ความเงียบที่โรยตัวอยู่ ณ ชายขอบของลานกว้างนั้น หนักอึ้งและกดดันยิ่งกว่าการเผชิญหน้ากับทหารนับร้อย
คำอินทร์ถ่ายทอดข้อมูลที่เขาเพิ่งค้นพบให้แก่หน่วยกล้าตายของเขาฟังด้วยเสียงกระซิบที่เบาที่สุด
เขาบอกว่าเบื้องหน้า ณ ประตูทางเข้ากระโจมของเนเมียวสีหบดี ไม่ได้มีเพียงทหารหลวงตัตมะดอว์ที่เก่งกาจเท่านั้น แต่ยังมีจอมอาคมผู้หนึ่งทำหน้าที่เป็นองครักษ์คนสุดท้ายอยู่
เหล่าทหารองครักษ์ผู้มากประสบการณ์ต่างมีสีหน้าเคร่งขรึมขึ้น พวกเขาไม่กลัวการต่อสู้ ไม่กลัวความตาย แต่การต้องเผชิญหน้ากับผู้ใช้มนตราอาคม มันคือสงครามอีกรูปแบบหนึ่งที่ดาบและทวนไม่อาจรับมือได้โดยง่าย
แต่ถึงกระนั้น ในแววตาของพวกเขาก็ไม่มีความหวาดกลัว มีเพียงความเชื่อมั่นในตัวผู้นำหนุ่มของพวกเขาอย่างเต็มเปี่ยม
คำอินทร์ใช้จิตสัมผัสกระแสของเขา สำรวจพลังของผู้พิทักษ์ลึกลับคนนั้นอย่างละเอียดอีกครั้งพลังของมันแปลกประหลาดไม่เหมือนใครที่เขาเคยเจอมันไม่ใช่พลังที่ร้อนแรงดุจเพลิงนรกของอ่องเมี้ยะและไม่ใช่พลังที่เย็นเยียบอำมหิตดุจอสรพิษของสะโดะ
แต่กระแสพลังนี้มันกลับให้ความรู้สึกเหมือนดินที่ชื้นแฉะเหมือนไม้ที่กำลังผุพังและเหมือนเชื้อราที่กำลังเติบโตในความมืด
มันคือพลังแห่งธรรมชาติแต่เป็นธรรมชาติในด้านที่เสื่อมสลายและเน่าเปื่อย...
เขารู้ได้ทันทีว่าเหล่าทหารของเขาไม่สามารถต่อกรกับอาคมสายนี้ได้เลย
"ข้าจะจัดการมันเอง" คำอินทร์กล่าวกับหัวหน้าหน่วยองครักษ์ "พวกท่านรออยู่ที่นี่ข้าจะเป็นคนล่อมันออกมาจากหน้ากระโจมและเมื่อข้าส่งสัญญาณ หน้าที่ของพวกท่านคือจัดการทหารยามที่เหลือแล้วเปิดทางไปยังกระโจมของเนเมียวสีหบดีให้เร็วที่สุด"
มันคือแผนการที่เสี่ยงอันตรายคือการที่เขาจะต้องเอาตัวเองเข้าแลกเพื่อสร้างโอกาสให้แก่ทีม
หัวหน้าหน่วยองครักษ์พยักหน้ารับคำอย่างหนักแน่นเขาไว้ใจการตัดสินใจของอสุราน้อยโดยไม่มีข้อโต้แย้ง
แล้วคำอินทร์ก็ก้าวออกจากเงามืดแต่เพียงผู้เดียว
เขาไม่ได้วิ่ง ไม่ได้ย่องแต่กลับเดินอย่างสงบและเปิดเผยก้าวเข้าไปในลานกว้างที่สว่างไสวไปด้วยแสงคบเพลิง
การกระทำอันอหังการของเขาส่งผลให้ทหารหลวงตัตมะดอว์ทุกคนที่เฝ้ายามอยู่หันมามองเป็นตาเดียว!
พวกมันรีบยกหอกและดาบขึ้นเตรียมพร้อมที่จะเข้าจับกุมผู้บุกรุกที่กล้าหาญชาญชัยถึงเพียงนี้!
"หยุด!"
แต่ก่อนที่ทหารเหล่านั้นจะได้ทันขยับก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น มันไม่ใช่เสียงตวาดแต่เป็นเสียงที่แหบพร่าและเก่าแก่ราวกับเสียงใบไม้แห้งที่เสียดสีกัน
ร่างของชายชราผู้หนึ่งค่อยๆ ก้าวออกมาจากเงามืดหน้ากระโจมของแม่ทัพใหญ่
เขาสวมใส่ผ้าคลุมสีน้ำตาลเก่าคร่ำคร่า ร่างกายผ่ายผอมจนเห็นกระดูก เส้นผมและเคราเป็นสีขาวโพลนยาวรุงรัง แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือดวงตาของเขา มันเป็นสีขาวขุ่นมัวทั้งสองข้าง ราวกับคนตาบอด
ทว่าคำอินทร์กลับรู้ดีว่าชายชราผู้นี้ "มองเห็น" ทุกสิ่งทุกอย่างได้ชัดเจนยิ่งกว่าคนตาดีเสียอีก...ในมือของเขาถือไม้เท้าที่ทำจากรากไม้ซึ่งบิดเบี้ยวเป็นรูปร่างประหลาด
"มันเป็นของข้า" ชายชรากล่าวกับเหล่าทหารองครักษ์ "พวกเจ้าเฝ้ากระโจมต่อไป ข้าจะจัดการกับหนูตัวนี้เอง"
เหล่าทหารหลวงรีบก้มศีรษะให้ด้วยความยำเกรงแล้วถอยกลับไปประจำตำแหน่งเดิม ปล่อยให้พื้นที่กลางลานกว้าง กลายเป็นเวทีประลองระหว่างจอมอาคมสองวัย
ชายชราหัน "ดวงตา" ที่ขาวขุ่นของตนมาทางคำอินทร์...แล้วยิ้ม เผยให้เห็นเหงือกที่ดำคล้ำและฟันที่หลอเหลือน้อยเต็มที
"ในที่สุดเจ้าก็มา ข้ารู้สึกได้ถึงพลังของเจ้า ตั้งแต่ที่เจ้าเหยียบย่างเข้ามาในค่ายชั้นในแล้ว พลังของแผ่นดิน ช่างเป็นพลังที่น่าลิ้มลองเสียจริง"
คำอินทร์ไม่ได้ตอบ เขาเพียงแค่ชักดาบออกมา แล้วตั้งท่าเตรียมพร้อม
"เด็กหนุ่มผู้หุนหัน ดี เช่นนั้นก็มาเริ่มกันเลย"
พูดจบชายชราก็กระทืบไม้เท้าในมือลงบนพื้นดินหนึ่งครั้ง!
ครืดดดด!
พื้นดินศิลาแลงที่แข็งแกร่ง พลันปริแตกออก! แล้วปรากฏเป็นเถาวัลย์สีดำทมิฬขนาดเท่าแขนคนจำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งขึ้นมา! ปลายของมันแหลมคมราวกับหอก!
เถาวัลย์เหล่านั้นพุ่งเข้าใส่คำอินทร์จากทุกทิศทาง หมายจะเสียบร่างของเขาให้พรุน!
คำอินทร์รีบใช้ย่างสามขุมเพื่อหลบหลีก เขากระโดดหลบไปด้านข้าง แต่เถาวัลย์เหล่านั้นกลับไล่ตามราวกับมีชีวิต!
เขาตวัดดาบฟันมันทิ้ง! แต่เมื่อฟันขาดไปเส้นหนึ่ง มันกลับงอกขึ้นมาใหม่สองเส้น!
"วายุคม!"
เขาสร้างใบมีดสายลมขึ้นมาเพื่อตัดเถาวัลย์ที่พุ่งเข้ามา แต่ในขณะที่เขากำลังง่วนอยู่กับการป้องกัน ชายชราก็ร่ายอาคมบทต่อไป!
มันยกมือที่เหี่ยวย่นขึ้นมาพ่นลมออกจากปาก ปรากฏเป็นกลุ่มสปอร์สีเขียวเรืองแสงลอยฟุ้งออกมาในอากาศ มันคือสปอร์พิษที่ทำให้เกิดภาพหลอนและอาการวิงเวียน!
คำอินทร์รีบกลั้นหายใจแล้วใช้พลังวายุคมพัดพาสปอร์เหล่านั้นให้กระจายไป แต่การต้องรับมือกับการโจมตีสองรูปแบบพร้อมกัน ก็ทำให้เขาเริ่มเสียสมาธิ!
และในจังหวะนั้นเอง ชายชราก็ได้ฉวยโอกาส!
เถาวัลย์สีดำสายหนึ่งที่ซ่อนอยู่ใต้ดิน ได้พุ่งขึ้นมาอย่างรวดเร็วโดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว! มันไม่ใช่การแทง แต่เป็นการฟาด!
เพี๊ยะ!
เถาวัลย์นั้นฟาดเข้าที่ต้นแขนขวาของคำอินทร์อย่างจัง! เกราะแขนหนังที่เขาสวมใส่ไม่สามารถป้องกันได้! หนามแหลมคมของมันเกี่ยวลึกเข้าไปในเนื้อ สร้างความเจ็บปวดแสบร้อนอย่างรุนแรง!
"อึก!"
คำอินทร์ร้องออกมา เขารู้สึกได้ทันทีว่ามันไม่ใช่แค่หนามธรรมดา ปลายหนามนั้นอาบไว้ด้วยยาพิษ!
เขารู้สึกว่าแขนข้างที่ถือดาบเริ่มชาและหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ!
"ฮ่าๆๆๆ" ชายชราหัวเราะอย่างพึงพอใจ "พิษของข้าจะค่อยๆ ไหลเวียนไปทั่วร่างของเจ้า ทำให้กล้ามเนื้อของเจ้าอ่อนแรงและสติของเจ้าเลือนลาง อีกไม่นานเจ้าก็จะกลายเป็นเพียงหุ่นเชิดที่ไร้วิญญาณของข้า"
คำอินทร์รีบถอยห่างออกมาตั้งหลัก เขารู้แล้วว่าเขาไม่สามารถสู้กับจอมอาคมเฒ่าผู้นี้ซึ่งๆ หน้าได้ โดยเฉพาะในสภาพที่เขาบาดเจ็บและถูกพิษเช่นนี้
เขาต้องใช้แผนการ เขาต้องล่อมันออกจากที่นี่!
คิดได้ดังนั้น คำอินทร์ก็แสร้งทำเป็นตื่นตระหนกและหวาดกลัว เขาหันหลังกลับ แล้ววิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต มุ่งหน้ากลับไปยังทิศทางของโรงเก็บอาวุธที่เขาจากมา
ชายชราเห็นดังนั้นก็แสยะยิ้มออกมา มันคิดว่าเหยื่อติดเบ็ดแล้ว
"คิดจะหนีรึ เจ้าหนู เจ้าหนีไม่พ้นพิษของข้าไปได้หรอก"
มันไม่รอช้า รีบออกวิ่งตามร่างของคำอินทร์ไปทันที โดยสั่งให้ทหารหลวงเฝ้ากระโจมแม่ทัพไว้ตามเดิม เพราะมันมั่นใจว่าจะสามารถจัดการกับเด็กหนุ่มที่ถูกพิษนี้ได้ด้วยตัวคนเดียว
มันได้ก้าวเข้ามาสู่กับดักของคำอินทร์โดยที่ไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อย
ณ เงามืดของโรงเก็บอาวุธ หัวหน้าหน่วยองครักษ์มองเห็นภาพทั้งหมด เขาเห็นผู้นำของตนกำลังล่อศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดให้ออกห่างจากเป้าหมายได้สำเร็จ
นี่คือสัญญาณ!
เขาหันไปพยักหน้าให้กับทหารที่เหลือ แววตาของทุกคนเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว
บัดนี้ภารกิจในส่วนของพวกเขากำลังจะเริ่มต้นขึ้น ในขณะที่ผู้นำของพวกเขานั้น กำลังจะต้องเผชิญหน้ากับความตายที่เกิดจากพิษร้ายแต่เพียงลำพัง