จากทาสสู่ราชา ฮาเร็มคือวิถี

    ตอนที่ 32 เป้าหมายใหม่

    ตอนที่ 32 เป้าหมายใหม่


    หลังจากฝึกวิชากับเซี่ยวไป๋และเกาหญ่าแล้ว จางหม่านโถวก็ไปหาพลูตัสตั้งแต่เช้า มันตื่นเต้นกับการจะยึดเกาะระดับ 2 มันต้องการยึดเกาะรอบนอกให้ได้ครบจำนวนโดยเร็วที่สุด มันอยากไปยึดเกาะระดับ 2 พรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำ 


    “ข้ามารับกระจกวิเศษ” จางหม่านโถวพูดขึ้นทันทีที่เข้ามา


    “ข้าบันทึกเป้าหมาย 5 เกาะที่อยู่ในบริเวณเดียวกันลงกระจกแล้ว เจ้าเดินทางตามลำดับได้เลย วงเวทสำหรับเกาะแรกอยู่ในกล่องเดียวกับกระจกวิเศษแล้ว ส่วนเรื่องวงเวทใหม่นั้น เจ้าก็มารับตอนที่จะออกเดินทางไปเกาะต่อไป ยังไงเจ้าก็ต้องนำเจ้าเกาะกลับมาหาจักรพรรดินีก่อนอยู่แล้ว ข้าต้องใช้เวลาในการสร้างมัน ยิ่งระยะทางไกล วงเวทยิ่งทำยากขึ้น” พลูตัสบอกโดยไม่หันมามองจางหม่านโถว มันกำลังยุ่งกับการสร้างวงเวทใหม่


    “ตกลงข้าจะรีบไปทันที หวังว่าวงเวทใหม่จะเสร็จก่อนข้ากลับมานะ ตาเฒ่า” จางหม่านโถวพูดแล้วรีบออกไปโดยไม่รอให้พลูตัสด่า


    ขณะอยู่บนเรือจางหม่านโถวได้เรียก เซี่ยวไป๋และเกาหญ่าออกมาฝึกวิชาโดยสลับกันคนละวัน เกาหญ่าพัฒนาอย่างรวดเร็ว อาจเป็นเพราะระดับพลังของนางต่ำกว่าเซี่ยวไป๋ ดังนั้นการพัฒนาของนางจึงเป็นไปโดยรวดเร็วเมื่อเทียบกับเซี่ยวไป๋ นั่นนับเป็นข่าวดีจางหม่านโถวอยากให้เกาหญ่าเก่งพอๆกับเซี่ยวไป๋โดยเร็ว มันไม่อยากให้มีใครต้องเจ็บตัวเพราะมันอีก หากเกาหญ่าพัฒนาจนเท่ากับเซี่ยวไป๋ได้ มันก็หมดห่วงเรื่องนางได้


    เวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า จางหม่านโถวก็ยังคงฝึกฝนตามกำหนดการฝึกเดิม เมื่อถึงเกาะมันก็ลงไป วางวงเวท จับหัวหน้าเกาะ พาไปให้จักรพรรดินีประทับ[ยันต์ผูกสัมพันธ์นาย-ทาส]แล้วก็พาหัวหน้าเกาะกลับมา เรื่องหลังจากนั้นก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่หัวหน้าเกาะเป็นคนจัดการ แล้วมันก็เดินทางไปยังเกาะต่อไป เหตุการณ์เป็นไปแบบนี้จนครบทั้ง 5 เกาะ


    “ข้าจัดการครบ 5 เกาะแล้ว ขอเป้าหมายใหม่ด้วย” จางหม่านโถวบอกพลูตัสโดยเร็ว


    “เจ้าทำงานเร็วดีนี่ อย่าเร่งจนเรือข้าพังล่ะ” พลูตัสหันกลับมาพูด


    “ข้าว่าเรือไม่พังหรอก มันแล่นตามปกตินั่นแหละ ข้าไม่ได้บังคับมันนะ แค่อาศัยไปกับมันเฉยๆ อย่าบอกว่าท่านทำงานไม่ทันนะ” จางหม่านโถวย้อน


    “ข้าไม่มีทางทำงานช้ากว่าเจ้าแน่นอนเจ้าเด็กน้อย เป้าหมายใหม่อีก 3 เกาะอยู่ในกระจกแล้ว” พลูตัสสวน


    “แค่ 3 เกาะหรือ” จางหม่านโถวรู้สึกผิดหวัง


    “3 เกาะนี้อยู่ในเขตเดียวกัน เกาะอื่นๆอยู่ต่างเขต เราเลือกเกาะไม่ได้นะ เรายึดทุกเกาะที่เรารู้ น่าเสียดายบางเกาะที่เราได้ที่อยู่ใหม่มาอยู่ในเขตที่เจ้ายึดไปแล้ว การเดินทางย้อนไปยึดเพียงเกาะเดียวก็คงไม่คุ้ม” พลูตัสบอก


    “งั้นหวังว่าหลังจาก 3 เกาะนี้เราจะได้ข่าวเกาะจากเขตต่อไปเพิ่มนะ” จางหม่านโถวพูดด้วยความหวัง


    “ไม่ต้องคิดมากหรอก จักรพรรดินีตั้งเป้าที่ 25 เกาะเพื่อสร้างกองกำลังขั้นต้นและที่สำคัญคือหาปีศาจมาให้เจ้าใช้ดูดพลังหยาง ซึ่ง 25 เกาะก็นับว่าเพียงพอ” พลูตัสบอก


    “แล้วตัดสินใจเลือกเกาะทรัพยากรเกาะแรกที่เราจะยึดได้หรือยัง” จางหม่านโถวถาม 


    “ยัง เรารอตัดสินใจเมื่อได้ข้อมูลมากพอ เราไม่อยากเสียเวลาไปยึดเกาะที่ไม่มีประโยชน์มากพอ” พลูตัสบอก  จางหม่านโถวขมวดคิ้วเมื่อได้ฟัง


    “ไม่ต้องห่วงหรอก ถ้าเจ้ายึดเกาะได้ครบตามเป้าหมายแล้ว เราจะเลือกเกาะที่ดีที่สุดในตอนนั้น” พลูตัสกล่าวเสริม


    จางหม่านโถวออกเรือไปปฏิบัติภารกิจทันที กิจวัตรประจำวันก็ยังคงเป็นเหมือนเดิม เขาหยังคงฝึกหนักทุกวันแม้ว่าพัฒนาการของเขาจะลดลงอย่างมาก แต่เขาก็ยิ่งพยายามมากขึ้น ยิ่งก้าวหน้าช้าลงเขาก็ยิ่งทุ่มเทมากขึ้น เขาไม่ยอมรับเรื่องที่ว่าเขาไม่สามารถเก่งขึ้นได้ แตกต่างจากเกาหญ่าที่สามารถพัฒนาจนถึงขั้นปลายของระดับวิญญาณปีศาจแล้ว ในขณะที่เซี่ยวไป๋ยังคงอยู่ในระดับกายมนุษย์ขั้นต้นเหมือนเดิม นั่นเป็นเพราะการพัฒนาในระดับกายมนุษย์นั้นยากกว่าระดับวิญญาณปีศาจมาก ปกติแล้วเวลาที่ใช้ในการฝึกจากขั้นต้นของระดับกายปีศาจจนถึงขั้นสูงสุดของระดับวิญญาณปีศาจนั้นยังสั้นกว่าการฝึกจากขั้นต้นของระดับกายมนุษย์ไปถึงขั้นปลายของระดับกายมนุษย์เสียอีก


    การเดินทางยังคงเป็นไปโดยราบรื่น จางหม่านโถวสามารถยึดเกาะเป้าหมายทั้ง 3 ได้โดยง่าย หลังจากกลับไปยังรังลับ เขาก็ได้รับเป้าหมายใหม่อีก 4 เกาะ การยึดเกาะสถานีย่อยกลายเป็นเรื่องน่าเบื่อสำหรับจางหม่านโถวไปเสียแล้ว แต่เขาก็ยังคงทำหน้าที่ต่อไป ตอนนี้เป้าหมายของเขาเป็นเรื่องการฝึกมากกว่าการยึดเกาะสถานีย่อย


    หลังจากยึด 4 เกาะได้แล้ว มันก็กลับไปรับตำแหน่งของ 2 เกาะสุดท้าย ระยะห่างของ 2 เกาะนี้มากกว่าระยะห่างของ 4 เกาะทีผ่านมาเสียอีก เวลาส่วนใหญ่ของจางหม่านโถวหมดไปกับการเดินทาง เมื่อยึด 2 เกาะสุดท้ายได้แล้ว จางหม่านโถวก็กลับไปรายงานกับจักรพรรดินี


    “เจ้ามาถึงดาวดวงนี้ได้ 1 ปีกับ 25เดือนแล้วนะ เจ้าสามารถยึดเกาะรอบนอกได้ถึง 25 เกาะภายในเวลาแค่ 1 ปีนับจากวันแรกที่เรายึด[เกาะหวนคืน]ได้ นับว่าเร็วกว่าที่ข้าคาดคิดไว้พอสมควรเลย” จักรพรรดินีกล่าวชื่นชม


    “ข้าอยากช่วยให้ท่านยึดดาวดวงนี้คืนให้เร็วที่สุด” จางหม่านโถวตอบ


    “เจ้าอยากจะให้ข้าปลด[ยันต์ผูกสัมพันธ์นาย-ทาส]ให้เจ้าโดยเร็วสินะ” จักรพรรดินีถามกลับอย่างเย้ยหยัน


    “แน่นอนข้าอยากเป็นอิสระโดยเร็ว แต่ที่สำคัญข้าอยากช่วยท่าน อาจเป็นเพราะข้าเป็นทาสของท่านละมั้ง” จางหม่านโถวตอบตามตรง


    “ข้าก็ว่าอย่างนั้นแหละ” จักรพรรดินีพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันเช่นเดิม


    “ข้าว่าท่านไม่ได้เรียกข้ามาเพื่อชมเชยอย่างเดียวแน่” จางหม่านโถวแสดงความสงสัย


    “แน่นอน ข้าเรียกเจ้ามาเพื่อแจ้งให้ทราบถึงเป้าหมายต่อไป” จักรพรรดินีตอบง่ายๆ

    “ท่านเลือกเกาะเป้าหมายได้แล้ว” จางหม่านโถวถามด้วยความยินดี


    “เป็นเกาะที่ดีที่สุดที่เรามีข้อมูลตอนนี้” จักรพรรดินีตอบตามตรง


    “ลงมือยึดเกาะนี้จะทำให้เรามีข้อมูลของเกาะที่ดีกว่านี้ได้ในอนาคต” จางหม่านโถวมองโลกในแง่ดี


    “แน่นอน ยิ่งมีเกาะในปกครองเยอะ ก็ยิ่งมีข้อมูลเยอะ” จักรพรรดินีเห็นด้วย


    “ถ้าอย่างนั้นเราจะไปยึดเกาะไหนกัน” จางหม่านโถวถามด้วยความกระตือรือร้น


    “เป็นเกาะที่มีเหมืองแร่พลังงานชั้นสูงอยู่เยอะมาก อีกทั้งยังมีแร่เหลืออยู่เกินครึ่งเหมือง” จักรพรรดินีบอก


    “มีแผนการยึดเกาะมั้ย เกาะระดับ 2 มีทหารอยู่เยอะกว่าเกาะรอบนอกมาก การบุกไปจับหัวหน้าเกาะคงไม่ใช่เรื่องง่ายแบบยึดเกาะสถานีย่อยแน่นอน” จางหม่านโถวบอกความกังวล


    “แน่นอนข้าย่อมมีแผน แต่จะทำได้จริงหรือไม่ขึ้นอยู่กับความสามารถของเจ้า รวมถึงข้อมูลที่เรามีถูกต้องแค่ไหน” จักรพรรดินีตอบตามตรง


    หลังจากนั้นจักรพรรดินีก็อธิบายแผนยึดเกาะโดยละเอียดให้จางหม่านโถวฟัง เขาฟังอย่างตั้งใจ ถามเมื่อไม่แน่ใจว่าตัวเองเข้าใจถูกหรือไม่ จางหม่านโถวเป็นคนฉลาด แต่เขาไม่อยากจะมั่นใจเกินไป เรื่องต่างๆมีความเป็นไปได้มากมาย เขาไม่อยากตัดสินใจไปเองว่าสิ่งที่จักรพรรดินีพูดเป็นสิ่งที่เขาคิดว่าใช่ ถ้าเขานึกถึงความเป็นไปได้อื่นที่คำพูดของจักรพรรดินีจะหมายถึงได้เขาจะถามจักรพรรดินีทันทีว่าท่านหมายถึงความเป็นไปได้ไหนกันแน่ นี่ทำให้จักรพรรดินีพอใจมาก บางเรื่องที่เขาถาม จักรพรรดินีไม่ได้นึกถึงมาก่อนด้วยซ้ำ หลังจากคุยกันแบบนี้ทำให้แผนการบุกนั้นรอบคอบมากขึ้น ความเป็นไปได้ที่จะสำเร็จก็มากขึ้น


    “ถ้าอย่างนั้น ข้าขอตัวก่อน พรุ่งนี้ข้าจะออกเดินทางตั้งแต่เช้า” จางหม่านโถวพูดเมื่อปรึกษาวางแผนการบุกโจมตีเกาะระดับ 2 เสร็จ 


    “เดี๋ยวก่อน ข้าขอถามเรื่องเซี่ยวไป๋หน่อย” จักรพรรดินีทักขึ้นก่อนที่จางหม่านโถวจะเดินออกไป


    “มีอะไรเกี่ยวกับเซี่ยวไป๋หรือ” จางหม่านโถวหันกลับมาด้วยความสงสัย


    “เซี่ยวไป๋บรรลุระดับกายมนุษย์ได้ซักพักหนึ่งแล้ว นางน่าจะรับรู้ได้ถึงธาตุประจำตัวนางได้แล้ว ข้าอยากรู้ว่าธาตุประจำตัวนางคืออะไร เผื่อว่าข้าจะแนะนำการฝึกพลังให้นางได้” จักรพรรดินีตอบเสียงเรียบเฉย


    “ธาตุประจำตัว ข้าไม่เห็นรู้เรื่องเลย ให้ข้าเรียกนางมาถามมั้ย” จางหม่านโถวตอนสีหน้าตื่นตะลึง


    “นางไม่เคยแสดงพลังธาตุใดๆ ตอนฝึกวิชาเลยหรือ” จักรพรรดินีขมวดคิ้วเล็กน้อย


    “ไม่ ข้าไม่เห็นมีการเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้นกับนางเลย ทุกอย่างเหมือนเดิมแค่พลังปราณสูงขึ้น” จางหม่านโถวตอบสีหน้าเป็นกังวลเล็กน้อย


    “น่าแปลก ปกติแล้วเมื่อเข้าสู่ระดับกายมนุษย์ ปีศาจจะพัฒนาพลังธาตุขึ้นมา และสามารถนำมันมาใช้ในการต่อสู้หรือทำสิ่งต่างๆได้ มีวิชาที่เป็นวิชาเฉพาะสำหรับแต่ละธาตุอยู่มากมาย บางวิชามีพลังสูงมาก ธาตุหายากบางธาตุทรงพลังจนน่ากลัว” จักรพรรดินีพูด ใบหน้านางเครียดเล็กน้อย


    “เป็นไปได้หรือไม่ว่าข้าไม่ทันสังเกตเอง” จางหม่านโถวสงสัย มันไม่รู้เรื่องพลังธาตุมาก่อนมันเลย อาจมีความเป็นไปได้ว่ามันไม่สังเกตถึงพลังธาตุที่ตื่นขึ้นของเซี่ยวไป๋


    “เซี่ยวไป๋ออกมา” จางหม่านโถวเรียกเซี่ยวไป๋ออกมาทันที การถามนางเองน่าจะดีที่สุด


    “เซี่ยวไป๋เจ้ารู้สึกถึงพลังธาตุในร่างกายเจ้าหรือไม่ เจ้ามีธาตุอะไรในตัว” จางหม่านโถวถามทันที


    “พลังธาตุ?? ข้าไม่มีพลังธาตุอะไรเลย ข้าคงไม่ใช่ปีศาจที่มีพลังธาตุในตัว” เซี่ยวไป๋ตอบสีหน้างุนงง


    “ไม่หรอก ปีศาจทุกตัวมีธาตุประจำตัว ส่วนใหญ่จะมีธาตุเดียวกันในเผ่าพันธุ์เดียวกัน” จักรพรรดินีตอบ


    “แต่ข้าไม่เห็นรู้สึกได้ถึงพลังธาตุอะไรเลยนะเจ้าคะ” เซี่ยวไป๋ตอบสีหน้าไม่สู้ดี


    “ขอข้าตรวจสอบทะเลปราณของเจ้าหน่อย” จักรพรรดินีพูดกับเซี่ยวไป๋


    เซี่ยวไป๋เดินเข้าไปหาจักรพรรดินีในทันที จักรพรรดินีจับข้อมือของเซี่ยวไป๋ ถ่ายทอดพลังเข้าไปตรวจสอบทะเลปราณของเซี่ยวไป๋ คิ้วของนางขยับเข้าหากันเรื่อยๆ จนขมวดแน่นในที่สุด 


    “ข้าตรวจไม่พบพลังธาตุจริง นี่ไม่สมเหตุผลเลย” จักรพรรดินีพูดออกมาในที่สุด


    “อาจเป็นเพราะข้าไม่สามารถได้ร่างมนุษย์โดยสมบูรณ์” เซี่ยวไป๋พูดด้วยน้ำเสียงสำนึกผิด


    “เจ้าไม่ได้ร่างมนุษย์โดยสมบูรณ์” จักรพรรดินีขมวดคิ้วถาม


    “เจ้าค่ะ ตอนข้าทะลวงผ่านเข้าสู่ระดับกายมนุษย์นั้น ข้าทุ่มเทพลังไปสร้างขาขวาจนหมด ทำให้ข้ายังคงมีหางกระต่ายอยู่” เซี่ยวไป๋พูด นางเริ่มมีน้ำตาคลอตา


    “แปลกมาก นี่เป็นเรื่องที่ไม่เคยมีบันทึกมาก่อน หรือว่านี่เป็นเหตุให้เจ้าไม่อาจพัฒนาพลังธาตุได้” จักรพรรดินีพูดสีหน้าเครียด


    “ไม่เป็นไรหรอก มีวิชาต่อสู้ตั้งมากมายที่ไม่จำเป็นต้องใช้พลังธาตุ” จางหม่านโถวพูดขึ้นมา มันไม่อยากให้เซี่ยวไป๋เสียใจไปมากกว่านี้


    “ใช่ มีวิชามากมายที่ไม่จำเป็นต้องใช้พลังธาตุในการฝึก เจ้าสามารถฝึกวิชาเหล่านั้นได้” จักรพรรดินีเห็นด้วย


    “แต่การมีพลังธาตุย่อมได้เปรียบอย่างแน่นอน” เซี่ยวไป๋ยังรู้สึกผิดอยู่ดี


    “นี่คือวิชาเพลงเท้าปฏิวายุ เป็นท่าเท้าที่ไว้ตอบโต้พลังของพวกมีธาตุวายุ ตอนแรกข้าอยากรู้ธาตุของเจ้าเพื่อจะดูว่าเจ้าสมควรฝึกเพลงเท้านี้หรือไม่ หากเจ้ามีธาตุวายุก็ไม่สามารถฝึกได้ หากเป็นธาตุอื่นก็ไม่เป็นปัญหา เมื่อเจ้าไม่มีธาตุประจำตัว ย่อมสามารถฝึกได้” จักรพรรดินีหยิบตำราเล่มหนึ่งออกมาจากในแขนเสื้อและยื่นให้เซี่ยวไป๋


    “เพลงเท้าปฏิวายุ??” เซี่ยวไป๋รับมาด้วยสีหน้าสำนึกบุญคุณจักรพรรดินีเป็นอย่างมาก


    จางหม่านโถวรู้ดีว่าจักรพรรดินีมีวิชามากมายเก็บไว้ในกำไรมิติของนาง ตอนแรกที่นางถามถึงพลังธาตุของเซี่ยวไป๋ก็เพื่อจะมอบวิชาเกี่ยวกับธาตุนั้นให้กับนาง แต่เมื่อปรากฏว่านางไม่มีธาตุประจำตัว นางก็ไม่อาจมอบวิชาธาตุใดๆให้นางได้ เพลงเท้าปฏิวายุ นี้ย่อมเป็นวิชาที่นางเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าสมควรมอบให้เซี่ยวไป๋ตอนมันพูดว่าฝึกวิชาไร้ธาตุก็ได้ วิชาที่ออกแบบมาเพื่อรับมือพลังธาตุอื่นนั้น มีอยู่ไม่มากนัก ปีศาจส่วนใหญ่ฝึกวิชาเพื่อเสริมพลังธาตุของตัวเองมากกว่าจะตอบโต้ธาตุใดธาตุหนึ่ง ผู้คิดค้นวิชาเพลงเท้าปฏิวายุนี้ ต้องมีความแค้นกับเผ่าที่มีพลังธาตุวายุอย่างล้ำลึก


    “ก่อนหน้านี้เจ้าก็ถนัดการใช้เท้าโจมตีอยู่แล้ว เพลงเท้าปฏิวายุ นี้จะช่วยให้เจ้าพัฒนาขึ้นมาก” จักรพรรดินีบอกกับเซี่ยวไป๋อย่างอ่อนโอน


    “ขอบพระคุณจักรพรรดินีมากเจ้าค่ะ” เซี่ยวไป๋ขอบคุณด้วยน้ำตานองหน้า นางรู้สึกตื้นตันในความเมตตาของจักรพรรดินีเป็นอย่างมาก


    “จงกลับไปพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้จงออกเดินทางแต่เช้า ยิ่งเรายึดเกาะระดับ 2 ได้เร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น” จักรพรรดินีบอก จางหม่านโถวและเซี่ยวไป๋ก็อำลาออกมาโดยทันที

    -------------------------------

    นอกเรื่องท้ายตอน

    จางหม่านโถว: ตอนหน้าข้าจะได้โชว์เทพตบเกรียนหัวหน้าเกาะระดับ 2 ใช่มั้ย

    ตาลุงติดเกมส์: หรือเกรียนที่จะโดนตบจะเป็นเจ้าแล้วเซี่ยวไป๋ต้องรับเคราะห์แทนอีก

    จางหม่านโถว: นี่ลุงจะเล่นมุกเก่าเหรอ น่าเบื่อตาย

    ตาลุงติดเกมส์: ไม่แน่หัวหน้าเกาะต่อไปอาจจะเป็นปีศาจเพศผู้ที่มีสนมชายมากมาย ที่จะจับเจ้าเป็นสนมคนใหม่

    จางหม่านโถว: ไม่เอานะลุง เรื่องนี้ไม่Y จะดีกว่านะ

    คล้ายกับเรื่องจากทาสสู่ราชา ฮาเร็มคือวิถี ที่คุณอ่าน