หลินตงเมื่อเห็นว่ามีคนกำลังมาก็หรี่ตาลงนิดๆ นัยน์ตาประกายสีแดงเพลิงจ้องมองไปยังเบื้องหน้าของปากถ้ำอย่างไม่วางตา ต้องบอกก่อนว่าการจะเจอใครสักคนท่ามกลางสุสานทะเลทรายแห่งนี้มันเป็นอะไรที่ยากเป็นอย่างมากแล้วยิ่งสถานที่ๆเขาอยู่ตอนนี้มันคืออาณาเขตรอบนอกของสุสานเพียงเท่านั้น ส่วนการที่จะได้้พบเจอกับผู้คนละก็พวกเขาจะต้องเดินทางไปอีกถึงอาทิตย์นึงก็เพื่อที่จะไปยังเมืองแห่งเดียวที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางสุสานทะเลทรายแห่งนี้ มันเรียกว่าเป็นเมืองรกร้างที่เต็มไปด้วยผู้แข็งแกร่งเลยก็ว่าได้
ชายหนุ่มพอจะบอกถึงรูปลักษณ์ของพวกเขาได้ในทันที ชายวัยกลางคนที่เดินเบื้องหน้ามีรูปร่างสูงใหญ่ เส้นผมสีดำตัดสั้นพร้อมกับใบหน้าที่ดูธรรมดา อีกคนนึงชายหนุ่มที่เดินตามหลังมาเหมือนกับเป็นคุณชายรูปร่างดี ใบหน้าของเขาดูหล่อเหลาผิดกับชายวัยกลางคนลิบลับ ส่วนหญิงสาวคนสุดท้ายนี้สำหรับเขาแล้วมันก็พูดขึ้นยาก นางมีใบหน้าที่พอจะงดงาม เส้นผมสีดำยาวถูกผูกมัดไว้ที่ด้านหลัง ส่วนเสื้อผ้าที่นางใส่แทบจะน้อยชิ้นเป็นอย่างมาก มันโชว์เนินอกที่กลมกลึมและต้นขาที่ขวาเนียนเพียงพอที่จะปิดจุดสำคัญเพียงเท่านั้น ด้วยรูปลักษณ์ที่สูงยาวจึงทำให้ทุกคนที่เห็นต้องเกิดความหื่นกระหายแต่ทว่ามันไม่ใช่กับเขา
มาตรฐานของหญิงสาวนางนี้ไม่ได้ครึ่งนึงของความต้องการเขาเลยแม้แต่นิด ถ้าเขาอยากจะมีหญิงสาวจริงๆ ภรรยาของเขาจะต้องเป็นสาวงามที่งดงามและเย้ายวนมากที่สุดในห้วงจักรวาล ถ้ามิเช่นนั้นเขาก็จะไม่เอาโดยเด็ดขาด
ระหว่างนั้นทั้งสามคนก็ก้าวเดินเข้ามาด้วยใบหน้าที่ประหลาดใจ โดยเฉพาะกับชายวัยกลางคนที่มีพลังขั้นขุนพลปฐพี สายตาของเขากวาดมองไปรอบๆผนึงถ้ำก็เห็นถึงคลื่นวิญญาณสีฟ้าครามที่ให้ความสว่างไสวภายในถ้ำนี้
"ผู้เชื่อมต่อห้้วงวิญญาณระดับสาม? อายุเพียงแค่นี้เนี่ยนะ!!"
ชายร่างใหญ่หยุดนิ่งลงพร้อมกับมองไปยังชายหนุ่มที่นั่งขัดสมาธิอย่างจริงจังแถมที่ด้านข้างของมันก็ยังมีสัตว์อสูรหมาป่าเขี้ยวขนเงินที่เป็นถึงระดับสามอีกด้วย จากความคิดของเขาแล้วดูท่าชายหนุ่มที่เข้ามาพักก่อนพวกเขานี้คงจะไม่ธรรมดาเลยทีเดียว
"สวัสดีพ่อหนุ่ม ข้าคือเหมาลี่ เป็นพี่ชายคนโตสุดของทั้งสองคนนี้ ส่วนนี้คือเหมารุยกับเหมาหนิงเจีย เป็นน้องชายและน้องสาวของข้า"
เขาเอ่ยแนะนำตัวตนของตนเองออกมาพลางผายมือแนะนำทั้งสองคนขึ้นอีกด้วย
ขณะนั่นเหมารุยที่เป็นชายหนุ่มก็ถึงกับตกตะลึงกับรูปลักษณ์ของหลินตง สง่างามและน่าเกรงขาม ใบหน้าที่เริ่มหล่อเหลาและมีเส้นผมยาวสลวยสีเงินช่วยให้ทุกคนแทบจะต้องมนต์สะกดแถมที่เขาได้ยินมาจากพี่ใหญ่เมื่อกี้นี้มันก็แทบจะทำให้เขาต้องตกใจ ชายหนุ่มคนนี้เป็นถึงผู้เชื่อมต่อห้วงวิญญาณระดับที่สาม พรสวรรค์ชั่งแตกต่างจากเขาราวฟ้ากับเหว ยิ่งเขาคิดก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมากแต่ทว่าเขาก็กลับไม่ได้แสดงสีหน้าที่เป็นแบบนั้นออกมา
ส่วนเหมาหนิงเจียตอนนี้ถึงกับตาเป็นประกายเมื่อมองไปยังชายหนุ่มเบื้องหน้า รูปลักษณ์ราวกับคุณชายเช่นนี้สำหรับนางแล้วถือว่าชอบยิ่งนักและเขายังเป็นถึงผู้มีพรสวรรค์ที่อนาคตไกลอีกด้วย น่าเสียดายจริงๆที่ต้องมาเป็นเช่นนี้
"คำนับคุณชาย/สวัสดีจ้าน้องชาย"
ทั้งสองคนเอ่ยทักทายชายหนุ่มอย่างเป็นกันเองจนทำให้เขานั้นขมวดคิ้วอยู่นิดๆ ถึงจะบอกไม่ได้ว่ามันคืออะไรแต่ทว่าลางสังหรณ์ของเขาก็ไม่เคยที่จะผิดพลาด
ขณะนั่นหลินตงก็ทำสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมกับพยักหน้ารับและเขายังบอกว่าให้พักผ่อนได้ตามสบาย ไว้รอตอนเช้าแล้วก็ค่อยออกไป
เหมาลี่เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มอนุญาติแล้วก็สั่งน้องทั้งสองคนให้แยกย้ายกันไป ส่วนเขาตอนนี้ก็ลอบมองไปยังคลื่นพลังวิญญาณสีฟ้าครามอย่างตกใจ ถ้าเขาไม่ได้มาเห็นด้วยตาตนเองละก็พวกเขาคงจะคิดว่าตาฝาดไปแน่
ในตอนแรกที่พวกเขากำลังออกเดินทางอยู่นั้นก็บังเอิญมาพบเจอกับเชิงผาแห่งนี้ ภายในนั้นส่องสว่างสีฟ้าครามราวกับคริสตัลจึงทำให้พวกเขาอดที่จะสงสัยไม่ได้และเมื่อได้รับรู้ว่าแสงสว่างนี้มาจากผู้เชื่อมต่อห้วงวิญญาณก็ยิ่งหวั่นเกรง ชายหนุ่มที่อายุน้อยกว่าพวกน้องของเขากลับเป็นถึงผู้เชื่อมต่อระดับสาม ยิ่งคิดก็ยิ่งตกตะลึงนัก
เวลาผ่านไปหลินตงกับทั้งสามคนก็ไม่ได้สนใจซึ่งกันและกัน ด้วยการที่ภายในโพรงถ้ำแห่งนี้มีขนาดใหญ่จึงทำให้พวกเขาทั้งสองอยู่กันคนละมุมแต่ทว่าในขณะนั้นเหมาหนิงเจียที่เป็นผู้หญิงแบบเปิดเผยก็ลุกขึ้นยืนพร้อมกับเดินมาทางเขาด้วยรอยยิ้มที่มีเสน่ห์
หลินตงที่นั่งขัดสมาธิอยู่ก็ลืมตาตื่นขึ้นพร้อมกับมองมาอย่างนิ่งสงบ ส่วนเจ้าหมายเลขหนึ่งที่หมอบกราบอยู่ก็ชำเลืองมองมานิดๆ ถ้าเกิดมีเหตุขึ้นมามันเพียงแค่ชั่วครู่เดียวก็ขย้ำหัวของผู้ฝึกยุทธเบื้องหน้านี้ได้แล้ว
นางเมื่อมาถึงก็นั่งลงอยู่ไม่ห่างจากชายหนุ่มพลางขยับตัวเปิดเผยเนื้อหนังของตนอยู่ แขนทั้งสองข้างถึงกับดันเนินอกที่ขาวเนียนออกมา ด้วยท่าทางที่เหมือนกับยั่วยวนนี้ถ้าเป็นผู้ชายคนอื่นคงจะหื่นกระหายและกระโจนเข้าใส่แล้วแต่ทว่ามันไม่ได้ผลกับเขานี้นะสิ
"คุณชายหลิน ถ้าท่านไม่ว่าอะไรเชิญมานั่งร่วมกับพวกเรารึไม่ พวกเรามีเนื้อของสัตว์อสูรที่สังหารได้ระหว่างทางมามากมายนัก"
เหมาหนิงเจียพูดขึ้นและชี้ไปยังกองไฟที่กำลังลุกโชน ด้านบนมีเนื้อสัตว์อสูรระดับสองถึงสามที่กำลังถูกย่างจนส่งกลิ่นหอมลอยล่องออกมา
หลินตงหันไปก็เห็นว่าทั้งสองคนกำลังจ้องมองมาทางเขาอย่างเฉยชาและเมื่อเขาถูกเชิญเช่นนี้ก็ต้องส่ายหัวออกมาในทันที
"ไม่ละพี่สาวเหมา ข้าตอนนี้ไม่หิวเชิญพวกท่านกินไปเถอะ"
ด้วยท่าทางที่ปฏิเสธของชายหนุ่มมันถึงกับทำให้หญิงสาวต้องประหลาดใจ ระหว่างนั่นนางก็ค่อยๆคุกเข่าลงและโน้มตัวไปด้านหน้าของเขาจนทำให้หน้าอกทั้งสองลูกต้องกระเพึ่อมขึ้น
นางค่อยๆกระซิบออกมาด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา
"แล้วเจ้าไม่สนใจพี่สาวคนนี้หรอ? แม้แต่พี่ใหญ่เหมาลี่ก็ยังบอกว่าข้าคือที่สุดในบรรดาหญิงสาวที่เขาเคยลิ้มลองมาเลยนะ..!!"
หญิงสาวใช้ลิ้นเลียริมฝีปากอมแดงของตนอย่างยั่วยวน คำพูดเช่นนี้ถึงกับออกมาจากปากของหญิงสาวมันถึงกับทำให้ชายหนุ่มต้องอึ้ง ดูเหมือนว่าหญิงสาวคนนี้จะผ่านเรื่องนั้นมามากแล้วสินะแถมนางยังไร้ยางอายถึงเพียงนี้ด้วย คำพูดที่ออกมาจากปากเช่นนี้ก็ยังไม่เคยพบเจอมาก่อนด้วยสิ ถึงการมีอะไรกับพี่ชายของตนเองมันจะเป็นเรื่องปกติภายในทวีปชิงหลงแห่งนี้ก็เถอะ
ชายหนุ่มเริ่มมีใบหน้าที่เฉยชา ถึงเขาจะถูกยั่วยวนเช่นนี้แต่เขาก็ไม่ได้สนใจหรือหวั่นไหวเลยสักนิด ก็อย่างที่บอกไปถ้าเขาอยากจะมีภรรยาละก็ หญิงสาวคนนั้นจะต้องเป็นหญิงงามที่งดงามมากที่สุดภายใต้ห้วงจักรวาล ส่วนเหมาหนิงเจียเบื้องหน้านี้ไม่ได้เข้ากับเงื่อนไขของเขาเลยซักนิด จะมีก็แต่เพียงอารมณ์ราคะที่แผ่พุ่งออกมาจากตัวของนางเท่านั้น
"ข้าไม่สนใจ เชิญเจ้ากลับไปเถอะ"
หลินตงพูดปฏิเสธไปพร้อมกับหลับตาลงอย่างไม่สนใจ เจ้าหมายหนึ่งที่เห็นก็ถึงกับแสยะเขี้ยวอย่างยินดี ผู้หญิงไร้ยางอายเช่นเจ้าไม่เหมาะกับเจ้านายของมันหรอก ถึงตัวมันจะเป็นสัตว์อสูรแต่ทว่าสติปัญญาก็ไม่ได้แตกต่างไปจากเผ่าพันธุ์มนุษย์เลยสักนิดจึงทำให้มันรับรู้เรื่องมี่เกิดขึ้นได้