ั้แ่ล้มป่วย โจวหยวนเฉิงก็ยังไม่ได้กลับไปเรียนที่สำนักศึกษาอีกเลย เพราะบิดา้าให้เขานอนพักผ่อนเพื่อฟื้นฟูร่างกายให้หายดีเสียก่อน อีกทั้งบิดายังกลัวว่าบุตรชายจะเสียใจที่ไม่มีจี้หยกอันใหม่ไปอวดเพื่อน และยังกลัวว่าบุตรชายจะก่อเื่ร้ายแรงขึ้นมาอีก ถึงแม้หลายวันที่ผ่านมาโจวหยวนเฉิงจะรู้ความและทำตัวดีกว่าเมื่อก่อนมากแล้วก็ตาม แต่ถึงอย่างนั้นบิดาของเขาก็ยังไม่วางใจอยู่ดี
โจวหยวนเฉิงได้แต่นอนอยู่บนเตียงด้วยความเซ็งเป็ที่สุด ขณะที่เขานอนคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยอยู่นั้น จู่ๆ ที่ข้อมือซ้ายของเขาก็รู้สึกปวดขึ้นมา เขาหวังจะใช้มืออีกข้างนวดเพื่อบรรเทาความปวด แต่พอมือของเขาััลงไปที่ข้อมือซ้ายนั้นก็ปรากฏรอยนูนเล็กๆ ขึ้นมา แล้วโจวหยวนเฉิงก็หลุดเข้าไปในมิติทันที เขายืนมองภายในห้องนั้นด้วยความมึนงง เพราะนี่คือร้านเครื่องเขียนของครอบครัวเขาเอง
โจวหยวนเฉิงรีบเดินสำรวจภายในร้านทันที ข้าวของทุกอย่างถูกจัดวางไว้ในตำแหน่งเดิม เขาเดินตรงไปที่เคาน์เตอร์เก็บเงินก็เจอแท็บเล็ตวาดภาพกับเม้าส์ปากกาคู่ใจวางอยู่ ด้วยความตื่นเต้น อีกทั้งที่ผ่านมาเขาเริ่มจะเบื่อกับการที่ต้องเอาแต่นอนอยู่บนเตียงไปวันๆ แล้ว โจวหยวนเฉิงจึงลงมือวาดภาพง่ายๆ ขึ้นมารูปหนึ่ง มันคือแอปเปิลลูกอวบสีแดงสดใส ด้วยทักษะการวาดภาพเหมือนของเขา แอปเปิลลูกนี้จึงดูเหมือนของจริงมาก แต่ใครจะไปคิดว่าแอปเปิลที่อยู่ในภาพจะค่อยๆ ลอยขึ้นมา ‘มันกลายเป็แอปเปิลของจริง’
โจวหยวนเฉิงไม่รอช้า เขาลองวาดอาหารและสิ่งของอีกหลายอย่าง ผลลัพธ์ที่ออกมาล้วนทำให้เขาอึ้งและยินดี ทุกอย่างที่เขาวาดมันจะกลายมาเป็ของจริงทั้งสิ้น
ไม่เพียงเท่านั้น โจวหยวนเฉิงยังคิดต่อไปว่าในเมื่อชีวิตคนเราต้องพึ่งพาปัจจัยสี่ในการดำรงชีวิต แม้แต่อาหารที่เขาวาดยังออกมาเป็ของจริงได้ เขาก็จะลองวาดยารักษาโรคดูบ้าง เพราะชาติที่แล้วโจวหยวนเฉิงรับจ้างวาดรูปขายแถมเขายังเป็นักวาดการ์ตูนที่พอจะมีชื่อเสียงในกลุ่มนักอ่านของตัวเองอยู่บ้าง ดังนั้นเขาจึงมีหนังสือมากมายหลากหลายประเภทเพื่อใช้เป็ข้อมูลอ้างอิงสำหรับการวาดการ์ตูนของเขา หนังสือทั้งหมดของเขาและของคุณพ่อโจวถูกเก็บไว้ที่ชั้นสองของร้าน ต้องเรียกว่าหนังสือของเขากับคุณพ่อโจวนั้นเทียบกับร้านขายหนังสือขนาดย่อมได้เลยทีเดียว
โจวหยวนเฉิงหยิบหนังสือเกี่ยวกับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นมาเปิดดู มันมีรูปอุปกรณ์การทำแผลและเครื่องมือแพทย์บางอย่างอยู่ในนั้น โจวหยวนเฉิงจึงลองวาดชุดอุปกรณ์ทำแผลขึ้นมา เช่น ถุงมือ น้ำเกลือ แอลกอฮอล์ สำลี ผ้าก๊อซ เทปใสปิดแผล ของทุกอย่างที่เขาวาดก็ออกมาเป็ของจริงอีก
ด้วยความสนุกโจวหยวนเฉิงก็วาดยาดม ยาหม่อง ยาลดไข้ทั้งแบบเม็ดและแบบน้ำขึ้นมาด้วย ทำให้ตอนนี้บนโต๊ะของเขาจึงเต็มไปด้วยยาและอุปกรณ์ทำแผลต่างๆ มากมาย
โจวหยวนเฉิงยิ้มตาเป็ประกาย ในหัวเริ่มคิดถึงช่องทางการหาเงินขึ้นมาทันที เขาต้องหาทางติดต่อกับโรงหมอกับร้านขายยาเพื่อนำของพวกนี้ไปเสนอขายโดยเร็ว เขาต้องรีบหาเงินเข้าบ้านมาเพื่อเปิดกิจการของตัวเองให้ได้
และสุดท้ายที่โจวหยวนเฉิงลองวาดเงินและทองคำออกมา แต่เขาก็ต้องผิดหวัง เพราะมันไม่ได้กลายมาเป็ของจริงเหมือนสิ่งของอย่างอื่น แต่ถึงอย่างนั้นการมีมิติและแท็บเล็ตอัจฉริยะอยู่กับตัว เงินทองก็ไม่ใช่ของหายากสำหรับเขาอีกต่อไปแล้ว โจวหยวนเฉิงออกมาจากมิติอย่างอารมณ์ดี เขาหยิบเอาผลไม้และสมุดกับปากกาติดมือออกมาด้วย
เมื่อมองเข้าไปในมิติอีกครั้ง เขาก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้นอีกรอบ ของที่เขาหยิบออกมาจากมิติไม่ว่าจะเป็ของที่เขามีอยู่ในร้านอยู่แล้ว หรือเป็ของที่เขาวาดขึ้น พวกมันสามารถเติมเต็มตัวเองได้ตลอดเวลา นี่คือโชคลาภที่ฟ้าประทานชัดๆ
ในหัวของโจวหยวนเฉิงเริ่มจินตนาการไปถึงความร่ำรวยของตัวเองอย่างเบิกบาน โดยที่เขาไม่รู้สึกตัวเลยว่าขณะที่เขากำลังหลับตาฝันหวานอยู่นั้น ‘โจวหลี่เฉียง’ พี่ชายป้ายแดงได้เข้ามายืนมองดูเขาอยู่ที่ข้างเตียงสักพักแล้ว
“พี่ใหญ่! ทำไมมายืนไม่ให้สุ้มให้เสียงอย่างนี้ล่ะ เล่นเอาใเกือบตายแล้วเนี่ย” โจวหยวนเฉิงลุกขึ้นมานั่งโวยวาย
“ข้าถามเ้าจริงๆ เถอะ สมองเ้ายังดีอยู่ใช่หรือไม่ หรือจะให้ข้าไปเชิญท่านหมอมาดูอาการของเ้าสักหน่อย ั้แ่เ้าหายป่วยกลับมา ข้าว่าเ้าทำตัวแปลกๆ” โจวหลี่เฉียงเริ่มถามสิ่งที่ตัวเองสงสัย เพราะั้แ่ที่โจวหยวนเฉิงหายป่วย เขาก็ทำตัวแปลกๆ ขึ้นไปทุกวัน ถึงจะไม่ได้ก่อเื่หรือเอาแต่ใจเหมือนที่ผ่านมา แต่ท่าทางที่เปลี่ยนไปของน้องชายที่เพิ่งได้มาหมาดๆ คนนี้ก็ทำให้เขาอดเป็ห่วงไม่ได้
“ท่านกำลังจะบอกว่าข้าเป็บ้าไปแล้วใช่ไหมล่ะ” โจวหยวนเฉิงนึกขึ้นมาได้ จึงรีบพูดขึ้น “พี่ใหญ่ ตอนที่ข้าป่วยหนักนั้น ความจริงแล้วข้าได้ไปเยือนดินแดนอื่นมา ท่านต้องจินตนาการไม่ออกเลยล่ะว่าที่นั่นช่างแตกต่างจากที่ที่เราอยู่นี้มาก สิ่งของเครื่องใช้ของพวกเขาล้วนเป็สิ่งของที่ล้ำสมัย”
“ล้ำสมัยคือสิ่งใด?” โจวหลี่เฉียงทำหน้างง
“ล้ำสมัยก็คือสิ่งของที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับเรายังไงล่ะ มันจะมีใช้แค่ในโลกอนาคตเท่านั้น อย่างเช่นตอนนี้เราใช้พู่กันกับกระดาษแผ่นใหญ่สำหรับคัดอักษร แต่ในดินแดนที่ข้าได้ไปเยือนนั้น เขาใช้สิ่งนี้” โจวหยวนเฉิงหยิบสมุดและปากกาขึ้นมาให้พี่ชายดู หลังจากนั้นเขาก็ลองเขียนบทกลอนสั้นๆ ลงไป
โจวหลี่เฉียงมองของสองสิ่งนั้นด้วยความสนใจ แต่ที่ทำให้เขาสนใจและแปลกใจยิ่งกว่าคือลายมือที่สวยงามและบทกลอนที่ไพเราะของโจวหยวนเฉิงต่างหาก
“ท่านอึ้งไปเลยใช่ไหมล่ะ ของพวกนี้ยังถือว่าธรรมดามาก ยังมีอีกหลายอย่างที่เจ๋งกว่านี้” โจวหยวนเฉิงพูดอวด
“จริงอยู่ที่ข้าใกับของสองสิ่งนี้ แต่ที่ข้าใยิ่งกว่าคือตัวอักษรที่เ้าเขียนกับบทกลอนที่เ้าแต่งนี่ต่างหาก เ้ามีความสามารถเช่นนี้ั้แ่เมื่อใดกัน”
“ตอนที่ข้านอนป่วยอยู่ ในโลกนี้มันคงผ่านไปไม่กี่วัน แต่ในดินแดนนั้นข้าต้องใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นตั้งยี่สิบกว่าปี พี่ใหญ่...ข้าไม่ใช่โจวหยวนเฉิงผู้ไร้ความสามารถคนเดิมอีกต่อไปแล้ว”
“เ้า...เ้าคือโจวหยวนเฉิงตัวจริงใช่หรือไม่ เ้าไม่ใช่ปิศาจที่มาสิงร่างน้องชายข้าใช่หรือไม่”
“ปิศาจที่ไหนจะเก่งอย่างนี้กันเล่า” โจวหยวนเฉิงพยายามจะอธิบายต่อ “ข้าได้ไปใช้ชีวิตและฝึกฝนตัวเองอยู่ที่ดินแดนลึกลับนั้นมาจริงๆ พี่ใหญ่...ถ้าข้าบอกความลับกับท่าน ท่านจะช่วยข้าปิดบังมันเอาไว้ได้หรือไม่”
“ความลับใด?”
“ข้าสามารถเสกสิ่งของออกมาได้อย่างไม่จำกัด”
“อะไรนะ!!!” โจวหลี่เฉียงะโเสียงดังคล้ายคนเสียสติไปแล้ว ‘นี่น้องชาย เ้าไม่ได้บ้าจริงๆ ใช่หรือไม่ จะมีคนดีที่ไหนที่คิดว่าตัวเองเสกสิ่งของขึ้นมาได้ เ้าไม่ใช่เทพเซียนนะ จะทำอย่างไรดี ข้าจะทำอย่างไรดี มีหมอเทวดาที่ไหนพอจะรักษาน้องชายข้าได้บ้าง’
โจวหยวนเฉิงไม่รอช้า เขารีบหยิบข้าวของออกมาจากมิติมาวางไว้ตรงหน้าพี่ชายมากมาย สิ่งต่างๆ ล้วนแต่แปลกตา ไม่นานโจวหลี่เฉียงก็เป็ลมไปด้วยความใ
โจวหยวนเฉิงมองไปยังร่างที่นอนสลบอยู่บนเตียงนอนของเขาพร้อมกับส่ายหน้า ‘ขวัญอ่อนจริงๆ เลย นี่แค่ของเล่นบางส่วนเองนะ ถ้าวันหน้าข้าวาดรถถังหุ้มเกราะขึ้นมาจริงๆ เ้าจะไม่เสียสติไปเลยหรือ”