สาวน้อยชาวนากับระบบยาพิศวง

    ตอนที่ 53 ซื้อคน (2/3)

    เมื่อได้ยินว่าหลี่หมิงเยว่แค่เป็นกังวลในเรื่องเล็กน้อยเพียงเท่านั้น ผู้ดูแลหลิวจึงลูบเคราอย่างโล่งใจพร้อมกับเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม “เสี่ยวหมิงเยว่ ปล่อยให้เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของลุงหลิวดีหรือไม่ เถ้าแก่เคยพูดไว้เหมือนกันว่าอยากส่งคนเป็นวรยุทธ์มาให้เจ้า จุดประสงค์หลักคืออยากปกป้องเจ้าจากอันตราย แต่เพราะกลัวว่าจะทำให้เจ้าและครอบครัวรำคาญจึงไม่ได้พูดออกมา”


    เมื่อเห็นว่าหลี่หมิงเยว่ไม่ได้มีท่าทีโกรธเคืองจึงพูดต่อ “พวกเขาแค่ปกป้องพวกเจ้า ส่วนคนที่จะปรนนิบัติพวกเจ้า พวกเขาถูกขายมาจากนายหน้าค้าคนที่ไว้ใจได้ ไม่ทราบว่าเจ้าจะรับไว้หรือไม่”


    ในตอนที่เอ่ยปากถาม ผู้ดูแลหลิวรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย เขากลัวว่าหลี่หมิงเยว่จะปฏิเสธ แต่นายท่านชี้แนะให้เขาเกลี้ยกล่อมพี่ ๆ น้อง ๆ ของนางด้วย ถึงอย่างไรกิจการของพวกนางก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ เจ้านายของเขาจึงกลัวว่าจะมีคนมาทำร้ายคนในบ้านนี้


    หลี่หมิงเยว่ก้มหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อนึกถึงซือถูชิงเฉิน เด็กสาวก็แอบถอนหายใจเบา ๆ ตั้งแต่ตอนที่นางช่วยเหลือเขาไว้ในวันนั้น ทั้งนางและเขาก็พัวพันกันจนตัดไม่ขาด แต่ในเมื่อเกี่ยวข้องกันแล้ว เช่นนั้นก็รับความช่วยเหลือจากเขาเถอะ ตราบใดที่ไม่ทำให้เขาเสียหายก็น่าจะเพียงพอแล้ว


    “ลุงหลิว ข้าต้องขอรบกวนท่านในเรื่องนี้แล้วเจ้าค่ะ ทางที่ดีหาคนที่สามารถปรนนิบัติสตรีหลังคลอดได้ก็จะดีที่สุด อีกอย่าง ข้าอยากได้แพะที่ให้น้ำนมได้สักสองสามตัว หรือหากเป็นไปได้ เป็นวัวนมได้จะดีที่สุด แม่ข้าน่าจะคลอดภายในสองเดือนนี้แล้วเจ้าค่ะ”


    ในเมื่อยอมรับความหวังดีของเขาแล้ว เช่นนั้นก็ต้องยอมรับมันอย่างเต็มที่ก็แล้วกัน! เมื่อนึกถึงท้องของมารดา นางจึงบอกความต้องการของตนเองออกไปโดยไม่คิด


    “ได้เลย พอกลับไปแล้วข้าจะให้คนส่งจดหมายไปหาเถ้าแก่ ให้เขารีบส่งคนมาให้ อ้อ ข้ารู้ว่าช่วงนี้เจ้าต้องใช้เงินมาก จึงเอาเงินส่วนหนึ่งมาให้เจ้าไว้ใช้ก่อน พอถึงช่วงคิดบัญชีในตอนสิ้นปี ข้าจะเอาเงินที่เหลือมาให้” ผู้ดูแลหลิวส่งเงินจำนวนหนึ่งให้ เมื่อเห็นเด็กหญิงทำหน้างุนงงจึงเอ่ยปากอธิบาย


    หลี่หมิงเยว่รับตั๋วเงินนั้นมาก่อนหันมองผู้ดูแลหลิวอย่างประหลาดใจ… ทำไมมันถึงมากมายเช่นนี้? “ลุงหลิว ทำไมถึงได้เยอะขนาดนี้เล่าเจ้าคะ” นางพูดไปพลางพลิกดูตั๋วเงินในมือ ผู้ดูแลหลิวช่างเป็นคนที่ใส่ใจจริง ๆ ตั๋วเงินแต่ละแผ่นเรียบร้อยสะอาดตา แต่ที่น่าตกใจที่สุดคือทุกแผ่นเป็นจำนวนเงินถึงสิบตำลึงและทั้งหมดก็มีถึงสิบสองแผ่น!


    “นี่เป็นเพียงส่วนแบ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น เสี่ยวหมิงเยว่ สูตรอาหารที่เจ้าให้หอหรูอี้มาเป็นที่นิยมมาก และพอถึงสิ้นปีคาดว่าเจ้าน่าจะได้เงินมากกว่าหลายเท่าตัวเชียวล่ะ” ผู้ดูแลหลิวกล่าวขึ้นอย่างขำขันเมื่อเห็นท่าทางตื่นตกใจของนาง


    “จริงหรือเจ้าคะ? ยอดเยี่ยมที่สุดเลย! ลุงหลิว นี่คือสูตรอาหารใหม่สองสูตร ท่านนำไปให้พ่อครัวลองศึกษาดูก่อนนะเจ้าคะ” เมื่อหลี่หมิงเยว่ได้รับเงินมาก็ดีอกดีใจ นางลอบหยิบสูตรอาหารที่เขียนไว้ก่อนหน้านี้ออกมาจากมิติแล้วยื่นให้ผู้ดูแลหลิว…นี่ก็คือวิธีการตอบแทนน้ำใจคนจาก ‘เธอ’ 


    ทั้งสองคนพดคุยในอยู่ในบ้านสองสามประโยค จากนั้นผู้ดูแลหลิวจึงขนของจากไป

    .

    .


    ภายในเมืองชิงซาน 


    ฟู่เหวินชิงกำลังมองเหล้าองุ่นที่ลูกศิษย์ตัวน้อยส่งมาให้พร้อมกับยกยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ ศิษย์ตัวน้อยของเขาช่างมีน้ำใจจริง ๆ ลุงเหวินยังบอกอีกว่าให้รออีกสักหน่อย นางทำไส้กรอกและเนื้อหมักไว้เตรียมจะส่งมาให้ด้วย เช่นนี้ต่อไปเขาก็ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับของขวัญที่จะต้องส่งกลับบ้านไปในช่วงงานเฉลิมฉลองประจำปีของครอบครัวแล้ว


    เมื่อเห็นท่าทางของสามี เซี่ยหลิงโหรวจึงรู้ว่าขณะนี้เขากำลังพอใจยิ่งนัก นางเดินไปที่โต๊ะอย่างแช้มช้อย หยิบสุราไหเล็กบนโต๊ะขึ้นมา เมื่อเปิดฝาออกกลิ่นหอมหวานก็โชยฟุ้ง กลิ่นหอมนี้มีกลิ่นของสุราปะปนอยู่ด้วย เมื่อผสมรวมกันจึงหอมเย้ายวนยิ่งนัก 


    กลิ่นหอมหวนหวานล้ำทำให้นางรู้สึกน้ำลายสอและอดไม่ได้ที่จะอยากลองชิมว่ามันมีรสชาติเป็นเช่นไร ปากอิ่มจึงร้องบอกป้าเหวินให้ไปหยิบถ้วยเล็กมาให้ เมื่อได้ถ้วยใบน้อย มือบางก็เทเหล้าลงไปช้า ๆ ของเหลวในถ้วยมีสีแดงเหมือนทับทิม จมูกเล็กสูดลมหายใจลึกดมกลิ่นหอม ก่อนจะส่งแก้วในมือให้กับฟู่เหวินชิงผู้เป็นสามีพร้อมกับรอยยิ้มหวาน


    “สามี รีบลองดื่มดูว่ารสชาติเป็นเช่นไร ข้าได้ยินลุงเหวินบอกว่าเยว่เอ๋อร์เหลือไว้แค่ไหเดียว ที่เหลือนอกจากนั้นก็ส่งมาให้พวกเราหมดแล้ว” เซี่ยหลิงโหรวพูดด้วยใบหน้าอ่อนโยน ตั้งแต่นางฟื้นขึ้นมา นางก็ได้ยินว่าสามีรับลูกศิษย์ที่น่าภูมิใจมาคนหนึ่ง และเป็นเพราะลูกศิษย์ตัวน้อยนางนี้ เขาจึงต้องรับลูกศิษย์ในนามเพิ่มอีกหลายคน


    ในหัวนึกถึงเด็กหญิงตัวน้อยที่เฉลียวฉลาดและดูซุกซน ทุกครั้งที่มาหาต่างทำให้นางหัวเราะจนปากแทบค้าง อีกอย่างแม่หนูคนนั้นยังมีฝีมือทำครัวที่ดีมากเสียด้วย แม้แต่กระเพาะอาหารเล็ก ๆ ของนางเองก็ยังต้องยอมรับ


    “อืม เหล้าองุ่นนี่รสชาติไม่เลวเลยจริง ๆ รสชาติเข้มข้นกว่าเหล้าหมาเหนี่ยวที่มาจากแดนตะวันตกเสียอีก ตอนนี้มีอยู่หกไห แต่ละไหมีปริมาณห้าจิน พวกเราเปลี่ยนไปใส่ไว้ในไหสุราสามจินเถอะ จะได้มีเหล้าองุ่นสิบไห” ฟู่เหวินชิงมองไหสุราบนโต๊ะ และพูดออกไป


    “สามี เหล้าองุ่นนี่หากแบ่งใส่ไหสองจิน ก็จะได้สิบห้าไห หากส่งไปให้ที่บ้าน เช่นนั้นบิดามารดาเองก็จะได้แบ่งไปให้ได้หลายครอบครัว เหล้าองุ่นที่หมิงเยว่หมักในปีหน้าคงขายได้ราคาดีแน่” เซี่ยหลิงโหรวครุ่นคิดก่อนจะเอ่ยออกไป


    “โหรวเอ๋อร์พูดถูก เช่นนั้นก็เอาตามที่เจ้าว่าก็แล้วกัน! ป้าเหวิน ป้าไปสั่งไหสุราสองจินกลับมาสักหน่อยนะ แล้วนำเหล้าองุ่นพวกนี้ไปแบ่งใส่ให้ดี” เขาพูดพลางละเลียดเหล้าในมือเข้าปาก

    .

    .


    หลี่หมิงเยว่ที่ซื้อผ้าและเศษผ้าถุงใหญ่หลายถุงกลับมาจากตลาดผ้า ก่อนหน้านี้เศษผ้าที่บ้านถูกคัดแยกและเอามาใช้แล้ว ไม่กี่วันมานี้พวกนางทำเครื่องประดับผมไปไม่น้อย และเตรียมไว้ให้ป้าชวีดูตอนเข้าไปในเมือง ให้นางช่วยดูว่าจะรับซื้อเพื่อเอาไปขายหรือไม่ หากป้าชวีไม่ต้องการล่ะก็ พวกนางพี่น้องจะได้เอากลับมาตั้งแผงขายกันเอง


    เมื่อเดินผ่านร้านขนม เด็กหญิงก็นึกถึงน้องสาวทั้งสองคนขึ้นมาจึงเข้าไปซื้อขนมกลับมาเสียหลายห่อ จากนั้นจึงนั่งเกวียนที่มีหลี่เหมิงเป็นคนขับกลับหมู่บ้านด้วยกัน


    ทันทีที่ถึงหน้าประตูบ้าน นางก็เห็นรถม้าสองคันจอดอยู่ เมื่อเห็นว่ารถม้าดูคุ้นตายิ่งนักจึงรู้ว่าใครมา ก่อนหน้านี้ลุงหลิวบอกว่าจะช่วยนางหาซื้อคน ไม่นึกเลยว่าวันนี้จะนำมาส่งให้นางเสียแล้ว ลุงหลิวจัดการเรื่องได้คล่องแคล่วรวดเร็วจริง ๆ เมื่อเข้าประตูไป ก็พบว่าลุงหลิวกำลังพูดคุยกับหลี่อวิ๋นห้าวอย่างเฮฮาอยู่พอดี


    เมื่อผู้ดูแลหลิวเงยหน้าขึ้นก็เห็นว่าคนที่เขามาพบเดินเข้ามาแล้วจึงกล่าวทักทาย “เสี่ยวหมิงเยว่ ข้านำคนมาส่งให้พวกเจ้าแล้ว เจ้าดูซิว่าพอใจหรือไม่ หากไม่พอใจข้าจะได้ช่วยหาให้ใหม่ แล้วจะมาใหม่ในวันหลัง เจ้าก็ลองดูคนเหล่านี้ไปก่อน”


    หลี่หมิงเยว่ยิ้มตอบกลับ “ลุงหลิว ต้องลำบากท่านแล้วจริง ๆ เจ้าค่ะ” พูดจบนางก็หันไปมองด้านหลังเขา มีคนจำนวนไม่น้อยยืนอยู่ตรงนั้น นี่น่าจะเป็นคนรับใช้ที่เตรียมมาให้พวกนางสินะ! เพียงแต่ว่า… มันออกจะมีมากเกินไปสักหน่อย


    เมื่อผู้ดูแลหลิวเห็นว่าหลี่หมิงเยว่ไม่ได้มีความคิดเห็นอะไรกับคนที่เขาพามาจึงโล่งใจไปส่วนหนึ่ง เขาชี้นิ้วไปที่หญิงและชายอายุประมาณสี่สิบปีคนหน้าสุด  ข้างกายพวกเขามีเด็กสาวอายุสิบกว่าปียืนอยู่ด้วยสองคน และเด็กชายอายุสิบสองสิบสามปีสองคน


    “นี่คือลุงจงกับป้าจง ส่วนเด็กทั้งสี่ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ คือลูกของพวกเขา ครอบครัวของพวกเขาทำงานรับใช้คนในวังมาก่อน เจ้านายของพวกเขาทำผิดและถูกเนรเทศออกมา พวกเขาจึงถูกนำมาขาย เจ้านายข้ากับเจ้านายเก่าของพวกเขาเป็นสหายเก่ากัน”


    เมื่อเห็นหลี่หมิงเยว่ขมวดคิ้วหน่อย ๆ จึงอธิบายเพิ่มอีกประโยคว่า “เจ้าไม่ต้องกังวล เจ้านายของพวกเขาไม่ใช่คนชั่วร้ายอะไร เพียงแต่ติดร่างแหไปด้วยก็เท่านั้น”


    คิ้วที่ขมวดแน่นของหลี่หมิงเยว่ค่อย ๆ คลายลงเมื่อได้ยินคำอธิบายจากผู้ดูแลหลิว คนที่ต้องรับกรรมจากกลอุบายของผู้เป็นนายไม่ใช่พวกกุ้งพวกปลาตัวเล็ก ๆ อย่างพวกเขาหรอกหรือ แต่ในเมื่อผู้ดูแลหลิวบอกว่าพวกเขาไม่มีปัญหา นั่นก็น่าจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่ หากพวกเขามีใจคิดเป็นอื่นในอนาคต นางก็แค่ขายพวกเขาทิ้งเสียก็จบ เมื่อคิดได้เช่นนั้นแล้วจึงพยักหน้าให้กับผู้ดูและหลิวครั้งหนึ่ง ก่อนหันไปมองคนอื่น ๆ ที่ถูกพาตัวมา


    ****คำเตือน : เนื้อหาของเรื่องเป็นเพียงจินตนาการของนักเขียนโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความบันเทิงแก่นักอ่านเท่านั้น โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน พฤติกรรมที่เข้าข่ายค้ามนุษย์เป็นสิ่งผิดกฎหมาย สำนักพิมพ์ไม่มีเจตนาในการสนับสนุนส่งเสริมการกระทำดังกล่าวทั้งทางตรงและทางอ้อมในทุกกรณี****

    .

    .

    .


    ลำดับพี่น้องครอบครัวหลี่หง

    คล้ายกับเรื่องสาวน้อยชาวนากับระบบยาพิศวง ที่คุณอ่าน