กลุ่มชายหนุ่ม จัดงานยิงธนู พวกเขาก็ยังพยายามเรียกหาลูกค้า ไม่ขาด ทว่า เหมือนว่ากลุ่มคนจะรับรู้กันจนหมดแล้ว จึงไม่มีใครให้ความสนใจ มีเพียงมองชมเรื่องสนุกเท่านั้นว่าจะมีผู้ใด เดินเข้ามาติดกับดัก ในยามนี้อีกหรือไม่
อี้เฉิน ที่เห็นว่าในแหวนมิติของเขายังมีหินเซียน อยู่ร่วมๆ แสนก้อนจากการได้มาจากภายในโลกปราณจิต เขาปรี่ตรงไปที่ ชายหนุ่มจัดงานยิงธนูในทันที
"พี่ชายท่านลดให้ข้าหน่อยได้หรือไม่" อี้เฉินเปล่าออกไปด้วยสายตา อ้อนวอน
ครั้นชายหนุ่ม เห็นสภาพของอี้เฉิน เขากวาดตา มองตรวจสอบ ร่างกายชายหนุ่มอย่างถี่ถ้วน ในทันที ก่อนเขาจะยกยิ้มขึ้น ครั้นเห็นหนุ่มน้อยร่างกายผอมบาง กายาเต็มไปด้วยบาดแผลเหมือนจะอยู่ในขั้นพลังกษัตริย์ "ก็ได้ ข้าถือว่าให้เจ้าเป็นกรณีพิเศษเจ้าหนุ่มน้อย จ่ายมา5,000หินเซียน เจ้าพอใจหรือไม่"
"ขอบคุณพี่ชายมาก" อี้เฉินกล่าวออกไปด้วยรอยยิ้ม ก่อนนำหินเซียนออกมากองให้ชายหนุ่ม ที่อยู่ตรงหน้า
กลุ่มที่รอดู เรื่องสนุกต่างยกยิ้ม ครั้นเห็นชายหนุ่มอัปลักษณ์ ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง เข้ามาอยู่ในกับดักด้วยตนเองเสียอย่างนั้น "ไอ้หน้าเห่ย เองไม่รู้หรือวะ ว่าเองกำลังจะถูกเชือด" ชายหนุ่มที่ดูชม ส่ายหัวออกมาในทันที
ทว่าอี้เฉินกลับไม่ได้สนใจเสียงของผู้คนเอ่ยเตือนเท่าใดนัก ยื่นมือไปรับเกาทัณฑ์เก่ามาไว้ในมือ อย่างไม่มีท่าทีสะทกสะท้าน ก่อนชายหนุ่มผู้จัดงานจะยกยิ้ม "เจ้ารู้กติกาใช่หรือไม่ หนุ่มน้อย"
อี้เฉินพยักหน้ารับคำในทันที เมื่อเขาที่เตรียมจะง้างคันศรออกไป เบื้องหน้าเตรียมที่จะยิงเป้าหมาย
ฝูงชนโดยรอบ ให้ความสนใจไปที่กลุ่มคน ที่มาเยือนยังสถานที่แห่งนี้ ในทันที จนรอบๆ เต็มไปด้วยเสียงพูดคุยดัง อึกทึกครึกโครม เมื่อเห็นผู้สูงส่งย่างกรายลงมา "นั้นมันนางฟ้า เยว่ชิงเซียนไม่ใช่หรือ ไหนจะองค์ชายใหญ่ ชิงไป๋ยี่นั้นอีก ส่วนนั้นก็องค์ชายซือจงเทียนไม่ใช่หรือ เหตุใดพวกเขามาเยือนยังสถานที่แห่งนี้เล่า"
ทว่าเมื่ออี้เฉินปรายตาออกไปมอง สองหนุ่มเกี้ยวพาราสี เยว่ชิงเซียนอยู่ไม่ห่าง จู่ๆ มันก็ทำให้เขารู้สึกหึงหวง นางขึ้นมาเล็กๆ จนเกิดโทสะ ทว่าเมื่อเห็นสายตาของเยว่ชิงเซียนจับจ้องมาที่ตัวเขา อี้เฉินทำได้เพียงหลบเลี่ยงจากสายตานางเท่านั้น เขาในยามนี้รู้ดีว่าไม่น่าดูชม
ครั้นเมื่อองค์ชายชิงไป๋ยี่ เห็นเยว่ชิงเซียนจ้องมองออกไปด้านหน้าอย่างไม่วางตา เขาเองก็จดจ้องไปยังสถานที่แห่งนั้นเช่นกัน ทว่าเมื่อเห็นชายหนุ่มอัปลักษณ์ เลือดในกายา กลับเดือดพล่านขึ้นมาเล็กๆ ดวงตาทั้งสองจ้องเขม็งไปที่ชายหนุ่มในทันที ทว่าเมื่อเห็นชายหนุ่มอยู่แค่ขั้นกษัตริย์ จึงไม่คิดปรายตามอง นึกว่าเขาเป็นผู้สูงส่งเสียอีก
"แม่นางเยว่ชิงเซียน ท่านอยากได้เกาทัณฑ์ดับตะวัน ที่กลุ่มคนพวกนั้นนำมาร่วมสนุกงั้นหรือ หากเป็นเช่นนั้นข้าสามารถหามันมาให้เจ้าได้" องค์ชายชิงไป๋ยี่กล่าวออกมา อย่างไม่มีปิดบัง ว่าพร้อมจะทุ่มเททุกอย่างเพื่อนาง
องค์ชายซือจงเทียน ครั้นได้ยินว่าแม่นางสนใจ เกาทัณฑ์คันนั้น เขาเดินตรงไปหากลุ่มคนพวกนั้นในทันที "พวกเจ้าขายให้ข้าได้หรือไม่ ไอ้ธนูเก่าคันนั้น"
ชายหนุ่มผู้จัดงานยิงธนู พูดกระอักกระอ่วนในทันที "ท่านชาย โปรดใจเย็นก่อน คือข้าไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดี"
องค์ชายซือจงเทียน กล่าวคำพูดออกมาอีกคราในทันที "หรือเจ้าต้องการให้ข้า เข้าร่วมสนุกได้ๆ ข้าไม่ขัด" องศ์ชาย ชิงไป๋ยี่เองก็พร้อมจะรับคำท้า ทว่าเมื่อพวกเขาทั้งสองเห็นชายหนุ่มอัปลักษณ์ ง้างคันศรสุดกำลัง ก็ต่างจับจ้องออกไปอย่างไม่วางตา
ทว่า เมื่อทุกคนได้ยินเสียงเกาทัณฑ์ ถูกอี้เฉินง้างศรเต็มกำลัง จนสาย ตึงเปรี๊ยะ ก่อเกิดเสียงดังหวีดแหลมขึ้นมา ผู้คนโดยรอบต่างจับจ้องไปที่ชายหนุ่ม อัปลักษณ์ในทันที ฉับพลันเมื่อทุกๆ ผู้คนได้ยินเสียง เกาทัณฑ์แตกร้าวดังออกมาลั่น เสียง "เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ!!!!" ดังออกมากึกก้อง
สภาพเกาทัณฑ์ บิดเบี้ยวจนไม่น่ามอง จวนจะหักคามือของชายหนุ่มผมขาว อัปลักษณ์ อยู่เต็มแก่ ส่งผลให้แขนที่ผอมแห้ง ของอี้เฉิน เต็มไปด้วยมัดกล้าม ก่อนปล่อยลูกศร แหวกอากาศออกไปดังหวีดแหลม ราวสายแสง พุ่งตรงหาเป้าหมายในฉับพลัน
เกาทัณฑ์ที่อยู่ในมืออี้เฉิน พังทลาย ไม่มีชิ้นดี หักครึ่งในทันที เมื่อลูกศรพุ่งออกไป ทุกผู้คนเบิกตาออกกว้างด้วยความตกใจ ไม่คิดพลังกายาของชายหนุ่มอัปลักษณ์ ผอมบางผู้นี้จะมีมากมายถึงเพียงนี้
ก่อนจะได้ยินเสียง ปัง!!!!ออกมาดังกึกก้อง เป้าที่มีเกาทัณฑ์เป็นของรางวัล อยู่ห่างไกลจากสายตาไปมาก ถูกยิงเข้าเป้าอย่างจัง แม้แต่ค่ายกลป้องกันยังแตกออกเป็นเสี่ยงๆ
เหล่าฝูงชนที่เห็นภาพเบื้องหน้า ต่างจับจ้องไปที่ ชายอัปลักษณ์เป็นตาเดียว จ้องเขม็ง มองดูชายหนุ่มเดินไปหยิบ เกาทัณฑ์ฑ์ที่เป็นของรางวัล มาเป็นของตนอย่างไม่มี ท่าทีสะทกสะท้าน
กลุ่มคนจัดงานยิงธนู พวกเขาถึงกับหน้าดำทะมึน ไม่คิดอี้เฉินจะสามารถทำลายค่ายกลด้วยการโจมตีธรรมดา ปากพวกเขาอ้าออกจนกว้าง ด้วยความตกใจ พวกเขาล้วนรู้ดี ค่ายกลนั้นแข็งแกร่งถึงเพียงใด แต่ก็ต้องปล่อยให้ชายหนุ่มเอาเผือกร้อนไป
องค์ชาย10 น้อยชิงหยู ครั้นเห็นชายหนุ่มอัปลักษณ์ เขาเอ่ยพูดออกมาด้วยความตกใจ "พี่ชิงอู๋เหล่ย นั้นมันอี้เฉินคนที่เราพบเจอไม่ใช่หรือ"
องค์ชาย5 ชิงอู๋เหล่ย เขาเองก็ตกใจเช่นกันไม่คิด จะเจอกับอี้เฉินรวดเร็วถึงเพียงนี้ ก่อนจะให้น้องเล็กชิงหนู เก็บอาการลงไป การพบเจอคนคุ้นเคยย่อมต้องเป็นเรื่องที่ดี แต่หากพบเจอคนสร้างปัญหา สู้ทำเป็นไม่รู้จักยังจะดีเสียกว่า
องค์ชายใหญ่ทั้งสองครั้นเห็นว่ามีคน นำเกาทัณฑ์ดับตะวันไปได้ จ้องมองอี้เฉินเขม็งในทันที "เจ้าหนุ่ม ข้าซื้อเกาทัณฑ์ดับตะวัน ต่อเจ้าได้หรือไม่ เจ้าเสนอราคามาได้เลย"
อี้เฉินส่ายหัว "ขออภัยคุณชายทั้งสองท่านด้วย ของสิ่งนี้ไม่ได้มีไว้ขาย"
องค์ชายทั้งสองได้ยิน สามัญชนปฏิเสธพวกเขาถึงกับเดือดดาล "เจ้าต้องการสิ่งใด ว่ามาดีกว่าไม่มีสิ่งใดที่ข้าหาให้เจ้าไม่ได้"
"ใช่ๆ เจ้าเอ่ยพูดมันออกมา หากมันไม่ยาก เหลือบ่ากว่าแรง ข้า"
อี้เฉินเขาเริ่มมีโทสะเมื่อ เหล่าผู้สูงส่งพวกนี้ ไม่ยอมให้เขาจากไป "หากแม่นางท่านนั้นมาขอร้อง ข้าอาจจะพิจารณาก็เป็นได้" ก่อนอี้เฉินจะชี้นิ้วไปที่เยว่ชิงเซียน
องค์ชาย5ชิงอู๋เหล่ย ครั้นได้ยินคำพูดของอี้เฉิน เขารีบทำตัวไม่รู้จักอี้เฉินในทันที ผู้คนโดยรอบต่างเดือดดาล บ้าคลั่ง "เจ้าๆ ไม่ดูสารรูปตนเองเลย กล้ามายุ่งกับนางฟ้าในใจ ของพวกเรางั้นหรือ"
องค์ชายชิงไป๋ยี่ องค์ชายซือจงเทียน พวกเขาเดือดดาล เป็นโทสะ ใบหน้าที่เย็นชาพลัน ละลายออกจนหมด เมื่อได้ยินคำพูดนั้นออกมาจากปากของสามัญชนที่เต็มไปด้วยความโอหัง อยากจะเข้าไปตะบัน หน้าเสียตรงนั้น
แม้แต่เยว่ชิงเซียน นางยังขมวดคิ้วมุ่น มองชายอัปลักษณ์ ด้วยแววตารังเกียจ อยู่ไม่น้อย
"เจ้าไปเข้าร่วมมิติหุบเหวสวรรค์หรือไม่" องค์ชายชิงไป๋ยี่ กล่าวออกมาด้วยความไม่จำยอม องค์ชายซือจงเทียนเองก็เช่นกัน ถึงอย่างไรพวกเขาสองคนก็เตรียมไปเปิดศึกภายใน มิติหุบเหวสวรรค์กันอยู่แล้ว หากให้กลบฝังคนเพิ่ม คนสองคน คงจะไม่ใช่เรื่อง เหลือบ่ากว่าแรง
อี้เฉินขานรับโดยไม่มีท่าทีสะทกสะท้าน "ข้าก็ต้องไปอยู่แล้วสิ พวกท่านถามได้"
องค์ชายซือจงเทียน กล่าวออกมาอย่างไม่มีปิดบัง "งั้นข้า จะรอไปเอาเกาทัณฑ์ดับตะวัน ยังสถานที่แห่งนั้นแล้วกัน เจ้าอย่าคิดหนีเสียก่อนละ" ก่อนเขาจะพลิ้วกายาจากไปด้วยความเดือดดาล ใบหน้าบึ้งตึงอยู่ไม่น้อย
องค์ชายชิงไป๋ยี่ ยกยิ้ม "เจ้านี่ช่างใจกล้าห่อฟ้าจริงๆ งั้นเจ้ารอเจอความโกรธเกรี้ยวของข้า ไว้ได้เลย เก็บหัวน้อยๆ ของเจ้าไว้ให้ดี ละ" ก่อนเขาจะพลิ้วกายาจากไปเฉกเช่นคนอื่นๆ
ครั้นเมื่อฝูงชนได้ยิน พวกเขาก็ต่างถอนหายใจออกมายาว ยืนสงบนิ่ง ไว้อาลัย ให้กับชายหนุ่มอัปลักษณ์ เขายังไม่ไปไหน ก็มีเคียวยมทูตอันใหญ่ จ่อคอหอยไว้แล้ว ครั้นเมื่อถูกสองราชวงศ์ใหญ่ หมายหัว
กลุ่มคนไม่น้อยเองก็เริ่มจากไปจากสถานที่แห่งนี้เช่นกัน เมื่อรับรู้ว่าอีกไม่นาน มิติหุบเหวสวรรค์ จะถูกเปิดขึ้น
ทว่าเมื่อเยว่ชิงเซียน ยิ่งมองชายหนุ่ม ส่งรอยยิ้มทอประกายออกมา นางยิ่งอยากจะเข้าไปตบใบหน้านั้นเสียเหลือเกิน ทว่าเมื่อนางเห็น จิ้งจอกน้อย หงส์เหมิง แห่งศาลาเซียนสวรรค์ เข้าไปใกล้ชิดกับชายหนุ่มอัปลักษณ์ ทำจมูกฟุดฟิด ราวกับสูดดม มันก็ทำให้นางแปลกใจอยู่ไม่น้อย
"หนุ่มน้อย มาเข้าร่วมศาลาเซียนสวรรค์ กับข้า ดีหรือไม่" คำพูดนั้นของจิ้งจอกน้อย หงส์เหมิง ทำให้ผู้คนที่ยังหลงเหลือตกใจไม่น้อย แม้แต่เยว่ชิงเซียนยังขมวดคิ้วมุ่นจนเป็นปม
ก่อน จิ้งจอกน้อย หงส์เหมิง แห่งศาลาสวรรค์จะส่งคำพูดเข้ามาภายในทะเลความรู้ให้อี้เฉินรับรู้ ประหนึ่งไม่อยากบอกผู้คนโดยรอบ "ข้าจำกลิ่นของเจ้าได้นะ เจ้าหนุ่มดินแดนเบื้องล่าง ไหนจะเข้าไปป่วนภายในโลกปราณจิตนั้นอีก เจ้าอย่าคิดว่าจะปิดบังข้าเชียว กลิ่นของเจ้ามันฟ้อง"
อี้เฉินตกตะลึงเป็นอย่างมาก ผลักตัวนางที่มาคลอเคลียตัวเขาออกไปในทันที "เจ้า! เจ้า!" ใบหน้าอี้เฉิน บึ้งตึงในทันที แต่เมื่อเห็นนางเพียงหยอกเย้าไม่คิดเปิดเผย อี้เฉินอดไม่ได้ที่จะยกยิ้มให้นาง ไม่คิดคนดินแดนเบื้องบน ยังมีกลุ่มคนเช่นนี้อยู่ด้วย
จิ้งจอกน้อย หงส์เหมิงยกยิ้ม แววตาเต็มไปด้วยความขี้เล่น ส่งออกมาให้ชายหนุ่มเช่นกัน ก่อนนางจะพลิ้วกายา จากไปพร้อมกับคนอื่นๆ ในสำนัก
เยว่ชิงเซียน นางเองก็ไม่คิดปรายตามอง ชายหนุ่มอัปลักษณ์แม้แต่น้อย ครั้นเห็นชายหนุ่มอยากจะเปิดปากพูดคุยกับตัวนาง แต่นางไม่แม้จะสนใจ
อี้เฉินที่เห็นถอนหายใจออกมาน้อยๆ ไม่คิดการพูดกับนางจะยากลำบากถึงเพียงนี้ "ข้าอุตส่าห์ เฝ้ารอที่จะได้พบเจอเจ้ามาตลอด เหตุใดเจ้าไร้เยื่อใยกับข้าถึงเพียงนี้เล่า"