จุดที่อนกับฮงฝังลูกแก้วสีดำไว้นั้นเกินความคาดหมายของเคลไปมาก
ถํ้าซึ่งเป็สถานที่เลี้ยงัอยู่ห่างจากบ้านพักตากอากาศของไวเคานต์ประมาณสามสิบเมตรอนและฮงได้ฝังลูกแก้วสีดำไว้ในจุดที่มีพุ่มไม้ปกคลุมห่างจากถํ้าไปห้าสิบเมตรนับว่าซ่อนไว้ใกล้พอสมควรทีเดียว
“พวกแกเก่งใช้ได้เลยนี่”
“เื่กล้วย ๆ”
แม้อนจะบอกว่าเป็เื่ง่าย ๆทว่ามันกลับย่นจมูก
เคล ชเวฮัน อน และฮง นั่งยอง ๆหมอบอยู่ในบริเวณที่ฝังลูกแก้วสีดำหรืออุปกรณ์รบกวนวงโคจรมานาเอาไว้พลางจับตาดูปากถํ้าที่อยู่ห่างไปห้าสิบเมตรกับบ้านพักตากอากาศของไวเคานต์ซึ่งอยู่ถัดออกไป
“จำแผนการคร่าว ๆ ได้ใช่ไหม”
เคลอธิบายแผนการระหว่างทางแต่ความจริงแล้วเขาไม่ได้มีแม้แต่แผนการอะไรเลย
“่เวลาประมาณนี้จะมีคนเฝ้ายามทั้งหมดหกคน”
เคลนึกถึงเนื้อหาที่เขาอ่านในกำเนิดวีรชนัดำนั้นมีสติปัญญาเฉลียวฉลาดสมกับที่เป็ัมันใช้เวลาตลอดสี่ปีอย่างไม่สูญเปล่าด้วยการรวบรวมข้อมูลให้มากที่สุดและเป็สาเหตุว่าทำไมมันถึงพยายามหลบหนีใน่เวลานี้ของอีกสองวันข้างหน้า
ในคฤหาสน์มีคนอาศัยอยู่ราวสามสิบคนตอนที่ัถูกนำตัวมาที่นี่ครั้งแรก เคยมีคนกลุ่มใหญ่ประจำการอยู่แค่กำลังพลอย่างเดียวก็มีจำนวนนับร้อยแต่หลังจากตระหนักว่าสี่ปีที่ผ่านมาไม่มีสายตาจับจ้องมาจากภายนอก จำนวนคนจึงค่อย ๆลดลง
แน่นอนว่าสามสิบคนนั้นถือเป็จำนวนเพียงเล็กน้อยทว่าในจำนวนนั้นมีอัศวินระดับสูงสามคนที่อยู่ในตำแหน่งรองหัวหน้าหน่วยและอัศวินระดับกลางอีกเจ็ดคนเนื่องจากมีเพียงทหาร ผู้คุม และบรรดาคนงานทั่ว ๆไปจึงอาจดูไม่ใช่ภารกิจยิ่งใหญ่อะไร แต่จนถึงตอนนี้ ด้วยจำนวนคนเท่านี้ก็ถือว่ามาร์ควิสใส่ใจกับมันมากทีเดียว
ทว่าพวกเรามีชเวฮันชายผู้ล้มนักดาบที่ว่ากันว่าแข็งแกร่งที่สุดในอาณาจักรโรอุนได้อย่างง่ายดายภายในสิบกระบวนท่าอยู่ฝ่ายเดียวกัน
“ฉันจะพูดอีกครั้งตรงปากถํ้ามีอัศวินระดับสูงหนึ่งคน ระดับกลางสองคน และทหารสองนายพอเข้าไปข้างในแล้วจะมีอัศวินระดับสูงหนึ่งคน สุดท้ายก็คือผู้คุมที่ทรมานัอีกหนึ่งคน”
ชเวฮันสะดุ้งโหยงเมื่อได้ยินคำว่าทรมานทว่าเคลไม่ได้สนใจท่าทีนั้น ความสงสารที่ผุดขึ้นในหัวของชเวฮันนั้นไม่เกี่ยวอะไรกับเขาสิ่งสำคัญอยู่ที่ลูกแก้วสีดำที่จะเริ่มทำงานในอีกไม่ช้าและพวกเขาจำเป็ต้องเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว
“ต้องขอบคุณลูกแก้วสีดำที่ฝังไว้อุปกรณ์บันทึกภาพที่ติดตั้งไว้บนูเาั้แ่ปากถํ้าไปจนถึงบ้านพักของไวเคานต์จะไม่ทำงานเป็เวลาสี่สิบนาทีส่วนอุปกรณ์เตือนภัยและกับดักเวทมนตร์ก็จะหยุดทำงานด้วยเหมือนกัน”
แม้ว่าพวกเขาต้องเลี้ยงัซึ่งเป็เผ่าพันธุ์ที่มีพลังเวทสูงที่สุดแต่กลับไม่ได้รับความช่วยเหลือจากนักเวทมาร์ควิสสเตนจึงติดตั้งอุปกรณ์เวทมนตร์เอาไว้แทนซึ่งเหตุผลที่มีจำนวนทหารยามน้อยก็เพราะพวกเขาเชื่อในอุปกรณ์เวทมนตร์ซึ่งถูกฝังไว้ลับๆ ตามสถานที่ต่าง ๆ
ดังนั้นในท้ายที่สุดัที่พยายามจะหลบหนีจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากะเิมานาออกมา
ตาต่อตา เงินก็ต้องต่อเงินสิ
ในเมื่อมาร์ควิสสเตนใช้เงินเคลก็จะใช้เงินด้วยเช่นกัน เขาแตะถุงเวทมนตร์ที่มีความจุขนาดใหญ่ซึ่งคาดอยู่บนเอวข้างในบรรจุของวิเศษและข้าวของต่าง ๆ เอาไว้
“ผมแค่จัดการทหารยามพวกนั้นก็พอใช่ไหมครับ”
แน่นอนว่าชเวฮันจะเป็คนลงมือต่อสู้ทั้งหมดในเมื่อมีเ้าคนแข็งแกร่งขนาดนี้อยู่ข้าง ๆจะมีความจำเป็อะไรที่เขาต้องวิ่งพล่านออกไปสู้เองด้วยล่ะ ขนาดโดนกระดาษบาดมือเคลยังรู้สึกเจ็บถ้าทะเล่อทะล่าออกไปโดยใช่เหตุจนถูกดาบฟันเข้า เขาคงจะเจ็บเจียนตายแน่นอน
“ใช่คนเดียวที่สามารถระวังหลังให้ฉันได้ก็มีแค่นายเท่านั้นแหละ”
เขาหมายถึง่เวลานี้เคลมองอีกฝ่ายด้วยแววตาจริงจังและชเวฮันก็พยักหน้ารับพลางตอบกลับอย่างหนักแน่น
“ผมจะทำให้สำเร็จแน่นอนครับ”
“อืม ถึงฉันจะบอกไปแล้วแต่นายแค่ทำให้พวกเขาสลบไปก็พอ ให้พวกเขาเห็นชุดของเราชัดที่สุดด้วยล่ะแล้วก็ระวังอย่าแสดงทักษะดาบของนายออกมา ส่วนหลังจากนั้นนายจำได้ใช่ไหม”
ออรารอบตัวอันเป็เอกลักษณ์ของชเวฮันเป็สีดำโปร่งแสงเนื่องจากเวลานี้เป็ตอนกลางคืน หากใช้อย่างระมัดระวังก็จะซ่อนมันเอาไว้ได้เคลยํ้าเื่นี้ไปหลายครั้งซึ่งชเวฮันก็คงจะเข้าใจแล้ว
“ครับ ผมจำได้หมดแล้ว”
“ดี ฉันเชื่อนาย”
เคลตบไหล่ชเวฮันเบา ๆและยื่นอุปกรณ์ดัดเสียงไปให้เผื่อเขาพูดอะไรออกมาระหว่างการต่อสู้ก็อาจทำให้ตกที่นั่งลำบากเอาได้
“มันแพงมากนะ อย่าทำพังล่ะ”
“ครับ ไม่ต้องกังวลเลยครับ”
เคลมองเ้าแมวทั้งสองแล้วก็เห็นพวกมันกระดิกหางเหมือนกำลังคาดหวังอะไรบางอย่างจึงตอบกลับไป
“จบงานนี้แล้วฉันจะเอาเนื้อให้กิน”
ทว่าพวกแมวกลับพ่นลมหายใจแรง ๆแล้วหันหน้าหนีราวกับนั่นไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องเคลจึงปล่อยพวกมันไปและตรวจสอบเวลาจากนาฬิกาพก
เหลืออีกห้านาทีท้องฟ้ามืดลงและเข้าสู่เวลากลางคืนแล้ว เขานึกถึงบทสนทนาที่คุยกับบิลลอสขึ้นมา
“อุปกรณ์เวทมนตร์ที่ได้รับผลกระทบจากอุปกรณ์รบกวนวงโคจรมานาจะไม่สามารถใช้งานได้ชั่วคราวและหากเกิดเหตุขัดข้องจนไม่สามารถทำงานได้ชั่วขณะ มันมักจะปิดการทำงานเพื่อป้องกันการะเิแต่ในกรณีของอุปกรณ์ระดับสูงจะมีเสียงแจ้งเตือนการทำงานผิดปกติดังขึ้นซึ่งไม่ใช่เวทมนตร์เตือนภัยแต่จะเป็เสียงคล้ายนาฬิกาปลุกมากกว่าครับ”
“น่าจะเสียงดังมากเลยใช่ไหม”
“ผมไม่รู้ว่าท่านลอร์ดวางแผนจะใช้มันทำอะไร แต่ก็ดังพอให้ศัตรูได้ยินครับ”
บิลลอสแย้มยิ้มและพูดอย่างอารมณ์ดี
“แต่ถ้ามีอุปกรณ์เวทมนตร์ติดตั้งไว้หลาย ๆ จุดเสียงที่ดังขึ้นพร้อมกันก็น่าจะทำให้เกิดความสับสนได้ครับ”
แค่ทำให้สับสนได้ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว
“เตรียมตัว”
กระทั่งพวกแมวก็ยังถูกทาตัวด้วยถ่านสีดำจนทั่วเพื่อปกปิดสีขนทั้งสองพุ่งออกไปจากด้านข้างของเคลและซ่อนตัวอยู่ในความมืดมิดจนหายไปจากสายตาวันนี้พวกมันจะไม่ปรากฏตัวต่อหน้าศัตรูแต่เคลรู้ดีว่าทั้งคู่จะคอยทำตามแผนการและติดตามอยู่ข้าง ๆ เขา
ชเวฮันพับผ้าเช็ดหน้าที่ใช้เช็ดดาบอย่างเรียบร้อยและสอดเก็บไว้ในกระเป๋าด้านใน
เมื่อเตรียมการทั้งหมดเสร็จสิ้น เคลก็ลุกขึ้นยืน
ครืนนนน
เขารู้สึกถึงแรงสั่นะเืทีละน้อยจากพื้นด้านล่างตรงจุดที่เคยนั่งยองๆ อยู่ ซึ่งหมายความว่าลูกแก้วสีดำใกล้จะทำงานแล้ว
ติ๊ก ติ๊ก
เข็มวินาทีบนนาฬิกาของเคลค่อย ๆเดินหน้าเข้าใกล้เวลาที่กำหนดไว้ และในที่สุดก็...
ติ๊ก
“ไปกันเถอะ”
เพียงคำพูดเดียวของเคลชเวฮันก็พุ่งไปด้วยความเร็วสูงตามแผนที่วางไว้ส่วนอนก็เริ่มกระจายหมอกจากในความมืดหมอกหนาทึบก่อตัวขึ้นรอบเคลเพื่อบดบังไม่ให้มองเห็นตัวเขา
วี้ดดดด
ในเวลาเดียวกันนั้น ลูกแก้วสีดำก็เริ่มทำงาน
“ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่อุปกรณ์ระดับสูงทั้งหมดแฮะ”
บรรดาอุปกรณ์เวทมนตร์ในบางจุดส่งเสียงแจ้งเตือนการทำงานผิดปกติดังสนั่นหวั่นไหวเคลวิ่งตามหลังชเวฮันไปโดยมีหมอกปกคลุมร่างกายแล้วมุ่งตรงไปยังถํ้า
จากนี้ไปจะเป็การแข่งกับเวลา
ที่หน้าถํ้าชเวฮันกำลังต่อสู้กับกลุ่มอัศวินอยู่
หมอนี่น่ากลัวจริง ๆ
ตามเส้นทางที่ชเวฮันผ่านไปเรียงรายไปด้วยบรรดาทหารที่นอนหมดสติแต่ละคนมีาแลึกตามแขนขา
“แกเป็ใคร กล้าดียังไงถึงได้เข้ามาที่นี่!”
ชเวฮันปัดดาบของอัศวินระดับสูงที่ะโลั่นขณะก้าวมาหาตนออกไปอย่างง่ายดายจากนั้นก็สาวเท้าไปข้างหน้าแล้วฟันลึกเข้าไปที่สีข้างของอีกฝ่าย เขาไม่แม้แต่จะเหลือบมองเืที่พวยพุ่งออกมาจากาแซํ้ายังใช้ศอกกระแทกหลังของอัศวินคนนั้นแล้วฟาดเข้าที่หลังคอจนสลบเหมือด
“เวรเอ๊ย! นี่มันเกิดอะไรขึ้น”
ทันใดนั้นอัศวินระดับสูงคนหนึ่งที่อยู่ในถํ้าก็ปรากฏตัวขึ้น
“พิษ”
เคลพูดด้วยเนื้อเสียงที่เปลี่ยนไปในไม่ช้าหมอกที่อยู่รอบตัวเขาก็แผ่กระจายออกไปเป็วงกว้างฮงเริ่มเคลื่อนไหวอย่างลับ ๆภายใต้ความมืดมิดยามคํ่าคืนและพ่นพิษที่มีฤทธิ์ทำให้เป็อัมพาตเข้าไปในหมอก คนที่หมดสติจะไม่สามารถลุกขึ้นมาได้สักระยะหนึ่งแม้ว่าจะรู้สึกตัวแล้วก็ตาม
ในเวลานั้น เคลสบตากับอัศวินาุโแล้วพูดออกมาเพียงหนึ่งคำ
“คุ้มกัน”
ชเวฮันเข้ามายืนอยู่ด้านหน้าของเคลทันทีและเริ่มวิ่งตรงไปที่ปากถํ้าเขาจึงวิ่งตามอีกฝ่ายไป
“สกัดไว้!”
เมื่อได้ยินเสียงะโของอัศวินระดับสูงดาบของอัศวินระดับกลางทั้งสองก็โจมตีชเวฮันทันที ดาบของพวกเขาลุกโชนด้วยออราทว่ามันกลับสูญเสียพลังไปและโดนฟันจนขาดสะบั้น
แกร๊ง แกร๊ง
ใบดาบสองส่วนร่วงลงกับพื้น
“ระ...หรือว่า ซอร์ดมาสเตอร์?!”
นํ้าเสียงของอัศวินระดับสูงเต็มไปด้วยความตกตะลึงและสิ้นหวังเพราะมีเพียงดาบออราของผู้ที่อยู่ในระดับซอร์ดมาสเตอร์เท่านั้นที่สามารถฟันดาบที่ห่อหุ้มด้วยออราได้ชเวฮันใช้ประโยชน์จากความมืดยามคํ่าคืนอำพรางออราของตนไว้และฟันดาบของคู่ต่อสู้ในชั่วพริบตาก่อนจะใช้ด้ามดาบกับฝักดาบแทงเข้าที่คอและลิ้นปี่ของอัศวินระดับกลางแต่ละคน
“อะ...อั้ก!”
“อั้ก!”
...แค่ทีเดียวก็พอแล้วสินะ
เคลอดประทับใจไม่ได้และพยายามหลบอยู่ด้านหลังชเวฮันให้มากที่สุดก่อนจะได้ยินเสียงความโกลาหลดังขึ้นไกล ๆ จากด้านหลัง
“มีผู้บุกรุก!”
เสียงนั้นดังมาจากทางคฤหาสน์เคลเบนสายตากลับไปข้างหน้าอีกครั้ง
อัศวินระดับกลางเดินโซเซแล้วล้มลงเคลสบตากับพวกเขา ดูเหมือนว่าพิษอัมพาตจะได้ผล
“พะ...พิษ...!”
“นะ...นักฆ่า!”
ชเวฮันทำให้พวกเขาสลบไปอีกครั้งก่อนจะพุ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นและเหวี่ยงดาบใส่อัศวินระดับสูงที่วิ่งเข้ามาเคลอาศัยจังหวะนั้นวิ่งไปที่ปากถํ้าในระหว่างนั้นก็ไม่ลืมเผยสัญลักษณ์ดาวหกดวงให้บรรดาอัศวินระดับกลางที่คิดว่าเขาคือนักฆ่าผู้ใช้พิษได้เห็นชัดๆ ก่อนอีกฝ่ายจะหมดสติลง
“อั้ก! พวกแก มาจากที่ไหนกันแน่”
“หนวกหูจริง ๆ”
ชเวฮันค่อย ๆปัดป้องดาบที่อัดแน่นด้วยออราของอัศวินระดับสูงซึ่งพูดมากมาั้แ่เมื่อครู่นี้ออกไปอย่างง่ายดายและจงใจถ่วงเวลาเอาไว้
ในขณะที่ชเวฮันมุ่งความสนใจไปที่การต่อสู้เคลก็ตามเด็ก ๆเผ่าแมวไปยังปากถํ้าซึ่งก่อนหน้านี้ทั้งสองได้ลอบเข้าไปด้านในมาแล้วทันทีที่แน่ใจว่าเคลเข้าไปแล้ว ชเวฮันก็เปลี่ยนตำแหน่งไปยังปากถํ้าทันทีพลางกล่าวกับอัศวินระดับสูง
“เข้ามาสิ”
แน่นอนว่าเขาไม่ได้หมายถึงแค่อีกฝ่ายเท่านั้นแต่รวมถึงศัตรูทุกคนที่แห่มาที่นี่พร้อมคบเพลิงจากระยะไกล
“ฝากด้วยนะ”
ชเวฮันยิ้มออกมาเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงของเคลที่อยู่ด้านหลังแม้เสียงของอีกฝ่ายจะเปลี่ยนไปแต่ยังคงเปี่ยมด้วยความสงบแต่แล้วรอยยิ้มนั้นพลันเลือนหายไปพร้อมกับพลังบางส่วนในร่างกายที่เขาปลดปล่อยออกมาพลังแห่งความมืดและความว่างเปล่าเข้าโอบล้อมรอบตัวชเวฮันเอาไว้
“ไม่มีใครผ่านที่นี่ไปได้ทั้งนั้น”
และเขารักษาคำพูดของตัวเองเสมอ
ในขณะเดียวกัน ยังมีอีกคนที่ทำหน้าที่คุ้มกันด้วยวัตถุประสงค์ต่างจากชเวฮัน นั่นคือผู้คุมที่เฝ้าคุกขังันั่นเอง
ตอนที่เคลมาถึง อีกฝ่ายก็ตกอยู่ในความสับสนแล้ว
“ทำไม ทำไมกัน!ทำไมลูกแก้วเวทมนตร์ถึงไม่ทำงาน!”
ลูกแก้วเวทมนตร์ซึ่งมีเพียงผู้คุมเท่านั้นที่เป็หนึ่งในแผนไม่กี่อย่างที่เวเนียนได้เตรียมไว้สำหรับสถานการณ์ไม่คาดฝัน
“ยะ...อย่าเข้ามานะ!ไม่รู้หรือไงว่าที่นี่มีอะไรอยู่ถึงได้กล้าบุกเข้ามา”
ผู้คุมตัวสั่นอย่างรุนแรงขณะมองไปที่เคลอย่างเลี่ยงไม่ได้เพราะหากได้รับการโจมตีจากภายนอกเกินระดับความรุนแรงที่กำหนดไว้ร่างกายของตนก็จะะเิ
นี่ก็เป็แผนที่เวเนียนเตรียมไว้เช่นกันแรงะเิจะทำให้กุญแจห้องขังที่อยู่ตรงอกของผู้คุมสลายไปพร้อมคุกซึ่งผู้คุมเองก็รู้เื่นี้ดี
“ละ...ลองเข้ามาสิ!ไม่งั้นพวกแกได้ตายกันหมดแน่!”
“จิ๊”
เคลยกมือขึ้นขณะมองผู้คุมที่ตัวสั่นเทาทันใดนั้นก็มีหมอกก่อตัวขึ้นในอากาศและลอยไปหาอีกฝ่ายอนผู้เป็เ้าของหมอกซ่อนตัวอยู่ในเงามืดของถํ้าโดยไม่มีใครเห็น
“อ๊ากกกก! ปะ...ไปให้พ้น!”
เสียงต่อสู้ดังมาจากทางปากถํ้าแน่นอนว่าหมอกที่ลอยเข้าใกล้อีกฝ่ายก็มีพิษเจือปนอยู่ในนั้นด้วยหมอกพิษที่มีฤทธิ์ทำให้เป็อัมพาตปกคลุมร่างกายของผู้คุมอย่างรวดเร็ว
“นี่มันอะไรกัน อะ...อั้ก พะ...พิษ...!”
ร่างสั่นเทาของผู้คุมล้มลงและเกลือกกลิ้งไปกับพื้นพร้อมส่งเสียงสำลักในลำคอเขาถูกพิษทำให้เป็อัมพาต ทั้งยังพูดไม่รู้เื่ ดวงตาสองข้างกระตุกสภาพน่าสงสารเหลือทน
เคลสาวเท้าเข้าใกล้ผู้คุมและคลำไปตามหน้าอกของอีกฝ่าย
หากโจมตีผู้คุมเกินระดับความรุนแรงที่กำหนดไว้ไม่ได้แค่ใช้ยาพิษง่าย ๆ ก็เพียงพอแล้ว หรือไม่ก็เจรจาให้อีกฝ่ายยินยอมมอบกุญแจด้วยตนเองแต่เคลไม่อยากใช้วิธีหลัง
นี่สินะ
หลังจากได้กุญแจมาไว้ในมือเคลก็ปิดตาของผู้คุมที่ถูกพิษจนหมดสติไปพลันนึกสงสัยขึ้นมาว่านี่พวกเขาใช้พิษมากเกินไปหรือเปล่า
ดูแล้วไม่น่าถึงตายนะ แต่ถ้าเกิดตายก็ช่วยอะไรไม่ได้
เคลดีดนิ้วดังเป๊าะจากนั้นก้อนสีดำสองก้อนก็ร่วงลงมาจากเพดานพร้อมกัน ซึ่งคืออนกับฮงนั่นเองพอพวกมันเดินเข้ามาใต้คบเพลิงตรงจุดที่เคลอยู่ ร่างของพวกเด็ก ๆจึงปรากฏให้เห็นชัดเจน
หลังจากยืนยันแล้วว่าทั้งสองปลอดภัยดีเคลก็เดินไปยังมุมด้านในสุดของถํ้าและได้เห็นร่างสีดำนอนขดอยู่ภายในคุกเวทมนตร์ซึ่งตอนนี้กลายเป็กรงเหล็กไร้ประโยชน์ไปแล้ว
มันคือัแต่สิ่งที่กระตุ้นเคลมากกว่านั้นคือเืและกลิ่นคาวที่ปกคลุมไปทั่วร่างของัดำ
เคลเดินเข้าไปใกล้คุกมากขึ้นสิ่งมีชีวิตที่นอนหลับตาอยู่ตรงนั้นรับรู้ได้ว่ามีอะไรกำลังใกล้เข้ามาทว่ามันกลับไม่ได้ลืมตามอง ตอนนี้เ้าัน่าจะตกอยู่ในความสับสน
เคลสอดกุญแจเข้าไปในแม่กุญแจตรงประตูห้องขังแล้วหมุน
กริ๊ก
แม่กุญแจคลายออกพร้อมส่งเสียงเบา ๆเคลเปิดประตูเหล็กออกช้า ๆ แล้วก้าวเข้าไปในคุกอันกว้างขวางด้านในพรั่งพร้อมด้วยเครื่องมือทรมานต่าง ๆซึ่งรวมไปถึงแส้และโซฟาอันหรูหราที่เตรียมไว้ให้เวเนียนนั่งชมการทรมาน
เคลเดินตรงไปยังมุมหนึ่งของคุก
ร่างเล็ก ๆลำตัวยาวหนึ่งเมตรนอนอยู่บนกองฟางตรงมุมห้อง ขนตาของัไหวระริกขณะที่หลับตาแขนขาถูกล่ามโซ่ไว้ และคอถูกคล้องไว้ด้วยปลอกคอที่ติดอุปกรณ์ควบคุมมานาสภาพของมันทั้งอ่อนแอและไร้เรี่ยวแรง
“นี่”
เขานั่งยอง ๆ ลงตรงหน้าั แม้จะเอ่ยเรียกแต่มันก็ไม่ลืมตาขึ้นมาเลยสักนิด เคลตรวจดูนาฬิกาตอนนี้ใกล้ถึงเวลาจะต้องออกไปจากที่นี่แล้ว
เขาเอ่ยกับั
“ออกไปกันเถอะ”
เคลปลดโซ่ตรวนด้วยกุญแจที่หยิบมาจากตรงอกเสื้อของผู้คุม
ทันใดนั้นเอง ัก็ลืมตาขึ้นมาเคลแย้มยิ้มเมื่อได้เห็นดวงตาคู่นั้น
แววตานั้นเปี่ยมไปด้วยการต่อต้านมันยังคงมีชีวิตอยู่
ไม่ใช่แววตาใกล้สิ้นใจคู่นั้นที่ชเวฮันได้เผชิญหน้าแต่เป็แววตาที่ยังคงปรารถนาจะมีชีวิตอยู่และเฝ้าฝันถึงอิสรภาพดังนั้นดวงตาของมันจึงเต็มไปด้วยความระแวดระวัง ความเป็ศัตรูและความรู้สึกต่อต้าน
แววตาของั
“ตาแกสวยดีนะ”
เคลอุ้มัขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนของตนอย่างลวก ๆราวกับถือสิ่งของ แล้ววางมันลงตรงหน้าเ้าแมวทั้งสองหลังออกมาจากคุก
“คงจะเจ็บน่าดูเลยนะ”
“น่าสงสารจังเลยนะ”
อนและฮงซึ่งไม่ได้พูดอะไรเลยสักคำจนถึงตอนนี้เดินป้วนเปี้ยนรอบตัวัทว่าเ้าักลับแยกเขี้ยวใส่ด้วยท่าทางหวาดระแวงคงเป็ครั้งแรกที่มันได้เห็นสิ่งมีชีวิตอื่นนอกจากมนุษย์ใน่ชีวิตสี่ปีที่ผ่านมา
เคลมองนาฬิกาดูเหมือนตอนนี้จะเป็เวลาเหมาะเจาะที่สุดสำหรับการหลบหนี
“คงเจ็บน่าดูเลยสิ”
อนที่เดินวนรอบ ๆตัวัเดินเข้ามาหาเคลแล้วแตะที่ขาอุ้งเท้าหน้าลงบนขาของเขาดูเหมือนว่ามันจำโพชั่นที่เคลหยิบออกมาจากกล่องเวทมนตร์ได้แต่เพราะไม่อาจเอ่ยขอได้จึงแสดงออกผ่านการกระทำแทน
“อยู่เฉย ๆ เถอะ”
เคลพกโพชั่นมาเพราะตั้งใจจะนำมาใช้ก็จริงแต่ต้องปลดปลอกคอควบคุมมานาออกก่อนเมื่อมานาซึ่งเป็หัวใจและแหล่งพลังของัเป็อิสระฤทธิ์ของโพชั่นถึงจะกระจายได้อย่างเต็มที่
เคลมุ่งหน้าไปยังฝั่งตรงข้ามของคุกซึ่งปกติจะเป็ตำแหน่งที่ผู้คุมยืนเฝ้าเขาได้ยินเสียงชเวฮันต่อสู้ดังมาจากไกล ๆ บางทีการต่อสู้นั้นอาจจะจบลงในไม่ช้า
“ไหนดูซิ”
เคลใช้มือคลำตามผนังถํ้าที่ผู้คุมคอยเฝ้าไว้ก่อนหน้านี้เขาเตะผู้คุมที่ล้มอยู่ให้กลิ้งออกไปและเดินเข้าใกล้กำแพงมากขึ้นเ้าัแยกเขี้ยวขณะมองผู้คุมที่ถูกเตะ แต่ไม่นานนักก็เพ่งความสนใจไปที่เคล
แผนสุดท้ายที่เวเนียนเตรียมไว้น่าจะอยู่แถวนี้นี่นา
เช่นเดียวกับคนส่วนใหญ่ในตระกูลมาร์ควิสสเตนเวเนียนกังวลเื่การบุกรุกจากภายนอกขณะตนอยู่ที่นี่เป็อย่างมากเขาจึงสร้างเส้นทางลับสำหรับหลบหนีขึ้นมา ซึ่งผู้คุมไม่รู้เื่นี้จึงหนีไม่ทัน
ได้ยินมาว่าจะมีส่วนที่เรียบกว่าจุดอื่นเป็พิเศษ...ตรงนี้ไงล่ะ