ตอนที่ 23 : กลับพระราชวังสมุทรเหมันต์
หลังจากออกเดินทางฝึกฝนและผสานร่างเข้ากับชิ้นส่วนของสัตว์เ้าพิภพนั้นหลานเทียนได้รับของมีค่ามากมายจากเหล่าสัตว์อสูรที่เข่นฆ่าไปจำนวนมากจากทั้งชิ้นส่วนสัตว์อสูรและผลึกสัตว์อสูรจำนวนไม่น้อย
“เราไปหอการค้าแมงมุมทมิฬก่อนเข้าพระราชวังก่อนดีกว่าข้ามีสิ่งของที่้าสองสามอย่างที่นั่น”หลานเทียนกล่าวกับลี่เหอที่นั่งพักผ่อนบนซากราชันสัตว์อสูร
ระหว่างทางเดินนั้นผู้คนมากมายขวักไขว่แสงไฟจากร้านรวงข้างทางรวมถึงเสียงพ่อค้าแม่ขายมากมายะโแข่งกันเรียกลูกค้าสัตว์พาหนะแปลกตาเต็มท้องถนน จนเดินมาถึงหน้าตึกสีดำทมิฬทรงแปดเหลี่ยมด้านหน้ามีผู้ยืนเฝ้าอยู่หน้าตาดุดันระดับพลังปราณของคนทั้งสองหลานเทียนไม่อาจระบุได้ย่อมหมายถึงพวกเขามีระดับสูงกว่าหลานเทียนอย่างน้อยหนึ่ง่ชั้น
“ลี่เหอพวกเขามีระดับเท่าไหร่”หลานเทียนกล่าวถามลี่เหอที่นั่งทอดอารมณ์อยู่
“อืมระดับดาราขั้นกลางทั้งสองคน”ลี่เหอกล่าวจบก็กลับไปนั่งเล่นบนซากศพที่เป็เหมือนเตียงนอนอันมโหฬารของนางไปแล้ว
“หาระดับดารา ต้องมีทรัพย์สินมากมายแค่ใหนถึงจ้างผู้คนระดับนี้มาเป็เพียงยามเฝ้าหน้าประตู”หลานเทียนคิดในใจพลางก้าวเท้าเข้าสู่เขตของหอการค้าที่พื้นนั้นหินที่ปูก็แตกต่างจากท้องถนนดูแล้วมีค่ามากพอดู
“เด็กน้อยนี่ไม่ใช่สถานที่ไว้ให้เด็กเล่นเชิญเ้าออกไปจากเขตด้วยข้าไม่อยากนำตัวเ้าออกไปด้วยตนเอง ถือว่าข้าขอร้อง”ยามผู้หนึ่งที่เห็นหลานเทียนก้าวเข้ามายังเขตหอการค้ากล่าวดว้ยน้ำเสียงหยาบกร้าน
“ข้านำสินค้ามาขายเท่านั้นหวังว่าพี่ชายทั้งสองจะไม่ถือสา”หลานเทียนกล่าว
“หื้มงั้นแสดงสิ่งที่เ้า้าแลกเปลี่ยนกับหอการค้าเราด้วย”ชายฉกรรจ์อีกผู้หนึ่งถอนหายใจและกล่าวด้วยเสียงแหบพร่า
หลานเทียนไม่รอช้านำงาของช้างอสูรหัวเสือและหัวใจออกมาบนฝ่ามือกลิ่นอายของหลานเทียนยังติดอยู่บนสองวัตถุอย่างแ่าเป็หลักฐานว่าหลานเทียนเป็ผู้สังหารมันด้วยตัวเองอย่างแน่นอนเมื่อชายทั้งสองเห็นของทั้งสองสิ่งท่าทีก็เปลี่ยนไปเป็ให้ความนับถือต่อตัวหลานเทียนและแสดงความยำเกรงขึ้นมาบ้าง
“โอ้นายน้อยผู้นี้มีฝีมือไม่เบาหากแต่จำนวนเพียงเท่านี้ข้าเกรงว่าหอการค้าเราคงไม่สนใจมัน”ชายร่างกำยำกล่าวด้วยเสียงหยาบกร้าน
“ข้ามีอีกราวสิบอันหากหอการค้านี้ไม่ยินดีจะค้าขายเห็นทีข้าต้องระเห็จไปขายกับผู้อื่นที่้ามันเสียดีกว่าน่าเสียดายจริง น่าเสียดาย”หลานเทียนกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“เอ่อแต่ด้วยระดับของนายน้อยข้าไม่อาจยินยอมให้ท่านเข้าไปภายในได้..”หลานเทียนหันหลังต่อชายทั้งสองทำท่าทางเหมือนกับจะก้าวออกจากเขตก่อนจะหยุดลงที่เส้นตัดระหว่างท้องถนนและเขตของหอการค้าแมงมุมทมิฬ
“พี่ชายปราณดาราขั้นกลางทั้งสองไม่ยินยอมให้ข้าผ่านทางไปค้าขายเช่นนั้นข้าก็ไม่มีสิ่งใดต้องสนทนาอีก”หลานเทียนกล่าวด้วยน้ำเสียงปนหัวร่อบาง ๆส่งผลให้ชายทั้งสองถึงกับชะงักลง
“ท่านาุโเชิญเข้ามาเถอดข้าตาต่ำไม่รู้ว่าท่านจะปิดบังตัวตนที่ยิ่งใหญ่ถึงกลับระบุระดับขั้นของพวกข้าอย่างแม่นยำท่านย่อมเป็ยอดฝีมือเป็แน่เห็นทีทางหอการค้าเราจะพลาดที่จะสานสัมพันธุ์กับท่านไปเสียแล้ว ขอนายท่านอย่าถือสาพวกข้าทั้งสอง”หลานเทียนกระหยิ่มยิ้มย่องในใจก่อนเดินเข้าสู่ภายในอย่างแช่มช้าผู้อารักขาประตูทั้งสองก้มหัวและหันหลังผลักประตูบานสีดำขลับเื้ับรรยากาศที่กดดันอย่างหนักหน่วงภายในถาโถมออกมาราวกับคลื่นของแรงกดดันที่ไหลบ่าออกมาจากหลังประตู
หลานเทียนก้าวเข้าไปพร้อมใช้พลังปราณออกจำนวนมากเพื่อป้องกันร่างกายจากแรงกดดันนั้น
“ไม่แปลกเลยที่ระดับดาราทั้งสองนั้นถึงไม่ยินยอมให้ท่านเข้าใกล้ที่แห่งนี้หากเป็ผู้ที่อยู่ในระดับนภาแม้จะขั้นสูงก็ตามก็ไม่อาจจะทานทนรับได้ไหวเป็แน่สิ่งของภายในทรงพลังอย่างมากยิ่งชั้นสูงขึ้นยิ่งทรงพลังมากขึ้นไปอีกชั้นที่เจ็ดและแปดเห็นทีในตอนนี้ท่านเองก็ไม่อาจจะทนได้ไหว รอจนนภาขั้นปลายเสียก่อน”ลี่เหอกล่าวกับหลานเทียนด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นกับสิ่งของที่รายรอบอยู่
“ท่านลูกค้าเชิญ เชิญ ขออภัยที่ผู้เฝ้าประตูของเราเสียมารยาท ข้าเห็นทุกสิ่งแล้วเชิญท่านแสดงสิ่งของที่้าแลกเปลี่ยนด้วยข้าจะประเมิณราคาให้ท่านอย่างเป็ธรรมแน่นอน”ชายชราหน้าตาใจดียืนอยู่หลังโต๊ะไม้ตัวใหญ่เื้ัเป็ตู้ใส่ของหลายร้อยหลายพันช่องรอบข้างมีตู้แสดงสินค้าอีกกว่าหลายร้อยตู้ขนาดห้องภายในนั้นกว้างขวางกับที่คาดไปมาก
“อืม” หลานเทียนตอบด้วยน้ำเสียงที่ปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้สะกดความตื่นเต้นเอาไว้ในจิตใจ ถึงแม้บรรยากาศที่กดดันแต่กลับไม่ทำให้หลานเทียนรู้สึกไปตามนั้นหากแต่ความตื่นเต้นที่พาใจลิงโลดนั้นสะกดข่มได้ยากกว่ามากหลังกล่าวเสร็จเขาจึงนำงาของช้างอสูรหัวเสือสิบคู่และหัวใจสิบดวงวางลงบนโต๊ะทีละชิ้นสายตาของชายชรายิ่งมายิ่งแปรเปลี่ยนเป็ตกตะลึงจนอ้าปากค้าง
“โอ้ท่านลูกค้า ของพวกนี้มัน”ชายชราหลับตาลงพลางใช้ปราณสำรวจตรวจสอบวัตถุอย่างละเอียดอีกครั้งสีหน้ายิ่งแปรเปลี่ยนเป็เหลือเชื่อแววตาแฝงความนับถือขึ้นมา
“พวกนี้ถูกสังหารมาไม่นานกล้าเนื้อหัวใจของมันยังชุ่มไปด้วยโลหิตส่วนงานั้นคราบชิ้นเนื้อยังคงสด ทั้งยังด้วยจำนวนขนาดนี้เป็ไปได้หรือไม่ที่ผู้น้อยจะขอทราบถึงทินนามของผู้ฝึกยุทธท่านนี้ภายนอกราวเด็กหนุ่มอายุเพียงไม่กี่สิบปี หากฝีมือของท่านย่อมเป็เพราะอยู่ในขั้นที่หยุดความแก่ชราได้เป็แน่”ชายชรากล่าวถามอย่างเคารพนบนอบ
“เป็เช่นนั้นหรือหอการค้าแมงมุมทมิฬจำเป็ต้องไต่ถามต่อผู้ใคร่จะแลกเปลี่ยนั้แ่เมื่อใดกัน”หลานเทียนบ่ายเบี่ยงคำถามของชายชราอย่างประชดประชัน
“เห็นทีเราคงไม่อาจทำการแลกเปลี่ยนด้วยกันได้แล้วกระมัง”เขากล่าวเสริมหลังสังเกตุสีหน้าของชายชรากลายเป็หมองคล้ำ
“โอ้ไม่ ไม่ ไม่ ข้อผู้ต้อยต่ำลาบล้วงเกินไปข้าเพียงแต่อยากทราบถึงนามของผู้ที่แข็งแกร่งเช่นท่านเท่านั้นผู้ที่สามารถสังหารช้างอสูรหัวเสือสิบตัวที่อยู่พลุกพล่านในเมืองฝั่งตะวันออกที่ห่างไกลทั้งยังกลับมาในสภาพที่เืยังไม่แห้งกรังเท่านั้น”ชายชรากล่าวตอบเสียงสั่นเครือ
“เช่นนั้นบอกราคามาเถอะอย่าเสียเวลากับเื่ไร้สาระเช่นชื่อนามของข้าเลย”หลานเทียนตัดบทสนทนาทันทีทางชายชราได้แต่ผงกหัวเห็นด้วยอย่างเร็ว
“ทั้งหมดมีค่าราวสองพันเหรียญทอง”ชายชรากล่าวพลางหยิบลูกคิดมาดีดคำนวณไปด้วย
“ห๊ะ”หลานเทียนถึงกับหลุดปากออกไปเสียงดัง ภายในใจรู้สึกตะลึงถึงมูลค่าที่มากมายเสียจนเขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนอย่างมากเขาคิดว่ามันคงได้ราคาราวร้อยทองก็ถือว่าคุ้มค่ามากแล้วแต่นี้สามพันทองย่อมเป็จำนวนทองที่มากที่สุดที่หลานเทียนจะได้ัั
“เอ่อหากท่านไม่พอใจในราคานี้ ข้าขอเสนอให้เป็ สองพันสามร้อยเหรียญทองข้าผู้ต้อยต่ำประเมิณต่ำเกินไป สินค้าคุณภาพสูงเช่นนี้ นายท่านช่างละเอียดยิ่งข้าน้อยขออภัย”ชายชราผงกหัวขอโทษขอโพยยกใหญ่สีหน้าแสดงถึงความวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัดหาได้รู้ไม่หลานเทียนนั้นเพียงใกับราคาที่สูงลิ่วจนหลุดปากออกมาเท่านั้น
“อืม”หลานเทียนกระแอมในลำคอพยักหน้ารับ มือป้องปากปิดรอยยิ้มที่พยายามข่มไว้ภายในใจยังกังวลว่าชายชราอาจจะปฏิเสธหากตรงกันข้ามกับเพิ่มราคาให้อีกถึงสามร้อยทอง
“ลี่เหอเราจะรวยแล้ว”หลานเทียนส่งกระแสจิตบอกกับลี่เหออย่างตื่นเต้น
“สักครู่นายท่านข้าจะเตรียมแหวนมิติที่บรรจุทองสองพันสามร้อยเหรียญทองให้ท่านเดี๋ยวนี้”ชายชราหันหลังกลับไปที่ชั้นริมขวามือพร้อมหยิบแหวนมิติวงเล็กสีเงินวงหนึ่งออกมา
“โปรดตรวจสอบ”ชายชรากล่าวพลางยื่นให้หลานเทียนด้วยมือสั่นเทา
“ไม่จำเป็”หลานเทียนกล่าวปัดพร้อมรับแหวนมิติ
“โอ้ที่แท้เป็คนของตระกูลขุนนางชั้นสูง ตระกูลเฟิงนี่เองถึงว่าถึงได้เขี้ยวนัก”เสียงสูงแหลมของอิสตรีนางหนึ่งดังขึ้นจากเื้ัของชายชรารูปร่างของนางถูกขับความสาวออกมาด้วยเสื้อผ้าที่น้อยชิ้นเปิดเผยดวงตาเย้ายวนทรงสเน่ห์ขี้เล่น เยื้องกรายร่างลงจากบันไดวนช้า ๆ โดยดวงตายังคงจับจ้องมายังหลานเทียนไม่ละลด
หลานเทียนถึงกับขนลุกทั้งร่างความประหวั่นนั้นเกิดเมื่อเขาไม่ได้รู้สึกถึงนางแม้แต่น้อยตลอดเวลาที่ทำการซื้อขายทั้งยังกล่าวว่าเขาเป็คนของตระกูลเฟิงจากการมองแหวนมิติที่หลานเทียนสวมอยู่เพียงแวบเดียว
“นายท่าน”ลี่เหอถึงกับส่งกระแสจิตด้วยน้ำเสียงร้อนรนทันที
“ไม่เป็ไรลี่เหอฟังนางก่อน”หลานเทียมสูดหายใจเข้าตั้งสมาธิเรียกสติกลับคืน
“ท่านผู้ช่วยไม่เห็นจำเป็ต้องลงมายังเบื้องล่างเลยทุกสิ่งอยู่ในการจัดการของข้า”ชายชราหมุนตัวกล่าวด้วยน้ำเสียงนอบน้อมอย่างสุดหัวใจ
“ข้ารู้แล้วเ้าไปพักก่อนข้ามีเื่จะคุยกับพ่อหนุ่มผู้นี้เสียหน่อย”นางกล่าวพลางโบกมือเรียวยาวหนึ่งทีชายชราก็เดินออกจากหลังโต๊ะไปอย่างว่าง่ายไม่นานนางก็เดินมาหยุดอยู่เบื้องหน้าหลานเทียน
“นายท่านหลานเทียนข้ามีนามว่าเหมยหลินเป็ผู้ช่วยของสาขานครหลวงสมุทรเหมันต์ ข้าทราบดีว่าท่านไม่ได้มาจากตระกูลเฟิงไม่ต้องกังวลไปไม่มีสิ่งใดอันตราย ขอท่านจงไว้ใจข้า”นางกล่าวพลางสอดส่องสายตาตลอดหัวจรดเท้าหลานเทียนม่านตาหดวูบความหวาดหวั่นที่เขากลัวอย่างหนึ่งคือการถูกล่วงรู้ความลับ
“ท่านผู้ช่วยกล่าวความลับของข้าออกมาแล้วทั้งยังขอให้ข้าไว้ใจ เห็นทีท่านคงขอมากไป”หลานเทียนกล่าวหลังจากดึงสติกลับคืนมาเขาโต้ตอบไปด้วยความรู้สึกขุ่นเคืองอยู่บ้าง
“นายท่านไม่จำเป็ต้องกังวลข้อมูลของท่านจะถูกรักษาไว้อย่างดี ทางหอการค้าแมงมุมทมิฬนั้นจำเป็ต้องรับรู้ของทุกผู้ที่มีโอกาสจะสามารถเข้ามาแลกเปลี่ยนซื้อขายกับสมาคมเราและท่านย่อมเป็หนึ่งนั้นฝ่ายข้อมูลของเราไม่เป็รองหน่วยข่าวกรองของทั้งสี่อาณาจักรทั้งยังเก็บรักษาข้อมูลของลูกค้าอย่างยิ่งยวด”เหมยหลินกล่าวพลางะโตัวเบาขึ้นนั่งไขว่ห้างบนโต๊ะเบื้องหน้าหลานเทียนส่งให้เห็นหน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างแรง
“งั้นพวกท่านรู้สิ่งใดเกี่ยวกับข้าบ้าง”หลานเทียนกล่าวถามพร้อมกับพยายามควบคุมให้น้ำเสียงราบเรียบไม่ให้สั่นเครือ
“ท่านถูกทหารเกราะเหมันต์ในตำนานผู้นั้นอี้หวังหย่งรับมาเลี้ยงจากสถานรับเลี้ยงเด็กของเพื่อนของเขา ต้าหวงเฉินท่านเกิดในกลางฤดูหนาง ข้อมูลของทั้งพ่อและแม่นั้นไม่มีการระบุถึงั้แ่เด็กจนอายุสิบสามเส้นชีพจรลมปราณของท่านพิการทำให้ไม่สามารถเพิ่มระดับขึ้นได้จนกระทั่งท่านได้หายเข้าไปในป่าต้องห้ามใกล้กับหมู่บ้านเนื่องจากถูกไล่ล่าจากจวนตระกูลหลี่อันเป็ตระกูลสาขาของตระกูลเฟิงสายหนึ่งทางตระกูลนั้นด้วยเหตุบาดหมางของท่านกับนายน้อยของตระกูลหลี่ทำให้พวกมันส่งมือสังหารเพื่อไล่ล่าท่านจนบีบคั้นให้ท่านต้องเข้าสู่ป่าและจากนั้นเป็ระยะเวลาหนึ่งมือสังหารและนายน้อยของตระกูลหลี่เสียชีวิตทั้งหมดจากสัตว์อสูรเข้าทำร้าย
และหลังจากนั้นด้วยความอัศจรรย์บางอย่างทำให้เส้นชีพจรของท่านถูกรักษาทั้งยังเพิ่มพูดจนแข็งแกร่งอย่างน่าประหลาดราวกับได้รับพรจากเทพเ้าเมื่อกลับถึงหมู่บ้านท่านสามารถทดสอบผ่านในระดับเดียวกันกับ เด็กตระกูลอี้ทั้งสองอี้หงซานและอี้ไป๋เสวี่ย จนเมื่อถึงเวลาที่ท่านต้องเดินทางมายังเมืองหลวงเพื่อทดสอบสุดท้ายท่านสามารถผ่านการทดสอบในการต่อสู้กับสัตว์อสูรและท่านก็ชนะมาด้วยวิธีการที่ไม่สามารถระบุได้แน่ชัดจากนั้นทางองค์จักรพรรดิสมุทรเหมันต์ส่งทหารเกราะเงินหน่วยอารักขาประจำพระองค์เชิญท่านไปยังวังหลวงและเลี้ยงดูท่านให้กลายเป็ตัวแทนของมหาวิหารคนแรกของประวัติศาสตร์เพื่อเข้าร่วมการประลองยุทธ์รุ่นเยาว์ที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้”เหมยหลินกล่าวพลางเผยรอยยิ้มสังเกตุสีหน้าของหลานเทียนที่แปรเปลี่ยนไปเล็กน้อยจึงกล่าวต่อ
“นี่คือข้อมูลที่สมาคมเรามีเกี่ยวกับตัวตนของท่านนับั้แ่อี้หวังหย่งรับท่านมาเลี้ยงจนถึงปัจจุบันทางเรารู้เื่ราวของท่านเกือบทุกฝีก้าวซึ่งนี่เป็สิ่งที่น่าประหลาดเพราะไม่เคยมีผู้ใดเล็ดรอดสายตาของสมาคมเราแม้ฝีก้าวเดียวตัวตนของท่านถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่เฝ้าจับตาและเฝ้าระวังอันดับต้นต้นของสมาคมเรานี่จึงทำให้ข้าสนใจในตัวของท่านมากขึ้นไปอีก ฮิฮิ”เหมยหลินกล่าวเสร็จก็หัวร่อออกมาเบาๆ
หลานเทียนอ้ำอึ้งอยู่นานสองนานไม่อาจกล่าวสิ่งใดได้เขาถูกติดตามั้แ่เกิดช่างเป็สิ่งที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนทั้งยังทำให้เขารู้สึกสะอิดสะเอียนของการสืบประวัติของสมาคมหอการค้าแมงมุมทมิฬไม่น้อยส่วนความรู้สึกอีกอย่างคือเป็สิ่งยืนยันให้รู้ว่าหอการค้าแมงมุมทมิฬนั้นไม่สมควรเป็ศัตรูด้วยมากที่สุดการหาข้อมูลที่ไม่เป็รองหน่วยข่าวกรองของอาณาจักรทั้งสี่ทวีปหากไม่ได้ยินเื่ราวของตนเองกับหูเขาเองย่อมไม่มีทางที่จะเชื่อถือได้เลยว่าจะมีกลุ่มคนที่รู้เื่ราวที่เกิดขึ้นภายในมหาทวีปมากมายเช่นสมาคมหอการค้าแมงมุมทมิฬอยู่
“ท่าน้าสิ่งใด”หลานเทียนรวมรวมสติทั้งหมดก่อนเปิดปากกล่าวกับแม่นางเหมยหลิน
“เ้าช่างเป็เด็กหนุ่มที่เอาใจสตรีไม่เป็เสียจริงฮิฮิหากเ้าถามตรงไปตรงมาเช่นนี้ระวังสตรีจะเมินเอาได้”นางกล่าวทีเล่นทีจริงพลางหัวร่ออย่างสบายอุราพร้อมส่งสายตาหยอกเย้าเคล้ายั่วยวน
“อืมข้า้าให้เ้าเข้าประมูลสิ่งของชิ้นหนึ่งการประมูลที่จะเกิดขึ้นนั้นเป็การประมูลในตลาดมืดสถานที่ข้าจะบอกเ้าอีกครั้งหนึ่งส่วนเื่ค่าใช้จ่ายนั้น อยู่ในนี้แล้ว”นางกล่าวจบก็ส่งถุงผ้าสีแดงที่ภายในมีแหวนมิติขั้นสูงเมื่อหลานเทียนสำรวจดูจึงพบว่าภายในมีเหรียญทองอยู่ทั้งสิ้นหนึ่งแสนเหรียญทองเขาถึงกับตาลุกวาวแต่พยายามฝืนเก็บอาการประหม่าไว้
“แล้วทำไมเ้าไม่ไปด้วยตัวเองแม่นางเหมยหลิน”หลานเทียนกล่าวถามต่อนางด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบที่สุดเพราะปิดบังความตื่นเต้น จากทั้งจำนวนทองที่ตื่นตาและรูปร่างของแม่นางเหมยหลินในชุดวาบหวิวที่ตื่นใจ
“ส่วนเหตุผลที่ข้าจำต้องส่งเ้าไปอืมมมม ข้าจะบอกเ้าละกันเพราะข้ารู้สึกถูกใจเ้าไม่น้อย ฮิฮิเนื่องมาจากงานประมูลตลาดมืดนั้นคัดกรองผู้คนอย่างละเอียดตัวข้านั้นที่เป็ผู้ช่วยของสาขาเมืองสมุทรเหมันต์นั้นย่อมถูกตรวจพบโดยง่ายอีกทั้งข้าเป็เพียงหญิงสาวอ่อนแอจะให้เข้าไปเสี่ยงอันตรายในตลาดมืดเ้าไม่คิดเป็ห่วงเป็ใยสาวน้อยเช่นข้ารึ ฮิฮิ”เหมยหลินกล่าวพลางส่งสายตาเย้ายวนพร้อมน้ำเสียงออดอ้อนทำให้หลานเทียนรู้สึกเหนียมอายไม่น้อยถึงแม้ความงามของนางไม่อาจทาบได้กับหนิงฉุ่ยเยว่ปรมาจารย์แห่งสำนักวิหารโอสถที่ความงดงามของนางนั้นเป็หนึ่งในสิบสาวงามแห่งทวีปนอกจากฝีมือด้านการปรุงยาโอสถและการรักษาที่เก่งกาจรูปลักษณ์และดวงหน้าของนางก็อยู่ในระดับที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันส่วนเหมยหลิงนั้นรูปลักษณ์และหน้าตานางก็ยังนับเป็โฉมงามหนึ่งในพันสาวงามของทวีปได้อย่างไม่มีข้อกังขาทั้งยังมีทรวดทรงของนางเองก็ดูโดดเด่นเย้ายวนชวนฝัน ยิ่งอยู่ในชุดที่บดบังเพียงส่วนลับเปิดเผยเนื้อหนังนั้นย่อมส่งให้นางดูมีเสน่ห์เย้ายวนใจ
หลานเทียนยืนฟังนิ่งพยายามหาเหตุแรงจูงใจที่นางจำเป็ต้องใช้เขาเข้าไปในงานประมูลตลาดมืดด้วยสมาคมการค้าแมงมุมทมิฬมีทั้งอำนาจ ทุนทรัพย์ที่มากมายมหาศาลรวมไปถึงกำลังคนที่มีความแข็งแกร่งอย่างน้อยระดับดารานั้นจำเป็ต้องใช้เด็กหนุ่มอ่อนเยาว์เช่นหลานเทียนเพื่อสิ่งใดเขาได้แต่ครุ่นคิดอยู่มิคลาย
“ลี่เหอข้าควรทำอย่างไรดี”หลานเทียนส่งกระแสจิตหาลี่เหอหวังให้นางเป็ที่ปรึกษาในสภานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเช่นนี้
“ข้าเองก็จนปัญญานางมีข้อมูลของท่านมากจนเกินไปทั้งยังที่นางกล่าวออกมาอาจจะไม่ใช่ทั้งหมดที่นางรู้มีเพียงแต่ต้องโอนอ่อนยอมเชื่อใจนางไปเท่านั้น”ลี่เหอกล่าวด้วยน้ำเสียงสิ้นหวังท้อแท้
“งานประมูลตลาดมืดที่ท่านกล่าวมานั้นอยู่ที่ใดและจัดขึ้นเมื่อใด”หลานเทียนรวบรวมสติกล่าวถามนางออกไปโดยพยายามข่มน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุดเพื่อไม่ให้นางสังเกตุเห็นถึงความวิตกอย่างยิ่งของเขา\
“ข้าจะติดต่อเ้าไปอีกที..ด้วยเกียรติแห่งสมาคมการค้าแมงมุมทมิฬข้าขอรับปากกับเ้าว่าข้อมูลของเ้าทั้งหมดจะไม่มีการแพร่งพรายออกไปอย่างแน่นอน”นางเปลี่ยนสีหน้าเป็เข้มขรึมจริงจังขึ้นมาน้ำเสียงที่หนักแน่นของนางต่างจากก่อนหน้าราวเป็คนละคนเมื่อพูดถึงสมาคม
“เช่นนั้นนายท่านมีสิ่งใดให้ข้ารับใช้อีกหรือไม่”เหมยหลินกล่าวด้วยน้ำเสียงพร้อมแววตายั่วยวนมายังหลานเทียนอีกครั้งหนึ่ง
“ข้า้าเตียงอย่างดีและข้อมูลบางอย่าง”หลานเทียนกล่าวตอบถึงแม้จะรู้สึกไม่สบายใจอยู่บ้างแต่ด้วยท่าทีของเหมยหลินยามรับปากจะเก็บข้อมูลของหลานเทียนไว้เป็ความลับนั้นก็ทำให้เขารู้สึกวางใจขึ้นมาเปราะหนึ่งหลังจากกล่าวต่อเหมยหลินนางก็หายไปหลังตู้และนำเอาถุงมิติออกมายื่นให้กับเขาโดยที่นางไม่รับเงินของเขาแม้แต่เหรียญทองเดียวหลานเทียนได้รับเตียงสำหรับให้ลี่เหอพักผ่อนภายในห้วงนิรันดร์เป้นสิ่งที่เขาจะสามารถตอบแทนที่นางดูแลเขามาตลอด่ระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา
“นี่ถือเป็ค่าจ้างของเ้าไปแล้วกันส่วนข้อมูลที่เ้า้านั้นขึ้นอยู่กับว่ามันมีคุณค่าขนาดใหน”เหมยหลินกล่าวพลางนั่งลงบนโต๊ะตัวเดิมเบื้องหน้าหลานเทียน