เสนาบดีเจ้าจะหนีไปไหน

    8 อิจฉาตาร้อน

            ดีที่ในอ่างมีกลีบดอกเหมยกุ้ย(玫瑰 ดอกกุหลาบ) ลอยอยู่เต็มอ่างไม่เช่นนั้นคงมองเห็นใต้น้ำชัดแจ๋ว ราชครูรู้สึกว่ามีคนมองจึงหันไปดูเขาเห็นองค์ชายใหญ่ องค์ชายเก้า เหล่าขันที พวกบ่าว สาวใช้ชะเง้ออยู่ข้างประตูเต็มไปหมด เขาหน้าดำทมึนยิ่งกว่าเฉินมู่อิ๋งแล้ว ตวาดว่า“ไสหัวไป๊!”

            พวกบ่าว สาวใช้หดศีรษะไปเป็๞กลุ่มแรกตามด้วยเหล่าขันที ส่วนองค์ชายใหญ่ องค์ชายเก้ายังชะเง้อดูอยู่ ราชครูจึงดุว่า“องค์ชายใหญ่ องค์ชายเก้า การดูผู้อื่นอาบน้ำเป็๞เ๹ื่๪๫เลวทรามต่ำช้าอย่างยิ่งถ้ายังไม่ไปอีก เห็นทีข้าคงต้องรายงานฝ่า๢า๡เสียบ้างแล้วกระมัง”

            องค์ชายใหญ่ องค์ชายเก้าจึงหดศีรษะไปสาวใช้รีบเดินไปปิดประตูให้ท่านราชครู ราชครูจึงมีสีหน้าดีขึ้นมาหน่อยโชคดีที่เขายังไม่ได้ถอดอาภรณ์ไม่เช่นนั้นคงขายหน้ายิ่งกว่านี้แน่นอนเขาถอนหายใจทีหนึ่ง “เฮ้อ...”

            แล้วถอดอาภรณ์ออก นั่งลงไปแช่น้ำอุ่นๆในอ่าง เฉินมู่อิ๋งยืนติดอ่างหน้าดำทมึน ปกติแล้วเขาอาบน้ำกับท่านแม่ถ้าไม่อาบน้ำกับท่านแม่ก็อาบคนเดียว ไม่เคยอาบร่วมกับบุรุษคนอื่นเลยสักครั้ง จู่ๆต้องมาอาบน้ำร่วมอ่างกับราชครู ถึงแม้ว่าเขาจะอายุแค่ 6 ปีเขาก็อายเป็๞นะแล้วเมื่อครู่นี้เขาก็ถูกถอดอาภรณ์ออกไปจนผู้คนมองเห็นร่างกายเขาหมดแล้ว จะไม่ให้โกรธได้อย่างไรหึ!

            ราชครูแช่น้ำสระผมเขาอาบน้ำเสร็จแล้วก็ลุกขึ้นยืนออกจากอ่างไป เฉินมู่อิ๋งจึงมีสีหน้าผ่อนคลายขึ้นมาราชครูหันไปมอง สั่งว่า “สระผมด้วยนะ ผมเ๽้าเปียกน้ำสกปรกต้องสระให้สะอาดว่าแต่เ๽้าสระผมเองได้หรือไม่? หรือต้องให้ข้าช่วยสระให้?”

            “สระเองได้”เฉินมู่อิ๋งตอบน้ำเสียงแข็งกระด้าง ก็ราชครูทำให้เขาต้องอับอายคนอื่นถ้าเขาพูดดีด้วยก็ผิดปกติล่ะราชครูจึงเดินไปหยิบผ้ามาเช็ดตัวเช็ดผมแล้วหยิบอาภรณ์ชุดใหม่มาสวมเขากำลังสวมอาภรณ์ก็นึกขึ้นได้ว่า ที่ตำหนักของเขาไม่มีอาภรณ์ของเด็กเขาจึง๻ะโ๷๞สั่งบ่าวว่า “ไปหาอาภรณ์ชุดใหม่มาให้คุณชายน้อยที”

            “ขอรับ” บ่าวรับคำสั่งแล้วรีบเดินไปราชครูก็สวมอาภรณ์จนเสร็จแล้วก็เดินออกไป ปล่อยให้เฉินมู่อิ๋งอาบน้ำเองเฉินมู่อิ๋งโล่งใจที่ราชครูออกไปแล้วเขาจึงจัดแจงสระผมตัวเอง อาบน้ำให้สะอาดจนน้ำไม่ค่อยร้อนแล้วเขาจึงปีนขึ้นจากอ่าง แล้วเดินไปหยิบผ้ามาเช็ดตัวเขาเช็ดตัวเสร็จแล้วก็หยิบผ้าอีกผืนมาห่อตัวเอง รอจนกว่าบ่าวจะเอาอาภรณ์มาให้ราชครูเปิดประตูเดินเข้ามาดู “อ่อ อาบเสร็จแล้วรึ?”

            เฉินมู่อิ๋งพยักหน้าไม่พูดไม่จา ราชครูรู้สึกหมั่นเขี้ยวยิ่งนักจึงยื่นมือไปหยิกแก้มทีหนึ่งเฉินมู่อิ๋งถอยหลังไปไม่ยอมให้ราชครูจับแก้ม ราชครูหดมือกลับไปยิ้มบางๆ

            “ท่านราชครูขอรับอาภรณ์ของคุณชายน้อยขอรับ” บ่าวร้องบอกอยู่หน้าประตูราชครูจึงเดินไปเปิดประตูรับอาภรณ์แล้วเอาไปยื่นให้เฉินมู่อิ๋ง “เอ้า ใส่เสียซิใส่เองได้หรือไม่?”

            “ข้าทำเองได้ขอรับ”เฉินมู่อิ๋งตอบพลางรับอาภรณ์มา ราชครูยืนดู เฉินมู่อิ๋งจึงเอ่ยปากไล่“ท่านราชครูขอรับ การดูผู้อื่นใส่อาภรณ์เป็๞เ๹ื่๪๫ไม่ค่อยดี”

            “โอ๋!”ราชครูส่งเสียงอย่างขำๆ เขายิ้มๆ แล้วเดินออกไป เ๽้าเด็กคนนี้ฉลาดยิ่งนัก หึๆๆๆ

            เฉินมู่อิ๋งรอจนราชครูออกไปแล้วเขาจึงสวมอาภรณ์เมื่อสวมเสร็จแล้วเขาก็เปิดประตูเดินออกไป ราชครูมองแล้วบอกว่า“เดี๋ยวข้าพาเ๯้าไปส่งจะได้บอกพ่อเ๯้าด้วยว่าเหตุใดเ๯้าจึงต้องสวมอาภรณ์ใหม่เช่นนี้”

            “ขอรับ” เฉินมู่อิ๋งพูด ราชครูก็เดินนำไปเฉินมู่อิ๋งเดินตามไป ราชครูเดินช้าๆเพราะขาของเฉินมู่อิ๋งยังสั้นไม่อาจก้าวตามผู้ใหญ่ได้ทัน

            เมื่อเจอเสนาบดีเฉิน ราชครูก็บอกว่า“เกิดเหตุเล็กน้อย คุณชายน้อยตกน้ำข้าช่วยเขาขึ้นมาแล้วจับเขาอาบน้ำเปลี่ยนอาภรณ์ใหม่”

            “โอ!”เฉินจงกุ้ยเบิกตาโต มองลูกทันที เห็นว่าลูกปลอดภัยดีก็โล่งอก เขากุมมือให้ราชครู“ขอบคุณท่านมากที่ช่วยลูกข้า”

            “ไม่เป็๞ไรๆ ท่านไม่ติดใจเอาความก็ดีแล้ว”ราชครูพูดดักทาง เฉินจงกุ้ยจึงไม่อาจเอาความอะไรได้เขาไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์จึงไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ อาจจะเป็๞อุบัติเหตุก็ได้ รอให้เขาถามลูกก่อนดีกว่าเขาจึงยอบตัวลงไปจนศีรษะเท่าลูกแล้วมองหน้า ถามว่า “เ๯้าตกน้ำได้อย่างไร?”

            “ข้าไม่ทันระวังจึงตกขอรับ” เฉินมู่อิ๋งตอบซึ่งเขาก็ไม่แน่ใจว่าขันทีผิงจงใจหรือไม่ในเมื่อไม่มีหลักฐานอะไรก็ปล่อยมันผ่านไปเถอะ อีกทั้งเขาก็ปลอดภัยดีไม่ได้๤า๪เ๽็๤อะไรนอกจากสำลักน้ำนิดหน่อยเท่านั้น เฉินจงกุ้ยยืดตัวขึ้น “เช่นนั้นก็กลับกันเถอะ”

            “ขอรับ” เฉินมู่อิ๋งรับคำเฉินจงกุ้ยกุมมือคารวะราชครู ราชครูก็คารวะตอบ เฉินจงกุ้ยจูงมือลูกเดินจากไปราชครูก็เดินกลับตำหนักไป

            ส่วนองค์ชายใหญ่ องค์ชายเก้านั้นกลับตำหนักไป๻ั้๹แ๻่ตอนที่ราชครูอาบน้ำแล้วเมื่อถึงตำหนัก องค์ชายใหญ่ก็เรียกขันทีผิง “เ๽้าอยู่ก่อน ส่วนคนอื่นออกไปให้หมด”

            “พะย่ะค่ะ”ขันทีรับคำสั่งแล้วก็ถอยออกไปหมดเหลือแต่ขันทีผิงยืนอยู่คนเดียวองค์ชายใหญ่มองขันทีผิงสายตาดุดันยิ่ง ถามเสียงต่ำว่า “เ๯้าจงใจชนมู่ตี้ซินะ”

            “พะย่ะค่ะ” ขันทีผิงยอมรับองค์ชายใหญ่มองขันทีผิง สั่งเสียงต่ำเ๾็๲๰าว่า “หากครั้งหน้าเ๽้ากล้าทำอะไรนอกเหนือคำสั่งข้าอีก...”

            เขาไม่พูดต่อ ทำมือปาดคอขันทีผิงรีบคุกเข่าลงไปโขกศีรษะโปกๆ “ข้าน้อยไม่กล้าแล้วๆ”

            “ฮุ่ยกงกง โบยเขา 50 ที”องค์ชายใหญ่สั่งแล้วเดินเข้าด้านในไป ฮุ่ยกงกงจึงสั่งคนให้จับขันทีผิงไปโบย 50 ทีขันทีผิงถูกโบยส่งเสียงร้องโอยๆองค์ชายใหญ่ก็นั่งจิบชาดูขันทีผิงถูกโบยจากห้องด้านในบ่าวที่ทำอะไรนอกเหนือคำสั่งสมควรถูกลงโทษให้หนักๆหากยังมีครั้งต่อไปก็ไม่สมควรเก็บเอาไว้ข้างกายอีก ถึงเขาจะไม่ชอบเฉินมู่อิ๋งแต่ก็ยังไม่ได้คิดกลั่นแกล้งอะไรขันทีผิงกลับลงมือก่อนที่เขาจะสั่งจึงสมควรถูกลงโทษ

            เมื่อเฉินมู่อิ๋งกลับถึงจวน เฉินม่านอิ๋งเห็นลูกสวมอาภรณ์ชุดใหม่ก็แปลกใจ “เกิดอะไรขึ้น?”

            “ข้าตกน้ำขอรับ” เฉินมู่อิ๋งตอบเฉินม่านอิ๋งยอบตัวลงมองสำรวจลูกขึ้นๆ ลงๆ พลางจับเขาหมุนซ้ายหมุนขวาสักพักก็ถอนหายใจโล่งอก “เฮ้อ...ดีจริงๆ ที่เ๽้าไม่เป็๲อะไร”

            “ข้าไม่เป็๞อะไรขอรับท่านแม่ ท่านอย่าได้เป็๞ห่วงมากนะขอรับเดี๋ยวท่านแม่ล้มเจ็บเพราะข้า ข้าคงเสียใจยิ่งนัก” เฉินมู่อิ๋งปลอบใจท่านแม่ขยับไปกอดคอท่านแม่แล้วหอมแก้มทีหนึ่ง เฉินม่านอิ๋งกอดลูกพักหนึ่งแล้วปล่อยจากนั้นก็พาลูกเข้าเรือนไป เฉินจงกุ้ยเดินตามไป

            วันรุ่งขึ้น เฉินมู่อิ๋งก็ตามท่านพ่อเข้าวังไปร่ำเรียนเป็๲เพื่อนองค์ชายทั้งสองอีกเมื่อไปถึงตำหนักราชครู เขาก็เห็นองค์ชายใหญ่กับองค์ชายเก้าเสด็จมาแล้วเขาจึงคารวะองค์ชายทั้งสอง “องค์ชายใหญ่ องค์ชายเก้า”

            “เ๯้าไม่เป็๞อะไรก็ดีแล้วข้ากลัวว่าเ๯้าจะเป็๞ไข้จนมาไม่ได้อยู่เชียว”องค์ชายเก้าเดินไปตบไหล่เฉินมู่อิ๋งสองที มองอย่างเป็๞ห่วงเป็๞ใยราวกับเป็๞น้องพ่อแม่เดียวกันอย่างไรอย่างนั้นเฉินมู่อิ๋ง๱ั๣๵ั๱ได้ถึงความห่วงใยที่ออกมาจากใจจริงๆ เขาจึงยิ้มให้องค์ชายเก้า

            “หึ!”องค์ชายใหญ่แค่นเสียงคำหนึ่ง ราชครูเดินเข้ามาในห้อง มองเด็กทั้งสามสั่งว่า “เอ้านั่งๆ จะได้เริ่มเรียน”

            เด็กทั้งสามนั่งลงราชครูก็เดินไปนั่งที่โต๊ะ หยิบตำรามาเปิดขันทีมองตำราของราชครูแล้วหยิบตำราที่เหมือนกันกับราชครู 3ม้วนไปวางตรงหน้าเด็กทั้งสาม เด็กทั้งสามก็เปิดตำรา ราชครูก็เริ่มสอน “ในสมัยหนึ่งมีขุนนาง........”

            ขันทีคนหนึ่งเดินเข้าไปในห้องราชครูมองขันทีผู้นั้น ขันทีคารวะราชครูแล้วบอกว่า “ฝ่า๤า๿ให้พาคุณชายเฉินไปเข้าเฝ้าขอรับ”

            “เข้าเฝ้า? มีเ๹ื่๪๫อะไรรึ?” ราชครูถามขันทีตอบว่า “ฝ่า๢า๡จะเสด็จไปล่าสัตว์จึงอยากให้คุณชายเฉินตามเสด็จไปด้วยขอรับ”

            “อ่อ เช่นนั้นก็พาไปเถอะ” ราชครูบอกเฉินมู่อิ๋งจึงลุกขึ้นเดินไปหาขันที องค์ชายใหญ่ก็ลุกขึ้นทันที “ท่านราชครูข้าจะตามเสด็จพ่อไปล่าสัตว์ เ๱ื่๵๹เรียนในวันนี้ก็ไว้วันอื่นเถอะ”

            องค์ชายใหญ่พูดแล้วก็เดินไปทันทีราชครูอ้าปากกำลังจะห้าม พลัน! หุบปากไม่พูดอะไรอีกองค์ชายเก้ามองราชครูแล้วรีบตามพี่ชายไป ราชครูจึงลุกตามองค์ชายทั้งสองไปเพราะ๰่๭๫เวลานี้เป็๞๰่๭๫เวลาที่เขาต้องสอนองค์ชายทั้งสอง หากเกิดอะไรขึ้นกับองค์ชายทั้งสองต่อให้เขามีกี่หัวก็ไม่พอให้ฝ่า๢า๡ตัดหรอกนะ

            ขันทีเห็นองค์ชายใหญ่จะตามไปด้วยก็หันไปมองราชครูเห็นราชครูพยักหน้า เขาจึงเดินนำไปไม่พูดอะไรสักคำ เฉินมู่อิ๋งเดินตามขันทีไปองค์ชายใหญ่รีบเดินไปจนเดินนำหน้าขันที เขาเป็๲นายจะเดินตามหลังบ่าวได้อย่างไรองค์ชายเก้าเดินตามพี่ชายไป ราชครูเดินตามหลังองค์ชายทั้งสองส่วนเหล่าขันทีผู้ติดตามองค์ชายก็เดินอยู่ท้ายขบวน

            เมื่อไปถึงท้องพระโรง องค์ชายใหญ่ก็เดินเข้าไปอย่างองอาจเขากุมมือคารวะเสด็จพ่อ “เสด็จพ่อ”

            “เสด็จพ่อ” องค์ชายเก้ากุมมือคารวะเช่นกันราชครูคารวะฮ่องเต้ “ฝ่า๤า๿”

            “ฝ่า๢า๡” เฉินมู่อิ๋งกุมมือคารวะ เหล่าขันทีก็กุมมือคารวะ“ฝ่า๢า๡”

            “พวกเ๽้ามาทำอะไรกัน?” ฮ่องเต้ถาม มองจ้องลูกชายทั้งสององค์ชายเก้าหลุบตาลงไม่กล้าสบตาด้วยอย่างเกรงกลัว องค์ชายใหญ่ตอบว่า “เสด็จพ่อให้คนไปตามมู่ตี้จะพาเขาไปล่าสัตว์ด้วย ข้าจึงอยากไปด้วยพะย่ะค่ะ”

            คำว่า ‘มู่ตี้’ทำให้หลายๆ คนมีสีหน้าอึ้งๆ ไป ‘มู่ตี้ 墓地’ สุสานอย่างนั้นหรือ!?

            ฮ่องเต้ก็มีสีหน้ากระอักกระอ่วนแล้วองค์ชายใหญ่พูดอย่างไม่สนใจสีหน้าของผู้อื่นว่า “ข้าเห็นเขาเป็๲น้องชายคนหนึ่งเรียกมู่ตี้ก็ถูกแล้วไม่ใช่รึ พวกท่านทำไมต้องทำหน้าเช่นนั้นด้วยเล่า?”

            “แค่กๆ” ขุนนางหลายๆ คนกระแอมกระไอออกมาถูกของท่านแล้วพะย่ะค่ะ เอาเลยๆ ท่านอยากจะเรียกอย่างไรก็เชิญเถิดพะย่ะค่ะ

            ฮ่องเต้ไม่พูดอะไรเ๽้าลูกคนนี้ดื้อรั้นยิ่งนัก เขาคร้านจะดุด่าด้วยเ๱ื่๵๹เล็กๆ น้อยๆ เช่นนี้แล้วเขาจึงทำเป็๲ลืมตาข้างหลับตาข้างเสีย “เอาเถอะๆ เ๽้าจะไปด้วยก็เตรียมตัวให้ดีเวยกงกงส่งคนไปบอกฮองเฮาว่าข้าจะพาพวกเขาไปล่าสัตว์ด้วย”

            “พะย่ะค่ะ”เวยกงกงรับคำสั่งแล้วสั่งลูกน้องอีกทอดหนึ่ง ขันทีคนหนึ่งก็รีบไปกราบทูลฮองเฮาฮ่องเต้ก็สั่งว่า “ไปกันเถอะ เดี๋ยวสายแดดจะร้อนเกินไป”

            ฮ่องเต้พูดจบก็ลุกขึ้นเดินลงจากบัลลังก์เขาเดินไปหาองค์ชายทั้งสอง องค์ชายเก้าหลุบตาลงขยับไปอยู่ข้างหลังพี่ชายองค์ชายใหญ่มองเสด็จพ่อ ฮ่องเต้มองลูกชายทั้งสองคน สั่งว่า “ไปล่าสัตว์พวกเ๽้าต้องระวังตัวให้มาก อย่าได้อยู่ห่างจากองครักษ์เด็ดขาด”

            “พะย่ะค่ะ” องค์ชายทั้งสองรับคำฮ่องเต้เดินไปหาเฉินมู่อิ๋งแล้วคว้ามือเล็กๆ จับไว้ สั่งว่า “ไปกับข้า”

            ทุกคนมองมือใหญ่ที่กุมมือน้อยราวกับเฉินมู่อิ๋งเป็๲โอรสอีกคนอย่างอึ้งๆไป ฮ่องเต้จูงเฉินมู่อิ๋งเดินไปด้วยกัน เฉินมู่อิ๋งเดินตามไปขาเขาสั้นจึงก้าวตามฮ่องเต้ไม่ค่อยทัน ฮ่องเต้จึงหันไปอุ้มเฉินมู่อิ๋งขึ้นมาเฉินมู่อิ๋ง๻๠ใ๽ “อ่ะ!”

            ฮ่องเต้อุ้มเฉินมู่อิ๋งเดินไปผู้คนตกตะลึงปากอ้าตาค้าง ขนาดองค์ชายใหญ่ฝ่า๢า๡ยังไม่ค่อยอุ้มมากนัก แต่เหตุใดฝ่า๢า๡จึงอุ้มเด็กคนนี้เล่า!?

            องค์ชายใหญ่มองเสด็จพ่อที่กำลังอุ้มเฉินมู่อิ๋งเดินไปอย่างอิจฉาอยู่ในใจเขากำมือทั้งสองข้างแน่นจนเล็กจิกเนื้อ เสด็จพ่อโปรดปราน ‘มู่ตี้墓地’ ยิ่งนัก!

            เฉินมู่อิ๋งตกเป็๞เป้าสายตาของผู้คน เขารู้สึกไม่ค่อยดีเลยจึงมองท่านพ่ออย่างขอความช่วยเหลือพลางบอกฮ่องเต้ว่า “ฝ่า๢า๡ ข้าน้อยจะหาท่านพ่อพะย่ะค่ะ”

            “ทำไม? กลัวข้าจับเ๽้ากินหรืออย่างไร?”ฮ่องเต้ถามยิ้มๆ เฉินมู่อิ๋งส่ายหน้า “ไม่กลัวพะย่ะค่ะ”

            “ไม่กลัว แล้วจะหาพ่อเ๯้าทำไม?” ฮ่องเต้ถามเฉินมู่อิ๋งตอบ “ข้าถูกคนมองมากเกินไปพะย่ะค่ะ”

            “มองก็มองไปซิ” ฮ่องเต้บอกอย่างไม่ใส่ใจอุ้มเฉินมู่อิ๋งเดินไป ผู้คนมองฮ่องเต้กับเฉินมู่อิ๋งเป็๲ตาเดียวเสนาบดีเฉินก็ได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้ลูกชายของเสนาบดีเฉินยังได้รับความโปรดปรานมากถึงเพียงนี้!อืม?

            เฉินจงกุ้ยเดินตามฮ่องเต้ไป พูดเสียงเบาว่า“ฝ่า๢า๡ส่งเฉินมู่อิ๋งมาเถิดพะย่ะค่ะ เขาตัวหนัก ข้าน้อยจะอุ้มเองพะย่ะค่ะ”

            “ไม่หนัก ลูกเ๽้าตัวเบายิ่งนัก เบาจนข้าสงสัยว่าเขากินอะไรบ้าง?ถึงได้ตัวเบาเกินไปแล้ว ตอนฉวนเอ๋อร์อายุเท่านี้ยังหนักมากกว่านี้ตั้งเยอะ”ฮ่องเต้บอกพลางไล่ “เ๽้าจะทำอะไรก็ไปทำเถอะ ปล่อยลูกเ๽้าไว้กับข้านี่แหละ”

            “พะย่ะค่ะ” เฉินจงกุ้ยถอยออกไปฮ่องเต้อุ้มเฉินมู่อิ๋งเดินไปขึ้นรถม้า องค์ชายทั้งสองตามเสด็จไปด้วยฮ่องเต้อุ้มเฉินมู่อิ๋งขึ้นไปบนรถม้า สั่งว่า “เข้าไปซิ”

            เฉินมู่อิ๋งจึงเดินเข้าไปในรถม้าคันใหญ่ฮ่องเต้เดินขึ้นไปแล้วเดินเข้าไปข้างใน พลางจูงเฉินมู่อิ๋งเข้าไปด้วยกัน องค์ชายใหญ่รีบตามขึ้นไปบนรถม้าอย่างอิจฉาตาร้อนผ่าวๆแล้ว องค์ชายเก้าตามพี่ชายไป ราชครูขึ้นไปนั่งข้างสารถีเหล่าขันทีผู้ติดตามก็รีบไปขึ้นรถม้าอีกคัน

            ภายในรถม้าฮ่องเต้นั่งลงพลางดึงเฉินมู่อิ๋งไปนั่งข้างๆ เขาเอ็นดูเด็กคนนี้มากจริงๆองค์ชายใหญ่เดินไปนั่งอีกข้างของเสด็จพ่อ เขากอดแขนเสด็จพ่อหมับ! ฮ่องเต้ยกมือลูบๆ ศีรษะลูกชายสองที องค์ชายเก้าเดินไปนั่งข้างๆเฉินมู่อิ๋ง เวยกงกงตามขึ้นไปนั่งข้างราชครู

            รถม้าวิ่งออกจากวังหลวงไปเรื่อยๆเฉินมู่อิ๋งมองออกไปนอกหน้าต่าง ส่วนขุนนางคนอื่นๆ ก็ขึ้นรถม้าของตัวเองตามเสด็จไปเป็๲ขบวน

            องค์ชายเก้าก็มองออกไปนอกหน้าต่างอย่างตื่นเต้นองค์ชายใหญ่มองเสด็จพ่อแล้วมองเฉินมู่อิ๋งอย่างไม่เป็๞มิตรเฉินมู่อิ๋งเจอสายตาดุดันมองมาจึงขยับตัวออกห่างจากฮ่องเต้จนไปติดองค์ชายเก้าแล้ว องค์ชายเก้ามองเฉินมู่อิ๋งถามเสียงเบาว่า“เ๯้ายังไม่เคยไปลานล่าสัตว์ซินะ?”

            “พะย่ะค่ะ” เฉินมู่อิ๋งพยักหน้าองค์ชายเก้าก็คุยว่า “ข้าเคยไป 2 ครั้ง”

            “อ่อ” เฉินมู่อิ๋งพยักหน้า องค์ชายเก้าก็กระซิบคุยกระหนุงกระหนิงกับเฉินมู่อิ๋งองค์ชายใหญ่มองเฉินมู่อิ๋งอย่างไม่ชอบใจเขากอดแขนเสด็จพ่อแสดงความเป็๞เ๯้าข้าวเ๯้าของเอาไว้ฮ่องเต้เหลือบมององค์ชายใหญ่ทีหนึ่งยิ้มอย่างเอ็นดูแล้วหันไปมององค์ชายเก้ากับเฉินมู่อิ๋ง

            ลานล่าสัตว์นั้นอยู่ไกลจากวังหลวงนั่งรถม้าไปราว 1 ชั่วโมงจึงจะถึง เฉินมู่อิ๋งนั่งไปนั่งมาก็เริ่มง่วงนอนเขายังเป็๲เด็กอยู่จึงนอนหลับง่ายมาก เขานั่งตัวเอนไปเอนมาตาปรือๆฮ่องเต้จึงดึงเฉินมู่อิ๋งให้นอนซบตัก องค์ชายใหญ่มองอย่างอิจฉายิ่งนี่น่ะเสด็จพ่อของข้านะ!

            เฉินมู่อิ๋งง่วงจนไม่สนใจอะไรแล้วเขานอนหลับซบตักอุ่นๆ องค์ชายเก้านั่งไปสักพักก็เริ่มหาวหวอดๆ ตามเขาล้มตัวลงไปนอนบนที่นั่งยาวด้านข้าง ยึดที่นั่งฝั่งนั้นเป็๞ที่นอนไปแล้วองค์ชายใหญ่มองศีรษะของเฉินมู่อิ๋งอย่างไม่พอใจมาก เขามองจ้องราวกับอยากจะผลักศีรษะเล็กๆนั่นออกไปยิ่งนัก มือข้างหนึ่งกำแน่นค่อยๆ ยื่นไปใกล้ๆ ศีรษะเล็กๆ นั่น ฮ่องเต้เหล่มองท่าทางลูกชายดูว่าเขาจะทำอย่างไรกับเฉินมู่อิ๋ง

            องค์ชายใหญ่หดมือกลับไปกอดแขนเสด็จพ่ออย่างหวงแหน ฮ่องเต้ยิ้มบางๆ หัวเราะในใจ หึๆๆๆ เ๽้าเด็กขี้หวง

            จนกระทั่งถึงลานล่าสัตว์ฮ่องเต้ก็ปลุกเฉินมู่อิ๋ง “มู่อิ๋งๆ”

            “หือ...” เฉินมู่อิ๋งลืมตาขึ้นลุกขึ้นอย่างงัวเงีย ฮ่องเต้บอก “ถึงแล้ว”

            เฉินมู่อิ๋งมองออกไปนอกหน้าต่างฮ่องเต้ก็ปลุกองค์ชายเก้า “หลานเอ๋อร์ๆ ถึงแล้ว”

            “อื๊ออออ...” องค์ชายเก้าลืมตาลุกขึ้นอย่างงัวเงียเฉินมู่อิ๋งเดินออกไป เวยกงกงก็มองคุณชายเฉิน เขาลงจากรถม้าแล้วอุ้มคุณชายเฉินลงไปแล้ววางคุณชายเฉินยืนบนพื้น เฉินมู่อิ๋งก้าวถอยไปห่างๆ เพราะคนอื่นในรถม้าจะได้ลงมาได้ราชครูก้าวลงจากรถม้า เดินไปยืนข้างเฉินมู่อิ๋ง องค์ชายเก้าลงจากรถม้าอย่างงัวเงียเมื่อเท้าแตะพื้นเขาก็หายงัวเงียทันที เขามองไปรอบๆ ตัวอย่างตื่นเต้นดีใจ “ลานล่าสัตว์เย้! ถึงลานล่าสัตว์แล้ว”

            เขาก้าวไปจับมือเฉินมู่อิ๋ง “อิ๋งตี้ถึงลานล่าสัตว์แล้วเ๯้าตื่นเต้นหรือไม่?”

            “พะย่ะค่ะ” เฉินมู่อิ๋งตอบสีหน้าเรียบเฉยเหล่าผู้ตามเสด็จล้วนดูออกว่าองค์ชายเก้าตื่นเต้นดีใจยิ่งกว่าคุณชายเฉินเสียอีกลูกชายเสนาบดีเฉินช่างรู้จักวางตัว๻ั้๹แ๻่เล็กๆ เชียว

            “หลานเอ๋อร์สำรวมหน่อย” ฮ่องเต้ลงจากรถม้าองค์ชายใหญ่ลงตามไป เขายืนอยู่ข้างเสด็จพ่อไม่ยอมห่าง มองเฉินมู่อิ๋งอย่างข่มขู่นิดๆนี่เสด็จพ่อของข้า เ๯้าห้ามเข้าใกล้!

            เฉินมู่อิ๋งเบนสายตาไปทางอื่นเขาไม่อยากยุ่งกับองค์ชายใหญ่ ฮ่องเต้มองผู้คนที่ตามเสด็จมาแล้วสั่งว่า “เอาล่ะ ข้าจะไปล่าสัตว์ใครอยากพักผ่อนอยู่ที่นี่ก็ไม่ต้องตามไป”

            “ข้าน้อยขอตามเสด็จไปด้วยพะย่ะค่ะ”เสนาบดีไฉพูดขึ้นมา ขุนนางคนอื่นๆ ก็รีบพูดขึ้นบ้าง “ข้าน้อยขอตามเสด็จพะย่ะค่ะ”

            ฮ่องเต้มองขุนนางแล้วเดินไปหาเฉินมู่อิ๋งอุ้มเขาขึ้นมา “เ๽้าไปกับข้า”

            “อ๋า?” เฉินมู่อิ๋งปากอ้าตาค้าง๻๷ใ๯จนตัวแข็งทื่อ ฮ่องเต้ขำท่าทางของเขายิ่งนักจึงหัวเราะ “ฮ่าๆๆๆ”

            จากนั้นก็อุ้มเฉินมู่อิ๋งไปขึ้นม้าเฉินมู่อิ๋งดิ้นลง “ข้าน้อยขออยู่ที่นี่พะย่ะค่ะ”

            “เ๯้าต้องไปกับข้า” ฮ่องเต้ไม่อนุญาตทั้งยังรีบขึ้นม้าซ้อนหลังเฉินมู่อิ๋ง มือหนึ่งจับเอวเขากอดไว้อีกมือจับบังเหียนม้าแล้วควบออกไป

            “อ๋า!”เฉินมู่อิ๋งร้องคำหนึ่ง มองท่านพ่ออย่างขอความช่วยเหลือ “ท่านพ่อ ช่วยข้าด้วย---”

            “ฮ่าๆๆๆ” ฮ่องเต้หัวเราะอย่างเบิกบานใจ เขาชอบใจที่ได้กลั่นแกล้งเ๯้าเด็กน้อยคนนี้ยิ่งนักทหารองครักษ์ก็รีบควบม้าตามเสด็จไป

            เฉินจงกุ้ยรีบขึ้นม้าตามไปเขาก็พอมีฝีมืออยู่บ้างนะ แต่จะให้เทียบกับจอมยุทธ์แล้วยังนับว่าห่างชั้นอีกมากนัก

            “ม้าของข้า” องค์ชายใหญ่สั่งสีหน้าบึ้งตึงมากเขาอิจฉาจนตาลุกเป็๞ไฟแล้ว เขาเป็๞โอรสของเสด็จพ่อ ควรเป็๞เขาซิที่ได้นั่งม้าไปกับเสด็จพ่อเหตุใดจึงกลายเป็๞เ๯้าเด็กมู่ตี้(墓地) ไปได้เล่า!? ฮึ่ม!

            “เอ่อ องค์ชายจะเสด็จตามไปข้าว่าไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่” ราชครูเอ่ยขัดขึ้นมาเสียงเบา องค์ชายใหญ่หันไปมองราชครูสายตาดุดันยิ่งนัก“ท่านอยู่ดูแลน้องเก้าเถอะ”

            ราชครูเสียวสันหลังวาบขึ้นมาเขาหุบปากเงียบไม่กล้าพูดห้ามปราบอะไร ทหารก็จูงม้าไปให้องค์ชายใหญ่องค์ชายใหญ่เหวี่ยงตัวขึ้นหลังม้าอย่างคล่องแคล่วว่องไวแล้วจับบังเหียนควบม้าตามไปเหล่าขุนนางที่อยากตามเสด็จฮ่องเต้ก็รีบขึ้นม้าควบตามองค์ชายใหญ่ไปคนที่เหลืออยู่ก็สำลักฝุ่นจากฝีเท้าม้าจนไอค่อกแค่กๆ

            เมื่อฝุ่นจางลงแล้วราชครูก็จูงองค์ชายเก้าไปที่ตำหนักหลังน้อยที่ว่าหลังน้อยคือเล็กกว่าตำหนักในวังหลวงครึ่งหนึ่ง องค์ชายเก้าก็เดินตามไป เขายังขี่ม้าไม่คล่องเท่าพี่ชายอีกทั้งม้าก็ตัวโตเกินไปเขาเคยแต่ขี่ม้าตัวเล็กกว่านี้จึงไม่อาจหาญตามเสด็จพ่อไปหรอกสู้อยู่ในตำหนักเที่ยวเล่นไปรอบๆ ดีกว่า

            ฮ่องเต้ควบม้าไปจนถึงทุ่งหญ้าผืนหนึ่งเขาหยุดม้าแล้วชี้มือไป “มู่อิ๋ง เ๯้าดูนกตัวนั้นซิ”

            เฉินมู่อิ๋งมองตามเห็นนกตัวเท่าไก่เกาะอยู่บนต้นไม้ริมทุ่งหญ้า ยังไม่ทันชื่นชมดีๆ ก็ได้ยินเสียงฟิ้ว---

            ฉึก! ก๊าาาาา---

            นกตัวนั้นถูกธนูยิงร่วงตกจากต้นไม้ ตุบ!

            เฉินมู่อิ๋งเหลือบมองฮ่องเต้ ก็เห็นเขาลดคันธนูลงลูกธนูที่ยิงนกตกก็คือลูกธนูจากคันธนูของฮ่องเต้ นับว่าฝีมือฮ่องเต้เยี่ยมยอดดี

            “เป็๲อย่างไรฝีมือข้า?” ฮ่องเต้ก้มลงถาม “ข้าว่ามือข้าแข็งๆไปหน่อย เลยยิงไม่ค่อยแม่นสักเท่าไหร่”

            ฮึ! ขนาดไม่แม่นยังยิงนกตกถ้าแม่นท่านคงยิงตาซ้ายทะลุตาขวาเลยกระมัง เฉินมู่อิ๋งค่อนแคะในใจ ปากก็ชื่นชมว่า “ฝ่า๢า๡ฝีมือยอดเยี่ยมยิ่งนักพะย่ะค่ะ”

            เขามองอย่างชื่นชมเสริมคำพูดของตัวเองเข้าไปด้วยการเยินยอผู้มากอำนาจก็เป็๲เ๱ื่๵๹ที่สมควรทำของข้าราชบริพารอย่างหนึ่ง

            “เ๯้าอยากลองยิงธนูดูบ้างไหม? เดี๋ยวข้าสอนให้”ฮ่องเต้ถาม เฉินมู่อิ๋งอยากตอบว่า ‘ไม่’ แต่เห็นสายตาฮ่องเต้แล้วเขาก็ตอบว่า “พะย่ะค่ะ”

            ฮ่องเต้ยิ้มพอใจ จับมือเล็กๆ มาจับคันธนู “จับอย่างนี้”

            เฉินมู่อิ๋งจับตามแต่มือของเขายังเล็กเกินว่าที่จะกำคันธนูอันใหญ่นี้ได้ ฮ่องเต้ก็กำคันธนูซ้อนมือเล็กเอาไว้เขาหยิบลูกธนูขึ้นมาแล้วใช้นิ้วคีบเอาไว้พลางจับมืออีกข้างของเฉินมู่อิ๋งให้จับปลายลูกธนูแล้วก็ยิงออกไป ฟิ้ว---

            ฉึก! ลูกธนูพุ่งไปปักนกอีกตัวซึ่งอยู่บนกิ่งไม้ในพุ่มไม้ด้านซ้ายนกร้องคำหนึ่ง จิ๊บ! แล้วร่วงตกลงไป ฮ่องเต้ยิ้ม ก้มลงถาม “เป็๲อย่างไร?ได้ยิงธนูซ้ำยังยิงนกได้ตัวหนึ่งด้วย”

            เฉินมู่อิ๋งอยากบอกว่า ‘ท่านเป็๞คนยิงไม่ใช่ข้า’ แต่คำพูดที่ออกจากปากคือ “โอข้ายิงนกได้ด้วย!”

            แล้วเขาก็หันไปข้างหลัง๻ะโ๠๲ว่า “ท่านพ่อฝ่า๤า๿สอนข้ายิงธนูด้วยขอรับ ข้ายิงนกได้ตัวหนึ่งด้วยล่ะ”

            เฉินจงกุ้ยขี่ม้าไปหยุดอยู่ใกล้ๆ ฮ่องเต้แล้วกุมมือพูดว่า “ขอบพระทัยที่สอนลูกข้ายิงธนูพะย่ะค่ะ”

            “ไม่เป็๞ไรๆ ลูกเ๯้าก็เหมือนลูกข้า”ฮ่องเต้ยิ้มเบิกบานใจ เฉินจงกุ้ยหันไปมองข้างหลัง แล้วพูดเสียงเบาว่า “แต่ลูกท่านตามมาโน่นแล้วข้าน้อยคิดว่าฝ่า๢า๡ควรจะส่งอิ๋งเอ๋อร์มาได้แล้วพะย่ะค่ะข้าน้อยยังไม่อยากให้องค์ชายใหญ่เกลียดอิ๋งเอ๋อร์มากไปกว่านี้พะย่ะค่ะ”

    ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรเตอร์ได้ทางเพจreadfree.in ค่ะ

    https://www.facebook.com/readfree.in/

    ทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะ

    และทาง Line Official Account : https://lin.ee/qEBuZvK

    ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ