สภาพที่เปียกปอนของอีเฉียนทำให้อาเหมยคิดไปไกลถึงขั้นที่ว่า ก่อนที่นางจะเดินออกมาจากจวนของซูเจินนั้น นางได้เตรียมน้ำในอ่างให้ซูเจินชำระร่างกายและการที่อี้เฉียนเดินตัวเปียกออกมาเช่นนี้ก็น่าจะหมายความว่าเเท้จริงแล้ว อี้เฉียนตั้งใจมาหาซูเจินเสียมากกว่า
"มองอะไร…ไม่เคยเห็นคนตัวเปียกรึไง?"
"อะ..องค์..องค์ชาย..องค์ชายอี้เฉียน!!...ทรงเป็นอะไรไปเพคะ เหตุใดถึงตัวเปียกเช่นนี้ละเพคะ หรือว่า…..?"
"เรื่องนั้นไม่เกี่ยวกับเจ้า…นี่..อาเหมย…เมื่อครู่นี่เจ้าไปที่จวนอี้เถียนกับซูเจินใช่หรือไม่ เจ้าไปที่นั่นทำไม?"
"เพคะ?"
"ข้าถามว่าซูเจินไปที่นั่นทำไม!!!"
"เจ้าค่ะๆ..คือ…อาเฟยมาบอกว่าองค์ชายอี้เถียนถูกวางยาปลุกกำหนัดและขอร้องให้พระชายาไปช่วยเพคะ"
"ยาปลุกกำหนัด…จากใคร?"
"เอ่อ..คือว่า…"
"ข้าถามว่าจากใคร!!!"
"พระสนมฮง เพคะ!! พระชายาให้ข้านำน้ำลอยดอกไม้ไปให้อาเฟยเช็ดตัวให้องค์ชายอี้เถียน เพราะตอนนี้องค์ชายอี้เถียนยังไม่สามารถควบคุมสติอารมณ์ของตนเองได้เจ้าค่ะ"
"แล้วซูเจินช่วยน้องสามยังไง?"
"พระชายาให้มัดองค์ชายอี้เถียนไว้กับขาเตียงและเพื่อให้ทุกอย่างสงบลง พระชายาจำเป็นที่จะต้องทำให้องค์ชายอี้เถียนหมดสติไป พระชายาก็เลย…..เอ่อ…."
"ก็เลยอะไร…นางทำอะไร?"
"ต่อยหน้าองค์ชายอี้เถียนจนสลบไป ตอนนี้ยังไม่ได้สติเลยเพคะ!" ใบหน้าเเห่งความเคร่งขรึมค่อยๆเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มกว้าง เขาดึงสติกลับมาโดยการเอามือไปไขว้ไว้ที่หลังและยืดตัวขึ้น อี้เฉียนเดินออกไปทั้งๆที่อาเหมยยังพูดไม่จบ เขารีบตรงไปดูให้เห็นกับตาว่าสิ่งที่อาเหมยพูดนั้นจริงหรือเท็จ ไม่นานอี้เฉียนก็มาถึงจวนของอี้เถียน สภาพที่เห็นคืออี้เถียนหมดสติ เขาถูกมัดติดกับขาเตียง ที่เบ้าตามีรอยฟกช้ำจากการโดนซูเจินต่อย ข้างกายมีอาเฟยกับลังพยายามเช็ดตัวพร้อมกับสวมเสื้อผ้าให้
"อาเฟย…" เสียงเรียบเฉยดังขึ้นจากทางด้านหลังของอาเฟย เขารีบหยุดทุกการกระทำเพื่อจะหันไปคารวะเจ้าของเสียง
"องค์ชายอี้เฉียน…เอ่อ….คือ.."
"ข้ารู้เรื่องจากอาเหมยแล้ว น้องสามเป็นอย่างไรบ้าง?"
"ตอนนี้ยังไม่ได้สติเลยพะยะค่ะ"
"ชาโถนั้นใช่ไหมที่น้องสามดื่มเข้าไป"
"พะยะค่ะ"
"สนมฮง..นางคิดจะทำอะไรกันแน่…คืนก่อนก็ข้า คืนนี้ก็น้องสาม?"
"องค์ชายอี้เฉียนก็ทรงโดนหรือพะยะค่ะ?"
"ใช่…เจ้ารีบแก้มัดน้องสามแล้วพาขึ้นไปนอนบนเตียงดีๆเถอะ เดี๋ยวคืนนี้ข้าจะอยู่ดูเเลน้องข้าเอง ส่วนเจ้าก็ไปนอนที่จวนของข้าละกัน ฝากบอกอาฉางด้วยว่าข้าอยู่ที่นี่"
"พะยะค่ะ องค์ชาย" อาเฟยแก้มัดพร้อมกับพยุงตัวอี้เถียนขึ้นไปนอนบนเตียง ขณะที่อี้เฉียนนำผ้าขาวไปชุบน้ำลอยดอกไม้มาเช็ดตัวให้อี้เถียนอย่างเบามือ ขณะเช็ดตัวให้น้องก็นั่งคิด นั่งยิ้มไปด้วย เเต่ทว่าเมื่อคิดได้เขาก็รู้ได้ทันทีว่าเขาทำผิดต่อซูเจินไปเสียแล้ว ถึงจะอยากไปขอโทษขนาดนั้นเเต่เข้าไปตอนนี้ก็คงจะไม่เหมาะไม่ควร อี้เฉียนจึงกักเก็บความรู้สึกผิดไว้และดูเเลอี้เถียนต่อทั้งคืนจนกระทั่งถึงเช้าวันต่อมา….อี้เถียนรู้สึกตัวขึ้นมาพร้อมกันกับตอนที่อาเฟยมาเปิดหน้าต่าง เขารู้สึกมึนๆหัวเล็กน้อยข้างกายของเขามีพี่ชายกำลังนั่งจิบชาอยู่
"ท่านพี่!!..ชาโถนั้นมัน…."
"ไม่ต้องห่วง ข้าเปลี่ยนชาแล้ว มันคนละโถกัน ว่าเเต่เจ้าเถอะเป็นอย่างไรบ้าง ข้าได้ข่าวว่าเจ้าสร้างเรื่องทั้งคืนเลยงั้นหรือ?"
"ข้าไม่รู้สึกตัวอะไรเลย ข้ารู้เเต่ว่าข้าเห็นซูเจินมายั่วยวนข้าแล้วจากนั้นภาพก็ตัดไป มันเกิดอะไรขึ้นกันเนี้ยแล้วทำไมท่านถึงมาอยู่ที่นี่…?"
"ข้าก็มาอยู่ดูเเล้จ้าไง เจ้าโดนยาปลุกกำหนัดจากสนมฮง เจ้าจำได้หรือไม่?"
"ข้าจำได้ว่านางมาหาข้าที่นี่และข้าก็…นางทำเช่นนี้ไปทำไม นางสนใจในตัวท่านพี่มิใช่หรือ?"
"ไม่แปลกหรอกเพราะข้าเองก็โดนมาแล้ว นางตั้งใจที่จะให้กำเนิดทายาทจากเจ้าและข้า คิดว่านางทำไปเพียงเพื่อจะเอาชนะซูเจิน"
"เรื่องนี้ต้องถึงหูท่านพ่อแน่!!"
"ช้าก่อน..อย่าใจร้อน ข้าว่าเราควรหาทางจัดการกันเองก่อน หากท่านพ่อทรงทราบเรื่องนี้จะทรงไม่สบายพระทัยเอาง่ายๆ"
"แล้วท่านพี่จะให้ข้าทำเช่นไร?"
"เรื่องนี้ไม่ใช่เเค่เจ้า…เเต่เป็นเราทั้งสองคนต่างหากล่ะ" อี้เถียนพยักหน้าในขณะที่อี้เฉียนกระซิบกระซาบแผนการณ์ให้ฟัง ระหว่างนั้นอี้เฉียน ก็ได้สั่งให้อาฉางไปหาของตามที่เขาต้องการ พร้อมทั้งให้อาเฟยไปดูลาดเลาบริเวณรอบๆจวนของสนมฮงก่อน สองพี่น้องเข้าใจแผนการณ์ดี เเต่ยังเริ่มวันนี้ไม่ได้ เพราะพวกเขามีนัดกินข้าวพร้อมหน้ากับอี้เหลียนแล้ว ศาลากลางน้ำที่ประจำถูกเนรมิตรให้เป็นห้องอาหารขนาดย่อมๆ สามพ่อลูกนั่งทานข้าว พบปะ พูดคุยกันสัพเพเหระกันไปเรื่อย
"เรื่องซูเจินไปถึงไหนแล้ว นางมีทีท่าว่าจะท้องบ้างรึยัง?"
"เรื่องนั้นข้าว่าเรายังไม่ควรพูดถึง เวลานี้นางป่วยอยู่ ข้าสองคนจึงไม่อยากหักโหมนางพะยะค่ะท่านพ่อ"
"งั้นรึ แล้ว..สนมฮงกับสนมลีล่ะเป็นไงบ้าง ข้าได้ข่าวว่าตั้งเเต่ที่ซูเจินเจ้าวังมา สนมลีก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคนเช่นนั้นรึ?"
"พะยะค่ะ เวลานี้นางกับซูเจินเป็นสหายที่สนิทสนมกันมาก ซูเจินดึงนางออกมาจากความโศกเศร้า นางจึงกลับมาเป็นสตรีผู้มีความหวังอีกครั้งพะยะค่ะท่านพ่อ"
"อืม..ดีแล้ว คิดไม่ผิดจริงๆที่เลือกนางเข้ามา เอ้อ..แล้วสนมฮงล่ะเป็นอย่างไรบ้าง ซูเจินทำให้นางเปลี่ยนไปบ้างหรือเปล่า?" สองพี่น้องมองหน้ากันแล้วยิ้มแห้งๆ ทำให้อี้เหลียนรู้ทันทีว่าคำตอบคืออะไร จู่ๆประโยคสนทนาก็จบลงกระทันหัน อี้เถียนและอี้เฉียนผลัดกันตักอาหารให้ผู้เป็นพ่อ พร้อมกับชักชวนให้พูดเรื่องอื่นทันที ทั้งนี้ก็เพื่อไม่ให้เสียบรรยากาศในการทานข้าวพร้อมกันนั่นเอง ทุกอย่างเปลี่ยนไปในทางที่ดีเมื่ออี้เหลียนยอมเปลี่ยนเรื่องคุย สองพี่น้องหันไปสบตากันและลอบถอนหายใจเเบบโล่งพร้อมกันอย่างมิได้นัดหมายทันที…..