าแมนติคอร์ใช้ออกมาท่าโจมตีด้วยพายุของคมโลหะสีดำ...โซลิดสตรอม
“9,745!”
“9,698!”
“9,761!”
“9,744!”
“9,711!”
ค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นกับแทนนั้นราว 50,000แต่ค่าความเสียหายที่ว่าไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มที่พุ่งเข้าไปสะทกสะท้าน และเมื่อเขาเข้าระโจมตีของดาบในมือแทนก็ฟาดฟันลงไปบนร่างของบอสระดับเลเวล 177...คัลโดร่าแมนติคอร์
“473,113!” “+23,655!”
“474,467!” “+23,723!”
“478,558!” “+23,927!”
“479,321!” “+23,966!”
แทนโจมตีใส่บอสที่พลังเหลือน้อยอย่างรวดเร็วและรุนแรง และในที่สุด ด้วยพลังของดาบเนโคโรเกียที่รวมเข้ากับสกิลเลเวลเบรกเกอร์...ก็ทำให้คัลโดร่าแมนติคอร์สลายไปพร้อมกับเสียงร้องดังก้อง
เมื่อร่างของคู่ชีวิตมันสลายไปรูโดร่าแมนติคอร์ก็ระเบิดพลังออกมาพร้อมเสียงคำรามอาฆาต สภาพในตอนนี้น่าจะเรียกว่ามันกำลังอยู่ในสภาวะคลั่งทั้งพลังโจมตีและความเร็วของมันพุ่งจึ้นสู่ระดับที่แท้จริง
“โซลิดสตรอม!(Solid Storm)” ระบบประกาศชื่อท่าที่รูโดร่าแมนติคอร์ใช้ออกมา มันเป็นท่าพายุโลหะเช่นเดียวกับที่คัลโดร่าแมนติคอร์ใช้แต่แตกต่างกันตรงสีของโลหะและความรุนแรง ซึ่งพายุที่เกิดขึ้นในตอนนี้มีโลหะสีเงินวาวกระจายตัวอยู่ในนั้น
“18,453!”
“18,678!”
“18,702!”
“18,434!”
“18,526!”
ค่าความเสียหายเฉียดแสนไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มผู้มีดาบมารในมือชะงักเขาพุ่งเข้าใส่บอสระดับเกือบสองร้อย และระเบิดการฟาดฟันของดาบมารที่จะซึมซับพลังของศัตรูให้มาเป็นพลังผู้เป็นนายของมันและเมื่อแทนเข้าสูระยะฟัน ชายหนุ่มก็เอ่ยขึ้นมาเบาๆ
“เลเวลเบรกเกอร์...” เขาต้องการจบการต่อสู้นี้ให้เร็วที่สุดเมื่อเริ่มมีหวังหลังจากที่แทนเรียกใช้เลเวลเบรกเกอร์เป็นครั้งที่สอง พลังโจมตีของดาบที่อยู่ในมือก็พุ่งสูงขึ้นอีกขั้นทันทีและเมื่อแทนโจมตีใส่บอสที่อยู่ตรงหน้าค่าความเสียหายก็ปรากฏออกมาพร้อมกับพลังที่เพิ่มขึ้นของเขาเอง
“765,770!” “+38288!”
“768,903!” “+38445!”
“764,322!” “+38216!”
แทนฟันใส่ร่างของรูโดร่าแมนติคอร์ไม่ยั้ง และเขาก็ยังกระหน่ำฟันต่อไปไม่สนใจการโจมตีที่สวนกลับมาแม้แต่น้อยนั่นก็เพราะว่าอัตราการฟื้นฟูพลังที่เกิดขึ้นกับตัวเขาเองรวดเร็วเกินกว่าจะต้องกังวลและเมื่อโจมตีต่อเนื่องไปได้ระยะหนึ่ง ร่างของบอสก็ทรุดลงกับพื้น แต่ชายหนุ่มที่อยู่ตรงนั้นก็ไม่หยุดการโจมตี
“767,024!” “+38,351!”
“765,878!” “+38,293!”
“769,648!” “+38,482!”
และเมื่อดาบสุดท้ายเฉือนผ่านร่างรูโดร่าแมนติคอร์มันก็ร้องคำรามด้วยความเจ็บปวด
“จบเรื่องกันเถอะ…”แทนพูดเบาๆ
“บลัดรีรีส!(Blood Release)”
เขาใช้ท่าโจมตีของดาบมารเนโคโรเกียที่ถูกอัดแน่นไปด้วยพลังของสกิลเลเวลเบรกเกกอร์ทั้ง 2 ครั้งหลังจากนั้นการพุ่งเข้าฟันก็เกิดขึ้น และเมื่อคมดาบฟันผ่านร่างของร่างของรูโดร่าแมนติคอร์ ความเสียหายหลักล้านก็เกิดขึ้น
“1,453,218!” “+72,660!”
หลังจากจบการฟันครั้งสุดท้ายดาบมารที่สิงที่แขนขวาของแทนก็สลายไปพรรคพวกทั้งสามคนปรากฏตัวออกมาพร้อมกับร่างของบอสที่ค่อยๆ กระจายออกเป็นละอองแสง
สายลมขยับตัวให้พอรู้สึกกลิ่นของท้องฟ้าแตะอยู่ที่ปลายจมูก แสงแดดแผ่ไออุ่น ความสงบกลับมาปกคลุมโถงแห่งสุริยะอีกครั้งและนั้นก็คือการจัดการเคลียร์เควสที่ยากลำบากอีกหนึ่งเควสของกลุ่มนักเดินทางแห่งโลกดูเอลเวิร์ดออนน์ไลน์
เอ็ดเวิร์ดเนต และไอรินวิ่งเข้ามาหาแทนแต่ก่อนที่จะมีใครพูดอะไรออกมาระบบก็ประกาศผลการต่อสู้ครั้งนี้เสียก่อน...
กลุ่มผู้เล่นสามารถจัดการคัลโดร่าแมนติคอร์ เลเวล 177 และ รูโดร่าแมนติคอร์เลเวล 199 ผู้พิทักษ์แห่งวิหารเทพีมิเรดัสได้สำเร็จได้รับการ์ด คัลโดร่าแมนติคอร์ ระดับ 15 ดาว 1 ใบ ได้รับการ์ด รูโดร่าแมนติคอร์ ระดับ 17 ดาว 1ใบ ได้รับ ไอเทม หัวใจโลหะ 2 ชิ้น ได้รับไอเทมนัยน์ตาเหล็ก 1 ชิ้น ได้รับไอเทม นัยน์ตาเหล็กไหล 1 ชิ้น ได้รับไอเทม หางแมนติคอร์ 2 ชิ้นได้รับไอเทมสำคัญ ดวงใจแห่งเทพ 1 ชิ้น ได้รับ ค่าประสบการณ์ 4,765,399หน่วย ได้รับเงิน 3,333,333 กิล ผู้เล่น แทนไทยเลื่อนระดับเลเวลเป็น 99 ผู้เล่น สมโชค เลื่อนระดับเลเวลเป็น42 ผู้เล่น ไอริน เลื่อนระดับเลเวลเป็น 81 ผู้เล่น รรรรเลื่อนระดับเลเวลเป็น 89
หลังจากสิ้นเสียงขอระบบในครั้งแรกการแจ้งของระบบในครั้งที่ 2ก็ดังตามมาติดๆ...
ผู้เล่นสามารถกำจัดรูโดร่าแมนติคอร์ได้ในขณะที่ครอบครองการ์ดแอเรียปราสาทผลึกไอเซนเกอร์ผู้เล่นสามารถเคลียร์เงื่อนไขการเลื่อนระดับของการ์ดแอเรียได้สำเร็จการ์ดปราสาทผลึกไอเซนเกอร์เลื่อนระดับเป็นระดับ G ซัมมอนวัลคีรี่ปีกผลึกเลื่อนระดับเลเวลเป็น77 ผู้ครอบครองการ์ดใบนี้ได้ค่าประสบการณ์จากการต่อสู้เพิ่มขึ้น10%