"แม่ขอร้องเถอะนะแพร... เห็นแก่ความรักความเอ็นดูที่แม่เคยมีให้หนูนะลูก อย่าให้เรื่องนี้ต้องถึงขั้นทำลายชีวิตตากรเลยนะ ถ้าตากรติดคุก อนาคตอาจารย์ที่สร้างมามันจะดับวูบไปหมด พ่อเขาก็คงจะรับไม่ได้ แม่เองก็คงจะขาดใจ... หนูแพรเป็นคนมีเมตตา แม่ขอโอกาสให้ตากรได้แก้ตัวเถอะนะลูก"
แม่พี่กรบีบมือแพรแน่นขึ้น สายตาจ้องลึกเข้าไปเพื่อกดดันด้วยความสัมพันธ์ในวันวาน
"เงินจำนวนนี้... มันเทียบไม่ได้กับสิ่งที่หนูเสียไปหรอกแม่รู้ แต่มันจะช่วยให้หนูได้ไปเริ่มต้นใหม่ ได้ไปเรียนต่อ หรือไปอยู่ที่ไหนก็ได้ที่หนูสบายใจ... จบเรื่องนี้ไว้แค่นี้เถอะนะลูกนะ อย่าให้ต้องสาวไส้กันในศาลให้ใครเขาเอาไปนินทาเลย หนูแพรเองก็เป็นผู้หญิง มีแต่จะเสียกับเสีย..."
แพรนิ่งอึ้งไปกับสัมผัสและคำพูดเหล่านั้น หัวใจบีบรัดด้วยความอึดอัด เธอเคยเคารพรักผู้หญิงตรงหน้าเหมือนแม่คนหนึ่ง แต่ในนาทีนี้ ความอบอุ่นที่ได้รับกลับรู้สึกเหมือนโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น บีบให้เธอต้องเลือกระหว่าง "ความถูกต้อง" หรือ "บุญคุณในอดีต"
ในขณะที่แพรกำลังนิ่งอึ้งและอึดอัดกับสัมผัสของแม่พี่กร พี่กรที่นั่งเงียบมานานก็ขยับตัวลุกขึ้น เขาเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าแพร คุกเข่าลงข้างหนึ่งต่อหน้าพ่อแม่ของเธอและสารวัตรวิน แววตาที่เคยมั่นใจเปลี่ยนเป็นความเศร้าสร้อยที่แสดงออกมาได้อย่างแนบเนียน
"แพร... พี่รู้ว่าเรื่องคืนนั้นมันรุนแรงไปสำหรับหนู พี่ขอโทษที่อารมณ์ของเรามันพาไปไกลขนาดนั้น" พี่กรเอ่ยเสียงนุ่ม "ในเมื่อเรื่องมันมาถึงขั้นนี้แล้ว... ถึงคนอื่นจะมองยังไง แต่พี่พร้อมจะรับผิดชอบทุกอย่างครับสารวัตร"
เขากุมมือแพรอีกข้างขึ้นมา ท่ามกลางสายตาอึ้งของคนทั้งห้อง
"พี่ขอแต่งงานกับหนูนะครับแพร... เราแต่งงานกันนะ ให้พี่ได้ดูแลหนูในฐานะภรรยาอย่างถูกต้อง ใครจะนินทาอะไรพี่ไม่สน พี่จะปกป้องหนูเอง พี่จะรับผิดชอบชื่อเสียงของหนูด้วยชีวิตของพี่"
"ไอ้...!" พ่อของแพรเกือบจะพุ่งเข้าไปหาถ้าพี่เอกไม่กันไว้ก่อน
"ไม่ค่ะ!" แพรสะบัดมือออกอย่างแรงจนพี่กรหน้าหงาย "พี่ไม่ได้รักหนู พี่กร... พี่แค่กลัวติดคุก พี่แค่กลัวเสียตำแหน่งอาจารย์ พี่อย่าเอาคำว่าแต่งงานมาทำให้หนูดูไร้ค่าไปมากกว่านี้เลย!"
พี่เอกที่ยืนกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดขึ้นที่ขมับ ก้าวเข้ามาขวางระหว่างแพรกับพี่กร สายตาเขาคมกริบเหมือนจะเฉือนเนื้อพี่กรเป็นชิ้นๆ
"มึงเก็บคำว่าแต่งงานไว้ใช้ในคุกเถอะกร" พี่เอกคำรามเสียงต่ำ "มึงคิดว่าการจดทะเบียนสมรสจะล้างความชั่วที่มึงฉุดเขาไปขืนใจได้เหรอ? มึงมันไม่ใช่ลูกผู้ชาย แต่มึงคือขยะที่พยายามจะเอาสีขาวมาทาทับความโสโครกของตัวเอง"
"ผมพูดกับแพร ไม่ได้พูดกับคุณเอกภพ!" พี่กรสวนกลับ แววตาจองหองเริ่มกลับมา
"ในทางกฎหมาย ตอนนี้ใครๆ ก็มองว่าเราสมยอมกัน การแต่งงานคือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับผู้หญิงที่เสียตัวไปแล้วอย่างแพร คุณต่างหากที่เป็นคนนอก... อย่ามาขัดขวางอนาคตของเขา!"
"อนาคตของแพร ไม่ใช่การมีมึงเป็นสามี!" พี่เอกตวาดจนคนทั้งสถานีตำรวจหันมามอง
"มึงจำไว้นะ... กูไม่มีวันยอมให้แพรต้องตกนรกทั้งเป็นเพราะมึงอีก กูจะพาเขาไปให้ไกลที่สุด และถ้ามึงยังกล้าเอ่ยปากเรื่องแต่งงานหรือเฉียดเข้าใกล้แพรอีกแม้แต่ก้าวเดียว... กูจะทำให้มึงไม่มีแม้แต่ปากไว้พูดคำว่ารักกับใครอีกเลย!" พี่เอกเสียงดังด้วยความโมโหและหันมาพูดกับแม่พี่กร
"คุณน้าครับ... การเอาความเอ็นดูในอดีตมาบีบให้ผู้เสียหายยอมความแบบนี้ มันไม่ใจร้ายไปหน่อยเหรอครับ? สิ่งที่ลูกชายคุณน้าทำ มันไม่ใช่เรื่องที่จะใช้คำว่า 'แต่งงาน' มาล้างผิดได้นะครับ" เขาหันไปมองแพรที่นั่งก้มหน้านิ่ง น้ำตาหยดลงบนตักทีละหยด เธอไม่ได้เสียใจที่ถูกกระทำ แต่เสียใจที่ความจริงถูกบิดเบือนด้วยความฉลาดแกมโกงของคนที่เธอเคยรัก
สารวัตรวินถอนหายใจหนัก ๆ แล้วหันมาหาพี่เอกกับแพร "ในเมื่อหลักฐานการโทรยืนยันแบบนี้ และทางนั้นอ้างว่าเป็นความสมยอมที่มีรสนิยมเฉพาะตัว... ถ้าฝ่ายหญิงไม่มีพยานบุคคลที่เห็นเหตุการณ์ชัดเจน เรื่องนี้สู้ไปโอกาสชนะก็น้อยครับ แถมหนูแพรจะต้องถูกซักฟอกเรื่องรสนิยมทางเพศในศาลจนยับเยินแน่นอน"
พี่กรแสยะยิ้มบาง ๆ ที่มุมปากอย่างผู้ชนะ เขารู้ดีว่าชื่อเสียงคือสิ่งที่ครอบครัวแพรหวงแหนที่สุด
พี่เอกลุกขึ้นยืนช้า ๆ "เงินของพวกคุณ... เก็บเอาไว้เหอะครับ เพราะมันจะไม่มีวันซื้อความผิดของลูกชายคุณได้"
เขาหันไปสบตาพี่กรด้วยแววตาที่เย็นเยียบจนพี่กรต้องหลบตา "มึงรอดคุกได้เพราะความฉลาดของมึง... แต่มึงจำไว้นะกร มึงจะไม่มีวันได้เห็นหน้าแพรอีกตลอดชีวิต กูจะพาแพรไปในที่ที่คนอย่างมึงไม่มีวันเอื้อมถึง และชื่อเสียงที่มึงรักนักหนา... กูจะทำให้มันค่อย ๆ เน่าเฟะจนมึงอยู่ไม่สุขเอง"
พี่เอกหันไปหาพ่อแม่แพร "คุณพ่อครับ คุณแม่ครับ... ผมขออนุญาตพาแพรไปอยู่ที่อื่นสักพักนะครับ ผมจะดูแลแพรเอง ส่วนเรื่องคดี... ในเมื่อกฎหมายทำอะไรคนเลวไม่ได้ ผมจะใช้ 'กฎของผม' จัดการมันเอง"
พี่เอกพยุงแพรเดินออกจากห้องสอบสวนไปโดยไม่หันกลับมามองครอบครัวคนผิดแม้แต่นิดเดียว ทิ้งให้พี่กรนั่งอยู่ท่ามกลางความชนะที่ว่างเปล่า... เพราะเขารู้ดีว่า วันนี้คือวันสุดท้ายที่เขาจะได้เห็นแพร
- ตัดภาพมาที่บ้านพี่กร -
ทันทีที่ก้าวเข้าประตูบ้าน ความเงียบที่กดดันก็ระเบิดออก กลายเป็นพายุโทสะของคนเป็นพ่อที่อดกลั้นมาตลอดทางที่สถานีตำรวจ
"เพียะ!!"
ฝ่ามือหนัก ๆ ของผู้เป็นพ่อตบเข้าที่ใบหน้าของพี่กรจนหน้าหันไปตามแรง ร่างของพี่กรเซไปกระแทกกับโต๊ะวางแจกันจนเสียงดังโครมใหญ่
"มึงเป็นห่าอะไรของมึง! กรูถามจริง ๆ เถอะ มึงเป็นบ้าอะไรถึงได้ทำเรื่องระยำแบบนี้!" พ่อของพี่กรตวาดลั่นจนเสียงสะท้อนไปทั่วโถงบ้าน เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความโกรธจัดและอับอายสุดขีด
พี่กรนิ่งเงียบ เอามือกุมแก้มที่เริ่มบวมแดง แววตาที่เคยฉลาดแกมโกงในโรงพักบัดนี้เหลือเพียงความว่างเปล่าและดื้อรั้น
"ผม... ผมรักเขา ผมแค่อยากให้เขาอยู่กับผม" พี่กรพึมพำเสียงแผ่ว
"รักเหรอ? รักภาษาแป๊ะมึงเหรอ!! ถึงต้องข่มขืนกักขังเขา!" พ่อชี้หน้าด่าซ้ำอย่างไม่ไว้หน้า " นึกว่ากรูลืมเรื่องคราวก่อนไปแล้วหรือไง! ที่มึงไปไข่ทิ้งไว้กับนักศึกษาคนนั้นน่ะ! ยังดีที่มันเป็นแค่เด็กตัวเล็กๆ ไม่กล้าเอาความ กรูจ่ายเงินอุดปากไปไม่กี่แสนเรื่องก็จบ กรูนึกว่ามึงจะคิดได้ นึกว่าพอกลับมาคบกับหนูแพรแล้วมึงจะลงหลักปักฐาน จะทำตัวให้มันเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาบ้าง!"
"แต่นี่มึงกลับทำเรื่องบัดซบซ้ำสอง! แถมคราวนี้มึงไปทำกับหนูแพร... คนที่พ่อแม่เขามีการศึกษา มีหน้ามีตาในสังคม มึงรู้ไหมว่ากรูต้องควักเงินกี่ล้าน ต้องใช้คอนเนคชั่นกี่คน ต้องแบกหน้าไปกราบกรานสารวัตรวินขนาดไหนเพื่อไม่ให้มึงเข้าไปนอนเน่าในคุก! ชื่อเสียงที่กรูสร้างมา มึงทำลายมันพังพินาศเพราะความเงี่ยนและความบ้าของมึงคนเดียว!"
แม่ของพี่กรยืนร้องไห้อยู่ข้างหลัง พยายามจะเข้ามากั้น "คุณคะ ใจเย็น ๆ ก่อน ลูกก็โดนไอ้เอกมันซัดมาน่วมแล้วนะ..."
"ไม่ต้องมาให้ท้ายมัน!" พ่อหันไปวาดมือใส่แม่จนเธอชะงัก "มันไม่ใช่เด็กแล้วนะ แต่มันคืออาจารย์มหาวิทยาลัย! มึงคิดว่าเรื่องนี้จะจบแค่ที่โรงพักเหรอ? มึงคิดว่าฝั่งโน้นเขาจะปล่อยมึงไว้เหรอ? ไอ้เอกมันลูกใคร มึงก็รู้! มันไม่เอามึงติดคุก แต่มันจะเอามึงตายทั้งเป็นในวงการนี้!"
พ่อเดินเข้าไปกระชากคอเสื้อพี่กร ดึงเข้ามาจ้องตาด้วยความรังเกียจ "ถ้ามึงยังไม่หยุดบ้า ถ้ากรูเห็นมึงเฉียดเข้าใกล้หนูแพรหรือทำเรื่องบัดซบแบบนี้อีก... กรูจะเป็นคนส่งมึงเข้าคุกด้วยมือของกรูเอง และกรูจะตัดมึงออกจากกองมรดก ไม่ให้เหลือแม้แต่สลึงเดียว!
มึงไปไสหัวไปนอนสำนึกผิดในห้องซะ อย่าให้กรูเห็นหน้ามึงจนกว่ากรูจะใจเย็นกว่านี้!"
พี่กรถูกผลักจนล้มลงกับพื้น เขามองแผ่นหลังของพ่อที่เดินจากไปด้วยความผิดหวังอย่างรุนแรง
ในห้องที่เงียบสนิทหลังจากพายุสงบลง พี่กรไม่ได้รู้สึกผิดชอบชั่วดีขึ้นมาเลย เขากลับกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ ความเจ็บที่แก้มเทียบไม่ได้เลยกับความแค้นที่สุมอยู่ในอก
"ทุกคนรุมด่าผม... ทุกคนขวางผม... แม้แต่พ่อยังตบผม"
เขายิ้มออกมาเบา ๆ อย่างคนเสียสติ "หนูเห็นไหมแพร... เพื่อหนู พี่ต้องแลกด้วยทุกอย่าง แม้แต่ความรักจากพ่อ... เพราะฉะนั้น หนูหนีพี่ไม่พ้นหรอก ถ้าหนูท้อง ทุกอย่างก็จบ"