ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 126 ข้าจะอัดเจ้า

           จ่ายแสนเสวียนเพื่อให้เข้าไปหนึ่งคนแม้วันนี้ตอนตู้เซ่าฝู่ออกมาจากจวนผู้ปกครองหลันหลิง ป้าซันก็ให้เงินแสนเสวียนมาใช้ในเมืองหลันหลิงอยู่แล้วทว่าหากให้ตู้เซ่าฝู่จ่ายแสนเสวียนไปเพื่อซื้อตั๋วผ่านประตูเข้าสวนโบราณคนเดียวต่อให้ตู้เซ่าฝู่โดนต่อยก็ไม่ยอม

           “ร้านผิดกฎหมาย……”

           เมื่อได้ยินคำพูดของตู้เซ่าฝู่ทุกคนตรงนั้นก็สีหน้าเปลี่ยน เด็กหนุ่มเฝ้าประตูและชายร่างยักษ์สวมชุดนักสู้เหล่านั้นที่มาก็ตกใจสีหน้าเปลี่ยนเช่นกัน

           ที่มณฑลหลันหลิงไม่เคยมีใครกล้าบอกว่าสวนโบราณเป็นร้านผิดกฎหมายหน้าประตูใหญ่แบบนี้เด็กหนุ่มคนนี้เป็นคนแรกที่กล้าพูด

           “เจ้าหนู ไม่มีเงินก็กลับบ้านไปดูดนมไปเจ้าเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมยังมีหน้ามาหาผู้หญิงอีก อย่ามาขวางทางข้า”

           ขณะนั้นเอง ก็มีชายหนุ่มสวมชุดสีเหลืองอร่ามผ้าทอลายทั้งตัวคนหนึ่งทนไม่ไหวเด็กหนุ่มกวนบาทาคนนี้บังทางกินเวลาเขามานานมากแล้ว

           “เจ้าเด็กบ้า กลับบ้านไปกินนมไป”

           “เจ้าหนูปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมยังจะมาหาผู้หญิงในสวนโบราณด้วยอีกหรือ” ……

           เมื่อชายหนุ่มสวมชุดสีเหลืองอร่ามผ้าทอลายทั้งตัวก้าวออกมาชายคนอื่นๆ ที่สวมเสื้อผ้ากันคนละสีสะดุดตาต่างก็ทยอยก้าวกันออกมา แววตามองตู้เซ่าฝู่อย่างเย้ยหยัน

           เด็กหนุ่มเฝ้าประตูที่สีหน้ายิ้มแย้มและชายชุดนักสู้ทั้งหลายเมื่อเห็นก็หยุดการกระทำพวกเขาต่อ คนด้านหน้าประตูทั้งหลายล้วนเป็นแขกกันทั้งนั้นขณะนี้มีคนอื่นยื่นมือมาช่วย พวกเขาเองก็ชมเหตุการณ์อย่างดีใจ

           หวงที่สามเห็นท่าไม่ดีคิดจะเข้าไปหา เขาที่เป็นคนของจวนผู้ปกครองมณฑลหลันหลิง แม้หวงที่สามจะมีความสามารถธรรมดาทว่ามีคุณชายน้อยอยู่ มีผู้ปกครองมณฑลหลันหลิงอยู่เบื้องหลัง ครั้งนี้ที่มาสวนโบราณก็เพราะมาเป็นเพื่อนคุณชายน้อยถือว่าอยู่ในหน้าที่ที่ต้องอารักขา ดังนั้นไม่มีอะไรต้องกลัว

           ทว่าตอนที่หวงที่สามกำลังจะออกหน้าเข้าไปหาหัวหน้ากองจางก็รั้งหวงที่สามไว้ ส่งสัญญาณบอกหวงที่สามว่าเป็นทหารอย่าทำอะไรบุ่มบ่ามอย่างแรกเขาเองก็สำรวจดูว่าคุณชายน้อยที่ทำให้นายหญิงเอ็นดูเป็นห่วงได้ขนาดนี้มีความสามารถถึงเพียงใดอย่างที่สองสถานะว่าเป็นคนของจวนผู้ปกครองหลันหลิงไม่จำเป็นก็ไม่ควรเปิดเผยออกมาโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานที่แบบสวนโบราณ

           “ที่แท้คือคุณชายหลินนี่เองคุณชายหลินไม่มานานเลยนะขอรับ” เมื่อเห็นชายหนุ่มสวมชุดสีเหลืองเด็กหนุ่มเฝ้าประตูก็ยิ้มให้ เป็นรอยยิ้มที่เป็นมิตรดูต้อนรับเหมือนปกติ

           “ช่วงนี้มีธุระยุ่งนิดหน่อย ออกไปทำธุระนอกเมืองมา ข้าไม่ได้มานานจริงๆแต่คิดไม่ถึงว่าเดี๋ยวนี้จะมีเด็กบ้ามาหาสาวที่สวนโบราณด้วย ฮ่าๆ”

           ชายหนุ่มชุดเหลืองหัวเราะเสียงดังท่าทางบ้าระห่ำยิ่งขึ้น ดูท่าเวลาปกติเขาจะใช้ชีวิตในเมืองหลันหลิงน่าจะชอบรังแกเบ่งอำนาจใส่คน เขามองตู้เซ่าฝู่อย่างเย้ยหยันอีกครั้ง กล่าวว่า “เจ้าหนู ยังไม่กลับไปดื่มนมอีก เอาอย่างนี้ไหม เดี๋ยววันนี้พี่พาน้องไปเปิดหูเปิดตาในสวนโบราณดีหรือไม่ฮ่าๆ”

           ตู้เซ่าฝู่มองชายหนุ่มชุดเหลืองคนนั้นนัยน์ตาสั่นไหว เอ่ยถามว่า “เจ้ามีบัตรสมาชิกหรือ?”

           ชายหนุ่มชุดเหลืองตะลึงกับคำถามจากนั้นกล่าวอย่างภูมิใจว่า “แน่นอนว่าข้ามี บัตรสมาชิกของสวนโบราณไม่ใช่ว่าใครก็สามารถทำได้หรอกนะ” ชายหนุ่มท่าทางภาคภูมิใจมาก การเป็นผู้ชายที่มีบัตรสมาชิกของสวนโบราณเป็นเรื่องที่ควรค่าแก่การภูมิใจสำหรับคนที่นี่

           “ข้าขอบัตรสมาชิกของเจ้าได้หรือไม่?” ตู้เซ่าฝู่มองชายชุดเหลืองด้วยแววตาเป็นประกาย

           “ให้เจ้า ฮ่าๆ เจ้าหนูนี่สมองมีปัญหาแล้วล่ะมั้ง!”

           “ที่แท้เป็นคนปัญญานิ่มนี่เอง” ……

           ชายหนุ่มมากมายตรงนั้นที่แต่งตัวผู้ดีสวมชุดสีสดคนละสีได้ยินคำพูดของตู้เซ่าฝู่ต่างก็หัวเราะกันเสียงดัง

           “ให้เจ้า ฮ่าๆ เจ้าหนู บ้าหรือทำไมต้องให้?”

           ชายชุดเหลืองมองตู้เซ่าฝู่พูดไปหัวเราะไป คิดไม่ถึงว่าจะเจอคนทึ่มที่ประตูทางเข้าสวนโบราณอีกเดี๋ยวพอเข้าไปข้างในสวนโบราณได้แล้วมีหัวข้อสนทนาชวนสาวๆ คุยเพิ่มแล้ว

           ตู้เซ่าฝู่มองชายหนุ่มชุดเหลืองอย่างจริงจังกล่าวว่า “เพราะหากเจ้าไม่ให้ข้า ข้าก็จะอัดเจ้า”

           “อะไรนะ……” ชายหนุ่มชุดเหลืองตะลึง จากนั้นมองตู้เซ่าฝู่ด้วยสีหน้าดูถูกและเย็นชากล่าวว่า “เจ้าหนู เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเป็นใครเจ้ามั่นใจว่าเจ้าจะอัดข้าหรือ?”

           “ไม่ว่าเจ้าจะเป็นใครข้าก็จะอัดเจ้าอยู่ดี”

           ตู้เซ่าฝู่พยักหน้า จากนั้นพูดต่อว่า “ขอแค่เจ้าให้บัตรสมาชิกกับข้า ข้ารับประกันว่าจะไม่อัดเจ้า”

           “ฮ่าๆ ๆ ๆ……”

           ชายหนุ่มชุดเหลืองหัวเราะเสียงดังออกมารู้สึกขำจนน้ำตาเล็ด กว่าจะหยุดขำจากเมื่อกี้ได้ ตอนนี้ก็ยังขำจนท้องแข็งตัวงอกล่าวว่า “เจ้าหนู เจ้าช่างกล้าจริงๆ ในมณฑลหลันหลิงแทบจะไม่มีใครกล้าต่อสู้กับข้านะข้าไม่ให้บัตรสมาชิกกับเจ้าหรอก เพราะข้าอยากรู้ว่าเจ้าจะอัดข้าอย่างไร ฮ่าๆ”

           ชายหนุ่มชุดเหลืองพูดจบก็หัวเราะเสียงดังต่อ

           “คุณชายน้อยเซ่าฝู่คงไม่ได้สมองมีปัญหาหรอกใช่หรือไม่ ทำไมมาขอบัตรสมาชิกคนอื่นแบบนี้”

           หัวหน้ากองจางหวงที่สามและคนอื่นต่างสีหน้าเจื่อน ตอนแรกคิดว่าติดตามคุณชายน้อยคนนี้มาสวนโบราณจะได้มามีประสบการณ์ชีวิตที่ดีที่นี่คิดไม่ถึงว่าคุณชายน้อยคนนี้จะเป็นเช่นนี้

           แม้ทุกคนตรงนั้นจ้องมองตู้เซ่าฝู่อย่างเย้ยหยันพร้อมกับหัวเราะเยาะทว่าเขาก็ยังคงสงบนิ่งไม่สะทกสะท้าน เขามองไปที่ชายหนุ่มชุดเหลืองกล่าวว่า “เจ้าเมื่อเทียบกับกัวคุนหนึ่งสี่คุณชายน้อยแห่งหลันหลิงเป็นอย่างไรบ้าง?”

           “นี่……”

           ชายหนุ่มชุดเหลืองที่กำลังหัวเราะเสียงดังได้ยินก็หน้าเจื่อนแม้เขาพอมีเชื่อเสียงในเมืองหลันหลิงอยู่บ้าง ทว่าเมื่อเทียบกับสี่คุณชายน้อยแห่งหลันหลิงเขาไม่สามารถเทียบได้เลยยิ่งกว่านั้นเถ้าแก่น้อยของสวนโบราณก็คือหนึ่งในสี่คุณชายน้อยแห่งหลันหลิงเชียวนะเขาจ้องขมึงทึงใส่ตู้เซ่าฝู่ จากนั้นบอกว่า “คุณชายน้อยกัวคือบุคคลที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในเมืองหลันหลิงของพวกเราแน่นอนว่าข้าด้อยกว่าเขานิดหน่อย ทว่าก็มักจะมีโอกาสพบปะคุณชายน้อยกัวอยู่บ่อยๆ”

           ชายหนุ่มชุดเหลืองกล่าวเขาไม่กล้าบอกว่าตนเทียบชั้นกับกัวคุนได้ ทว่าก็ยังหาจุดเยินยอตัวเองได้อยู่

           ทว่าคนที่เห็นสถานการณ์จริงต่างรู้ดีที่ชายหนุ่มชุดเหลืองบอกว่าอยู่กับคุณชายน้อยกัวบ่อยๆเขาอยู่ในสถานะคนที่คอยติดตามอยู่ข้างหลัง หรืออาจจะมีสถานะที่ต่ำต้อยกว่านั้นอีก

           ตู้เซ่าฝู่ไม่สนใจถามต่อไปว่า “แล้วเจ้าเปรียบกับเฮ่อจวินที่เป็นสี่คุณชายน้อยแห่งหลันหลิงแล้วเป็นอย่างไรบ้างล่ะ?”

           “คุณชายน้อยเฮ่อ……” ชายหนุ่มชุดเหลืองหน้าเจื่อนขึ้นมาอีกครั้ง กล่าวว่า “คุณชายน้อยเฮ่อเป็นบุตรชายของเจ้าสำนักสำนักพยัคฆ์ขาวมีระดับฌานที่แข็งแกร่งมาก แน่นอนว่าข้าด้อยกว่าอยู่เล็กน้อย”

           เมื่อได้ยินคำพูดของตู้เซ่าฝู่ หัวหน้ากองจางหวงที่สามและคนอื่นๆ ต่างมองหน้ากัน คอยมองสถานการณ์ดูความไปเป็นทว่าในใจของแต่ละคนต่างเตรียมพร้อมไว้เรียบร้อยแล้ว หากมีคนกล้าทำร้ายคุณชายน้อยคนนี้ต่อให้พวกเขาต้องถล่มสวนโบราณแห่งนี้ พวกเขาก็จะทำเพื่อปกป้อง คุณชายน้อยคนนี้ต่อให้ทางสวนโบราณมีกลุ่มผู้มีอิทธิพลอยู่เบื้องหลัง ก็ไม่อาจเทียบชั้นกับผู้ปกครองมณฑลหลันหลิงได้

           จู่ๆ ตู้เซ่าฝู่ก็ยิ้มออกมาจากนั้นมองไปที่ชายหนุ่มชุดเหลือง ทำสีหน้าลึกลับ กล่าวว่า “เจ้าน่าจะยังไม่รู้นะวันนี้เฮ่อจวินกับกัวคุนสองคนนั้นโดนข้าอัดสั่งสอนจนสภาพดูไม่ได้ไปแล้วอัดจนเละยับเยินเชียวนะ……หึหึ……”

           “อะไรนะ คุณชายน้อยกัวกับคุณชายน้อยเฮ่อถูกอัดเจ้าอย่ามาขี้โม้กับข้าเลย”

           ชายหนุ่มชุดเหลืองตะลึงกับคำพูด ในเมืองหลันหลิงจะมีใครบ้างที่กล้าสู้กับคุณชายน้อยสองคนนี้สิ่งที่พูดมาเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้

           ผู้คนรอบๆได้ยินต่างรีบเงี่ยหูฟังอย่างสนใจ สองคุณชายน้อยที่ถูกขนานนามเป็นสี่คุณชายน้อยแห่งหลันหลิงถูกอัดงั้นหรือนี่มันเรื่องใหญ่สะเทือนทั้งเมืองหลันหลิงแล้ว

           แม้กระทั่งหวงที่สามหัวหน้ากองจางและคนอื่นๆ เองก็เริ่มสนใจ สี่คุณชายน้อยแห่งหลันหลิงใครๆในเมืองต่างคุ้นชินเป็นอย่างดี และเข้าใจสถานภาพของพวกเขาอย่างชัดเจน

           ชายร่างใหญ่ชุดนักสู้และเด็กหนุ่มเฝ้าประตูหน้าตายิ้มแย้มที่ยืนอยู่หน้าประตูสวนโบราณต่างจ้องตู้เซ่าฝู่ตาเขม็งคุณชายน้อยกัวและคุณชายน้อยเฮ่อที่มีระดับฐานะสูงส่งเทียบเท่ากับเถ้าแก่น้อยของพวกเขาถูกอัดงั้นหรือนี่เป็นเรื่องที่ทำให้เมืองหลันหลิงตกใจกันได้ทั้งเมือง

           ขณะนี้ทุกสายตาต่างจับจ้องมาที่ตู้เซ่าฝู่แล้วตู้เซ่าฝู่ยิ้มและมองหน้าชายหนุ่มชุดเหลือง รู้สึกได้ว่าคนไม่ค่อยเชื่อเขาจึงพวกอย่างจริงจังอีกครั้ง “พวกเขาถูกอัดจริงๆ นะและถูกอัดจนสภาพดูไม่ได้เลยด้วย”

           “เป็นไปไม่ได้ใครอัดเขา?” ชายหนุ่มชุดเหลืองยังคงไม่เชื่อ

           “ข้าอัดเอง ข้าเป็นตัวแทนแห่งความยุติธรรมในการอัดพวกเขา”

           ตู้เซ่าฝู่พูดจบ ขณะที่ทุกคนกำลังมองเขาก็ปล่อยหมัดไปอย่างแรงอัดใส่ดั้งจมูกของชายหนุ่มชุดเหลืองคนนั้น

           “กึก!”

           หมัดนี้ไม่ได้ห่อหุ้มด้วยพลังปราณใดๆทว่าชายหนุ่มชุดเหลืองไม่ทันได้ตั้งรับ และแรงกายดั้งเดิมของตู้เซ่าฝู่ที่แข็งแกร่งทำให้หมัดนี้รุนแรงพอให้ดั้งจมูกแตกจนเกิดเสียงกระดูกหัก……

           “อ๊าก……”

           ชายหนุ่มชุดเหลืองร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดเขาเจ็บจนเซถอยหลังไปหลายก้าว มีโลหิตไหลออกมาจากรูจมูกเป็นสายกระดูกอ่อนที่จมูกหักทำให้เขาเจ็บทรมานจนทนไม่ไหวต้องร้องระบายออกมา

           เมื่อทุกคนเห็นภาพเหตุการณ์นี้ต่างก็ตะลึงตกใจกันอย่างมากไม่มีใครคิดว่าตู้เซ่าฝู่จะกล้าลงมือจริงๆ

           “ดูสิ ข้าบอกแล้วว่าหากเจ้าไม่ให้บัตรสมาชิกข้า ข้าจะอัดเข้า”

           เมื่อพูดจบ ทันใดนั้นตู้เซ่าฝู่ก็มีสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นมาเพราะตู้เซ่าฝู่รู้สึกได้ว่ามีชายหนุ่มคนอื่นๆ อีกหลายคนกระโจนเข้ามาหาและชายร่างใหญ่ชุดนักสู้ที่คุ้มกันประตูสวนโบราณต่างก็รีบกระโจนเข้ามาหาเขาเช่นกัน

           “ปึงๆ……!”

           เกิดเสียงทุบตีปล่อยหมัดดังขึ้นมาไม่หยุดเงาที่เคลื่อนไหวของเด็กหนุ่มชุดม่วงทำให้ทุกคนตาลายรอบตัวของเขามีประกายแสงสีทองอ่อนๆ

           “ปึงๆ……”

           ทุกอย่างที่เกิดขึ้นรวดเร็วมากเพียงเวลาลมหายใจเฮือกเดียวทุกคนเห็นว่าเงาของคนที่กระโจนเข้าหาเด็กหนุ่มชุดม่วงกระเด็นลอยไปคนละทิศละทางและทุกคนล้วนล้มกระแทกพื้นของสวนโบราณอย่างแรงจนพื้นเกิดรอยแยกเลือดตกยางออกกันทุกคน

           พละกำลังของชายหนุ่มคนอื่นๆ ที่จริงก็ไม่เลวต่างมีฌานถึงขั้นเบิกนภากัน ก็นับว่าพอมีความสามารถบ้างแล้วโดยเฉพาะชายร่างใหญ่ชุดนักสู้ของสวนโบราณ แม้ฌานจะยังไม่ถึงขั้นชีพจรพลิ้วไหวแต่ก็เป็นผู้ฝึกฌานขั้นเบิกนภาในระดับขั้นถึงฟากฝั่งแล้วและมีหัวหน้าสองคนที่เป็นผู้ฝึกฌานขั้นเบิกนภาในระดับขั้นสมบูรณ์แล้วถือว่าไม่ธรรมดาเลย

           ทว่าเพียงในเวลาอันสั้นต่างก็ถูกอัดกระเด็นลอยไปทั้งหมดแล้วผู้ที่เห็นจะไม่ตกใจได้อย่างไร

           หัวหน้ากองจางและหวงที่สามเองก็ตะลึงพวกเขาไม่มีโอกาสได้แสดงฝีมือเลย การโจมตีเมื่อกี้ หวงที่สามมองแทบไม่ทัน ทว่าหัวหน้ากองจางเห็นได้อย่างชัดเจนสรุปแล้วคุณชายน้อยเซ่าฝู่เป็นคุณชายน้อยที่มีความสามารถน่ากลัวจริงๆพูดตามตรงว่าเขาตะลึงกับสิ่งที่เห็นสุดๆ

           “กว่าข้าจะเดินทางมากเมืองหลันหลิงได้ เจ้ากลับให้ข้ากลับบ้านไปกินนมเจ้าพูดแบบนี้หาเรื่องให้ข้าอัดเจ้าชัดๆ”

           ตู้เซ่าฝู่เดินหาปรากฏตัวต่อหน้าชายหนุ่มชุดเหลืองที่กำลังใช้มือกุมจมูกอีกครั้งและต่อยลงบนจมูกที่เดิมที่เขากำลังใช้มือกุมรอยแผลอยู่

           “ไอ้……เจ้าหนู เจ้าบังอาจลงมือ……”