ลำนำจักรพรรดิยุทธ์ สะท้านฟ้า

    บทที่47 นักฆ่าออกโรง

    บทที่47นักฆ่าออกโรง


              จ้าวเฟยหลงจ้องมองนักฆ่าจากตระกูลเซี่ยอย่างไม่เกรงกลัว


            “ข้ากำลังอยากยืดเส้นยืดสายอยู่พอดี รีบเข้ามาเลยดีกว่าอย่าช้ากว่านี้อีกเลย”


              “ไอ้เด็กปากดีดูซิว่าตอนจบจะยังปากดีเช่นนี้อีกหรือไม่”


            สิ้นเสียงนักฆ่ากระโจนเข้าหาเจ้าเฟยหลงทันที ในบริเวณลานเล็กๆนี้มีอาณาเขตไม่กี่จั้งสามารถเคลื่อนไหวไปหาเป้าหมายได้รวดเร็วบางครั้งหากเป้าหมายมีทักษะท่าร่างไม่ดีก็จะถูกจับตัวได้แทบจะในทันทีที่โดนจู่โจม


              มืออันทรงพลังยื่นออกมาหวังจะคว้าจับที่ต้นคอของเจ้าเฟยหลงแต่วินาทีที่มือสัมผัสกับคอกลับกลายเป็นความว่างเปล่าเท่านั้น


             “แย่แล้ว! ภาพติดตา”จ้าวเฟยหลงใช้ก้าวย่างดาวตกหลบออกมาได้ทันควันแล้วมายืนที่หลังของนักฆ่า


              “ยังเร็วไม่พอ”เสียงพูดเย้ยหยันดังขึ้นนั่นจึงทำให้นักฆ่าเกิดความโมโหอย่างยิ่ง


              “ตายซะไอ้เด็กสารเลว”


              นักฆ่าพุ่งเข้าหาจ้าวเฟยหลงด้วยความเร็วที่เพิ่มมากขึ้นแต่ความเร็วของเขาก็ยังไล่ตามจ้าวเฟยหลงไม่ทันอยู่ดี เมื่อพลาดเป้าหมายไปหลายครั้งเหงื่อเย็นเริ่มปรากฏขึ้นเต็มหน้าถ้าหากคนนอกมองมาที่ทั้งคู่ตอนนี้ต้องเข้าใจว่าจ้าวเฟยหลงหลบหนีเก่งจนนักฆ่าผู้ตามฆ่าไม่ทันแต่สำหรับตัวของนักฆ่าเองนี่คือสิ่งที่บ่งบอกได้อย่างดีว่าเขากับจ้าวเฟยหลงห่างชั้นกันเพียงใด


              “เจ้าเป็นใครกันแน่”นักฆ่าเอ่ยถามด้วยความสงสัย


              “คนที่กำลังจะตาย รู้ไปจะได้อะไร”จ้าวเฟยหลงยืนนิ่งตอบอย่างมั่นใจ


              “ปากดีนักนะเก่งจริงอย่าหนีซิ”นักฆ่าตะโกนไล่หลังมา


              นักฆ่าไล่ตามจ้าวเฟยหลงโดยไม่ได้สนใจอย่างอื่นที่อยู่รอบตัวเพราะความโกรธที่ไม่สามารถจัดการกับจ้าวเฟยหลงได้สักที

              ผ่านไปราวครึ่งเค่อจ้าวเฟยหลงวิ่งหลบหนีนักฆ่าเข้าไปในป่าลึกเมื่อพบสถานที่ที่เหมาะสมแล้วเขาจึงหยุดวิ่งยืนรอนักฆ่าอย่างสงบนิ่ง


              “ฮ่าๆๆคงจะหมดแรงแล้วซินะถึงได้หยุดรอรับความตายเช่นนี้ เจ้าจะไม่ลองหนีอีกหน่อยหรือเผื่อจะมีหวังบ้าง”


              เสียงเหย้าแหย่ของนักฆ่าหวังจะทำให้จ้าวเฟยหลงเสียการควบคุมตนเองเช่นนั้นนักฆ่าจะได้ลงมือได้อย่างง่ายดายเพราะเขาเองก็ไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อยการที่นักยุทธ์ผู้หนึ่งหลบหนีเขามาได้ขนาดนี้แสดงว่าต้องมีฝีมืออยู่บ้าง


              “พูดมากจริง
    !”


             โดยไม่มีการบอกเตือนจ้าวเฟยหลงก้าวเท้าออกไปพริบตานั้นเองร่างของเขาก็ไปอยู่ที่ด้านหลังของนักฆ่าแล้ว


              เหงื่อเย็นเยียบไหลออกมาเต็มหลังของนักฆ่าตระกูลเซี่ยเขาเพียงสัมผัสได้ว่ามีบางสิ่งเคลื่อนที่มาอยู่ด้านหลังของเขาซึ่งก็คือจ้าวเฟยหลงแต่สายตาของเขายังมองเห็นภาพติดตาของจ้าวเฟยหลงยืนอยู่ที่เดิมอยู่เลย


              หลังจากนั้นนักฆ่าฝืนบังคับร่างกายของตนให้เหวี่ยงหมัดไปที่ด้านหลังของตนเองแต่พบเพียงความว่างเปล่า


              “ไอ้เด็กสารเลวออกมาเดียวนี้”


            ภายในจิตของนักฆ่าสูญเสียความสงบนิ่งไปอย่างฉับพลัน เดิมทีงานของเขาสร้างความหวาดกลัวให้แก่เป้าหมายจนท่วมท้นจิตใจของเป้าหมายหากมีข่าวว่าตัวเขาจะตามฆ่าเป้าหมายทุกคนประหวั่นพรั่นพรึงอยู่ในความหวาดกลัวจนถึงวินาทีสุดท้ายของชีวิต


              หากแต่ตอนนี้ตัวของเขากลับรู้สึกได้ถึงความน่ากลัวที่อันตรายถึงตายได้จากชายหนุ่มคนนี้แล้วหากเป้าหมายของเขาลงมือตัวเขาคงต้องตายตั้งแต่เมื่อครู่นี้แล้ว


              “จะรีบไปไหนเล่นต่ออีกหน่อยสิ”


            จ้าวเฟยหลงมาอยู่ด้านหลังของนักฆ่าแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยทันใดนั้นหมัดของนักฆ่าถูกเหวี่ยงมาอย่างรวดเร็วหวังจะจบชีวิตของจ้าวเฟยหลงอย่างรวดเร็วและแน่นอนว่าหมัดนั้นสัมผัสเพียงอากาศธาตุร่างของจ้าวเฟยหลงนั้นหายไปนานแล้ว


              “ไอ้สารเลวออกมาเดี๋ยวนี้
    !!”


              ตอนนี้นักฆ่าผู้สังหารชีวิตคนมานับไม่ถ้วนกำลังคลุ้งคลั่งเพราะความกลัวและความโกรธของตน เนื่องจากถูกจ้าวเฟยหลงปั่นหัวหมัดที่เต็มไปด้วยลมปราณถูกชกออกไปทั่งบริเวณ ทำลายต้นไม้น้อยใหญ่ที่อยู่ใกล้เคียงจนหมดแต่หมัดเหล่านั้นก็ไม่อาจถูกต้องตัวของจ้าวเฟยหลงแม้แต่น้อย


              การที่มีนักฆ่ามาตามฆ่าตนเองนั้นทำให้จ้าวเฟยหลงรู้สึกได้ถึงการฝึกฝนที่ชะลอลงไปของตนเองเมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นทำให้เขาตื่นเต้นเป็นอย่างมากอย่างน้อยที่สุดก็ได้ฝึกฝนวิชาต่างๆที่เขาไม่ได้ฝึกฝนในช่วงนี้และตอนนี้ด้วยวิชายาตราเทพหงส์เพลิงก็ได้สำแดงฤทธิ์ของมันออกมาแล้ว


              “ตอนนี้ข้ามีเรื่องอยากถามเจ้าหน่อยหากให้ความร่วมมือข้าสัญญาว่าการตายของเจ้าจะรวดเร็วแต่ถ้าหากไม่ก็อย่าโทษข้าก็แล้วกัน”


              เสียงของจ้าวเฟยหลงดังออกมาจากมุมใดมุมหนึ่งแต่มาสามารถระบุได้ว่าอยู่ตรงตำแหน่งใด


              “เหอะ
    ! ข้าก็อยากรู้นักว่าไอ้คนที่เก่งแต่หลบหนีอย่างเจ้าจะทำอะไรข้าได้แน่จริงก็ออกมาเจอกันซึ่งหน้าซิโว้ย” นักฆ่าตะโกนลั่น


              “ข้าถือว่าเจ้าปฏิเสธก็แล้วกันนะ”จ้าวเฟยหลงเคลื่อนที่มาอยู่ตรงหน้าของนักฆ่า หมัดที่มีพลังสองพันจินถูกชกเข้าไปที่สีข้างของนักฆ่า


              “อ๊าก
    !!!” เสียงกรีดร้องอันบ่งบอกถึงความเจ็บปวดรวดร้าวของนักฆ่าแม้ว่าเขาจะพยายามหลบหมัดนี้แล้วก็ตามแต่ร่างกายไม่อาจตอบสนองได้ทันตามความคิดทำให้หมัดที่พุ่งมาอย่างรวดเร็วโดนเข้าที่ร่างของเขาแบบไร้ทางหลีกเลี่ยง


              ปัง
    !


              ร่างของนักฆ่ากระเด็นไปสามจั้งก่อนชนเข้ากับต้นไม้ใหญ่แรงปะทะทำให้ต้นไม้ถึงกับหักโค่นลงทันทีเขาคิดยังไงก็คิดไม่ออกหมัดนั้นของจ้าวเฟยหลงคือหมัดธรรมดาของนักยุทธ์ขั้นเก้าคนหนึ่งแต่กลับสามารถทำให้เขาได้รับบาดเจ็บปางตายได้


              วื้ด
    !


            ร่างของจ้าวเฟยหลงเคลื่อนที่ที่นักฆ่าอยู่และโดยไม่พูดพร่ำทำเพลงลูกเตะเต็มพลังของจ้าวเฟยหลงก็อัดเข้าที่ขมับของนักฆ่าอย่างแรงร่างปลิวตามแรงเตะกระแทกเข้ากับต้นไม้หักระเนระนาด


              อ๊อก
    !!


            เลือดกองใหญ่ทะลักออกจากปากของนักฆ่าร่างกายตอนนี้อยู่ในสภาพย่ำแย่อย่างที่สุดซี่โครงหักไปหลายท่อนแขนและขาหักไปอย่างละข้างจะลุกขึ้นตั้งรับยังทำไม่ได้

              “ดะ...ดะ...เดี๋ยวก่อน...”


            ยังไม่ทันที่นักฆ่าจะพูดจบ หมัดที่มีพลังเต็มเปี่ยมอัดเข้าที่ลิ้นปี่ของเขาอย่างไร้ปราณีทำให้อวัยวะภายในแทบแหลกสลายเลือดที่ไหลออกมาจากปากมีเศษชิ้นเนื้อหลุดปนออกมา


              “หมดเวลาคุย”


              จ้าวเฟยหลงเคยให้โอกาสแล้วแต่ผู้ชายคนนี้ไม่รับแบบนี้ก็ไม่จำเป็นต้องคุยอะไรอีกแล้วหมัดที่เต็มไปด้วยพลังชกด้วยความเร็วเข้าไปที่บริเวณหัวใจของนักฆ่า และด้วยหมัดนี้นักฆ่าของตระกูลเซี่ยได้จบชีวิตลงด้วยความแค้นเคืองเหตุใด เพราะเหตุใดจึงส่งเขามาทำงานนี้ด้วยทำให้ต้องมาเจอสัตว์ประหลาดแบบนี้


              หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อยจ้าวเฟยหลงจึงกลับไปที่กระโจมของเขาเมื่อเข้าไปในกระโจมพบว่าสหายทั้งสองยังไม่เข้านอนดังนั้นการสนทนากลุ่มด้วยหัวข้อการหายตัวไปของเจ้าเฟยหลงจึงเกิดขึ้นผ่านไปราวหนึ่งชั่วยามหลังจากการคาดคั้นของทั้งไช่ลู่และหยุนฟู่ซึ่งก็ไม่ได้อะไรนอกจากเรื่องราวการเดินเล่นของจ้าวเฟยหลงเท่านั้นดังนั้นการแยกย้ายสู่ที่นอนของตนเองจึงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทันที


              จ้าวเฟยหลงไม่ต้องการให้สหายทั้งสองต้องมาวิตกกับเรื่องของตนเองพวกเขาทั้งสองคนต่างก็มีเรื่องราวที่หนักหนาในใจด้วยกันทั้งสิ้นหากต้องเพิ่มเรื่องของเขาเข้าไปอีกยิ่งเป็นการทำร้ายพวกเขาทางอ้อมมิสู้เก็บเรื่องราวไว้กับตัวดีกว่า จากนั้นก็เข้าสู่นิทราเพื่อพักผ่อนปล่อยเรื่องราวของวันนี้เป็นอดีตไปแล้วเตรียมพลังเพื่อวันพรุ่งนี้


              กลางดึกมีร่างของคนๆหนึ่งกำลังนั่งดื่มชาชั้นเลิศในห้องของตนเองรอฟังข่าวการสังหารจ้าวเฟยหลงอย่างใจจดใจจ่อตอนนี้ผ่านมาแล้วสามชั่วยามจากการรออย่างใจจดใจจ่อก็กลายเป็นรออย่างกระวนกระวายใจตามปรกตินักฆ่าคนนี้ทำงานรวดเร็วฉับไว เป็นที่โปรดปราณของตระกูลเซี่ยเป็นอย่างมากแต่ผ่านมาแล้วถึงสามชั่วยามข่าวคราวเพียงสักน้อยก็ยังไม่ส่งมาเป็นแบบนี้ชั่งผิดปรกติยิ่งนัก


              เซี่ยเส้าฉงไม่สามารถทนต่อไปได้ ลุกขึ้นเดินไปที่ประตูเพื่อออกตามหานักฆ่าผู้นั้นแต่ตอนที่จะเอื้อมมือไปเปิดประตูก็คิดได้ว่าหากตอนนี้ตัวเขาออกตามหานักฆ่าเองหากเกิดอะไรขึ้นย่อมต้องสาวมาถึงตัวเขาเองได้และมันจะส่งผลต่อสถานะของเขาในสำนักตงหยางไปด้วย


              “ไม่ได้ข้าต้องนิ่งเอาไว้ก่อนรอไว้พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน” จากนั้นจึงเดินไปที่เตียงทำสมาธิรอเวลารุ่งเช้า


              เช้าตรู่วันต่อมาคนที่ผ่านด่านแรกมาได้ทยอยออกมาจากกระโจมของตนเอง เสียงพูดคุยเริ่มดังขึ้นมาความมีชีวิตชีวาก็กลับมาอีกครั้งหลายคนทำการจับกลุ่มพูดคุยกันถึงเรื่องเกี่ยวกับการทดสอบในวันนี้บางคนก็พูดคุยถึงเหล่าอัจฉริยะตัวเต็งที่จะได้เข้าเป็นศิษย์ของสำนักตงหยางอย่างออกรสออกชาติ


              หลังจากแสงอาทิตย์โผล่พ้นเหลี่ยมเขาแสงแดดสาดส่องมาที่เนินกว้างแห่งนี้มองเห็นบรรยากาศโดยรอบอากาศเย็นสบาย สายลมโชยไหวทำให้จิตใจของคนเบิกบานร่างน้อยอรชรร่างหนึ่งเดินออกมาจากกระโจมของตนเดินผ่านกลุ่มคนทั้งหลาย โดยที่นางไม่แม้จะชายตามอง เพราะคนเหล่านี้ยังไม่คู่ควรให้นางต้องนำมาใส่ในสมองแม้แต่น้อย


              “นั่น
    ! คือแม่นางอิงชิงหรู”หลายคนส่งเสียงขึ้นมา


              “อัจฉริยะโฉมงามแห่งผิงโจว”เสียงชื่นชมดังขึ้นไม่ขาด


              “เพียงได้มองนางข้าก็เป็นสุขใจแล้ว”ชายหนุ่มหลายคนได้แต่ทอดถอนใจ ด้วยความสามารถของพวกเขาจะเข้าใกล้ยังเป็นเรื่องเพ้อฝัน


              อิงชิงหรูไม่สนใจคำพูดของคนรอบๆนางเพียงเดินอย่างสงบไปยังส่วนที่กระโจมของผู้รั้งท้ายที่ออกมาเมื่อวานตั้งอยู่เพราะออกมาช้าพื้นที่ดีๆจึงถูกแย่งชิงความหมายย่อมชัดเจนฝีมือต่ำต้อยก็จงก้มหน้ารับความอัปยศนี่คือตัวตนมนุษย์


              อิงชิงหรูเดินมาหยุดหน้ากระโจมของเจ้าเฟยหลงทำให้คนที่อยู่กระโจมข้างๆกันแตกตื่นเป็นการใหญ่ใครจะคิดฝันว่าแม่นางอิงชิงหรูผู้โดดเด่นจะมาปราฏกตัวที่หน้ากระโจมของชายที่อยู่ในกลุ่มรั้งท้ายการทดสอบเมื่อวานนี้


              “นางมาที่นี่ทำไมกันนะ” หลายคนลอบกระซิบสอบถามกัน


              ขณะเดียวกันจ้าวเฟยหลงก็ออกมาจากกระโจมพอดีมองเห็นอิงชิงหรูยืนอยู่ที่หน้ากระโจมของตนก็รู้สึกแปลกใจแต่ในเมื่อมีผู้มาเยือนจะละเลยก็ไม่ได้ เขาประสานมือทักทาย


              “ไม่ทราบว่าแม่นางมาที่หน้ากระโจมของข้ามีธุระอันใด” เขาพูดไม่อ่อนและไม่แข็งจนเกินไป


              หญิงรับใช้เห็นจ้าวเฟยหลงกล่าวดังนั้นจึงเดินมาด้านหน้าจ้าวเฟยหลง


              “ท่านนี้คือนายของข้าน้อย คุณหนูอิงชิงหรูตระกูลอิงแห่งผิงโจว” เมื่อได้ทราบข้อมูลจากสาวใช้จ้าวเฟยหลงจึงเปลี่ยนคำพูดใหม่


              “แม่นางอิงมาถึงที่นี่มีธุระอันใดกับข้าหรือ” จ้าวเฟยหลงระมัดระวังตัว หญิงงามมาหาถึงที่แน่นอนว่าย่อมต้องนำปัญหามาด้วยไม่มากก็น้อย


              “อิงชิงหรู คารวะคุณชายจ้าว”เสียงใสไพเราะออกจากริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูยิ่งทำให้ใจของคนฟังเคลิบเคลิ้มหนักเข้าไปอีก


              “แม่นางอิงเกรงใจเกินไปแล้วข้าหาได้เป็นคุณชายแบบนั้นไม่ เป็นเพียงคนบ้านนอกคอกนาเท่านั้น”


            จ้าวเฟยหลงตอนนี้หนักใจมากขึ้นเหตุใดนางจึงต้องมาสุภาพกับเขาเช่นนี้


              “หากไม่ให้เรียกคุณชายเช่นนั้นแล้วข้าขอเรียกท่านว่าเฟยหลงได้หรือไม่” อิงชิงหรูรุกต่อ


              “ย่อมได้” จ้าวเฟยหลงแม้ไม่ใช่นักรักผู้แก่กล้าแต่เขาก็รู้จักสตรีอยู่บ้างหากแต่โดนการรุกเร้าของอิงชิงหรูทำให้เขาถึงกับไปไม่เป็น


              “ที่ข้ามาวันนี้เพียงมาแสดงความชื่นชมที่ข้ามีต่อท่านเท่านั้นและขอให้ท่านประสบความสำเร็จในการทดสอบวันนี้”


            อิงชิงหรูเอ่ยออกมาทำให้คนรอบข้างที่คอยฟังเรื่องราวถึงกับตกตะลึงกันถ้วนหน้า หญิงงามยอดอัจฉริยะเดินทางมาอวยพรให้คนรั้งท้ายด้วยตนเองหลายคนส่งสายตาอิจฉามาให้จ้าวเฟยหลงบางคนแทบอยากจะเข้าไปขย้ำคอของเขาเพราะคิดว่าเขาไม่คู่ควรได้รับความสนใจของอิงชิงหรูด้วยซ้ำ


              “ขอบใจแม่นางอิง ท่านก็เช่นกัน”จ้าวเฟยหลงเอ่ยตอบตามมารยาท


              “ข้าเรียกท่านว่าเฟยหลงแล้วแบบนี้ท่านก็ควรเรียกข้าว่าชิงหรูดีกว่า” เสียงหวานลอยเข้ากระทบโสตประสาทอีกครั้ง


              “ตามที่ท่านต้องการแม่นาง....เอ่อ...ชิงหรู”


            หญิงสาวยิ้มให้แล้วหันหลังกลับเดินไปที่กระโจมของตนการสนทนานี้กินเวลาเพียงไม่นานแต่ว่าข่าวคราวของเรื่องนี้เร็วยิ่งกว่า ปากคนยาวกว่าปากกาก็คงเป็นเช่นนี้และด้วยเหตุนี้เองภายในกระโจมของโหย่วลี่จงก็เกิดการเคลื่อนไหว


              “เรียนคุณชายรองแม่นางอิงชิงหรูไปพบชายที่ชื่อจ้าวเฟยหลงขอรับ”


              “นางไปทำอะไร”เสียงที่อัดแน่ไปด้วยความไม่พอใจดังขึ้น


              “นางคือเอ่อ....คือว่า”ลูกน้องของโหย่วลี่จงอึกอัก


              “ถ้าไม่บอกมาก็จงไสหัวไปเสีย”โหย่วลี่จง เริ่มรำคาญ


              “เรียนคุณชายรองแม่นางอิงไปอวยพรขอรับ”ลูกน้องโหย่วลี่จงกลั้นใจพูดออกมา


              “เจ้าว่าอะไรนะ”โหย่วลี่จงไม่เชื่อสิ่งที่ตัวเองได้ยิน


              “แม่นางอิงไปอวยพรคนแซ่จ้าวนั่นขอรับ”ลูกน้องของโหย่วลี่จงรายงานอย่างหวาดหวั่น


              “หึ
    ! กล้าดียังไงถึงไปหามัน”โหย่วลี่จงคิดในใจ


              “ให้ใครก็ได้ไปสั่งสอนไอ้คนนั้นซะ”พูดจบโหย่วลี่จงก็เดินไปหาอิงชิงหรูที่กระโจมของนาง


              “ขอรับคุณชายรอง”


            ไม่นานจากนั้นจอมยุทธ์ขั้นหนึ่งสองคนของตระกูลโหย่วจึงออกเดินทางไปสั่งสอนจ้าวเฟยหลงตามคำสั่ง เมื่อทั้งสองไปถึงกระโจมจ้าวเฟยหลงก็ต้อนรับพวกเขาอย่างดีไม่ขาดตกบกพร่องสักนิดเดียวทั้งสองกลับตระกูลโหย่วด้วยสภาพทรุดโทรมต่างจากขามาลิบลับ


              “เฮ้อ
    ! ข้าเหนื่อยแทนเจ้าจริงๆเฟยหลงตอนนี้ตระกูลอันดับหนึ่งของหมิงโจว เจ้าได้กลายเป็นศัตรูของพวกเขาเรียบร้อยแล้วและวันนี้เจ้าได้เพิ่มศัตรูตระกูลอันดับหนึ่งจากหยวนโจวในรายชื่อศัตรูของเจ้าอีกครั้ง”


              “มองในแง่ดีอย่างน้อยก็ยังเหลือตระกูลจื่ออิงและเหยานี่นา” จ้าวเฟยหลงกล่าวแบบไม่ใส่ใจ


              “ก็ได้ๆ ไอ้คนไร้กังวล ไว้กลุ้มเมื่อไหร่ข้าจะเยอะเย้ยให้สาแก่ใจ”หยุนฟู่สำทับ


              “ข้าว่าเจ้าต้องระวังนางไว้ก็ดีคนระดับนี้ย่อมไม่ทำอะไรโดยไร้เป้าหมาย” ไช่ลู่กล่าวเตือน


              “ข้าก็คิดเช่นเจ้า”จ้าวเฟยหลงเอ่ย ความคิดของนางย่อมต้องซับซ้อนกว่าคนทั่วไป


              “ได้เวลาแล้ว
    ! ให้มารวมกันด้านหน้าของเนิน” เสียงทรงพลังของผู้อาวุโสจางเสี่ยวตงดังขึ้น

    คล้ายกับเรื่องลำนำจักรพรรดิยุทธ์ สะท้านฟ้า ที่คุณอ่าน