บทที่ 92
คนทำไหมแห่งเมืองจินหลง
เดินทางออกมาบริเวณชานเมืองจินหลง เขาเดินทางตามชายผู้นั้นมาถึงบริเวณสถานที่แห่งนี้
บริเวณจุดนี้เป็นบริเวณชานเมืองมีผู้คนอาศัยอยู่ไม่มากนักเมื่อเดินทางมาถึงบริเวณนี้ช่วงนั้นก็พบเห็นกลับบ้านหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่บนที่ดินผืนเล็กๆ
บ้านหลังนี้เต็มไปด้วยความเงียบสงบบริเวณชานเมืองมีผู้คนไม่มากนัก
จางหยวนแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจที่มีบ้านที่ตั้งอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้ด้วย
ตัวบ้านมีขนาดไม่ใหญ่มากนักมีพื้นที่รอบๆบ้านที่ล้อมรอบด้วยรั้วไม้
ไม่เพียงเท่านั้นเขายังมองเห็นว่ามีรังเลี้ยงไหมอยู่เป็นจำนวนมาก
จางหยวนแม้ว่าจะไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องพวกการเลี้ยงเพราะไหมสักเท่าไหร่แต่ว่าเขาก็เคยพบเห็นจากภายในจวนตระกูลสวีอยู่บ้าง
“ สถานที่แห่งนี้อย่างงั้นรึที่บอก? ”
“ ใช่ขอรับนี่แหละบ้านของข้าเองข้าอาศัยอยู่กับท่านแม่ภายในสถานที่แห่งนี้”
จางหยวนลองมองดูชายผู้นี้ชายผู้นี้เองก็ไม่น่าจะเป็นคนที่มีฐานะที่ร่ำรวยอะไร
เขาอาจจะเป็นคนที่มีฐานะกลางค่อนไปทางระดับล่างเลยก็ว่าได้
จางหยวนพยักหน้าตอบรับกลับไปจากนั้นก็พูดขึ้น “ งั้นก็พาข้าไปพบกับท่านแม่ของเจ้าข้าอยากจะพบกับท่านแม่ของเจ้า”
“ คุณชายรอตรงนี้ก่อนข้าขอไปถามท่านแม่แล้วก็เชิญท่านแม่ออกมาจากบริเวณด้านในก่อน”ชายผู้นั้นกล่าวออกมา
จางหยวนพยักหน้าหลังจากนั้นจางหยวนก็ยืนรออยู่บริเวณนั้นสักพัก
ชายผู้นั้นเดินเข้าไปบริเวณด้านในเพื่อที่จะไปพูดคุยกับท่านแม่ของตนเอง
ยืนรออยู่สักพักชายผู้นั้นก็เดินออกมาพร้อมกับหญิงผู้หนึ่งที่มีช่วงวัยอยู่ประมาณซักห้าสิบกลางๆ
จางหยวนใช้ดวงตาของตนเองจ้องมองนางเป็นหญิงวัยกลางคนมีร่างกายไม่อ้วนไม่ผอมสมส่วนเดินหลังค่อมเล็กน้อยออกมาบริเวณด้านนอก
นางสวมใส่ชุดผ้าธรรมดาธรรมดามีใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มบริเวณผมด้านบนศีรษะเป็นสีขาวสลับดำ ใบหน้ามีรอยเหี่ยวย่นเล็กน้อย
จางหยวนค่อยๆเดินเข้าไปอย่างช้าๆไปหยุดลงบริเวณด้านหน้าของนาง
จางหยวนเขาก้มศีรษะของตนเองลงไปคารวะหญิงวัยกลางคนที่อยู่ด้านหน้าในฐานะผู้อาวุโส “ คาราวะท่านป้าขอรับ!!!”
นางแสดงใบหน้าตื่นตระหนกตกใจยกมือของตนเองขึ้นมาในทันที “ คุณชายภาวะค่าด้วยเหตุอันใด”
นางตื่นตระหนกตกใจคนที่มีฐานะสูงส่งถึงขนาดมีผู้ติดตามก้มหัวคารวะหญิงแก่เช่นนางย่อมเป็นเรื่องที่หาได้ยากยิ่งทำให้นางรู้สึกตื่นตระหนก
จางหยวนยกยิ้มขึ้นที่บริเวณมุมปาก “ ตัวของค่าคาราวะท่านป้าเพราะว่าท่านเป็นผู้อาวุโสมากกว่าข้า”
“ ข้าไม่ใช่คุณชายอะไรนั่นหรอกขอรับถ้ามีนามว่าจางหยวนเป็นพวกพ่อค้าไปเดินทางมาจากต่างเมือง”
“ พ่อค้าอย่างงั้นหรือ? ”
“ ใช่ขอรับข้าเป็นเพียงแค่พ่อค้าธรรมดาทั่วไปเดินทางมาจากต่างเมืองเท่านั้น”
“ ในครั้งนี้เดินทางมาถึงสถานที่แห่งนี้ก็เดินทางมาเพื่อที่จะมาติดต่อเรื่องสำคัญที่เมืองจินหลง”
“ พบเห็นบุตรชายของท่านป้ากำลังโดนกดราคาโดยเศรษฐีผู้นั้นจึงยื่นมือเข้าไปช่วยเพราะเห็นว่าเนื้อผ้าไหมนี้ดีเป็นอย่างมาก”
“ ข้าทำการค้าขายหลายอย่างนะขอรับเพราะแบบนั้นเลยมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องผ้าไหมอยู่บ้าง”
“ เห็นผ้าไหมของท่านก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นผ้าไหมชั้นดีที่มีคุณภาพมากกว่าภายในตลาด”
“ ในตอนนี้จึงรู้สึกสนใจก็เลยอยากจะมาพบท่านป้าดูสักครั้ง ” จางหยวนกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม
ในตอนนี้เขากำลังแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มกำลังแสดงท่าทางเป็นมิตรออกมาอย่างชัดเจนเพื่อให้ผู้ที่อยู่ด้านหน้าสบายใจ
“ ขอถามท่านป้าหน่อยได้หรือไม่ขอรับผ้าไหมผืนนี้บุตรชายของท่านบอกว่าท่านเป็นคนทำ ”
“ ใช่แล้วตัวของข้าเป็นคนทำเอง ”
“ ท่านทำเองตั้งแต่ขั้นตอนการเลี้ยงไหมเลยหรือไม่ขอรับ? ”
“ ถูกต้องแล้วเจ้าค่ะตัวของข้าเป็นคนทำเองตั้งแต่ขั้นตอนการเลี้ยงไหม”
“ ขอถามหน่อยได้หรือไม่ขอรับไม้ชนิดนี้ท่านเป็นคนเพาะเลี้ยงเองแต่ว่ามีลักษณะแตกต่างจากไหมธรรมดาทั่วไป”
“ ใช่แล้วนี่เป็นไหมเฉพาะที่ข้าเพาะเลี้ยงขึ้นมาเอง ”
“ มันจะแตกต่างกับไม่ธรรมดาทั่วไปก็ไม่แปลกอะไรเพราะไม้ชนิดนี้ถูกเพาะเลี้ยงขึ้นมาเป็นชนิดพิเศษเป็นสูตรการเพาะเลี้ยงไหมของตระกูล”
“ ถ้ามีสูตรการเพาะเลี้ยงไหมของตระกูลตนเองเหตุใดจึงมีฐานะเพียงแค่นี้ล่ะขอรับข้าเพียงแค่สงสัยน่ะขอรับไม่ได้ตั้งใจจะดูถูกท่าน ” ตามความคิดของจางหยวนแล้วคนที่มีสูตรการเพาะเลียงไหมเป็นของตนเองเช่นนี้พวกเขาน่าจะมีฐานะที่ดี
เพราะว่าถ้ามีสูตรการเพาะเลียงใหม่คุณภาพดีแบบนี้คงจะสามารถทำกำไรก้อนโตได้
หลังจากที่ถามออกไปแบบนั้นสองแม่ลูกที่อยู่บริเวณด้านหน้าแสดงแววตาที่เต็มไปด้วยความสลดใจ
ก่อนที่นางจะพูดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “ สูตรการเลี้ยงใหม่ของตระกูลมีความพิเศษแต่ว่าพวกข้าไร้ซึ่งเงินทอง”
“ ที่จริงแล้วไหมที่เพราะเลี้ยงอยู่ในตอนนี้คุณภาพไม่ได้ครึ่งของสิ่งที่พวกมันควรจะเป็นเลยด้วยซ้ำ”
จางหยวนมองดูแล้วก็พอจะคาดเดาได้ว่าพวกเขาน่าจะมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการเงิน
แต่เมื่อได้ยินคำพูดเมื่อครู่จางหยวนก้มศีรษะของตนเองลงเล็กน้อยใช้ดวงตาหมองคล้ำลงที่ผ้าไหมภายในมือของตนเอง “ นางบอกว่ามันมีคุณภาพไม่ได้ครึ่งจากสิ่งที่มันควรจะเป็นอย่างนั้นรึ”
“ แสดงว่ามันสามารถดีได้มากกว่านี้ถ้ามีเงินทุน ”
“ แต่เพียงแค่ผ้าไหมในตอนนี้ถึงแม้ว่านางจะพูดออกมาว่าทำออกมาได้ไม่ดีแต่คุณภาพของมันก็ดีกว่าพวกผ้าไหมภายในพื้นตลาดตั้งไม่รู้กี่เท่า”
“ ถ้าลองคิดในอีกมุมหนึ่งถ้าตัวของมันมีเงินทุนมากเพียงพอผ้าไหมที่ได้ออกมาจากการเพาะเลี้ยงไมมันจะไม่เทียบเท่ากับว่าเป็นผ้าไหมที่มีคุณภาพสูงเลยงั้นรึ?”
“ พบเจอเพชรแท้ ”
“ ดูเหมือนว่าจะพบเจอของล้ำค่าเข้าให้เสียแล้วลองฟังจากสิ่งที่อีกฝ่ายพูดออกมาก็พอจะคาดการณ์ได้”
“ และเมื่อลองคิดดูในตอนนี้ตัวของเราเองก็มีมากในการสร้างสรรค์ลวดลายศิลปะ”
“ ถ้าจะมุ่งเน้นไปยังการทำชุดผ้าไหมหรือว่าการทำผ้าไหมขายภายในตลาดบางทีอาจจะได้ก็ได้”
“ ในตอนแรกเดินทางมาที่สถานที่อย่างนี้ก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมากนักแต่หลังจากที่ได้ยินอีกฝ่ายพูดออกมาก็พอจะคาดการณ์ได้”
“ ถ้าตัวของเราลงมือทำจริงมันคงจะสามารถสร้างกำไรก้อนโตได้อย่าง ”
จางหยวนมองเห็นผลประโยชน์ที่อยู่บริเวณด้านหน้าของตนเอง
เขาแสดงใบหน้าของตนเองที่จริงจังมากขึ้นมองตรงไปยังสองแม่ลูกที่อยู่ด้านหน้า “ ข้าขอเดินชมไหมของท่านหน่อยได้หรือไม่”
“ เชิญ!!! ”
หลังจากนั้นจางหยวนเดินเข้าไปบริเวณด้านใน
เมื่อเขาลองเดินเข้าไปด้านในก็พบเจอการเลี้ยงไหมพวกมันถูกเลี้ยงขึ้นมาเป็นอย่างดีแต่ว่าคุณภาพเองที่ออกมานางบอกว่ายังไม่ได้ตามที่ต้องการ
จางหยวนเริ่มทำการสืบหาความจริงเกี่ยวกับตระกูลของคนพวกนี้
จนสุดท้ายก็ได้ความมาว่าต้นตระกูลของสองแม่ลูกคู่นี้เคยเป็นนักเพาะเลี้ยงไหมภายในวังทำผ้าให้กับราชวงศ์
แต่หลังจากที่ทำงานให้กับราชวงศ์มาเป็นเวลานานสุดท้ายก็ตัดสินใจหนีออกมาจากวังด้วยเหตุผลบางอย่างแล้วก็มาตั้งรกรากที่เมืองแห่งนี้
ผ่านไปหลายรุ่นจนมาถึงรุ่นนี้ความรู้และความสามารถในการเพาะเลี้ยงไหมก็ยังคงสืบทอดต่อกันมารุ่นต่อรุ่นจนถึงปัจจุบัน
พวกเขาไม่มีเงินทองมากมายในการเพาะเลี้ยงใหม่ตามสูตรของตนตระกูลจึงไม่ได้ร่ำรวย
จางหยวนหลังจากที่ได้ฟังเกี่ยวกับเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นเขาก็รู้ได้ทันทีว่าสองแม่ลูกคู่นี้เป็นคนที่มีความสามารถแต่กลับไร้ซึ้งสิ่งส่งเสริม
จางหยวนหลังจากที่ได้ฟังเกี่ยวกับเรื่องราวทั้งหมดเรียบร้อยหมดแล้วเขาพูดขึ้น “ เอาเช่นนี้ดีหรือไม่ขอรับ?”
“ ข้ามีข้อตกลงบางอย่างจะยื่นให้กับพวกท่านทั้งสอง ”
จางหยวนมองเห็นผลประโยชน์ก้อนโตอยู่ด้านหน้าเขาได้กลิ่นเงินก้อนโตโชยมาเตะจมูกของตนเองถึงที่แล้ว
จบบท