บทที่47นักฆ่าออกโรง
จ้าวเฟยหลงจ้องมองนักฆ่าจากตระกูลเซี่ยอย่างไม่เกรงกลัว
“ข้ากำลังอยากยืดเส้นยืดสายอยู่พอดี รีบเข้ามาเลยดีกว่าอย่าช้ากว่านี้อีกเลย”
“ไอ้เด็กปากดีดูซิว่าตอนจบจะยังปากดีเช่นนี้อีกหรือไม่”
สิ้นเสียงนักฆ่ากระโจนเข้าหาเจ้าเฟยหลงทันที ในบริเวณลานเล็กๆนี้มีอาณาเขตไม่กี่จั้งสามารถเคลื่อนไหวไปหาเป้าหมายได้รวดเร็วบางครั้งหากเป้าหมายมีทักษะท่าร่างไม่ดีก็จะถูกจับตัวได้แทบจะในทันทีที่โดนจู่โจม
มืออันทรงพลังยื่นออกมาหวังจะคว้าจับที่ต้นคอของเจ้าเฟยหลงแต่วินาทีที่มือสัมผัสกับคอกลับกลายเป็นความว่างเปล่าเท่านั้น
“แย่แล้ว! ภาพติดตา”จ้าวเฟยหลงใช้ก้าวย่างดาวตกหลบออกมาได้ทันควันแล้วมายืนที่หลังของนักฆ่า
“ยังเร็วไม่พอ”เสียงพูดเย้ยหยันดังขึ้นนั่นจึงทำให้นักฆ่าเกิดความโมโหอย่างยิ่ง
“ตายซะไอ้เด็กสารเลว”
นักฆ่าพุ่งเข้าหาจ้าวเฟยหลงด้วยความเร็วที่เพิ่มมากขึ้นแต่ความเร็วของเขาก็ยังไล่ตามจ้าวเฟยหลงไม่ทันอยู่ดี เมื่อพลาดเป้าหมายไปหลายครั้งเหงื่อเย็นเริ่มปรากฏขึ้นเต็มหน้าถ้าหากคนนอกมองมาที่ทั้งคู่ตอนนี้ต้องเข้าใจว่าจ้าวเฟยหลงหลบหนีเก่งจนนักฆ่าผู้ตามฆ่าไม่ทันแต่สำหรับตัวของนักฆ่าเองนี่คือสิ่งที่บ่งบอกได้อย่างดีว่าเขากับจ้าวเฟยหลงห่างชั้นกันเพียงใด
“เจ้าเป็นใครกันแน่”นักฆ่าเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“คนที่กำลังจะตาย รู้ไปจะได้อะไร”จ้าวเฟยหลงยืนนิ่งตอบอย่างมั่นใจ
“ปากดีนักนะเก่งจริงอย่าหนีซิ”นักฆ่าตะโกนไล่หลังมา
นักฆ่าไล่ตามจ้าวเฟยหลงโดยไม่ได้สนใจอย่างอื่นที่อยู่รอบตัวเพราะความโกรธที่ไม่สามารถจัดการกับจ้าวเฟยหลงได้สักที
ผ่านไปราวครึ่งเค่อจ้าวเฟยหลงวิ่งหลบหนีนักฆ่าเข้าไปในป่าลึกเมื่อพบสถานที่ที่เหมาะสมแล้วเขาจึงหยุดวิ่งยืนรอนักฆ่าอย่างสงบนิ่ง
“ฮ่าๆๆคงจะหมดแรงแล้วซินะถึงได้หยุดรอรับความตายเช่นนี้ เจ้าจะไม่ลองหนีอีกหน่อยหรือเผื่อจะมีหวังบ้าง”
เสียงเหย้าแหย่ของนักฆ่าหวังจะทำให้จ้าวเฟยหลงเสียการควบคุมตนเองเช่นนั้นนักฆ่าจะได้ลงมือได้อย่างง่ายดายเพราะเขาเองก็ไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อยการที่นักยุทธ์ผู้หนึ่งหลบหนีเขามาได้ขนาดนี้แสดงว่าต้องมีฝีมืออยู่บ้าง
“พูดมากจริง!”
โดยไม่มีการบอกเตือนจ้าวเฟยหลงก้าวเท้าออกไปพริบตานั้นเองร่างของเขาก็ไปอยู่ที่ด้านหลังของนักฆ่าแล้ว
เหงื่อเย็นเยียบไหลออกมาเต็มหลังของนักฆ่าตระกูลเซี่ยเขาเพียงสัมผัสได้ว่ามีบางสิ่งเคลื่อนที่มาอยู่ด้านหลังของเขาซึ่งก็คือจ้าวเฟยหลงแต่สายตาของเขายังมองเห็นภาพติดตาของจ้าวเฟยหลงยืนอยู่ที่เดิมอยู่เลย
หลังจากนั้นนักฆ่าฝืนบังคับร่างกายของตนให้เหวี่ยงหมัดไปที่ด้านหลังของตนเองแต่พบเพียงความว่างเปล่า
“ไอ้เด็กสารเลวออกมาเดียวนี้”
ภายในจิตของนักฆ่าสูญเสียความสงบนิ่งไปอย่างฉับพลัน เดิมทีงานของเขาสร้างความหวาดกลัวให้แก่เป้าหมายจนท่วมท้นจิตใจของเป้าหมายหากมีข่าวว่าตัวเขาจะตามฆ่าเป้าหมายทุกคนประหวั่นพรั่นพรึงอยู่ในความหวาดกลัวจนถึงวินาทีสุดท้ายของชีวิต
หากแต่ตอนนี้ตัวของเขากลับรู้สึกได้ถึงความน่ากลัวที่อันตรายถึงตายได้จากชายหนุ่มคนนี้แล้วหากเป้าหมายของเขาลงมือตัวเขาคงต้องตายตั้งแต่เมื่อครู่นี้แล้ว
“จะรีบไปไหนเล่นต่ออีกหน่อยสิ”
จ้าวเฟยหลงมาอยู่ด้านหลังของนักฆ่าแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยทันใดนั้นหมัดของนักฆ่าถูกเหวี่ยงมาอย่างรวดเร็วหวังจะจบชีวิตของจ้าวเฟยหลงอย่างรวดเร็วและแน่นอนว่าหมัดนั้นสัมผัสเพียงอากาศธาตุร่างของจ้าวเฟยหลงนั้นหายไปนานแล้ว
“ไอ้สารเลวออกมาเดี๋ยวนี้!!”
ตอนนี้นักฆ่าผู้สังหารชีวิตคนมานับไม่ถ้วนกำลังคลุ้งคลั่งเพราะความกลัวและความโกรธของตน เนื่องจากถูกจ้าวเฟยหลงปั่นหัวหมัดที่เต็มไปด้วยลมปราณถูกชกออกไปทั่งบริเวณ ทำลายต้นไม้น้อยใหญ่ที่อยู่ใกล้เคียงจนหมดแต่หมัดเหล่านั้นก็ไม่อาจถูกต้องตัวของจ้าวเฟยหลงแม้แต่น้อย
การที่มีนักฆ่ามาตามฆ่าตนเองนั้นทำให้จ้าวเฟยหลงรู้สึกได้ถึงการฝึกฝนที่ชะลอลงไปของตนเองเมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นทำให้เขาตื่นเต้นเป็นอย่างมากอย่างน้อยที่สุดก็ได้ฝึกฝนวิชาต่างๆที่เขาไม่ได้ฝึกฝนในช่วงนี้และตอนนี้ด้วยวิชายาตราเทพหงส์เพลิงก็ได้สำแดงฤทธิ์ของมันออกมาแล้ว
“ตอนนี้ข้ามีเรื่องอยากถามเจ้าหน่อยหากให้ความร่วมมือข้าสัญญาว่าการตายของเจ้าจะรวดเร็วแต่ถ้าหากไม่ก็อย่าโทษข้าก็แล้วกัน”
เสียงของจ้าวเฟยหลงดังออกมาจากมุมใดมุมหนึ่งแต่มาสามารถระบุได้ว่าอยู่ตรงตำแหน่งใด
“เหอะ! ข้าก็อยากรู้นักว่าไอ้คนที่เก่งแต่หลบหนีอย่างเจ้าจะทำอะไรข้าได้แน่จริงก็ออกมาเจอกันซึ่งหน้าซิโว้ย” นักฆ่าตะโกนลั่น
“ข้าถือว่าเจ้าปฏิเสธก็แล้วกันนะ”จ้าวเฟยหลงเคลื่อนที่มาอยู่ตรงหน้าของนักฆ่า หมัดที่มีพลังสองพันจินถูกชกเข้าไปที่สีข้างของนักฆ่า
“อ๊าก!!!” เสียงกรีดร้องอันบ่งบอกถึงความเจ็บปวดรวดร้าวของนักฆ่าแม้ว่าเขาจะพยายามหลบหมัดนี้แล้วก็ตามแต่ร่างกายไม่อาจตอบสนองได้ทันตามความคิดทำให้หมัดที่พุ่งมาอย่างรวดเร็วโดนเข้าที่ร่างของเขาแบบไร้ทางหลีกเลี่ยง
ปัง!
ร่างของนักฆ่ากระเด็นไปสามจั้งก่อนชนเข้ากับต้นไม้ใหญ่แรงปะทะทำให้ต้นไม้ถึงกับหักโค่นลงทันทีเขาคิดยังไงก็คิดไม่ออกหมัดนั้นของจ้าวเฟยหลงคือหมัดธรรมดาของนักยุทธ์ขั้นเก้าคนหนึ่งแต่กลับสามารถทำให้เขาได้รับบาดเจ็บปางตายได้
วื้ด!
ร่างของจ้าวเฟยหลงเคลื่อนที่ที่นักฆ่าอยู่และโดยไม่พูดพร่ำทำเพลงลูกเตะเต็มพลังของจ้าวเฟยหลงก็อัดเข้าที่ขมับของนักฆ่าอย่างแรงร่างปลิวตามแรงเตะกระแทกเข้ากับต้นไม้หักระเนระนาด
อ๊อก!!
เลือดกองใหญ่ทะลักออกจากปากของนักฆ่าร่างกายตอนนี้อยู่ในสภาพย่ำแย่อย่างที่สุดซี่โครงหักไปหลายท่อนแขนและขาหักไปอย่างละข้างจะลุกขึ้นตั้งรับยังทำไม่ได้
“ดะ...ดะ...เดี๋ยวก่อน...”
ยังไม่ทันที่นักฆ่าจะพูดจบ หมัดที่มีพลังเต็มเปี่ยมอัดเข้าที่ลิ้นปี่ของเขาอย่างไร้ปราณีทำให้อวัยวะภายในแทบแหลกสลายเลือดที่ไหลออกมาจากปากมีเศษชิ้นเนื้อหลุดปนออกมา
“หมดเวลาคุย”
จ้าวเฟยหลงเคยให้โอกาสแล้วแต่ผู้ชายคนนี้ไม่รับแบบนี้ก็ไม่จำเป็นต้องคุยอะไรอีกแล้วหมัดที่เต็มไปด้วยพลังชกด้วยความเร็วเข้าไปที่บริเวณหัวใจของนักฆ่า และด้วยหมัดนี้นักฆ่าของตระกูลเซี่ยได้จบชีวิตลงด้วยความแค้นเคืองเหตุใด เพราะเหตุใดจึงส่งเขามาทำงานนี้ด้วยทำให้ต้องมาเจอสัตว์ประหลาดแบบนี้
หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อยจ้าวเฟยหลงจึงกลับไปที่กระโจมของเขาเมื่อเข้าไปในกระโจมพบว่าสหายทั้งสองยังไม่เข้านอนดังนั้นการสนทนากลุ่มด้วยหัวข้อการหายตัวไปของเจ้าเฟยหลงจึงเกิดขึ้นผ่านไปราวหนึ่งชั่วยามหลังจากการคาดคั้นของทั้งไช่ลู่และหยุนฟู่ซึ่งก็ไม่ได้อะไรนอกจากเรื่องราวการเดินเล่นของจ้าวเฟยหลงเท่านั้นดังนั้นการแยกย้ายสู่ที่นอนของตนเองจึงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทันที
จ้าวเฟยหลงไม่ต้องการให้สหายทั้งสองต้องมาวิตกกับเรื่องของตนเองพวกเขาทั้งสองคนต่างก็มีเรื่องราวที่หนักหนาในใจด้วยกันทั้งสิ้นหากต้องเพิ่มเรื่องของเขาเข้าไปอีกยิ่งเป็นการทำร้ายพวกเขาทางอ้อมมิสู้เก็บเรื่องราวไว้กับตัวดีกว่า จากนั้นก็เข้าสู่นิทราเพื่อพักผ่อนปล่อยเรื่องราวของวันนี้เป็นอดีตไปแล้วเตรียมพลังเพื่อวันพรุ่งนี้
กลางดึกมีร่างของคนๆหนึ่งกำลังนั่งดื่มชาชั้นเลิศในห้องของตนเองรอฟังข่าวการสังหารจ้าวเฟยหลงอย่างใจจดใจจ่อตอนนี้ผ่านมาแล้วสามชั่วยามจากการรออย่างใจจดใจจ่อก็กลายเป็นรออย่างกระวนกระวายใจตามปรกตินักฆ่าคนนี้ทำงานรวดเร็วฉับไว เป็นที่โปรดปราณของตระกูลเซี่ยเป็นอย่างมากแต่ผ่านมาแล้วถึงสามชั่วยามข่าวคราวเพียงสักน้อยก็ยังไม่ส่งมาเป็นแบบนี้ชั่งผิดปรกติยิ่งนัก
เซี่ยเส้าฉงไม่สามารถทนต่อไปได้ ลุกขึ้นเดินไปที่ประตูเพื่อออกตามหานักฆ่าผู้นั้นแต่ตอนที่จะเอื้อมมือไปเปิดประตูก็คิดได้ว่าหากตอนนี้ตัวเขาออกตามหานักฆ่าเองหากเกิดอะไรขึ้นย่อมต้องสาวมาถึงตัวเขาเองได้และมันจะส่งผลต่อสถานะของเขาในสำนักตงหยางไปด้วย
“ไม่ได้ข้าต้องนิ่งเอาไว้ก่อนรอไว้พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน” จากนั้นจึงเดินไปที่เตียงทำสมาธิรอเวลารุ่งเช้า
เช้าตรู่วันต่อมาคนที่ผ่านด่านแรกมาได้ทยอยออกมาจากกระโจมของตนเอง เสียงพูดคุยเริ่มดังขึ้นมาความมีชีวิตชีวาก็กลับมาอีกครั้งหลายคนทำการจับกลุ่มพูดคุยกันถึงเรื่องเกี่ยวกับการทดสอบในวันนี้บางคนก็พูดคุยถึงเหล่าอัจฉริยะตัวเต็งที่จะได้เข้าเป็นศิษย์ของสำนักตงหยางอย่างออกรสออกชาติ
หลังจากแสงอาทิตย์โผล่พ้นเหลี่ยมเขาแสงแดดสาดส่องมาที่เนินกว้างแห่งนี้มองเห็นบรรยากาศโดยรอบอากาศเย็นสบาย สายลมโชยไหวทำให้จิตใจของคนเบิกบานร่างน้อยอรชรร่างหนึ่งเดินออกมาจากกระโจมของตนเดินผ่านกลุ่มคนทั้งหลาย โดยที่นางไม่แม้จะชายตามอง เพราะคนเหล่านี้ยังไม่คู่ควรให้นางต้องนำมาใส่ในสมองแม้แต่น้อย
“นั่น! คือแม่นางอิงชิงหรู”หลายคนส่งเสียงขึ้นมา
“อัจฉริยะโฉมงามแห่งผิงโจว”เสียงชื่นชมดังขึ้นไม่ขาด
“เพียงได้มองนางข้าก็เป็นสุขใจแล้ว”ชายหนุ่มหลายคนได้แต่ทอดถอนใจ ด้วยความสามารถของพวกเขาจะเข้าใกล้ยังเป็นเรื่องเพ้อฝัน
อิงชิงหรูไม่สนใจคำพูดของคนรอบๆนางเพียงเดินอย่างสงบไปยังส่วนที่กระโจมของผู้รั้งท้ายที่ออกมาเมื่อวานตั้งอยู่เพราะออกมาช้าพื้นที่ดีๆจึงถูกแย่งชิงความหมายย่อมชัดเจนฝีมือต่ำต้อยก็จงก้มหน้ารับความอัปยศนี่คือตัวตนมนุษย์
อิงชิงหรูเดินมาหยุดหน้ากระโจมของเจ้าเฟยหลงทำให้คนที่อยู่กระโจมข้างๆกันแตกตื่นเป็นการใหญ่ใครจะคิดฝันว่าแม่นางอิงชิงหรูผู้โดดเด่นจะมาปราฏกตัวที่หน้ากระโจมของชายที่อยู่ในกลุ่มรั้งท้ายการทดสอบเมื่อวานนี้
“นางมาที่นี่ทำไมกันนะ” หลายคนลอบกระซิบสอบถามกัน
ขณะเดียวกันจ้าวเฟยหลงก็ออกมาจากกระโจมพอดีมองเห็นอิงชิงหรูยืนอยู่ที่หน้ากระโจมของตนก็รู้สึกแปลกใจแต่ในเมื่อมีผู้มาเยือนจะละเลยก็ไม่ได้ เขาประสานมือทักทาย
“ไม่ทราบว่าแม่นางมาที่หน้ากระโจมของข้ามีธุระอันใด” เขาพูดไม่อ่อนและไม่แข็งจนเกินไป
หญิงรับใช้เห็นจ้าวเฟยหลงกล่าวดังนั้นจึงเดินมาด้านหน้าจ้าวเฟยหลง
“ท่านนี้คือนายของข้าน้อย คุณหนูอิงชิงหรูตระกูลอิงแห่งผิงโจว” เมื่อได้ทราบข้อมูลจากสาวใช้จ้าวเฟยหลงจึงเปลี่ยนคำพูดใหม่
“แม่นางอิงมาถึงที่นี่มีธุระอันใดกับข้าหรือ” จ้าวเฟยหลงระมัดระวังตัว หญิงงามมาหาถึงที่แน่นอนว่าย่อมต้องนำปัญหามาด้วยไม่มากก็น้อย
“อิงชิงหรู คารวะคุณชายจ้าว”เสียงใสไพเราะออกจากริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูยิ่งทำให้ใจของคนฟังเคลิบเคลิ้มหนักเข้าไปอีก
“แม่นางอิงเกรงใจเกินไปแล้วข้าหาได้เป็นคุณชายแบบนั้นไม่ เป็นเพียงคนบ้านนอกคอกนาเท่านั้น”
จ้าวเฟยหลงตอนนี้หนักใจมากขึ้นเหตุใดนางจึงต้องมาสุภาพกับเขาเช่นนี้
“หากไม่ให้เรียกคุณชายเช่นนั้นแล้วข้าขอเรียกท่านว่าเฟยหลงได้หรือไม่” อิงชิงหรูรุกต่อ
“ย่อมได้” จ้าวเฟยหลงแม้ไม่ใช่นักรักผู้แก่กล้าแต่เขาก็รู้จักสตรีอยู่บ้างหากแต่โดนการรุกเร้าของอิงชิงหรูทำให้เขาถึงกับไปไม่เป็น
“ที่ข้ามาวันนี้เพียงมาแสดงความชื่นชมที่ข้ามีต่อท่านเท่านั้นและขอให้ท่านประสบความสำเร็จในการทดสอบวันนี้”
อิงชิงหรูเอ่ยออกมาทำให้คนรอบข้างที่คอยฟังเรื่องราวถึงกับตกตะลึงกันถ้วนหน้า หญิงงามยอดอัจฉริยะเดินทางมาอวยพรให้คนรั้งท้ายด้วยตนเองหลายคนส่งสายตาอิจฉามาให้จ้าวเฟยหลงบางคนแทบอยากจะเข้าไปขย้ำคอของเขาเพราะคิดว่าเขาไม่คู่ควรได้รับความสนใจของอิงชิงหรูด้วยซ้ำ
“ขอบใจแม่นางอิง ท่านก็เช่นกัน”จ้าวเฟยหลงเอ่ยตอบตามมารยาท
“ข้าเรียกท่านว่าเฟยหลงแล้วแบบนี้ท่านก็ควรเรียกข้าว่าชิงหรูดีกว่า” เสียงหวานลอยเข้ากระทบโสตประสาทอีกครั้ง
“ตามที่ท่านต้องการแม่นาง....เอ่อ...ชิงหรู”
หญิงสาวยิ้มให้แล้วหันหลังกลับเดินไปที่กระโจมของตนการสนทนานี้กินเวลาเพียงไม่นานแต่ว่าข่าวคราวของเรื่องนี้เร็วยิ่งกว่า ปากคนยาวกว่าปากกาก็คงเป็นเช่นนี้และด้วยเหตุนี้เองภายในกระโจมของโหย่วลี่จงก็เกิดการเคลื่อนไหว
“เรียนคุณชายรองแม่นางอิงชิงหรูไปพบชายที่ชื่อจ้าวเฟยหลงขอรับ”
“นางไปทำอะไร”เสียงที่อัดแน่ไปด้วยความไม่พอใจดังขึ้น
“นางคือเอ่อ....คือว่า”ลูกน้องของโหย่วลี่จงอึกอัก
“ถ้าไม่บอกมาก็จงไสหัวไปเสีย”โหย่วลี่จง เริ่มรำคาญ
“เรียนคุณชายรองแม่นางอิงไปอวยพรขอรับ”ลูกน้องโหย่วลี่จงกลั้นใจพูดออกมา
“เจ้าว่าอะไรนะ”โหย่วลี่จงไม่เชื่อสิ่งที่ตัวเองได้ยิน
“แม่นางอิงไปอวยพรคนแซ่จ้าวนั่นขอรับ”ลูกน้องของโหย่วลี่จงรายงานอย่างหวาดหวั่น
“หึ! กล้าดียังไงถึงไปหามัน”โหย่วลี่จงคิดในใจ
“ให้ใครก็ได้ไปสั่งสอนไอ้คนนั้นซะ”พูดจบโหย่วลี่จงก็เดินไปหาอิงชิงหรูที่กระโจมของนาง
“ขอรับคุณชายรอง”
ไม่นานจากนั้นจอมยุทธ์ขั้นหนึ่งสองคนของตระกูลโหย่วจึงออกเดินทางไปสั่งสอนจ้าวเฟยหลงตามคำสั่ง เมื่อทั้งสองไปถึงกระโจมจ้าวเฟยหลงก็ต้อนรับพวกเขาอย่างดีไม่ขาดตกบกพร่องสักนิดเดียวทั้งสองกลับตระกูลโหย่วด้วยสภาพทรุดโทรมต่างจากขามาลิบลับ
“เฮ้อ! ข้าเหนื่อยแทนเจ้าจริงๆเฟยหลงตอนนี้ตระกูลอันดับหนึ่งของหมิงโจว เจ้าได้กลายเป็นศัตรูของพวกเขาเรียบร้อยแล้วและวันนี้เจ้าได้เพิ่มศัตรูตระกูลอันดับหนึ่งจากหยวนโจวในรายชื่อศัตรูของเจ้าอีกครั้ง”
“มองในแง่ดีอย่างน้อยก็ยังเหลือตระกูลจื่ออิงและเหยานี่นา” จ้าวเฟยหลงกล่าวแบบไม่ใส่ใจ
“ก็ได้ๆ ไอ้คนไร้กังวล ไว้กลุ้มเมื่อไหร่ข้าจะเยอะเย้ยให้สาแก่ใจ”หยุนฟู่สำทับ
“ข้าว่าเจ้าต้องระวังนางไว้ก็ดีคนระดับนี้ย่อมไม่ทำอะไรโดยไร้เป้าหมาย” ไช่ลู่กล่าวเตือน
“ข้าก็คิดเช่นเจ้า”จ้าวเฟยหลงเอ่ย ความคิดของนางย่อมต้องซับซ้อนกว่าคนทั่วไป
“ได้เวลาแล้ว! ให้มารวมกันด้านหน้าของเนิน” เสียงทรงพลังของผู้อาวุโสจางเสี่ยวตงดังขึ้น