‘ตอนนี้เธอตั้งท้อง...ท้องเพราะสือจวี๋มีสัมพันธ์กับผู้ชายคนนั้นน่ะนะ’
คำถามนี้วนเวียนซ้ำๆ ในหัวั้แ่ลืมตาตื่นตอนรุ่งเช้า
เมื่อวานหลังจากกินข้าวต้มของท่านย่าหลิน เธอก็นอนอยู่คนเดียวเงียบๆในบ้านหลังนี้ สมองคิดไปล้านแปดพยายามจับต้นชนปลายว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่กระทั่งจินตนาการเตลิดไปไกลว่ามันคงเป็ห้วงฝันที่อยู่ลึกใต้จิตสำนึกตอนนี้ตัวเธออาจกำลังโคม่านอนอยู่บนเตียงที่โรงพยาบาลสักแห่ง
หรือไม่แน่เธออาจถูกพวกมนุษย์ต่างดาวลักพาตัวมาทดลองทางวิทยาศาสตร์แบบเคยอ่านในนิยาย
แต่คืนที่ผ่านมาเธอก็ได้คำตอบบางส่วน ทุกเื่ราวในชีวิตของ‘สือจวี๋’ ไหล่บ่าเข้ามาให้รับรู้ปะปนกับความทรงจำเดิม เพื่อตอกย้ำให้ตัวเธอได้รู้และยอมรับว่าจากนี้ไปทั้งสองคือคนเดียวกัน
เธอเห็นชีวิตของสือจวี๋ั้แ่เ้าของร่างนี้เกิด
เ้าของร่าง...คิดแล้วเหมือนเธอเป็ิญญาเร่ร่อนมาสิงสู่ร่างคนอื่นอย่างไรอย่างนั้น
คาดว่าคงเกิดอุบัติเหตุขึ้นกับเธอพร้อมสือจวี๋ แล้วอะไรสักอย่างก็เหวี่ยงให้เธอเข้ามาอยู่ในร่างที่ตลอดระยะเวลาสิบห้าปีใช้ชีวิตอยู่แต่ในหมู่บ้านไท่โหยว อำเภอซ่างเหอ เมืองผิงโจว แคว้นฉางฝู
ชื่อหมู่บ้าน อำเภอ เมือง แคว้น ไม่เคยมีอยู่ในความทรงจำของเธอที่เกิดเดือนสิงหาคมปี 1994 ประเทศไต้หวันเลยสักนิด
เธอมั่นใจแปดในสิบส่วนแล้วว่าตัวเองย้อนมาใช้ชีวิตยุคโบราณแต่ที่ตรงนี้ในอนาคตจะกลายเป็ประเทศอะไรก็ไม่อาจจะรู้ได้
‘ได้โปรดรักลูกของข้า โปรดถนอม ปกป้องและเลี้ยงดูเขา’
นี่คือประโยคที่เธอได้ยินจากสือจวี๋ ตอนพวกเราทั้งคู่ลอยเคว้งคว้างอยู่กลางกลุ่มหมอกควันสีขาวหญิงสาวพร่ำครวญขอร้องซ้ำๆ จนเธอต้องรับปาก เมื่อสมหวังดั่งใจสือจวี๋ก็ลอยห่างออกไปแล้วหายวับในทันที
สือจวี๋เกิดฤดูลี่ชิว[1] สะใภ้บ้านสือ่กำลังตั้งท้องฝันว่าได้รับเบญจมาศ[2]ดอกสีแดงจากชายชราผู้หนึ่งตอนจวี๋เอ๋อร์ตัวน้อยของครอบครัวเกิดมา นางก็มีปานแดงจางๆ บนแก้มข้างซ้ายสือซานจึงตั้งชื่อลูกสาวคำเดียวว่าจวี๋
อาภัพแรก สือฟูเหรินมีเวลาได้ดูแลลูกน้อยแค่สามปีในฤดูร้อนปีนั้นนางก็ตายเพราะธาตุในกายเย็นเกินไปส่งผลให้หัวใจวายเฉียบพลัน ท่านหมอบอกเหตุจากการกินแตงหวานปริมาณมากเกิน
ตามความคิดของคนมาจากโลกยุคสมัยใหม่คาดว่าสือฟูเหรินคงจะมีโรคประจำตัวธาตุในกายไม่สมดุลอยู่ก่อนแล้วอีกทั้งหลังคลอดลูกร่างกายนางก็มักจับไข้หนาวสั่นง่าย
อาภัพสองบิดาซึ่งอายุมากกว่าฟูเหรินร่วมสิบปีก็ป่วยเรื้อรังด้วยโรคเกี่ยวกับปอดตอนสือจวี๋อายุสิบสี่ เขาใช้สังขารอมโรคฝืนเดินทางไปเมืองเฟิงโจวเพื่อเรียกร้องเื่สัญญาแต่งงานระหว่างลูกสาวกับลูกชายบ้านสกุลเฉิง
ตอนนั้นสือจวี๋ถูกฝากฝังไว้กับครอบครัวท่านย่าหลินที่อยู่ข้างบ้าน
เฉิงซุ่นเป็พี่น้องร่วมสาบานของสือซานคนอายุมากกว่าจับพลัดจับผลูทำการค้ามือขึ้นจากทุนตั้งต้นที่สือซานให้ยืม จึงย้ายไปตั้งรกรากที่เฟิงโจวเขาแต่งงานกับลูกสาวบัณฑิตชราผู้หนึ่งให้กำเนิดลูกชายหญิงอย่างละคน
ตามเงื่อนไขสัญญาใจว่าจะเกี่ยวดองด้วยลูกของทั้งสองบ้านเฉิงซุ่นจึงพาเฉิงหยางปิงวัยสิบเจ็ดปีมาที่หมู่บ้านไท่โหยว สือจวี๋ตกหลุมรักเขาั้แ่แรกพบเต็มใจจะแต่งงานกับชายหนุ่มรูปงาม ผิดกับอีกคนที่แสดงสีหน้าให้รู้ว่าเขารังเกียจหญิงบ้านนอกผู้มีปานแดงบนหน้า
สือจวี๋แต่งไปสกุลเฉิงตอนอายุสิบห้าตามความเห็นชอบของเฉิงซุ่นที่้ารักษาสัญญาเดิมสือซานตายในอีกหนึ่งปีถัดมา ตอนสือจวี๋อายุสิบเจ็ด พ่อสามีก็ประสบเหตุร้ายตายไปอีกคน
เวลาสองปีในเมืองเฟิงโจว่เฉิงซุ่นยังอยู่นางได้พบพานความสุขบ้างส่วนเื่ราวชีวิตหลังจากนั้น...
หวังจิ่วชิงคลึงนิ้วบนข้างขมับถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง
สือจวี๋เป็ผู้หญิงที่เกิดมาพร้อมชะตาชีวิตแสนลำเค็ญคุณสมบัติแบบนี้ชวนให้คิดถึงนิยายแนวตายแล้วเกิดใหม่ยอดวิวหลักหลายล้านบนแพลตฟอร์มออนไลน์เสียจริง
ถ้าสือจวี๋มีโอกาสกลับมาพลิกชะตาชีวิตด้วยตัวของนางเองเธอก็เป็คนหนึ่งแหละที่อยากยุส่งให้นางแก้แค้นคนพวกนั้นให้สาสม หรือถ้าเป็ไปได้ก็ไม่ต้องพาตัวเองเข้าไปพัวพันกับคนสกุลเฉิงเสียเลย
คิดถึงเสี่ยวหนิงจัง...หากเธอมีโอกาสเล่าเื่นี้ให้เสี่ยวหนิงฟังเพื่อนรักก็คงลงความเห็นไม่ต่างกัน
พวกเธอเป็เด็กกำพร้าเติบโตในสถานดูแลเยาวชนของรัฐ เสี่ยวหนิงพบรักได้แต่งงานกับสามีที่ดีแม่สามีก็รักใคร่ ยินยอมให้ลูกชายแยกบ้านอยู่กับภรรยาและลูก
เสี่ยวหนิงมีชีวิตที่มีความสุขดีแล้วเธอที่ยังมีลมหายใจ(ในร่างของคนอื่น)และยังไม่รู้ว่าตัวเองจะมีโอกาสกลับไปใช้ชีวิตของหวังจิ่วชิงอีกไหมตอนนี้มีหนทางเดียวคือต้องทำชีวิตปัจจุบันของสือจวี๋ให้มีความสุขเช่นกัน
หวังจิ่วชิงบิดี้เีไล่ความเมื่อยขบแล้วลุกลงจากเตียงหญิงสาวจัดเสื้อผ้าบนตัวให้เรียบร้อยรัดกุมดีแล้วก็เดินออกมายังห้องกลางของบ้านบ้านหลังนี้มีสองห้องนอน หนึ่งห้องครัวเดินออกไปนอกชายคาราวสามเมตรก็เป็ห้องส้วมขนาดกว้างแค่หนึ่งเมตรตรงมุมหลังบ้านมีเล้าไก่เก่าโทรมอยู่หนึ่งหลัง
สือจวี๋ตายไปแล้วส่วนเธอตายแล้วเกิดใหม่หรือจะเรียกว่าสลับร่างย้ายิญญาก็ตามแต่ชื่อพวกเธอออกเสียงใกล้เคียงกันนับเป็โชคชะตาล่ะมัง
จิ่ว...ชื่อนี้ครูในสถานเลี้ยงเด็กเป็คนตั้งหวังให้เธอมีอายุยืนยาว ส่วนจวี๋ฮวาท่ามกลางสารทฤดู ก็เป็ตัวแทนคำอวยพรให้มีชีวิตยืนยาวเช่นกัน
ดวงิญญาของเธอพึ่งพาร่างของสือจวี๋เพื่อยังคงอยู่ร่วมกันบนโลกต่อไป[3]นับแต่นี้เธอจะใช้ชีวิตในชื่อ...สือจิ่ว
เปิดประตูบ้านก็พบคนผู้หนึ่งกำลังเดินผ่านรั้วไม้ไผ่เข้ามา
“อาเจ๋อ”
ถานเจ๋อเป็หลานชายพ่อเฒ่าถานกับท่านย่าหลิน
...อีกคนที่มีชะตาชีวิตแสนอาภัพไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าสือจวี๋
[1] ประมาณวันที่ 8 สิงหาคม เริ่มต้นฤดูใบไม้ร่วง
[2]จวี๋ฮวาที่มาของชื่อสือจวี๋
[3] 久 จิ่ว แปลว่า ยาวนานส่วนจวี๋ฮวา 菊 ออกเสียงคล้ายกับคำว่า 居จวี แปลว่า บ้าน,ยังคงอยู่
*****
เวลาจิ่วกับเจ๋อกล่าวถึงสือจวี๋ เื่ราวในอดีตของเ้าของร่าง จะเรียกนางว่า เสี่ยวจวี๋ สือจวี๋นะคะ
เว้นแต่พระเอกนางเอกเขากล่าวถึงเื่ราวปัจจุบันก็จะแทนตัวละครนี้ว่า สือจิ่ว เสี่ยวจิ่ว