บทที่ 2 ผู้หญิงที่ชื่อ ‘ดาริน’
“สวัสดีค่ะพี่น้ำทิพย์ หนูชื่อดารินนะคะ”
“ทิพย์นี่ดารินนะ น้องพี่เอง”
“ค่ะ”
ย้อนกลับไปในวันแรกที่เขาพาผู้หญิงคนนี้มาแนะนำให้ฉันรู้จัก ตอนแรกก็ไม่คิดอะไรหรอก อายุสิบแปดหน้าตาน่ารักดี ก็คิดว่าจะใส ๆ แต่ที่ไหนได้กลับไสยศาสตร์
ฉันรู้เพราะอะไรรู้ไหม นางมาบอกฉันตรง ๆ เลยจ้า คำพูดวันนั้นยังจำได้ดี
“พี่เป็แฟนพี่เหนือใช่ไหมคะ”
“ค่ะ น้องมีอะไรหรือเปล่าคะ”
“พี่รู้ใช่ไหมว่าฉันไม่ใช่น้องสาวแท้ ๆ”
“้าจะสื่ออะไร” แต่ในใจก็ดูออกแล้วแหละว่าเธอ้าอะไร แต่้าความมั่นใจมากกว่านี้
“ฉัน้าพี่เหนือ”
“ฝันไปหรือเปล่า”
“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ฉันจะเอาพี่เหนือมาเป็ของฉันแน่ ระวังไว้ให้ดี ๆ ก็แล้วกัน หึ”
ประโยคสนทนาระหว่างฉันกับเด็กนั่น และเธอก็ทำตามที่เคยพูดไว้จริง ๆ นะ ถึงตอนนี้ฉันกับพี่เหนือจะยังไม่เลิกกัน แต่ความสัมพันธ์ก็ไม่เหมือนเดิม เขาใส่ใจฉันน้อยลง แม้ว่าวันที่เราทะเลาะกันคราวก่อนจะทำให้เขาใส่ใจฉันมากขึ้น แต่มันก็ไม่เท่าเดิม ไม่เท่าก่อนที่จะมีเด็กดารินนั่นเข้ามา
ที่สำคัญเด็กคนนี้ไม่ธรรมดา ชอบหาลู่ทางในการเข้าใกล้พี่เหนือ และยุแยงให้เราทะเลาะกันตลอดเวลาที่มีโอกาส ทุกครั้งที่ฉันพูดเื่ของเธอกับพี่เหนือ พี่เหนือจะพูดว่า
‘ไม่มีอะไรหรอกอย่าคิดมาก’
ประโยคสั้น ๆ เดิม ๆ ทุกครั้ง ตอนนี้เขาก็ดูไม่ใส่ใจเด็กนั่นเหมือนแต่ก่อนนะ คงจะเกรงใจฉันนั่นแหละ แต่ถามว่ามีไหม มันก็มีบ้าง แต่ฉันไม่อยากให้มีเลยไง ซึ่งเขาทำให้ฉันไม่ได้! เราถึงได้ระหองระแหงกันทุกครั้งที่พูดเื่นี้
มันน่าเบื่อนะว่าไหม ที่เรากับแฟนต้องทะเลาะกันเื่เดิม ๆ และต้นเหตุของเื่ก็ไม่ได้มาจากเรา บางทีฉันก็อยากจะพูดกับเขานะว่าฉันอึดอัดแค่ไหน เวลาที่เราไปกินข้าวและจะมียายเด็กนี่ติดสอยห้อยตามไปด้วย
ใช่ค่ะ ดารินนางไปกินข้าวด้วยเกือบจะทุกครั้ง แสร้งอ้างว่าบ้านใกล้บ้างล่ะ เลี้ยงน้องบ้างล่ะ สารพัดเหตุผล แต่ล่าสุดอ้างว่าอะไรรู้ไหม บังเอิญเจอ! อีตาพี่เหนือก็เชื่ออย่างสนิทใจ จึงได้ชวนมานั่งร่วมโต๊ะด้วยอยู่แบบนี้ไง ฉันล่ะไม่เข้าใจ ปลาที่กินไปไม่ได้ช่วยให้พี่เหนือฉลาดขึ้นมาบ้างเลยหรือไง เขาถึงได้โง่ไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมยายดารินแบบนี้
“สั่งสิครับ จะกินอะไรกัน” พี่เหนือพูดขึ้นหลังจากที่เราเงียบมานาน เขาคงรู้ว่าฉันไม่พอใจ แต่ก็ไม่ยอมไล่ยายนั่นกลับไปเสียที ทั้งยังบอกว่ากินข้าวเสร็จจะไปส่งอีกต่างหาก ใจดีไหมล่ะ เหอะ
“เอาปูผัดผงกะหรี่ค่ะ น้องดาน่าจะชอบใช่ไหมคะ” ฉันพูดขึ้นก่อนจะ หันไปถามยายเด็กนั่นยิ้ม ๆ
“น้องดากินอะไรก็ได้ค่ะ น้องดาต้องขอโทษด้วยนะคะที่มารบกวน
พี่ ๆ ทั้งสองคนแบบนี้”
“ก็รู้ตัวนี่ ทำไมยังอยู่ล่ะ”
“ทิพย์! เสียมารยาท” ฉันหันไปมองพี่เหนือด้วยความไม่พอใจ ขัดไป หมดเสียทุกอย่าง แตะไม่ได้แบบนี้เกินคำว่าน้องไปแล้วมั้ง
“ถ้าพี่ทิพย์ไม่สบายใจ น้องดากลับก็ได้นะคะ”
“ไม่เป็ไรครับ กินก่อนเถอะ เดี๋ยวพี่ไปส่ง” เป็อีกครั้งที่ฉันไม่พอใจ กับคำพูดของเขา แต่ก็ทำอะไรมากไม่ได้ เพราะเราอยู่ในร้านอาหาร
รอประมาณสามสิบนาทีอาหารที่สั่งไปก็ถูกนำมาเสิร์ฟบนโต๊ะ พี่ เหนือยังคงตักอาหารให้ฉันเหมือนเช่นทุกครั้ง ในขณะเดียวกันก็ตักให้ยายน้องดานั่นด้วย บอกตรง ๆ เลยนะว่า ฉันเริ่มจะไม่ไหวกับการกระทำของเขาแล้ว ส่วนยายเด็กนั่นก็มองหน้าฉันยิ้ม ๆ อยากจิกหัวมาตบนัก ตบทั้งยายน้องดาและคนของเรานี่แหละ!
“ไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ เดี๋ยวมา” เมื่อทนมองการกระทำของเขาไม่ไหว ฉันจึงต้องขอตัวมาเข้าห้องน้ำเพื่อระงับอารมณ์ตัวเองก่อน ทำอะไรไปตอนนี้คงไม่สงผลดีกับฉันแน่ ๆ
“แหม ถึงกับต้องหนีมาเข้าห้องน้ำเลยเหรอคะ”
“ถอยไป” ขณะที่ฉันจะกลับไปที่ร้านอาหาร เด็กดารินก็เดินเข้ามาขวางทางไว้ซะก่อน
“จำได้ไหมคะ ที่ฉันบอกว่าจะเอาพี่เหนือมาเป็ของฉัน มันไม่ยากเลยนะว่าไหม” ฉันพยายามนิ่งและไม่สนใจคำพูดของเธอ
“ทำอะไร” หลังจากที่ฉันไม่ตอบ ดารินก็เปิดก๊อกน้ำและวักน้ำใส่ เสื้อตัวเอง จนฉันอดไม่ได้ที่จะถามออกไป แต่แทนที่จะได้คำตอบ กลับได้รอยยิ้มเ้าเล่ห์ส่งมาให้แทน
“ถ้าคิดว่าจะทำเหมือนในละครก็เชิญนะ พี่เหนือเขาไม่โง่เชื่อเธอ หรอก” ฉันพูดออกไปหลังจากที่เริ่มเข้าใจการกระทำของเธอขึ้นมาบ้างแล้ว
“แล้วมาดูกันว่าเขาจะเชื่อใคร แต่ฉันคิดว่าเขาเชื่อฉันแน่ค่ะ” พูดจบ เธอก็เอามือยีหัวตัวเอง ก่อนจะวิ่งออกไปจากห้องน้ำก่อนหน้าฉัน ฉันส่ายหัวปลง ๆ กับพฤติกรรมของเธอ ก่อนจะก้าวเท้าออกจากห้องน้ำ ตรงไปยัง ร้านอาหาร แต่ไม่ทันจะถึงร้าน ก็เจอพี่เหนือยืนประคองเด็กดารินนั่นอยู่ซะก่อน
ทันทีที่เขาเห็นหน้าฉันก็มองฉันด้วยสายตาเ็า เ็ากว่าครั้ง ไหน ๆ ที่เราทะเลาะกัน นี่อย่าบอกนะว่าเขาคิดว่าฉันทำร้ายยายเด็กนั่น ถ้าคิดและเชื่อแบบนั้นก็โง่เกินคนแล้วแหละ
“กลับ” เขาพูดก่อนจะประคองดารินและเดินนำออกไป
ภายในรถมีแต่เสียงร้องไห้ของดาริน เธอนั่งร้องไห้จนน่าสงสาร ฉัน มองด้วยความสมเพชกับการแสดงของเธอ ส่วนพี่เหนือก็ไม่ได้พูดอะไร เรา ไปส่งดารินเสร็จ พี่เหนือก็รีบขับรถกลับคอนโด ภายในรถมีแต่าเย็นที่เกิดขึ้น ฉันไม่พูดเขาก็ไม่พูด ต่างคนก็ต่างเงียบ
ปึก!
เสียงปิดประตูรถดังขึ้นทันทีที่จอดรถเรียบร้อยแล้ว ฉันมองตามแผ่นหลังผู้ชายที่เป็แฟนของฉันด้วยความอ่อนใจ
นี่เขาคงคิดว่าฉันทำร้ายดารินจริง ๆ สินะ...
“ทำร้ายดารินทำไม” ทันทีที่ฉันเข้ามาภายในห้อง คำถามเสียดแทงความรู้สึกก็ดังเข้ามาในโสตประสาทหูทันที ฉันมองคนถามด้วยสายตาที่คาดไม่ถึง
“ตอบมาสิน้ำทิพย์ ทำแบบนั้นทำไม”
“ทิพย์ไม่ได้ทำ”
“ถ้าเธอไม่ได้ทำแล้วน้องดาจะเป็แบบนั้นไหมวะ!”
เพียะ!
ทันทีที่เขาตะคอกฉัน ฝ่ามือของฉันก็กระทบหน้าเขาทันที พร้อมกับน้ำตาที่ค่อย ๆ ไหลออกมา
“อย่ามาบีบน้ำตา ครั้งนี้มันไม่ได้ผล บอกมาว่าทำร้ายน้องดาทำไม!”
“ก็บอกว่าไม่ได้ทำไง เคยเชื่อใจกันบ้างไหมวะ”
“จะให้เชื่อใจเหรอน้ำทิพย์ ทีเธอยังไม่เชื่อใจฉันเลย”
“...”
“ฉันบอกว่าฉันคิดกับน้องดาแค่น้อง เธอเคยเชื่อฉันไหม ฉันก็แค่สงสารที่เธอไม่มีพ่อก็แค่นั้นอะ ทำไมวะ ทำไมชอบทำให้เป็เื่อยู่เรื่อยเลย”
“ทิพย์ทำเหรอ ทิพย์ยังไม่ได้ทำอะไรเลยด้วยซ้ำ มีไหมที่จะถามว่าเกิดอะไรขึ้น มีไหมที่จะหาเหตุผล นี่อะไรมาถึงก็หาว่าทิพย์ทำมันแบบนั้นมันใช่เหรอ” พูดพร้อมกับปาดน้ำตาไปด้วย
“ก็ถึงได้ถามไงว่าทำไปทำไม”
“ถ้าจะถามแบบนี้อย่าถามเลยดีกว่า พี่จะถามทำไมถ้าพี่เชื่อยาย
ดาริน ถ้าพี่จะปักใจเชื่อว่าทิพย์ผิดไปแล้ว พี่จะถามทำไม”
“น้ำทิพย์ฉันถามเธอดี ๆ นะ อย่ามาชวนทะเลาะ”
“เหอะ ใครกันแน่ที่ชวนทะเลาะ เคยมองย้อนดูตัวเองบ้างไหม ว่าั้แ่มีเด็กนั่น พี่เปลี่ยนไปมากแค่ไหน”
“...”
“ที่เปลี่ยนไปเพราะเบื่อก็พูดมาตรง ๆ สิ ทิพย์หลีกทางให้ก็ได้ ไม่ใช่มากล่าวหา และหาเื่ทะเลาะกันอยู่แบบนี้ มันเหนื่อยนะเว้ย” จบคำพูด ฉันก็ไม่มีใครพูดอะไร เหตุการณ์ยังคงเงียบอีกครั้ง ภายในห้องมีเพียงแค่เสียงร้องไห้ของฉันเท่านั้น ถ้าเป็ปกติเขาคงเข้ามาปลอบฉันแล้ว แต่ครั้งนี้ มันไม่มี เขาคงเปลี่ยนไปจริง ๆ นั่นแหละ
“น้ำทิพย์ ฉันว่าเราห่างกันสักพักเถอะ ฉันเบื่อ ห่างกันเถอะจะได้รู้ว่า แท้จริงแล้วตัวเอง้าอะไรกันแน่” ฉันมองหน้าคงพูดด้วยแววตาตัดพ้อพร้อมทั้งไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะพูดมันออกมา เขามองหน้าฉันอีกครั้ง ก่อนเดินออกจากห้องไป
“ฮึก ฮือ... ทำไมต้องเป็แบบนี้ด้วย คบกันมาเป็ปีไม่เชื่อใจกันเลย หรือยังไง ไอ้คนใจร้าย พี่เหนือใจร้าย”
ฉันทรุดนั่งลงบนเตียงพร้อมร้องไห้ออกมาอย่างหนัก คบกันมาหนึ่ง ปีมันไม่ได้ช่วยอะไรเลยสินะ ได้แล้วก็ทิ้งกันง่าย ๆ แบบนี้เลยเหรอ จริงสิ เขาได้ฉันมาง่าย ๆ จะทิ้งไปง่าย ๆ ก็คงไม่แปลก
คงมีแค่ฉันสินะที่เสียใจ นั่งร้องไห้อยู่แบบนี้ คำว่าห่างกันสักพัก มัน จะต่างอะไรกับการบอกเลิกวะ
“อย่าร้องสิยายทิพย์ แกจะร้องทำไม ฮึก อย่าร้อง” ยิ่งพูดปลอบ ตัวเองเท่าไหร่ น้ำตาที่กักเก็บไว้ก็ยิ่งไหลออกมา
ความรักมักมาในรูปแบบของความเ็ปเสมอสินะ...
หนึ่งเดือนผ่านไปแล้วค่ะ ั้แ่ที่เขาขอห่างกันวันนั้น เราก็ไม่ได้คุยกันอีกเลย แรก ๆ ฉันก็ทักไป คิดว่าเขาจะตอบแต่ก็ไม่ เขาเมินเฉยกับข้อความของฉัน เจ็บดีนะคะ โคตรเจ็บเลย
ติ้ง!
เสียงข้อความเข้าฉันจึงกดเข้าไปดูพบว่าคนที่ส่งเข้ามาเป็เด็ก
ดารินนั่น ไม่ได้ส่งมาแค่ข้อความเด็กนั่นถ่ายรูปมือที่จับกันส่งมาให้ฉันด้วย ทันทีที่เห็น ฉันจำได้เลยว่าเป็มือของใคร มือที่เขาเคยกอบกุมมือฉัน ตอนนี้ไม่ได้มีแค่ฉันอีกแล้ว เขากอบกุมมือคนอื่นด้วย เจ็บจี๊ดเข้าไปในหัวใจเลยว่ะ
ดาริน : เขาอยู่กับฉัน ไม่เชื่อก็ตามมาดูสิคะ จะได้ตาสว่างสักที!
ฉันอ่านข้อความนี้ซ้ำไปซ้ำมาว่าจะเอายังไงดี สุดท้ายก็ตัดสินใจได้ ว่าฉันจะไปดูให้เห็นกับตา ความสัมพันธ์ของฉันกับพี่เหนือมันจะได้ชัดเจนเสียทีว่าจะบวกหรือจะลบ
ฉันขับรถไปตามโลเคชันสถานที่ที่ดารินส่งมา แต่มาถึงยังไม่ทันจะ ได้จอดรถ ฉันก็เห็นรถพี่เหนือกำลังขับออกไปเสียก่อน อ้อ เขาไม่เห็นฉันหรอกนะ เพราะวันนี้ฉันเลือกเอารถอีกคันที่บ้านพึ่งส่งมาให้ขับออกมา
คิดจะตีงูมันต้องตีให้ตาย!
เมื่อมั่นใจว่าเขากำลังขับรถกลับบ้าน ฉันจึงพยายามขับแบบทิ้ง่ ห่าง ๆ ไม่ให้เขาจับได้ว่ามีรถตามอยู่ ภายในใจฉันตอนนี้เต้นแรงเหมือนรัวกลอง ได้แต่ภาวนาให้เขาส่งแล้วก็กลับ อย่าไปส่งเด็กนั่นถึงในบ้านเลย
หลังจากที่ขับรถเป็ระยะเวลาพอสมควร ก็ถึงบ้านเขาเสียที ส่วน บ้านยายดารินก็อยู่ข้าง ๆ กันนั่นแหละ ช่างเหมาะเจาะเสียจริง ฉันมองว่า เขาจะไปส่งดารินข้างในไหม แล้วก็ต้องถอนหายใจ เมื่อเขาเปิดประตูรถลงมา และอ้อมไปเปิดให้เด็กนั่นลงรถแทน
แต่แล้วความโล่งใจของฉันก็หายไป เมื่อเห็นเขาดึงเด็กคนนั้นเข้าไป จูบ! เนื้อตัวสั่นเทิ้มทำอะไรไม่ถูก ใจมันสั่นไปหมด ความรู้สึกตอนนี้มีทั้ง สับสนและเสียใจ ฉันเปิดประตูรถและก้าวเดินไปตรงหน้าช้า ๆ ในขณะที่ฉันหยุดตรงหน้าเขา แต่เหมือนทั้งเขาและเธอจะไม่รับรู้ว่าตอนนี้มีบุคคลที่ สามอยู่ตรงนี้ด้วย ฉันมองภาพนั้นด้วยความเจ็บไปทั้งใจ ก่อนจะตัดสินใจดึงยายเด็กนั่นออกมาจากเขา
เพียะ!
“อีหน้าด้าน”
เพียะ!
“นี่สำหรับที่แกแย่งแฟนคนอื่น ไม่มีปัญญาหาแฟนเอง ร่าน!”
“หยุดนะทิพย์ ทำบ้าอะไรเนี่ยฮะ! ตบน้องมันทำไม”
“ใครบอกว่าฉันจะตบแค่มัน ฉันจะตบนายด้วย”
เพียะ เพียะ เพียะ เพียะ!
พูดจบฉันก็ตบหน้าเขาอย่างสุดแรงสี่ครั้งติด พร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมา
“สำหรับคนไม่รู้จักพออย่างนาย แค่นี้มันยังน้อยไป” จบคำพูด ฉันก็ วิ่งกลับมาขึ้นรถ และขับกลับทันที น้ำตาที่ไหลออกมาไม่ได้ช่วยให้ฉันสบายใจขึ้น
เขาทำกับฉันแบบนี้ได้ยังไง ทำได้ยังไง...
ครั้งนี้ไม่มีแม้แต่เสียงร้องไห้ มีเพียงน้ำตาที่ไหลอาบแก้มของฉัน เท่านั้น ความเ็ปที่ฉันเจอวันนี้ เป็คำตอบให้ฉันอย่างดี ว่าฉันควรจะตัดสินใจอย่างไรต่อไป
“หยุดร้องได้แล้วน้ำทิพย์ น้ำตาของเธอมีค่า เธอไม่ควรร้องไห้ให้ ผู้ชายพรรค์นั้นอีก ปล่อยเขาไปเถอะ นับจากวันนี้เธอจะไม่มีน้ำตาแห่งความเสียใจอีกแล้ว”
หลังจบคำพูดที่ฉันใช้พูดกับตัวเอง น้ำตาที่เคยไหลก็หยุดลง พร้อม กับมือของฉันที่ใช้ปาดน้ำตาออกจากใบหน้า ในเมื่อเขาไม่เห็นค่าฉัน ฉันก็จะไม่ให้ค่าเขาเช่นกัน ผู้ชายมีเยอะแยะ นับจากวันนี้ไปฉันกับเขาจะไม่มี อะไรเกี่ยวข้องกันอีก
ความสัมพันธ์ที่มันคาราคาซัง ฉันจะทำให้มันชัดเจนเอง!