ตุบ!
ตุบ!
ตุบ!
เสียงชีพจรที่ดังลั่นจนแผ่นดินสะเทือนนี้มาจากร่างของราชินีมังกร
นางกำลังหลับตา แสงบางๆรวมตัวกันรอบปีกของนาง มันผสานตัวเข้าหากันจนตอนนี้มีลักษณะคล้ายกับไข่ใบหนึ่ง ไป่ฟานเซียนที่เห็นสถานการณ์กำลังจะลงมือก็เป็นจังหวะเดียวกับที่พวกอู๋เจี่ยเปิดประตูเข้าไปในห้องลับนั่นได้พอดี
“พวกเจ้ากลับไปกันก่อน...”
เสียงของไป่ฟานเซียนดังเข้ามาในหัว แม้ว่านางจะไม่ได้อยู่ใกล้ๆแต่ผู้ติดตามทุกคนของนางกลับได้ยินอย่างชัดเจน
“พี่หญิงคะ!?”
เซี่ยซูเหยาเต็มไปด้วยความไม่ยินยอม แต่ก็เป็นอู๋เจี่ยที่พูดขึ้นด้านข้าง
“พวกเธออยู่ก็ทำอะไรไม่ได้หรอก ฉันจะใช้พลังของฉันเปิดประตูให้เด็กๆกับปู่สองคนนี้เอง” ชายวัยกลางคนกำลังหมายถึงหวงจื่อหานและหัวหน้าหมู่บ้านใต้เมฆา
การเปิดประตูมิตินี้หลักการของมันคือการใช้พลังปราณในการแหวกฉนวนที่ทำหน้าที่ปกป้องประตูออกจากนั้นประตูจะดูดซับลมปราณส่วนที่เหลือเป็นค่าผ่านทาง
หมายความว่ายิ่งใช้พลังปราณเยอะเท่าใดก็จะยิ่งคงสภาพของฉนวนได้นานและส่งคนข้ามประตูไปได้มากเท่านั้น
อย่างกรณีของไป่ฟานเซียนที่ตอนนั้นใช้พลังในระดับ“บรรพจารย์” ก็เพียงพอที่จะสลายฉนวนไประยะเวลาหนึ่ง และยังสามารถส่งทุกคนในห้องข้ามผ่านมายังมิตินี้ได้โดยปลอดภัย
“แล้วตัวท่านล่ะ?”
หัวหน้าหมู่บ้านใต้เมฆารู้สึกแปลกๆกับคำพูดของอู๋เจี่ย
เขาจะใช้พลังของตนในการเปิดประตูให้กับคนที่มีพลังปราณไม่ถึงระดับปรมาจารย์ แต่ในห้องนี้ก็มีถึงสี่คน
ก่อนหน้านี้เขาก็เห็นมาบ้างขนาดเป็นพลังของระดับปรมาจารย์ยังคงสภาพรอยแหวกของฉนวนนั่นไว้ได้แค่ไม่กี่วินาที อย่างมากก็พอให้คัวเองพุ่งผ่านเข้าไปได้เท่านั้น
“...อย่าบอกนะว่าคุณ”
เซี่ยซูเหยาเบิกตากว้าง
ชายคนนี้ไม่ได้คิดที่จะกลับไปพร้อมกับพวกเธอ!
“ผมยังกลับไปไม่ได้” อู๋เจี่ยส่ายหัวเบาๆแล้วถอนหายใจ
“ถึงดูจากสถานการณ์แล้ว ทุกอย่างมันน่าจะกำลังผลัดเปลี่ยนไปสู่ยุคต่อไป นอกจากนี้เหล่าผู้ต่อต้านของมนุษย์ก็ล้มตายไปจนเกือบหมดแต่ผมก็ยังทิ้งคนในหมู่บ้านนั้นไปไม่ได้”
หัวหน้าหมู่บ้านชราน้ำตาไหล เขารู้นิสัยของหมอเทวดาคนนี้ดี ในยามนั้นเพราะช่วยเหลือชาวบ้านของเขาก็ทำให้อู๋เจี่ยอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านใต้เมฆาจนถึงยามนี้
“นอกจากนี้อาการของเด็กคนนี้ก็ไม่เป็นไรแล้วนี่” อู๋เจี่ยยิ้มพลางมองไปยังฮุ่ยเอ๋อ
เซี่ยซูเหยาถอนหายใจ เธอรู้ว่าเป้าหมายแรกของพี่หญิงก็คือการตามหาหมอเทวดาเพื่อรักษาให้ฮุ่ยเอ๋อ พอตอนนี้ฮุ่ยเอ๋อกลับปรากฏลมปราณกระจายไหลเวียนอยู่ทั่วร่างราวกับคนปกติ พวกเธอก็ไม่จำเป็นต้องมีธุระกับอู๋เจี่ยแล้ว
“ฝากบันทึกเล่มนี้ให้เด็กคนนั้นด้วยนะ”
อู๋เจี่ยล้วงไปในเสื้อกาวน์แล้วหยิบบันทึกที่เต็มไปด้วยร่องรอยการใช้งานออกมา เด็กคนนั้นที่เขาพูดถึงก็คือลูกศฺษย์ของเขาหรือก็คือหลานสาวของหัวหน้าหมู่บ้านคนนี้เอง
“...ตาแก่อย่างข้ามาสายไปหรือเปล่า”
ทันใดนั้นเองที่หน้าถ้ำกลับปรากฏร่างของคนสองคนเดินเข้ามา เป็นจอมดาบเจิ้งเหรินอี้กับเหม่ยอิงหลานสาวของเขาที่รีบวิ่งเข้าไปหาถังเย่เย่และฮุ่ยเอ๋อที่กำลังสลบไสลด้วยความเป็นห่วง
“นึกว่าพวกเราต้องกลับไปก่อนแล้วนะเนี่ย”
จอมพลอย่างจางเซียนหยวนถอนหายใจ ซึ่งเมื่อชายชราได้ยินก็หัวเราะออกมาเบาๆ
“โชคดีที่หุบเขานี่ไม่ไกลจากทางตะวันออกเท่าไรแล้วบังเอิญว่าข้ากับหลานสาวอยู่แถวๆนี้พอดี”
เจิ้งเหรินอี้ในตอนแรกอยู่ในเมืองทางตะวันออกซึ่งไม่ห่างจากหุบเขาราชินีมังกรนี้นักและไปได้ยินข่าวเรื่องการจับตัวมนุษย์เด็กสองคนได้เข้าจึงเร่งรีบเดินทางมา แต่เมื่อมาถึงกลับพบว่าทุกอย่างมันจบไปเสียแล้ว
“เป็นสาวน้อยคนนั้นที่บอกว่าพวกเจ้าอยู่ที่นี่น่ะ”
ทันทีที่เข้ามาในอาณาเขตไป่ฟานเซียนที่กำลังแผ่สัมผัสสวรรค์ออกไปพอดีก็พลันรับรู้ถึงตัวตนของสองปู่หลาน นางจึงส่งเสียงไปทางลมปราณแจ้งให้ทั้งสองคนรีบมารวมตัวกับทุกคน
“พวกเธอรีบไปเถอะ”
อู๋เจี่ยที่สัมผัสได้ถึงกระแสพลังที่กำลังผันผวนอยู่ด้านนอกรีบร้องเตือน เขารู้สึกไม่สบายใจเมื่อเห็นว่ากระแสพลังปราณที่บังเอิญไหลเข้ามาสามารถทำให้ฉนวนนั้นมีรอยฉีก
ตุบ!
ทันใดนั้นเอง เสียงชีพจรที่รุนแรงและยิ่งใหญ่ครั้งสุดท้ายก็ดังขึ้น ความผันผวนของกระแสลมปราณพุ่งขึ้นไปสู่จุดสูงสุด
ตูม!
พวกเขาได้ยินเสียงที่คล้ายกับบางสิ่งกำลังแตกออก พลังปราณจำนวนมหาศาลไหลทะลักออกมาจนเต็มทั้งหุบเขา
ไป่ฟานเซียนตอนนี้กำลังจับจ้องไปยังสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่เบื้องหน้าพลางหรี่ตาลง
ราชินีมังกรที่เดิมก็มีขนาดใหญ่อยู่แล้วนั้นตัวใหญ่ขึ้นอย่างน้อยก็ครึ่งเท่า เกล็ดสีแดงเพลิงนั้นราวกับกำลังมีเปลวไฟลุกไหม้อยู่ตลอดเวลา แรงกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างนั้นทะลวงผ่านระดับเหนือมนุษย์(เทพเจ้า) ไปเรียบร้อยแล้ว!
ราชินีมังกรกลายเป็นตัวตนในระดับเดียวกับที่ไป่ฟานเซียนเคยก้าวไปถึงเมื่อหนึ่งหมื่นปีก่อน
ตัวตนกึ่งอมตะ!
สถานะหนึ่งเดียวที่เคยเป็นของไป่ฟานเซียน ตอนนี้นางได้กลายเป็นพยานในการกำเนิดตำตนระดับนี้ด้วยตาของตัวเอง!
“...นี่มันยิ่งกว่าที่ข้าคิดเสียอีก”
ราชินีมังกรสัมผัสถึงพลังในร่างกายของตัวเองอย่างตื่นเต้น
“...มนุษย์! เจ้าพลาดเสียแล้วที่ไม่ยอมกำจัดข้าตั้งแต่ที่ยังมีโอกาส” ราชินีมังกรกางปีกออก ร่างของนางพลันโบกสะบัดขึ้นไปโบยบินอยู่กลางท้องฟ้า ดวงตาที่ใหญ่โตของนางกำลังสั่นระริก
นางเงยหน้าขึ้นไป พลังขุมหนึ่งก็มารวมตัวกันเหนือหัว นี่คือหนึ่งในท่าไม้ตายที่นางเคยสำแดงออกมาก่อนหน้านี้
เพลิงมังกรพิโรธ!
เพียงพริบตา ลูกบอลพลังสีแดงเข้มที่อัดแน่นไปด้วยอำนาจทำลายล้างก็ถูกปลดปล่อยมันพุ่งลงมาใส่จุดที่ไป่ฟานเซียนกำลังลอยอยู่โดยมีความรุนแรงมากกว่าก่อนหน้านี้กว่าสิบเท่า!
“นี่ไม่ดีแล้ว!”
อู๋เจี่ยกกำลังร้อนรน ถึงเขาจะไม่รู้ว่าข้างนอกกำลังเกิดอะไรขึ้น แต่เพียงแค่เศษเสี้ยวของพลังที่บังเอิญไหลเข้ามาในห้องนี้ก็เพียงพอที่จะทำให้ฉนวนที่เป็นเขตแดนของประตูมิติฉีกขาด
ลูกบอสแสงสีขาวภายในเริ่มมีปฏิกิริยามันเรืองแสงจางๆพร้อมที่จะทำงานขึ้นทุกเมื่อ
ไป่ฟานเซียนที่กำลังเผชิญหน้ากับการโจมตีสะบัดมือฝ่ามือของนางฟาดเปรี้ยงเข้าไปปะทะกับเพลิงมังกรพิโรธจนมันถูกหยุดไว้กลางอากาศ
นางแค่นเสียงออกมาทีหนึ่ง กลุ่มก้อนพลังนั้นก็ค่อยๆสลายไปต่อหน้าราชินีมังกรที่ประหลาดใจ
“...เจ้าแข็งแกร่งจริงๆมนุษย์”
เมื่อจบคำ การต่อสู้ที่สะเทือนฟ้าสะเทือนดินยิ่งกว่าเก่าก็เกิดขึ้นเหนือหุบเขา
ตอนนี้หนึ่งหมัดของไป่ฟานเซียนสามารถทำให้ร่างกายอันใหญ่โตของราชินีมังกรเซได้นิดหน่อยเท่านั้น ขณะเดียวกันนางเองก็สัมผัสถึงความหนักหน่วงจากการโจมตีของราชินีมังกรเช่นกัน
ทั้งสองโบยบินขึ้นไปพัวพันกันบนท้องฟ้า เหล่าประชากรของมิตินี้ไม่สามารถแม้แต่จะยืนไหวเมื่อสัมผัสกับกระแสพลังที่กระจายไปทั่ว พวกเขาตัวสั่นและจ้องมองอย่างเหม่อลอยโดยไม่อาจต่อต้าน
ครืน!
เพราะการปะทะกันของทั้งสองฝ่าย ส่งผลให้หุบเขาค่อยๆถูกทำลายไปทีละส่วน ยอดเขาที่เคยสูงชันพังทลายลงมาจนไม่เหลือเค้าเดิม เปลวไฟของราชินีมังกรสามารถละลายก้อนหินที่แข็งแรงจนหลอมเหลว
ตูม!
การโจมตีของราชินีมังกรไม่สามารถทำอะไรไป่ฟานเซียนได้ ลูกบอลเพลิงกระเด็นลงไปกระแทกจนหุบเขากลายเป็นหลุม ไป่ฟานเซียนในตอนแรกนางไม่ทันได้สังเกต แต่สัมผัสสวรรค์ของนางกลับสัมผัสได้ถึงคนกลุ่มหนึ่งบริเวณนั้นพอดี!
ห้องลับที่อยู่ลึกเข้าไปในตัวหุบเขาตอนนี้กลับถูกลูกหลงจากการต่อสู้จนเพดานด้านบนถล่มลงมาโชคดีที่จางเซียนหยวนและเจิ้งเหรินอี้นั้นรู้ตัวทัน พวกเขาปลดปล่อยการโจมตีเพื่อทำลายเศษซากก้อนหืนที่ตกลงมาจนเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
แต่มันก็ทำให้ห้องนั้นทะลุขึ้นมาจนถึงด้านบน!
ราชินีมังกรที่ตอนแรกมุ่งความสนใจไปที่ไป่ฟานเซียนก็พลันสัมผัสถึงตัวตนอื่นได้
นางมองเหล่ามนุษย์เกือบสิบคนที่อยู่เบื้องล่างด้วยสายตาแปลกประหลาด ก่อนที่นางจะเผยรอยยิ้มเหยียดหยามขึ้นที่มุมปาก
“มนุษย์ตัวเล็กจ้อยพวกนั้นเป็นพวกเดียวกับเจ้าสินะ?”
ไม่ต้องรอให้ไป่ฟานเซียนตอบร่างของราชินีมังกรก็เคลื่อนตัวไปทางด้านนั้น ด้วยขนาดตัวที่ใหญ่โตของนางแค่พริบตาเดียวก็สามารถบดขยี้ใครก็ตามที่อยู่บนพื้นได้แล้ว!
ไป่ฟานเซียนเบิกตากว้างร่างของนางราวกับภาพติดตา ด้วยความเร็วที่เหนือกว่า ก่อนที่การโจมตีทางกายภาพของราชินีมังกรจะมาถึงนางก็มาปรากฏตัวเบื้องหน้าเหล่าผู้ติดตามของนางเสียก่อน
หมัดเล็กๆของนางกลับสามารถยับยั้งกรงเล็บมหึมาของราชินีมังกรไว้ได้นางรีบหันไปบอกจางเซียนหยวน
“รีบเปิดประตูซะ”
ท่านจอมพลพยักหน้า เขากำลังจะระเบิดพลังเพื่อทำให้ประตูมิตินั้นทำงาน
แต่ก่อนหน้านั้นเอง
ราชินีมังกรที่ปะทะอยู่กับไป่ฟานเซียนก็ระเบิดปราณออกมาจนทั่วร่าง นางพยายามสะกดข่มไป่ฟานเซียนที่ต้องปกป้องคนของตนอยู่เบื้องล่างให้จมดิน
ไป่ฟานเซียนเองก็ไม่น้อยหน้าพลังปราณของนางไหลทะลักออกมาดุจห้วงสมุทร พลังปราณสองสายขับเคี่ยวกันอยู่กลางอากาศ
ประตูมิติที่เป็นกลุ่มก้อนแสงสีขาวเมื่อไร้ซึ่งฉนวนเขตแดนที่คอยหุ้มไว้ เมื่อสัมผัสเข้ากับพลังปราณที่มากมายมหาศาลของสองตัวตนระดับกึ่งอมตะในระยะใกล้ๆมันก็พลันส่องแสงสีขาวสว่างจ้า
อู๋เจี่ยเบิกตากว้าง เขารู้ดีว่าอะไรกังจะเกิดขึ้น
ไม่ทันแล้ว!
แสงสีขาวนั้นมีขนาดใหญ่ยิ่งกว่าครั้งใดๆ มันแผ่ออกมาจนครอบคลุมไปทั้งหุบเขา
เหล่าประชากรของทั้งสองชนเผ่าซึ่งเฝ้ามองการต่อสู้สะท้านฟ้านี้จากระยะไกลเองก็เห็นแสงนี้ มันขยายตัวจนสามารถกลืนกินร่างที่ใหญ่โตของราชินีมังกรไปได้ทั้งตัว มันส่องแสงสีขาวแสบตาออกมาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ทุกชีวิตที่ยังหลงเหลืออยู่ในหุบเขานั้นจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย...
ในยุคสมัยปัจจุบัน
ถังเทียนจี๋ตอนนี้กำลังนั่งทำหน้าตาเคร่งเครียด เขาได้เดินทางกลับมายังบ้านของตัวเองเรียบร้อยแล้ว ข่าวเรื่องการหายตัวไปของตัวตนระดับปรมาจารย์หลายคนรวมถึงท่านจอมพลของกองทัพเริ่มกลายเป็นประเด็นใหญ่โตและปิดไม่มิด
เหล่าผู้ฝึกตนล้วนกำลังถกเถียงเรื่องนี้กันอย่างเซ็งแซ่ โดยเฉพาะในเว็บบอร์ดของชุมนุมผู้ฝึกตนนั้นกำลังเดือดพล่านไปด้วยข้อสันนิษฐานและการถกเถียง
ความคิดเห็นที่6785 (นักปรุงมือใหม่)
- ท่านจักรพรรดินีหายไปไหนนะ...
ความคิดเห็นที่6786 (โอสถคือชีวิต)
- นี่ก็หนึ่งเดือนกว่าๆแล้ว แต่นางไม่มีข่าวคราวหรือแวะเวียนเข้ามาในเว็บบอร์ดบ้างเลย
ความคิดเห็นที่6789 (นักสืบวงใน)
- ไม่ใช่แค่จักรพรรดินีโอสถนะ รู้สึกว่านางพญาแม่ม่ายแดงของตระกูลเซี่ย จอมดาบเจิ้งเหรินอี้ หรือแม้แต่ท่านจอมพลของกองทัพก็หายตัวไปพร้อมๆกัน
ที่ตรงข้ามของถังเทียนจี๋คือเซี่ยจื่อโจวที่เป็นนายใหญ่ตระกูลเซี่ยหลังจากวันนั้นที่หมู่บ้านใต้เมฆาสองคนนี้ก็กลับกลายเป็นสนิทสนมกัน
นอกจากนี้ยังมีตัวตนอย่างพลเอกหลิวเยี่ยนเฟยที่อยู่ในห้องนี้พร้อมกับผู้ช่วยของเขาอย่างจิ้นหลิง
“กองทัพได้ข่าวอะไรมาบ้างไหมครับ?”
ถังเทียนจี๋ถามเสียงเบา ตลอดหนึ่งเดือนมานี้เป็นเพราะชื่อเสียงและอำนาจของไป่ฟานเซียนที่สร้างขึ้นก่อนจะหายตัวไปทำให้พอจะจัดการหลายๆเรื่องได้ ทั้งยังได้รับการช่วยเหลือจากเซี่ยจื่อโจวกับหลิวเยี่ยนเฟยอีก ทำให้ตระกูลถังสามารถรับมือกับปัญหาของผู้ฝึกตนทางภาคตะวันออกหลังจากที่ตระกูลหานสูญเสียความยิ่งใหญ่ไปได้
หลิวเยี่ยนเฟยเองก็ถอนหายใจ
เพราะว่าคราวนี้แม้แต่ท่านจอมพลยังหายตัวเข้าไปในสิ่งที่เหมือนประตูมิตินั่น ทำให้กองทัพให้ความช่วยเหลือในการปกปิดข่าวสารอย่างเต็มที่แต่จนถึงตอนนี้ประตูนั่นกลับไม่มีปฏิกิริยาใดๆแม้ว่าจะใช้พลังของพลเอกทั้งสี่คนร่วมมือกันก็ตาม
ตามข้อสันนิษฐานของเขาประตูนี่น่าจะมีข้อจำกัดบางอย่างในการใช้งาน ซึ่งสำหรับบุคคลภายนอกอย่างพวกเขานั้นไม่มีทางรู้ได้เลยว่ามันจะต้องใช้เวลาเท่าใดจึงจะเปิดประตูนั่นได้อีกครั้งหนึ่ง
ทั้งยังไม่แน่ใจในความปลอดภัยด้วย
และนั่นทำให้หลิวเยี่ยนเฟยโดนโยนงานของท่านจอมพลลงมาทั้งหมด นอกจากงานประจำตำแหน่งของตัวเองแล้วเขายังต้องรับภาระในส่วนที่เพิ่มขึ้นมาชั่วคราวแม้จะมีคุณผู้ช่วยและคนของท่านจอมพลคอยสนับสนุนอยู่ แต่สำหรับตัวชายหนุ่มแล้วสิ่งเดียวในหัวของเขาตอนนี้ก็คือเขาอยากจะลาออกจากตำแหน่งนี้ให้รู้แล้วรู้รอด!
เขารู้สึกเหมือนกับว่าตั้งแต่ที่ได้รู้จักไป่ฟานเซียนงานของเขาก็เริ่มจะเพิ่มมากขึ้นจนล้นมือก่อนหน้านี้เขาอยากจะลาพักร้อนไปทีหนึ่งก็แล้ว แต่คราวนี้เพราะเป็นภาระสำคัญระดับประเทศทำให้เขาไม่สามารถจะทิ้งทุกอย่างไว้ด้านหลังได้
ชายหนุ่มทอดถอนหายใจ เขาจิบน้ำชาขณะที่เหม่อมองออกไปด้านนอกหน้าต่าง ตอนนี้พวกเขามารวมตัวกันอยู่ที่บ้านพักอีกหลังหนึ่งของถังเทียนจี๋ เพราะบ้านหลังนั้นของไป่ฟานเซียนแม้ว่านางจะไม่อยู่แต่เขตแดนที่กางทิ้งไว้ก็ยังทำงานได้ดี
พวกเขาเข้าไปไม่ได้
ท้องฟ้าสีครามและทะเลที่กำลังทอประกายสามารถทำให้เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังได้พักผ่อน ชายหนุ่มอาศัยเวลาที่ต้องออกมาหารือกับถังเทียนจี๋และเซี่ยจื่อโจวเช่นนี้ในการพักผ่อนจิตใจของตัวเองเป็นประจำ
แต่ในขณะที่เขากำลังเหม่อมองทิวทัศน์ที่งดงามนั้นเอง
พรวด!
ที่เหนือท้องทะเลที่กว้างใหญ่ อยู่ๆก็ปรากฏรอยแยกของห้วงมิติที่บิดเบี้ยว
ก่อนที่ร่างของมังกรตัวใหญ่ยักษ์ลำตัวสีแดงฉานจะพุ่งออกมาจากรอยแยกนั้นพร้อมกับแรงกดดันอันทรงอำนาจ นอกจากนี้ที่ไม่ห่างกันนักเขาก็มองเห็นคนที่คุ้นหน้าคุ้นตาหลายคนที่ถูกดีดออกมาเช่นเดียวกัน
นั่นมันท่านจอมพล?
แล้วก็ยังมีเซี่ยซูเหยา เจิ้งเหรินอี้กับหลานสาว เด็กๆทั้งสองคน หวงจื่อหาน รวมไปถึงชายชราหัวหน้าหมู่บ้านใต้เมฆาและแม้แต่อู๋เจี่ยหมอเทวดาที่หายตัวไป!
นอกจากนี้ยังมีนกสีดำตัวใหญ่สามตัวซึ่งโดนลูกหลงจนหลุดมายังมิตินี้ด้วย
หลิวเยี่ยนเฟยลืมแม้แต่ที่จะเช็ดน้ำชาที่เผลอสำลัก ไม่ใช่แค่เขา เพราะความใหญ่โตของราชินีมังกรในตอนนี้ต่อให้คนธรรมดาก็ยังสามารถมองเห็นได้
พวกเขาเหม่อมองอย่างตื่นตะลึง สิ่งมีชีวิตในตำนานที่ปรากฏแค่ในนิยายหรือการ์ตูนกำลังโบยบินอยู่เหนือท้องทะเลอย่างยิ่งใหญ่!
สิ่งนี้ดูไม่เหมือนของปลอมพวกเขาสัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่สามารถทำให้ตัวสั่นและขนลุกซู่ เหมือนกับว่ามีสัตว์ร้ายกำลังจับจ้องชีวิตของพวกเขาอยู่ตลอดเวลา
ท่านพลเอกหนุ่มยืนขึ้น สถานการณ์นี้มันเกินความสามารถในการควบคุมของกองทัพไปแล้ว
เขาสามารถจินตนาการถึงความวุ่นวายหลังจากที่คนทั้งโลกรับรู้ถึงการมีตัวตนอยู่ของสิ่งนี้ได้ในทันที มันอาจจะลามไปถึงการเปิดเผยถึงการมีอยู่ของโลกผู้ฝึกตนออกมาต่อหน้าสาธารณะชนคนธรรมดาเลยก็ได้
ในตอนนั้นเอง ก่อนที่มิตินั้นจะปิดตัวลง ก็ปรากฏร่างของหญิงสาวงดงามที่กำลังกวาดสายตาจับจ้องไปยังราชินีมังกรอย่างไม่ลดละตามมา
ท่านปรมาจารย์ไป่ฟานเซียน!
หลิวเยี่ยนเฟยรู้สึกเหมือนอยากจะร้องไห้ เป็นอย่างที่เขาคิดไม่ผิด หญิงสาวคนนี้ขยันสร้างเรื่องราวที่หน้าปวดหัวให้กับเขาได้ทุกครั้งที่เจอหน้ากันจริงๆ!
ถ้าจบเรื่องนี้ลงได้เขาจะไม่สนใจภาระหน้าที่อะไรพวกนี้อีกแล้ว ในเมื่อท่านจอมพลก็กลับมาได้อย่างปลอดภัยก็ให้เขามารับงานพวกนี้ไปดูแลต่อก็แล้วกัน!
ส่วนเขาจะลาพักร้อน!
ไม่ว่าใครจะว่าอย่างไรรอบนี้เขาจะลาพักร้อนจริงๆ!