ตอนที่ 138 หมูป่าที่ทรงพลัง
เมื่อได้รับข่าวจากนกพิราบขาวแล้วกายก็ไม่ได้อยู่ดูสิ่งของที่ผู้เล่นแลกเปลี่ยนกันที่ตลาดแลกเปลี่ยนของผู้เล่นอีกเขาตรงกับที่พักในทันทีจังหวะเดียวกันนั้นบริกรชายที่รับจัดการธุระให้กายก็กลับมาพอดี
บริกรชายหอบข้าวของหลายอย่างอยู่ในถุงผ้าตรงมาที่พักกายและเมื่อเห็นว่ากายกลับมาแล้วก็ดูจะแปลกใจเล็กน้อย เพราะตามปกติแล้วผู้คนที่มาพักมักจะกลับมาช่วงเย็นกันซะเป็นส่วนใหญ่
ซึ่งเวลานี้มันแค่แปดโมงกว่าๆ เท่านั้นแต่กายก็กลับมาแล้ว
“นายท่านกลับแล้วอย่างนั้นหรือตอนนี้ข้าหาของให้ท่านได้ครบแล้วจะให้ข้าเอาเข้าไปเก็นด้านในกระโจมให้ท่านด้วยหรือไม่”บริกรชายถามอย่างนอบน้อม
“ไม่จำเป็นข้าจะเอาเข้าไปเก็บเองเจ้าไปเถอะ” เขาส่ายหัวก่อนจะยื่นมือไปรับถุงผ้านั้นมาในนั้นมีทั้งธัญพืชของม้าทั้งสองตัวของกายมีเนื้อสดห่ออย่างดีโรยด้วยผงรักษาสภาพซึ่งอยู่ได้นานหลายวันและมีอาหารแห้งของกายด้วย
กายพยักหน้าอย่างพอใจก่อนจะเดินไปที่เจ้าถึกและผูกของทั้งหมดไว้ที่หลังเจ้าถึกซึ่งน้ำหนักที่เพิ่มเข้ามานั้นไม่ได้ทำให้มันรู้สึกอะไรแม้แต่น้อย
“พวกเจ้ารีบกินก่อนก็แล้วกัน”กายพูดเสียงเบากับสัตว์เลี้ยงทั้งสามของเขาก่อนจะแบ่งอาหารให้ม้าทั้งสองตัวและเนื้อบางส่วนให้เหยี่ยวและหันหลังเดินกลับเข้าไปด้านในกระโจมที่พัก
กายนั่งลงพักผ่อนชั่วครู่พร้อมกับหยิบอาหารที่ซื้อติดมือมาในระหว่างทางที่กลับมาที่กระโจมออกมากินขณะเดียวกันก็ทำสีหน้าครุ่นคิดบางอย่างไปด้วย
ตอนนี้เราต้องไปดักทางไม่ให้มีอาและลิลี่เข้าไปหากระทิงเขียวแต่ติดปัญหาที่ว่าขณะนี้ตัวตนของลอร์ดเจ็ดโลหะเริ่มโด่งดังเกินไปในตอนแรกเรามักใช้ทั้งดาบและค้อนสั่นสะเทือนเป็นอาวุธคู่กายสู้ในแดนสงครามซึ่งหลัง ๆ มาเริ่มมีคนจดจำพวกมันได้แล้ว
บางทีอีกไม่นานทั้งตัวตนของเดวินและตัวตนของลอร์ดเจ็ดโลหะไม่นานก็คงมีคนรู้เบาะแสแน่นอน
การเป็นลอร์ดเจ็ดโลหะก็ไม่แย่เพราะมีอิทธิพลต่อผู้เล่นระดับหนึ่งแต่ตัวตนของเดวินคือนักเรียนจากสถาบันศาสตร์นักรบ ซึ่งมีค่าเกินไปที่จะละทิ้ง
บางทีเราควรจะเลือกอาวุธให้แต่ละตัวตนได้ใช้อย่างจริงจังสักที
กายไตร่ตรองคิดเรื่องพวกนี้มาสักพักแล้วทั้งค้อนและดาบคืออาวุธคู่กายของลอร์ดเจ็ดโลหะแต่ขณะเดียวกันก็เป็นอาวุธที่กายถนัดในฐานะเดวินเช่นกัน
สุดท้ายแล้วกายก็ส่ายตัวออกมาอย่างติดตลกกับความคิดของตนเอง
“เหตุใดข้าต้องกังวลด้วยเล่าในเมื่อทั้งสองก็เป็นแค่สถานะเท่านั้นต่อให้ผู้รู้ว่าเดวินและลอร์ดเจ็ดโลหะคือคนเดียวกัน แต่มันจะเปลี่ยนอะไรได้ถ้าข้าแข็งแกร่งขึ้นก็คือแข็งแกร่ง ในโลกราชันคนมีที่ให้คนที่แข็งแกร่งมากมาย”
กายแสยะยิ้มออกมาดูเหมือนพอยิ่งเล่นเกมในโลกราชันเขาก็ลืมเป้าหมายไป ‘เงิน’ เขาเล่นเกมเพื่อหาเงินให้ได้เยอะๆ ไม่ว่าตัวตนไหนขอแค่ทำให้เขาหาเงินได้ก็พอแล้วมันไม่มีอะไรสำคัญ
หลังจากตัดสินใจว่าจะไม่สนใจเรื่องนี้อีกกายก็จัดการมื้ออาหารเช้าของตัวอย่างง่าย ๆ ก่อนจะออกเดินทางออกจากมัลทาฟาอีกครั้งโดยไม่บอกกล่าวกับบริกรชายแม้แต่คำเดียว
กายยังคงใส่หน้ากากเหล็กไปด้วยโดยไม่ได้เปลี่ยนชุดแต่อย่างใด
ระหว่างที่กายเดินทางออกจากมัลทาฟาก็มีสายตาสองสามคู่จับจ้องไปยังทิศทางที่เขาจากไปหนึ่งในนั้นเป็นผู้เล่นกิลด์กะโหลกแดงซึ่งมายืนยันข่าวที่พบเจอศัตรูของกิลด์กะโหลกแดงอย่างลอร์ดเจ็ดโลหะอีกหนึ่งนั้นเป็นผู้เล่นหญิงสาวที่มีสัญลักษณ์กุหลาบติดที่หน้าอกและสุดท้ายเป็นผู้เล่นชายที่มีสัญลักษณ์กำปั้นสีทอง
ทั้งสามไม่มีใครเผยตัวออกมาแต่อย่างใดเมื่อยืนยันเรื่องของตัวเองจบก็จากไปอย่างเงียบ ๆ ในทันที
...
ตามป่าที่อยู่บริเวณแนวชายแดนระหว่างนครดาราฟ้าและนครแสงเทวาแห่งหนึ่งตอนนี้มีกองกำลังผู้เล่นรวมตัวกันจำนวนมากแม้การแต่งตัวหลายอย่างจะต่างกันไปตามความถนัดแต่ทุกคนมีสิ่งหนึ่งเหมือนกันนั้นคือพวกเขาใส่เสื้อคลุมที่มีสัญลักษณ์กะโหลกสีแดง
“เจ้าหมายความว่าลอร์ดเจ็ดโลหะปรากฏตัวแถวๆ มัลทาฟาอย่างนั้นหรือ” เสียงของผู้เล่นที่ใช้ดาบหนักขนาดใหญ่ดังขึ้นผู้เล่นคนนี้ไม่ใช่อื่นแต่เป็นโคเวิร์ตกะโหลกคลั่งที่เคยผพ่ายแพ้ให้กายในแดนสงคราม
โคเวิร์ตและพวกคือกลุ่มผู้เล่นกิลด์กะโหลกแดงที่เหลืออยู่ในดินแดนของนครดาราฟ้าเพื่อติดต่อกับกลุ่มโจรต่าง ๆที่ได้รับการสนับสนุนจากนครแสงเทวาและคอยปั่นป่วนเพื่อหลอกล่อกองทหารที่ไล่ล่าผู้เล่นกิลด์กะโหลกแดงอีกทั้งยังทำหน้าที่ชักชวนผู้เล่นคนอื่น ๆ ให้เข้าร่วมโจมตีนครดาราฟ้าด้วย
จึงทำให้พวกเขามาลัดเลาะหลบซ่อนอยู่แถวนี้
แต่เมื่อเขาได้ยินว่านกพิราบขาวเจอเบาะแสของลอร์ดเจ็ดโหละก็ทำให้โคเวิร์ตกะโหลกคลั่งรู้สึกเลือดขึ้นหน้าในทันที
“ไปรวบรวมคนมาเราจะไปล่าชายคนนั้นกัน” โคเวิร์ตหันไปสั่งผู้เล่นกิลด์กะโหลกแดงที่อยู่ด้านหลังหลายคนรู้สึกว่าที่โคเวิร์ตสั่งนั้นมันผิดแผนเกินไปจึงคิดจะเอ่ยปากท้วงโดยเฉพาะหนึ่งในผู้เล่นที่เป็นหน้าทีมย่อยที่แม้จะไม่มีตำแหน่งในกิลด์เท่าโคเวิร์ตแต่ก็มีสิทธิจะออกเสียงเช่นกัน
“โคเวิร์ตเจ้าอย่างลืมว่าถ้าเราเคลื่อนไหวเร็วเกินไปอาจจะทำให้เสียงานใหญ่ได้”หัวหน้าทีมย่อยผู้ใช้ขวานสองคม ที่ชื่อ มาร์ กล่าวเตือน
“หึแค่ค่อยสร้างความวุ่นวายให้หลังแนวข้าศึก แม้จะสำคัญแต่ตอนนี้ก็ยังไม่ได้เร่มแผนการซะก่อน มันยังมีเวลาอีกหนึ่งวันเต็ม ๆ”
“ถึงแบบนั้นพวกเราอาจจะกลับมาไม่ทันและถ้าเจอกับพวกทหารที่ออกล่าเราอาจจะตายจนหมดได้ผู้เล่นในกลุ่มของข้านั้นตายกันมาคนละหนึ่งถึงสองครั้งแล้ว ถ้ายังไปอีกและโดนฆ่าตาพวกเราคงต้องไปเริ่มสร้างตัวละครกันใหม่อีกครั้ง”หัวหน้าทีมย่อยที่ใช้ดาบยาวที่ชื่อ แจ็คกี้ พูดเสริมขึ้นมาพร้อมกับขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างไม่ชอบใจ
“หึพวกเจ้าเลิกพูดขัดข้าได้แล้ว อย่าลืมว่าลอร์ดเจ็ดโหละสร้างความเสียหายให้พวกเรามากแค่ไหนในแดนสงครามแม้ข้าจะอยากฆ่ามัน แต่ก็ไม่ได้หลับหูหลับตาพาพวกเจ้าไปตายซะหน่อยข้าจะพาไปซะเพราะคนที่ตายไม่เกินหนึ่งครั้งแบบนี้ต่อให้โดนฆ่าตายก็น่าจะเกิดใหม่และถอยหนีออกมาได้ทันนั้นคงไม่กระทบกับแผนการมากเกินไปหรอกมั้ง” โคเวิร์ตกล่าวออกมาอย่างเย็นชาและหันไปจ้องทั้งสองคน
เมื่อโคเวิร์ตพูดมาถึงขนาดนี้ก็คงยากที่คนอื่นๆ ในกิลด์จะเปลี่ยนความคิดของเขาได้โดยเฉพาะในสถานที่นี้โคเวิร์ตคือสมาชิกที่มีตำแหน่งสูงสุดในกิลด์กะโหลกแดง
หลังจากใช้เวลาไม่นานโคเวิร์ตก็เลือกผู้เล่นมาราวๆ 100 คน ก่อนจะเร่งรีบเดินทางออกไปสมทบกับผู้เล่นที่ตามรอยลอร์ดเจ็ดโลหะไป
...
กายเดินทางออกจากมัลทาฟาตรงไปทางตะวันตกเฉียงเหนือราวๆ ครึ่งวัน นั้นคือจุดหมายที่ระบุไว้บนแผนที่สถานที่เขากำลังไปนั้นอยู่ที่ด้านบนสุดของทุ่งหญ้ากิราและใกล้กับปราการตะวันออกของนครดาราฟ้า
ซึ่งเมื่อรวมกับจดหมายที่กายได้มาจากศพของผู้เล่นกิลด์กะโหลกแดงที่ฆ่าไปทั้งสามคนเมื่อวันก่อนนั้นยิ่งทำให้กายมั่นใจว่ากระทิงเขียวต้องอยู่ที่นั่นอย่างแน่นอนเพราะสถานที่มันใกล้กับพื้นที่ซึ่งเป็นทางผ่านระหว่างนครดาราฟ้าและป้อมปราการตะวันออกพอดี
แต่เมื่อมาถึงกายการเดินทางของกายก็ต้องหยุดลงเพราะด้านหน้าของกายนั้นมีกลุ่มผู้คนกำลังต่อสู้อยู่กับหมูป่าขนาดใหญ่เท่ากับวัวตัวเต็มไวตัวหนึ่งสีของมันดำเมื่อม เขี้ยวยาว 30 เซนติเมตร แหลมคมไม่ต่างจากคมดาบแรงของหมูป่าตัวนี้มากเกินกว่าที่มนุษย์จะต้านทานได้
กายไม่เข้าไปวุ่นวายเพียงสังเกตการณ์อยู่เงียบๆ เท่านั้น
เป็นกลุ่มผู้เล่นสินะ...ว่าแต่หมูป่านั้นทำไมตัวมันถึงได้ใหญ่เช่นนี้
กายมองไปที่หมูป่าอย่างสนใจ
“มีคนมาอีกแล้ว”
“เจ้าคอยระวังเขาไว้ส่วนที่เหลือช่วยกันฆ่ามันให้ได้ ก่อนที่จะมีคนมาวุ่นวายมากกว่านี้”
“โอ้...ลุยกันเลย”
ผู้เล่นกลุ่มนี้แบ่งคนออกมาคอยระวังกายอยู่คนหนึ่งส่วนที่เหลืออีกราว ๆ 5 คนก็รุมล้อมพยายามสังหารหมูป่าลงให้ได้
จากวิธีการต่อสู้กายรับรู้ได้ว่าคนพวกนี้เป็นนักรบฝึกหัดขั้น1 แต่แม้จะเป็นนักรบฝึกหัดขั้นที่ 1 ถึง 5 คนลงมือไล่ฆ่าหมูป่าก็ยังยากจะปลิดชีพมันได้นอกจากทำให้มันบาดเจ็บมากขึ้นและโมโหมากขึ้นก็เท่านั้น
หนึ่งในผู้เล่นโดนหมูป่าชนเข้ากลางลำตัวเขี้ยวยาวมากกว่า 30 เซนติเมตรของหมูป่าแทงลึกเข้าไปที่บริเวณท้องเต็มแรงแม้แต่เกราะหนังก็ยากจะต้านทานการโจมตีนี้ได้ ทำให้ผู้เล่นคนนั้นส่งเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดก่อนร่างจะกระเด็นไปตกไปด้านข้างและกลายเป็นลูกไฟหายไป
หมูป่ายังไม่หยุดวิ่งมันเลือกจะหนีออกไปจากตรงนี้เพราะรู้ว่าถ้าอยู่ต่อคงโดนรุมสังหารเป็นแน่แท้ดังนั้นมันจึงวิ่งมาทางผู้เล่นที่กำลังเฝ้าระวังกายซึ่งผู้เล่นคนนั้นก็ดันหันหลังให้กับหมูป่าพอดี
“หลบเร็ว!”ผู้เล่นคนอื่น ๆร้องเตือนแต่ก็ไม่ทันแล้วทำให้ผู้เล่นคนนั้นโดนชนและถูกเขี้ยวยาวของมันแทงเข้ากลางหลังและถูกฆ่าจนตายไม่ต่างผู้เล่นก่อนหน้านี้
แต่ถึงจะฆ่าไปสองคนแล้วแต่เส้นทางที่มันเลือกจะวิ่งหนีนั้นก็ยังมีคนขวางอีก นั้นก็คือกายที่อยู่บนหลังเจ้าหมอก
หมูป่ามองมาที่กายด้วยสายตากระหายเลือดกายเองก็มองไปที่มันอย่างสนใจเช่นกัน
กายคว้าค้อนสั่นสะเทือนออกมาก่อนจะกระโจนเข้าหาหมูป่า
“ศิลปะการต่อสู้รูปแบบศาสตราวุธ ทุบ ขั้น2”ค้อนสั่นสะเทือนตวัดจากด้านข้างลำตัวของกายเข้าปะทะกลางศีรษะของหมูป่าดัง ตู้ม!แต่ที่ภาพตรงหน้าก็ทำให้กายดูจะตกใจพอควรเพราะหมูป่านั้นกลับไม่ได้เป็นอะไรเลยแม้แต่น้อย
มันเพียงส่ายหัวไปด้วยความมึนงงก่อนจะมองไปที่กายด้วยความโกรธและพุ่งตรงเข้ามาหาเขาอีกครั้ง
“ถ้าอย่างนั้นเจอแบบนี้เป็นยังไง”
“ศิลปะการต่อสู้ปลดล็อกขีดจำกัดพละกำลัง ขั้น 1”
“ศิลปะการต่อสู้ปลดล็อกขีดจำกัดความเร็ว ขั้น 1”
“ศิลปะการต่อสู้รูปแบบศาสตราวุธ ทุบ ขั้น 2”
กายตั้งท่าเท้ายันพื้นพร้อมกับแสดงศิลปะการต่อสู้ที่ใช้ร่วมกับค้อนสั่นสะเทือนซึ่งเป็นพลังโจมตีแทบจะสูงสุดของเขาแล้ว
หมูป่าแม้จะรับรู้ได้ถึงความอันตรายแต่ความโกรธของมันนั้นสั่งให้มันชนคนข้างหน้าให้ตายไปเหมือนกับสองคนก่อนหน้านี้ซะ
เท้าทั้งสี่ของหมูป่าตะกุยดินพุ่งเข้าหากายกายหมุนตัวสามรอบด้วยการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วก่อนจะเปลี่ยนทิศทางของค้อนสั่นสะเทือนให้ยกสูงขึ้นและทุบลงมาจากด้านบนด้วยแรงเต็มกำลัง
ค้อนสั่นสะเทือนทุบเข้าใส่กลางกะโหลกของหมูป่าอย่างเต็มแรงส่งผลให้เกิดแรงกระแทกกดทับเอาหัวของมันจบลงกับพื้นดินสร้างหลุมที่มีรอยแตกยาวกว่า5 เมตรรอบทิศทางหลังจากนั้นก็มีเสียงที่ดังสะเทือนกระจายออกมาจากจุดปะทะพร้อมกับฝุ่นควันที่ถูกกวาดหายอย่างรวดเร็ว
เหลือเพียงหมูป่าที่นอนตายแน่นิ่งอยู่บนพื้นและกายที่ค้างอยู่ในท่าโจมตี
ผู้เล่นที่ยังเหลือรอดอยู่อีก4 คนต่างก็มองฉากนี้พร้อมกับปากที่อ้ากว้างค้างไว้ตั้งแต่ร้องเตือนสหายที่ตายไปเพียงแต่ในตอนนี้มันอ้าค้างมากกว่าเก่าเท่าตัวหนึ่งเพราะตกตะลึงกับการโจมตีของชายใส่หน้ากากเหล็กแปลกหน้า
กายค่อยๆ ยกค้อนสั่นสะเทือนที่จบลึกไปในกะโหลกของหมูป่าซึ่งที่ตัวค้อนสั่นสะเทือนยังมีเศษเนื้อและเลือดติดยืดยาวขณะที่เขายกขึ้นจากหัวของหมูป่า
กายมั่นใจเป็นอย่างมากว่าหมูป่าตัวนี้ต้องอยู่อย่างน้อยระดับสองและอาจจะใกล้ระดับ3 แล้ว เพราะม้าและเหยี่ยวของเขายังมีระดับได้ดังนั้นหมูป่าตัวนี้ก็น่าจะมีระดับด้วยเช่นกันไม่งั้นมันจะทรงพลังอย่างนี้ได้อย่างไร
แต่ขณะที่กำลังมองดูหมูป่าที่ตายไปอยู่นั้นอยู่ ๆ กายก็สัมผัสได้ถึงการสั่นไหวเบา ๆมาจากเหรียญตรากักเก็บจิตวิญญาณที่เก็บไว้กับตัว
เขาหยิบเหรียญตรากักเก็บจิตวิญญาณออกมาอย่างแปลกใจก่อนจะมองไปที่ซากหมูป่าที่อยู่ด้านหน้า
“หรือว่า...”
.......................
Witterry: ตอนนี้ไรท์มีเพจเฟสบุ๊คแล้วนะ มากดติดตามเพื่อคอยรับข่าวสารหรือเข้ามาพูดคุยกันได้นะจะมาติดตามทวงนิยายก็ได้ https://www.facebook.com/witterry.writer/หรือพิมพ์ค้นหาในเฟสบุ๊ค witterry writer ได้เลยนะ