ปิยลักษณ์นั่งอยู่ในห้องโถงรับแขกเพียงลำพัง หลังตี๋น้อยขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้า หล่อนเพิ่งรู้ว่าตี๋น้อยดูจะแก่แดดเกินเด็กเสียด้วยซ้ำ บางที เขาอาจจะเก่งกว่าเด็กในวัยเดียวกัน ถึงได้กลายเป็ตัวป่วนของเพื่อน ๆ เพราะสมองของตี๋น้อยไปไกลเกินเด็กอนุบาล
หญิงสาวกวาดสายตา... ชะงักอยู่ที่รูปในกรอบใหญ่ เป็รูปหญิงสาวอุ้มเด็กน้อยแบเบาะ ขนาบข้างด้วยปีเตอร์ จาง
คงเป็แม่ของตี๋น้อย
ภรรยาของปีเตอร์ จาง
เหมาะสมกันดีจัง ผู้หญิงสวย ผู้ชายในภาพดูหล่อเหลาสุภาพอ่อนโยน แต่ตัวจริงที่หล่อนเพิ่งเผชิญหน้าเมื่อเช้านั้น ตรงกันข้าม
กักขฬะหยาบคาย ป่าเถื่อน
“แฮ่ม...”
เสียงของปีเตอร์จางดังที่หน้าประตู
ร่างสูงก้าวเข้ามา ปิยลักษณ์ละสายตาจากกรอบภาพ หันไปทางเ้าของบ้าน
“ขอโทษด้วยนะครับคุณครูที่ให้รอนาน”
“ไม่เป็ไรค่ะ”
“จะค้างที่นี่ก็ได้นะครับ”
“ไม่ค่ะ ไม่”
เสียงห้วน ชักสีหน้า เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายมีท่าทีคุกคาม
ปีเตอร์จางมีท่าทีผ่อนคลาย “คนนั้นเป็อดีตภรรยาผมเองครับ เธอเสียไปั้แ่ตี๋น้อยเพิ่งจะขวบเศษ”
น้ำฟังของชายหนุ่มอาจดูมีความเย่อหยิ่งจองหอง แต่หญิงสาวรับรู้ได้ว่า เขาเสียใจ
“อ้อ...ผมล้อเล่นน่ะ”
“ค่ะ คุณปีเตอร์คะ ฉันแค่อยากจะคุยเื่ของตี๋น้อยน่ะค่ะ ฉันว่า...”
“ตี๋น้อย้าแม่ครับ เค้าขาดความอบอุ่น”
สายตาของชายหนุ่มจ้องเขม็งเสียจนปิยลักษณ์เกิดอาการร้อนวูบ เขาดูบ้าบิ่นเกินกว่าหล่อนจะรับได้ ั้แ่การพบกันครั้งแรกแล้วละ ถ้าจะว่าไป ที่นี่คือสถานที่หล่อนไม่น่าจะแม้แต่จะย่างกรายเข้ามา
“คุณปีเตอร์คะ ได้โปรดให้เกียรติฉันด้วย”
เขายักไหล่ “ครับผม ผมให้เกียรติเสมอครับ แต่ถ้าพูดอะไรไม่เข้าหูคุณครูละก็ ผมขอโทษด้วยนะครับ ผมมันคนปากปีจอ”
“ไม่เป็ไรค่ะ”
“ดีครับ ผมชอบที่คุณครูยอมอะไรง่าย ๆ”
“ฉันจะคุยเื่ของตี๋น้อย”
หญิงสาวเข้าเื่ เพื่อไม่ให้เขาทำให้เื่เขวไปในทิศทางอื่น
“ผมเข้าใจครับเื่ลูกชายผม เขาเป็แบบนั้น และจะเป็แบบนั้นไปอีกนานถ้าเค้ายังไม่มีแม่”
“คะ?”
“ตี๋น้อย้าแม่”
หญิงสาวพยายามตั้งสติ “มันก็จริงนะ แต่มันไม่ใช่ทั้งหมดหรอกค่ะ ฉันว่าคุณตามใจตี๋น้อยเกินไป”
“ถ้าคุณครูเป็ผม และมีสภาพแบบเดียวกับตี๋น้อย คุณครูก็ตามใจเหมือนกัน”
“ไม่มีทางค่ะ ฉันไม่มีวันตามใจเด็กจนเกินตัว...” ยิ่งพูด ยิ่งรู้ว่าคนอย่างปีเตอร์ จางไม่มีวันยอมรับฟังความคิดเห็นของใคร
หญิงสาวขยับลุกขึ้นเพื่อส่งสัญญาณว่า หล่อนยุติการพูดคุย
“คุณครูครับ...”
“ขอตัวดีกว่าค่ะ แล้วเจอกันใหม่นะคะ”
“คุณครูจะไม่ได้กลับออกไป... ถ้าผมยังไม่อนุญาต”
“คะ”
“ผมพูดชัดแล้ว”
“นี่ขู่เหรอคะ”
“ผมไม่เคยขู่ใครครับ มีแต่...ทำหรือไม่ทำเท่านั้น”
เห็นท่าทางระห่ำของเขาแล้ว หญิงสาวยิ่งรู้ดีว่าไม่น่าเสียงสักนิด เพราะคนแบบนี้คิดจะทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น
“ฉันขอตัวค่ะ”
“คุณครูยังไปไหนไม่ได้ทั้งนั้นครับ”
เสียงของชายหนุ่มเ้าบ้านเข้มเสียจนหญิงสาวหวั่นใจ สถานการณ์ทำท่าจะตึงเครียด ถ้าหากตี๋น้อยไม่วิ่งเข้ามาในห้อง
“คุณครูครับ อยู่ทานข้าวด้วยกันก่อนนะครับ แม่บ้านกำลังเตรียมอาหารครับ... นะครับ นะคุณครูนะ”
“นะครับคุณครู”
ปีเตอร์ จางเสริมด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยนลงกว่าเดิม
กลับมาถึงบ้านชลทัศนา พบว่ามารดายังคงรอ... ความจริง ปิยลักษณ์กลับบ้านใน่เวลาแบบนี้บ่อยครั้ง เพียงแต่...มารดาจะรู้ว่า หล่อนอยู่ที่โรงเรียน
คราวนี้แตกต่าง หล่อนไม่ได้อยู่โรงเรียน แต่เพิ่งกลับจากบ้านของผู้ปกครองนักเรียน
เหมือนวัวสันหลังหวะ หรือเหมือนกับเด็ก ๆ ที่ทำความผิด
“คุณแม่ยังไม่เข้านอนอีกเหรอคะ”
“รอหนู”
“โธ่ คุณแม่คะ หนูโตแล้วนะคะ”
หญิงสาวเข้าไปโอบมารดา
“มีอะไรหรือเปล่าเนี่ย เข้ามาคลอเคลียแบบนี้”
“เปล่าค่ะคุณแม่ กอดไม่ได้เหรอ”
ดูสิ ความเป็แม่ละเอียดอ่อนถึงขนาดสามารถรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ หญิงสาวนึกทึ่งกับการรับรู้ของมารดา ทั้ง ๆ ที่หล่อนยังไม่ได้เล่าอะไร
นี่ถ้าแม่รู้ว่าหล่อนไปบ้านผู้ปกครองนักเรียน ผู้ปกครองที่อยู่ในสถานะพ่อหม้าย แถมเป็ผู้ชายดูป่าเถื่อน สามารถคุกคามหล่อนได้ตลอดเวลา แม่คงอกแตกตายก่อนแน่
“เอาเถอะๆ ไปอาบน้ำอาบท่าได้แล้ว เดี๋ยวมาทานข้าวกัน”
“ค่ะคุณแม่”
รีบผละจากไป พลางระบายลมออกจากปาก
เช้าอีกวัน
โรงเรียนอนุบาลศรรัก...
“สวัสดีครับ”
รปภ.ทักทายปิยลักษณ์เหมือนเช่นกับทุกวัน
สมกับการเป็เ้าของกิจการโดยแท้ มาเช้าก่อนใคร ๆ ถ้าจะมีเช้ากว่าก็คือ รปภ.วัยกลางคนที่อยู่กับเธอมานาน จนได้รับความไว้วางใจให้พักอาศัยอยู่ในบริเวณโรงเรียนพร้อมกับครอบครัวของเขา
ความจริง เมื่อคืน ปิยลักษณ์กลับถึงบ้านแล้วมีอาการข่มตาหลับไม่ลงอาจเป็เพราะเื่ที่ไปพบกับปีเตอร์ จางที่บ้าน
คงมีเื่นั้นแหละที่เป็สาเหตุสำคัญ รบกวนจิตใจจนนอนไม่หลับ
“สวัสดีค่ะ”
ยกมือรับไหว้รปภ.ด้วยท่าทีอ่อนน้อมถ่อมตนเหมือนอย่างที่เคยกระทำ กำลังจะขยับก้าวต่อไป แต่ถูกรั้งเอาไว้
“คุณครูครับ มีคนฝากไอ้นี่เอาไว้ให้คุณ”
รปภ. ยื่นการ์ดใบน้อยให้กับเธอ “ขับรถหรูมาั้แ่เช้าเชียวครับ”
“ใครคะ”
“ผมเห็นเมื่อวาน รู้สึกจะเป็คนเดียวกันกับ...ผู้ปกครองของเด็กตี๋น้อยน่ะครับ”
“ปีเตอร์ จาง”
หญิงสาวพึมพำ หัวใจเต้นรัวผิดจังหวะขณะรับการ์ดจากมือของรปภ.หล่อนคงไม่รู้ตัวหรอกว่า เวลานี้ ใบหน้าของหล่อนแดงเข้มขึ้นเองเหนือการควบคุม
“ตี๋น้อยเหรอ”
“ใช่ครับคุณครู”
“เข้ามาสิ”
ตี๋น้อยไขว้มือไว้ข้างหลัง เหมือนจะซ่อนอะไรบางอย่างอยู่เื้ั
“มีอะไรตี๋น้อย”
หนุ่มตี๋น้อยเดินมาหยุดตรงหน้าคุณครูยาย ก่อนจะโชว์สิ่งที่ซ่อนอยู่ด้านหลังออกมา
“ป๊าฝากมาให้ครับ”
ดอกไม้ช่อเล็กๆ
“ขอบใจจ้ะ”
หล่อนรับดอกไม้ช่อนั้นจากมือของตี๋น้อย อดสงสัยไม่ได้เหมือนกันว่าการ์ดอีกใบที่ได้รับจากมือของรปภ.หน้าโรงเรียนนั้น แท้จริงเป็ของใครกันแน่
หรือจะเป็ของปีเตอร์ จางทั้งสองชิ้น
เขาคงไม่ได้มีเวลาว่างมากพอที่จะทำเื่แบบนี้หรอก หล่อนแอบคิด...
“ป๊าฝากบอกอีกว่า...เย็นนี้ ป๊ารอทานข้าวด้วย”
“ไม่แล้วละตี๋น้อย ครูไม่ได้ว่างขนาดนั้น”
“ป๊าว่า ถ้าคุณครูยายไม่ไป ป๊าจะบุกมาหาถึงโรงเรียน”
“อะไรนะ!?”
“จริงๆ นะครับ” ตี๋น้อยทำหน้าขึงขังน่ากลัว “ป๊าพูดจริงทำจริง”
หล่อนแอบกลืนน้ำลายฝืดคอ มันเวรกรรมอะไรของหล่อนเนี่ย ต้องมาเจอคนประเภทนี้ จริงอยู่ เขาอาจดูดี และหล่อนก็เผลอใจ...มีคิดแวบๆ บ้าง
แต่ถ้ารุกรานกันเกินไป หล่อนคงคิดหนัก ผู้หญิงก็คือผู้หญิงวันยังค่ำ ไม่ได้พร้อมสำหรับการรองรับอารมณ์อันบ้าคลั่งของใคร
หล่อนไม่มีทางทนได้หรอกน่า เอาจริง ๆ!
“ไปเข้าห้องได้แล้วตี๋น้อย” หญิงสาวตัดบท
ตี๋น้อยไม่แผลงฤทธิ์ คงถือว่าได้ทำหน้าที่เรียบร้อยแล้วนั่นแหละ
“การ์ดอะไรกันเนี่ย...”
ปิยลักษณ์เพิ่งว่าง หลัง่เช้าอันวุ่นวายผ่านพ้นนานแล้ว เปิดซอง หยิบการ์ดออกมา
เรียนเชิญเปิดตัวโชว์รูมรถยนต์หรูแห่งแรกของจังหวัด
ชื่อหราที่ปรากฏในการ์ดนั้นระบุตำแหน่ง ประธานกรรมการบริหารบริษัท จางมอเตอร์กรุ๊ป ก็คือ...
“ปีเตอร์ จาง”
หญิงสาวพึมพำ มิน่าล่ะ รปภ. จึงบอกว่า เห็นรถหรูขับมาและส่งการ์ดเชิญนี้ด้วยตัวเอง เกิดอาการร้อนวูบวาบ
อันที่จริง ปีเตอร์ จางก็ดูไม่เลวทีเดียว
ลำพังแค่รูปร่างหน้าตาของเขา ก็เกินพอที่จะทำให้สาวน้อยสาวใหญ่กรี๊ดกร๊าดได้ โดยไม่ต้องรู้ฐานะอันแท้จริง
เป็ผู้ชายมีบุคลิกภาพในฝันของสาวๆ
เปรียบกับดารา ก็น่าจะไม่ต่างจาก มาริโอ้ เมาเร่อ ใช่... เขามีความสง่า มีความคมคายแบบหนุ่มลูกผสม เพียงแต่...ความจริงอีกด้านที่หล่อนัั เขาดูหยาบกร้าน มีความป่าเถื่อนอยู่ไม่น้อย
ปิยลักษณ์ก็ถอนใจยาว เมื่อนึกถึงตัวเอง
สามสิบเศษแล้วนะ จู่ ๆ มีผู้ชายเข้ามาในชีวิตอย่างที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่า อีกสักกี่ปี จึงจะมีเื่แบบนี้เกิดขึ้นกับตัวเอง ในเมื่อ ทั้งชีวิตของหล่อนมีเื่พวกเด็ก ๆ เท่านั้น
ไม่ลองคว้าเอาไว้หน่อยเหรอ?
จิตใต้สำนึกของปิยลักษณ์ถามตัวหล่อนเอง